ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “ป้อม” ออกลีลา ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 มิ.ย. 2563 05:30 น.
    SHARE

    สมคิดสวนสมศักดิ์ ฝ่ายค้านฉะโยกงบ!

    พปชร.ร้าวกลบไม่มิด “สมคิด” สวน “สมศักดิ์” ไม่ได้อยู่กลุ่มสามมิตรตั้งแต่ แรก “สุริยะ” ออกโรงเชียร์นายใหม่ อ้างเสียงส่วนใหญ่หนุนสุดลิ่ม แยกวง “เฮียกวง” แต่ไม่ใช่ต้องขัดแย้งกัน “ลุงป้อม” ทำ เสียงแข็งไม่พร้อมนั่ง หน.พรรค โยนแล้วแต่สมาชิกจะเลือกใคร “บิ๊กตู่” ตัดบทไม่มีปัญหา “สมศักดิ์-ธรรมนัส” จับมือโอบกอดโชว์รักกันดี “เฮียกวง-พี่ป้อม” จับคู่คุยหนุงหนิง หัวหน้าก๊วน 4 กุมารเปรยเป็นผู้ใหญ่วางตัวลำบาก ชวนพี่ใหญ่ฝ่าโควิดเที่ยวญี่ปุ่น กล่อมน้องๆทะเลาะกันเดี๋ยวก็จบ เราอย่าไปยุ่งเลย ฝ่ายค้านถล่มโยก 8.8 หมื่นล้านโปะงบกลาง “เรวัต” ซัดผู้นำส่อทุจริตเชิงนโยบาย ละเมิดมติ ครม.เพิ่มงบเกินกรอบ “ชลน่าน” ขู่โหวตคว่ำ โวยมัดมือชกสภาฯตีเช็คเปล่า “พิจารณ์” อัดโยกงบช้า จงใจกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน แถมโอนหลอก หมกเม็ดงบผูกพัน แบบดาวน์น้อยผ่อนหนักและนาน

    ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐยังเป็นโฟกัสการเมืองไทย หลังจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ไม่ใช่สมาชิกกลุ่มสามมิตร ล่าสุดนายสมคิดได้ตอบกลับว่าตัวเองไม่ได้อยู่กลุ่มสามมิตรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังสงวนท่าทีระบุยังไม่พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แม้จะมีแกนนำพรรคทยอยเปิดหน้าสนับสนุนอย่างเต็มที่

    “สมคิด” สวนไม่ใช่สามมิตรแต่แรก

    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังมีกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุนายสมคิดเป็นคนพูดเองในสภาฯว่าไม่ได้อยู่กลุ่มสามมิตร นายสมคิด หัวเราะก่อนกล่าวว่า “ก็ไม่ได้อยู่กลุ่มสามมิตรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

    จากนั้นนายสมคิดเดินทางมายังรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ผู้สื่อข่าวได้ถามอีกครั้งถึงปัญหาภายในพลังประชารัฐจบแล้วหรือยัง นายสมคิดถอดหน้ากากอนามัยลงแล้วเพียงแต่ส่งยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น

    “ป้อม” ลีลาไม่พร้อม แล้วแต่สมาชิกเลือก

    เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐหลัง กรรมการบริหารพรรคลาออกเกินครึ่ง ทำให้ต้องมีการประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีการกำหนดวันประชุมเลย ทุกอย่างเป็นเรื่องของพรรค หากพรรคเลือกใครก็เป็นเรื่องของคนนั้น เมื่อถามว่าถ้ามีการเสนอให้ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตรรีบสวนกลับทันทีว่าใช้คำว่า “ถ้า” ไม่ได้ เพราะมันยังไม่เกิดจะมาถามไม่ได้ ทุกอย่างต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอ พล.อ.ประวิตรให้เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมเป็นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงเข้มว่า “ไม่พร้อมๆ” ก่อนเดินขึ้นรถกลับไปทันที

    “สุริยะ” อ้างเสียงส่วนใหญ่หนุนสุดลิ่ม

    เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตรให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่า ตามข้อบังคับพรรคต้องเลือกกันใหม่ภายใน 45 วัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ กกต.อนุมัติ ไม่เกี่ยวข้องกับ กกต. ทุกอย่างอยู่ที่รักษาการหัวหน้าพรรคจะกำหนดวันที่เหมาะสมนัดประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรค เพื่อลงมติกำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญ และกำหนดวาระการประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เท่าที่คุยกับนายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

    แยกก๊วน “เฮียกวง” แต่ไม่ได้ขัดแย้ง

    เมื่อถามว่า บรรยากาศหลังจากนี้ทำงานในพรรคอึมครึมหรือไม่ เพราะยังต้องทำงานร่วมกันต่อ นายสุริยะกล่าวว่า เท่าที่คุยกันไม่มีปัญหาอะไร เสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคมีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่วนกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ระบุว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสามมิตร แม้นายสมคิดไม่ได้อยู่กลุ่มสามมิตร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขัดแย้งกัน

    ไม่เคยพูดจะคุมพลังงาน โต้กุข่าวจีบ พท.

    เมื่อถามว่า หากปัญหาภายในพรรคจบแล้วจะมีปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีความ ต้องการจะไปนั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน นายสุริยะกล่าวว่า ยืนยันไม่เคยพูดอะไรในเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าใครนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนี้ทำงานอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจได้พบกับกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี ยังทำงานอยู่ตรงนี้มีความสุขดีทำงานได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ถ้ามีปรับ ครม.หากมีโอกาสจะไปนั่งที่กระทรวงพลังงานหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า ตอนนี้การทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ ดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล นายสุริยะกล่าวว่า คิดว่าคงเป็นเรื่องกุข่าวกันเองมากกว่า คงไม่เป็นความจริง

    นายกฯลั่นศึกใน พปชร.ไม่มีปัญหา

    เมื่อเวลา 14.25 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อถูกสื่อมวลชนซักถามถึงปัญหาความขัดแย้งเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างภายในพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังเข้าชี้แจงร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯรายจ่ายวาระแรกและนั่งฟังการอภิปรายตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนเดินทางกลับเข้าที่ทำเนียบฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงแค่สั้นๆว่า “ไม่มีปัญหา” ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 ของสภาฯต้องขอบคุณ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่อภิปรายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะนำไปพิจารณา และไม่ใช่นายกฯคนเดียวที่รับไป หัวหน้าส่วนราชการต่างๆมาฟังหมดมีการสรุปรายงาน เดี๋ยวเขาต้องไปแก้ไขปรับปรุงอะไรเป็นข้อห่วงใยต้องปรับให้เข้าใจกัน

    “สมศักดิ์–ธรรมนัส” โอบจับมือโชว์ชื่นมื่น

    เมื่อเวลา 15.00 น. ระหว่างที่สภาฯกำลังพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 อยู่อย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตรและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพลัง–ประชารัฐ ได้เดินมาเจอกันโดยบังเอิญ ร.อ.ธรรมนัสกำลังจะออกรัฐสภา ขณะที่นายสมศักดิ์กำลังเดินเข้ามา ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนที่ปักหลักอยู่บริเวณนั้นต่างจับจ้อง ทันทีที่ทั้งสองคนเจอกัน ต่างเดินเข้าไปทักทายกัน ด้วยการโอบหลังพร้อมจับไม้จับมือให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เราทั้งสองคนรักกันมานานแล้ว ส่วนความขัดแย้งภายในพลังประชารัฐ เป็นเรื่องของท่านอื่น ไม่เกี่ยวกับเราสองคน ความในใจของท่านอื่นเราไม่ทราบ

    การเมืองใน พปชร.แค่เรื่องเล็กน้อย

    เมื่อถามว่าทุกอย่างจบแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ จะไปรู้เรื่องของคนอื่นได้อย่างไร ความขัดแย้งคนอื่นตอบแทนไม่ได้จริงๆ เรื่องการเมืองในพลังประชารัฐถือว่าเล็กน้อยมาก ที่จะมองเป็นเรื่องของความขัดแย้ง เมื่อถามว่าตอนนี้ข้ามสู่โหมดผลักดันให้มีการปรับ ครม.แล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า เรื่องปรับ ครม. พูดไม่ได้ ทฤษฎีทางการเมืองการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯถ้าคนอื่นพูดมันไม่น่ารัก เมื่อถามถึงการสนับสนุน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะประธานยุทธศาสตร์พลังประชารัฐเป็นหัวหน้าพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งสองคนปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนแยกย้ายกันไป

    “สมคิด–บิ๊กป้อม” หันหน้าคุยกันหนุงหนิง

    ก่อนหน้านั้นช่วง 10.40 น. ในห้องประชุมสภา ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯประธานยุทธศาสตร์พรรค กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่นั่งอยู่ติดกัน ตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาช่างภาพสื่อมวลชน ท่ามกลางข่าวความขัดแย้งในพรรคพลัง-ประชารัฐ ทั้งการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจากนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง มาเป็น พล.อ.ประวิตร และแรงกดดันให้ปรับ ครม. ปรากฏว่าเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่หันหน้ามาพูดคุยกัน โดยนายสมคิดได้พูดคุยชี้ชวนให้ พล.อ.ประวิตร ดูการตกแต่งห้องประชุมสภาฯ โดยช่างภาพต่างบันทึกภาพกันอย่างคึกคักเด็กทะเลาะเดี๋ยวก็จบชวนพี่ใหญ่เที่ยวญี่ปุ่น

    รายงานข่าวแจ้งว่า คนใกล้ชิดนายสมคิดเปิดเผยว่า การที่นายสมคิดกับ พล.อ.ประวิตร นั่งคุยกันสองคน ถือเป็นครั้งแรกหลังเกิดความวุ่นวายในพรรค โดยนายสมคิดได้ชวน พล.อ.ประวิตรไปเที่ยว บอกว่าตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นเปิดให้เที่ยวแล้ว ไปเที่ยวกันดีกว่า ขณะที่ พล.อ.ประวิตรถามว่า ตอนนี้โควิดที่โตเกียวไปได้หรือ นายสมคิดบอกว่า โอซากาเปิดแล้ว ไปได้ พล.อ.ประวิตรจึงบอกว่า ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย อยากไปเที่ยว นายสมคิดจึงบอกว่า “พี่ครับเราอย่าไปยุ่งกับเขาเลย น้องๆเขาทะเลาะกันก็เป็นเรื่องของเขา เดี๋ยวก็คุยกันได้ พี่อยากไปเที่ยวก็ไปเที่ยว ทำไมไม่ไป” โดยปกติ พล.อ.ประวิตรกับนายสมคิดสนิทกันมาก พูดคุยกันตลอด แต่เพิ่งมีโอกาสมานั่งคุยกันสองคนหลังเกิดปัญหาวุ่นวายในพรรคพลังประชารัฐ โดยทั้งสองคนอยู่ในสถานะผู้ใหญ่ที่วางตัวลำบาก

    “อนุทิน” ขำแทนคำตอบ ภท.โควตาเดิม

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังไม่ส่งสัญญาณใดๆมายังพรรคร่วมรัฐบาล ต้องรอนายกฯเพราะเป็นอำนาจของนายกฯ เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นอย่างไรถ้าจะมีการปรับ ครม.ตอนนี้ นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้คิด รอเรื่องงบประมาณผ่านก่อนดีกว่า เมื่อ ถามย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยยังยืนยันโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนเดิมหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะโดยไม่ตอบคำถาม

    แฉ ส.ส.รัฐบาลละเลงเงินกู้ขึ้นป้ายหาเสียง

    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อ้างว่าใช้การตรวจสอบตามช่องทางปกติได้นั้น ประชาชนไม่เชื่อถือ ทั้ง ป.ป.ช. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หน่วยตรวจสอบที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร จึงเกรงจะเอื้อประโยชน์หรือเลือกปฏิบัติตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินกู้น่าผิดหวังมาก เป็นข้าราชการ 6 คน ที่เหลืออีก 5 คน พล.อ.ประยุทธ์คัดคนใกล้ชิดมาบริหารเงิน ไม่ต่างจากการตั้งคนกันเองมาดูแลเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เห็นชัดว่ารัฐบาลตั้งใจปกปิดข้อมูล ไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชนเจ้าของเงิน มีรายงานว่าหลายจังหวัดได้รับการร้องเรียนว่ามีการเตรียมจัดสรรงบฯจากเงินกู้ ไปทำโครงการในพื้นที่ ส.ส.พรรครัฐบาลขึ้นป้าย หาเสียงกันแล้ว จงใจใช้งบฯเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าใช้งบฯช่วยเหลือประชาชน ทั้งที่เศรษฐกิจประเทศใกล้ล้มละลาย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้ความสำคัญเร่งแก้ปัญหา กลับให้ความสำคัญใช้อำนาจผ่าน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหวังคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายจากการใช้เงินดังกล่าว

    สภาขยี้โยกเงินเข้างบกลาง 8.8 หมื่นล้าน

    เวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ...วาระแรกตามที่ ครม.เสนอ วงเงิน 88,452,579,900 บาท เพื่อโอนงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณต่างๆได้รับตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น นำไปใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาร่วมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นการของบฯดังกล่าวด้วยตัวเอง ก่อนเริ่มประชุมนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ตกลงจะใช้เวลาพิจารณารับหลักการ 1 วัน ใช้เวลาพิจารณา 10 ชั่วโมง แบ่งเวลาให้ฝ่ายรัฐบาล 4 ชั่วโมง และฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง

    “บิ๊กตู่” อ้างงบกลางเหลือไม่พอต้องขอ

    กระทั่งเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงเหตุผลการของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 ว่า หลักการคือให้โอนงบฯปี 63 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการ ไปเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 88,452,579,900 บาท จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะงบกลางที่ตั้งไว้เดิม 96,000 ล้านบาทไม่เพียงพอ จำเป็นต้องโอนงบของหน่วยรับงบฯไปตั้งไว้ในรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อสนองตอบการแก้ปัญหาให้ทันสถานการณ์ กฎหมายโอนงบฯฉบับนี้สอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ ทำให้การบริหารรายจ่ายประจำปี 2563 มีประสิทธิภาพคล่องตัวทันต่อการแก้ไขสถานการณ์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับประชาชน สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 มาตรา 35 (1)

    อ้อนสภาผ่านงบฯไปใช้แก้โควิด

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า งบประมาณที่นำมาใช้ใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้มาจาก 1.รายจ่ายประจำของหน่วยงานต่างๆที่ยังไม่เบิกจ่าย ไม่มีข้อผูกพัน ชะลอข้อผูกพันได้ อาทิ ค่าใช้จ่ายจัดสัมมนา การฝึกอบรม ประชาสัมพันธ์ การจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ การจัดงานกิจกรรมต่างๆ 2.รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวที่ยังไม่จัดซื้อจัดจ้าง ภายในวันที่ 7 เม.ย.63 หรือไม่สามารถลงนามได้ทันในวันที่ 31 พ.ค.63 3.รายการที่ชะลอได้ โดยไม่เกิดความเสียหายต่อราชการ งบฯเหล่านี้รัฐบาลจะนำไปใช้จ่ายใน 3 วัตถุ ประสงค์คือ 1.แก้ปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดเชื้อโควิด-19 2.ป้องกันแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติ ภัยแล้ง อุทกภัย 3.แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็น หวังว่าสภาฯจะสนับสนุนและรับหลักการเพื่อนำงบฯไปใช้แก้ปัญหาจำเป็นเร่งด่วนอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส

    “ชลน่าน” ฉะนายกฯจอมโอนแห่งยุค

    จากนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกว่า ดูรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายแล้ว ไม่สามารถรับหลักการได้ ด้วย 2 เหตุผลคือ 1.หลักการขัดหลักประชาธิปไตยและกฎหมายอื่น เพราะหลักการโอนงบฯต้องโอนงบฯระหว่างหน่วยรับงบฯด้วยกันเท่านั้น แต่ครั้งนี้เป็นการโอนงบฯจากหน่วยงานต่างๆไปเข้างบกลาง 8.8 หมื่นล้านบาท นายกฯมีอำนาจตัดสินใจ ทำให้มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายทันที งบกลางไม่มีสถานะเป็นหน่วยรับงบประมาณ เป็นเพียงรายการใช้เงินเท่านั้น 2.ครั้งนี้ต้องเรียก พล.อ.ประยุทธ์ว่า “จอมโอนแห่งยุค” เพราะใช้วิธีโอนงบฯมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช.ปี 2558-2561 ถือเป็นผู้โอนงบฯมากที่สุดในประวัติศาสตร์ การโอนไปเข้างบกลางถ้า 4-5 หมื่นล้านบาทอาจยอมได้ แต่ไม่ควรมากถึง 8.8 หมื่นล้านบาท

    มัดมือชกสภาฯตีเช็คเปล่า ขู่โหวตคว่ำ

    “การโอนงบไปเข้างบกลาง ถ้าเพียง 4-5 หมื่นล้านบาทอาจยอมได้ แต่ไม่ควรมากถึง 8.8 หมื่นล้านบาท ร่างกฎหมายเช่นนี้สภาฯเหมือนถูกมัดมือชกเป็นการตีเช็คเปล่า ให้เห็นชอบกฎหมายโอนงบที่ไม่ควรเห็นชอบ การระบุว่าจะนำไปใช้แก้ปัญหาโควิด แก้ภัยแล้งนั้น กลัวว่าจะมีแผนงานรองรับไว้อยู่แล้ว อย่าให้มีเสียงครหาว่าเอางบไปแบ่งกัน เพื่อศักดิ์ศรีของสภาฯโปรดอย่ารับหลักการ หากจะรับต้องรับแบบมีเงื่อนไข ถ้ารับหลักการวาระแรกไป ในวาระ 2-3 หากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณอีกฝ่ายค้านโหวตคว่ำ” นพ.ชลน่านกล่าว

    อัดดึงโยกงบช้าเจตนากู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน

    จากนั้นนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกต 4 ข้อ 1.โอนล่าช้า ไม่ไยดีความเดือดร้อนประชาชน พรรคเสนอขอให้เกลี่ยงบส่วนนี้ตั้งแต่เดือน มี.ค.รัฐบาลไม่นำพาปฏิบัติ ถ้าเกลี่ยตั้งแต่ตอนนั้นอาจไม่ต้องกู้เงินถึง 1 ล้านล้านบาท ไม่เชื่อว่านายกฯจะประเมินสถานการณ์โควิดผิดพลาด แต่จงใจให้หลายหน่วยงานผลาญงบ เพราะมีเจ้าของ มีค่าเงินทอนแต่ละส่วนจองกันไว้แล้ว 2.โอนน้อยทั้งที่ยอดตัดโอนของหน่วยงานต่างๆจาก 3 แผนงานรวม 5.3 หมื่นล้านบาทนั้น ตัดได้ 8.4 หมื่นล้าน แต่โอนได้เพียง 6.3% แย่กว่านั้นมติ ครม. 7 เม.ย.ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องโอนคืนกลับมากี่เปอร์เซ็นต์ ระบุกว้างๆให้ปรับลดโดยไม่เสียหายแก่ราชการ โครงการที่ควรยกเลิกแต่ไม่ยกเลิกยังฝืนทำต่อ เช่น โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงฝูงบินแอร์บัส สนามบินอู่–ตะเภา การบินไทยเข้าฟื้นฟูไม่จำเป็นต้องทำแล้ว แต่โครงการแก้ไขข้อพิพาทในที่ดินทำกินของประชาชนทั่วประเทศ มีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่กลับถูกตัดยับ แต่งบที่มีเอกชนรองรับไม่ตัดเลย

    ฉะโอนหลอกซุกงบผูกพันดาวน์น้อยผ่อนหนัก

    นายพิจารณ์กล่าวว่า 3.โอนทะลุกรอบ เม็ดเงินที่โอนสูงเป็นประวัติการณ์ จึงมีประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของภาครัฐ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ปรับเพดานในงบกลางจาก 3.5% เป็น 7.5% ของวงเงินงบประมาณ มีปัญหาว่าตั้งงบกลางของนายกฯ โดยสภาฯไม่สามารถตรวจสอบได้เลย ขณะที่สัดส่วนการชำระหนี้ภาครัฐปรับลดจาก 2.5% เหลือ 1.5% นายกฯชักดาบได้ ประกาศฉบับนี้จะไม่ใช่ชั่วคราว เพราะไม่กำหนดวันเวลาสิ้นสุด 4.โอนไม่จริง จากเดิมงบทำโครงการผูกพันปีที่ 1 กำหนดให้จ่าย 20% ของยอดค่าโครงการปีที่ 2 และ 3 ต้องจ่าย 40% ป้องกันตั้งโครงการงบผูกพันจนกระทบต่องบปีถัดไป แต่มติ ครม.ใหม่ปรับลดยอดงบผูกพันลักษณะดาวน์น้อยผ่อนนานและหนัก ส่งเสริมให้เบียดบังงบปีต่อๆไป ปรับลดยอดจากงบ 20% ปีแรกลงเหลือ 15% ส่วนปีที่ 2 และ 3 ปรับเพิ่มเป็น 42.5% ทั้งที่รู้ว่าโควิดยังอยู่อีกนาน เก็บภาษีได้ลดลง จะเพิ่มกู้เงินมาใช้จ่ายชดเชยการขาดดุล แย่ไปกว่านั้นการโอนงบกลาโหม 1.7 หมื่นล้านบาทตัวเลขเยอะเหมือนยอมไม่ซื้ออาวุธ ทั้งที่เล่นแร่แปรธาตุแหกตาประชาชน ฝืนมติ ครม.ลดเงินจ่ายปีแรกจาก 15% เหลือ 10% ปีที่ 2 และ 3 ต้องจ่ายถึง 45% ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้ากระทรวง เขียนด้วยมือลบด้วยเท้าหรือไม่ เช่น โครงการซื้อเรือดำน้ำของ ทร.ไม่ทราบจะถูกรื้อฟื้นมาอีกเมื่อไหร่ ล้วนดาวน์น้อยผ่อนหนัก ทบ.มีโครงการรถยานเกราะล้อยาง Stryker ปี 63-65 วงเงิน 4.5 พันล้านบาท จัดหาเครื่องบินใช้งานทั่วไปปี 63-65 วงเงิน 1.3 พันล้านบาท ทอ.จัดหาเครื่องบินฝึกทดแทน บ.ฝ. 19 ปี 63-65 วงเงิน 5.1 พันล้านบาท

    บี้จัดงบใหม่ให้ชาติมั่นคงไม่ใช่ทหาร

    นายวิจารณ์กล่าวอีกว่า เฉพาะ 3 โครงการของ ทบ.กับ ทอ.มีวงเงินสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาทเอาไปใช้ซื้อวัคซีน เข็มละ 1,000 บาท ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้ถึง 2.2 ล้านคน หรือเปลี่ยนเป็นเงินเยียวยา 5,000 บาท ได้ 442,400 คน พรรคจึงเสนอการพิจารณางบให้มีประสิทธิภาพ 5 ข้อ คือ 1.ให้สำนักงบเผยแพร่รายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบในรูปแบบดิจิทัล 2.นำงบกลางนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเยียวยาบรรเทาผลกระทบ 3.ใช้ กมธ.วิสามัญตรวจสอบงบฯและมาตรการแก้ไข โควิด-19 ตรวจสอบการใช้จ่าย 4.ออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐฉบับใหม่ ต้องกำหนดเวลาสิ้นสุดการขยายกรอบวินัยการเงินการคลัง 5.จัดลำดับความสำคัญการจัดสรรงบฯใหม่เพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่แค่ความมั่นคงทางทหารอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงประชาชนด้วย

    “เรวัต” ซัดนายกฯส่อทุจริตเชิงนโยบาย

    ด้าน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ไม่สามารถลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ เพราะขั้นตอนการตรากฎหมายส่อทุจริตเชิงนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ ละเมิดต่อมติ ครม.ว่าด้วยการอนุมัติกรอบการตั้งงบฯกลางปี ตามคำประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดให้งบกลางส่วนของงบสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ต้องไม่เกิน 3.5 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด งบกลางของปี 63 ตั้งไว้ 9.6 หมื่นล้านบาท หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ หากจะตั้งงบกลางเพิ่มเติมต้องไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์หรือไม่เกิน 1,600 ล้านบาท แต่เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ครม.ออกมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบ วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท ถือว่าเกินกรอบที่กฎหมายกำหนด และเมื่อวันที่ 16 เม.ย. มติ ครม.เห็นชอบต่อการขยายกรอบงบกลาง เป็น 7.5 เปอร์เซ็นต์ เปิดช่องให้เพิ่มงบฯเกินกรอบ ส่อพฤติกรรมทุจริตเชิงนโยบาย และต้องการผ่องถ่ายเงินตามอำเภอใจ

    กก.เตือนพาไปสิ้นเนื้อประดาตัว

    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พ.ร.บ.โอนงบฯถือเป็นร่างกฎหมายชักดาบเงินชำระหนี้ พบการเกี้ยเซียะไม่ลงตัวจากมติ ครม.ช่วงแรกว่าจะโอนงบฯหลักแสนล้านบาท แต่ล่าสุดมียอดรวม 8.8 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้องออกกฎหมายกู้เงินมาใช้ก่อน จนประชาชนเดือดร้อนรอการใช้เงินนานหลายวัน จ่ายเงินเยียวยาล่าช้า เหมือนไม่แยแสประชาชน มีชาวบ้านถึงขั้นต้องกินยาเบื่อหนูที่หน้ากระทรวงการคลัง ผลการใช้เงินของรัฐบาลที่ผ่านมาบริหารราชการแบบสิ้นคิด ทำให้ประชาชนตายรายวัน วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท ประชาชนรอคอยอย่าตะลุมบอนกันเอง และอย่าให้การบริหารงานยุคนี้ไปสู่การสิ้นเนื้อประดาตัว

    “ชวน–อมรัตน์” เปิดศึกปะทะคารม

    จากนั้นเวลา 13.00 น. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พ.ร.บ.โอนงบฯรายจ่ายฉบับนี้ มี 4 หน่วยงานคือ ศาล องค์กรอิสระ อัยการ รัฐสภา ได้รับงบฯปี 63 รวม 47,000 ล้านบาท แต่ไม่ยอมโอนงบฯมาช่วยประชาชน อ้างเป็นการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ให้โอนงบฯกลับ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐสภา ผิดหวังที่ไม่เห็นความพยายามของประธานสภาฯหาวิธีคืนเงิน ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ชี้แจงทันทีว่า สภาฯยินดีคืนงบฯให้ แต่ติดที่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าไม่สามารถตัดงบจากสภาฯได้ แต่นางอมรัตน์แย้งว่าแม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะบอกตัดงบฯไม่ได้ แต่ไม่เห็นความพยายามประธานสภาฯหาวิธีอื่นคืนเงิน นายชวนตอบว่า เชื่อว่าคนส่วนมากในสภาฯเข้าใจ แต่มีอยู่บ้างไม่ยอมเข้าใจ

    จากนั้นนางอมรัตน์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงศาล และศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ยอมคืนงบฯ โดยยกตัวอย่างงบฯสร้างบ้านพักตุลาการ อยากให้ตุลาการที่กินหรูอยู่สบายยอมเสียสละความสุขส่วนตัว 1 ปี ทำให้นายชวนเตือนว่าอย่าพาดพิงถึงสถาบันอื่นเราไม่ชอบใครส่วนตัว แต่อย่าใช้สภาฯเป็นเครื่องมือวิจารณ์สถาบันอื่น ขณะที่ ส.ส.รัฐบาลก็ประท้วงนางอมรัตน์ที่เสียดสีองค์กรภายนอก ก่อนที่นายชวนจะอนุญาตให้นางอมรัตน์อภิปรายจนจบ

    “บิ๊กตู่” ยันใช้งบมีขั้นตอนไม่ทุบคนเดียว

    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า งบกลางที่ตั้งไว้ปี 63 เหลือเพียง 453 ล้านบาท จาก 9.6 หมื่นล้านบาท และงบที่ขอคืนมาคือรายการที่ทำสัญญาไม่ได้ แผนรายละเอียดไม่สมบูรณ์ การใช้จ่ายงบกลางมีขั้นตอน ไม่ใช่อำนาจนายกฯคนเดียว หน่วยงานที่จะขอใช้เงินเสนอโครงการมาที่ ครม.ได้ กระบวนการขอ ต้องฟังความต้องการประชาชน เสนอผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขออย่าให้ใครไปก้าวล่วงหรือบังคับ ให้ชาวบ้านพิจารณาเอง ไม่ใช่ไปก้าวล่วง ขออย่าห่วงมาก ให้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ทำงาน จากนั้นจึงมาติดตามว่าระหว่างการทำนั้นทุจริตหรือไม่ ส่วนการปรับงบกระทรวงกลาโหมเป็นไปตามเกณฑ์ที่สามารถชะลอโครงการได้ แต่โครงการใดที่ทำสัญญาผูกพันแล้ว หรืออยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไม่สามารถโอนได้ ขอให้เห็นใจทหารที่ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ช่วยน้ำท่วม ฝนแล้ง ทั้งที่หน้าที่หลักคือป้องกันประเทศ

    “โจ้” ปูดบิ๊ก มท.งาบสร้างถนน 200 ล้าน

    ต่อมาเวลา 16.02 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การโอนงบครั้งนี้ ส่วนที่ควรตัดก็ไม่ตัด แต่ส่วนไม่ควรตัดก็ตัดทิ้ง เช่น โครงการขยายถนน 4 สาย ใน จ.มหาสารคาม จาก 2 เลน เป็น 4 เลน วงเงิน 200 ล้านบาท ที่บริษัทชนะประมูลเป็นผู้รับเหมารายเดียวกันทั้ง 4 โครงการและมีผู้ยื่นซองรายเดียว ประมูลต่ำกว่าราคากลางแค่ 15,000 บาทเกือบทุกโครงการ ดูแล้วล็อกสเปกให้ผู้รับเหมารายเดียวได้ทั้งจังหวัด ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย 5 คนเคยยื่นหนังสือให้ ผวจ.มหาสารคาม ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว รวมถึง “ป๋าฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เคยสั่งให้ตรวจสอบ แต่ทุกวันนี้ ผวจ.ยังเงียบ สุดท้ายยังเซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว แสดงว่า ผวจ.ไม่กลัว “ป๋าฉิ่ง” สืบเบื้องหลังพบว่ามีบิ๊กการเมืองกระทรวงมหาดไทยและคมนาคมสั่งการอยู่เบื้องหลัง ทำให้ ผวจ.ไม่กลัว นี่เป็นเหตุให้ ผวจ.ไม่กล้าตรวจสอบหรือไม่ ขอให้นายกฯสั่งการ รมว.มหาดไทยตรวจสอบว่าใครสั่งการเบื้องหลัง นี่คือตัวอย่างความไม่โปร่งใส

    จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นงบกลุ่มจังหวัด ผวจ.มหาสารคามมอบให้กรมทางหลวงดำเนินการ และส่งต่อให้แขวงการทางดำเนินการ มีบริษัทแห่งหนึ่งประมูลได้งาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ตรวจสอบดำเนินการแล้ว ผลออกมาอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป

    ผ่านฉลุยรับหลักการ พ.ร.บ.โอนงบฯ

    กระทั่งเวลา 18.45 น. หลังสมาชิกอภิปรายครบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวปิดอภิปรายวาระแรกว่า ยินดีรับฟังความเห็นของทุกคน วันนี้ต้องทำให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤติทั้งโควิดและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน คำถามว่า เมื่อไรจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องมอง 2 มุม ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจตัวเอง ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินเราคงไม่ผ่านสถานการณ์ผ่านถึงจุดนี้ ขอให้ดูเหตุการณ์ที่บางแสน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. อันตรายแค่ไหน ถ้าจะให้พ้นตรงนี้ไปได้ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องช่วยกันเตือนประชาชน จิตใจตนมั่นคงมีอย่างเดียวคือทำเพื่อประเทศบ้านเมือง ขอบคุณทุกคนในการเสนอความเห็นอันเป็นประโยชน์ ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด จากนั้นที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯปี 63 วาระแรกด้วยคะแนน 264 ต่อ 4 งดออกเสียง 185 ไม่ลงคะแนนเสียง 1 พร้อมตั้ง กมธ.วิสามัญ 49 คนพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 7 วัน และนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 วันที่ 11 มิ.ย. แล้วจึงปิดประชุม

    “ศรี” ยื่นตีความอดีต สนช.นั่ง ป.ป.ช.

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง วินิจฉัยกรณีที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งรายชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่พ้นจากตำแหน่ง สนช. ยังไม่ครบ 10 ปีเป็นกรรมการ ป.ป.ช.มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 11 (18) หรือไม่อย่าลืมว่านายสุชาติเป็น สนช.แต่งตั้งของ คสช. ปัจจุบันหัวหน้า คสช. คือนายกฯ การเข้าไปดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต อาจถูกครหาได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อน อาจเป็นเหมือนที่หลายคนวิพากษ์นาฬิกา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สุดท้ายวินิจฉัยว่าเป็นการยืมใช้ของเพื่อน การรับรองนายสุชาติเป็นกรรมการ ป.ป.ช.น่าจะขัดพ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. ถ้าเรื่องนี้เป็นที่ยุติในชั้นศาลแล้วนายสุชาติไม่สามารถเป็น ป.ป.ช.ได้ จะเอาผิด ส.ว. 219 คนที่รับรองฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

    คณะก้าวหน้าตั้งวงไล่ถล่ม 1 ปี ส.ว.

    ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ที่ปรึกษาคณะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 5 มิ.ย.62 หากจำกันได้มีการเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ โดย 500 เสียงมี 249 เสียงเป็น ส.ว.ที่มาจากการเลือกโดย คสช.เพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ถ้าไม่ชัดพอไปดูเอกสารต่างๆตอนยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560ว่า ต้องการมีวุฒิสภาเพื่อประกันการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วันที่ 5 มิ.ย. คณะก้าวหน้าจะเปิดแคมเปญ “ส.ว.มีไว้ทำไม” อย่างเป็นทางการ และวันที่ 6 มิ.ย.จะจัดเสวนาออนไลน์โดยเพจ New Consensus มีตน นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว. นายพริษฐ์ วัชร-สินธุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา เพื่อให้สังคมพิจารณาว่า ส.ว.ทำหน้าที่มา 1 ปี จะเอาอย่างไรกับวุฒิสภาแบบนี้ ยังจำเป็นต่อประเทศหรือไม่

    ทบ.ให้ ป.ป.ช.ฟันเจ้านาย “หมู่อาร์ม”

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. แถลงว่า กรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ร้องเรียนถูกข่มขู่จนต้องหนีราชการอาจถูกปลด หลังร้องเรียนทุจริตภายในหน่วย ส.อ.ณรงค์ชัยร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ.ขอความเป็นธรรมเรื่องถูกลงโทษ กระทั่ง ต.ค.62 หน่วยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบ ผลสอบระบุกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร ต่อมา 12 มี.ค.63 ส.อ.ณรงค์ชัยร้องเรียนผ่านสายตรง ผบ.ทบ.ขอระงับการสั่งขัง ต้นสังกัดคงผลลงโทษตามเดิม จน ส.อ.ณรงค์ชัยหนีราชการ กระทั่ง 19 มี.ค.และ 14 เม.ย.ร้องเรียนสายตรง ผบ.ทบ.อีกครั้ง ก่อนร้อง กมธ.ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบทุจริตในศูนย์ซ่อมสร้างฯ โดย ทบ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ผบ.ทบ.มีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.แล้ว

    พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนสายตรง ผบ.ทบ.มี 600-700 กรณี ผบ.ทบ.ดำเนินการไปมากแล้ว มีการลงโทษระดับผู้บังคับกองพันก็โดนหลายคน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1พรรคพลังประชารัฐปรับครม.ประวิตร วงษ์สุวรรณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์สมศักดิ์ เทพสุทินข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้