ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วิเคราะห์การเมือง : ต้องปรามเกมสาวไส้

    ทีมข่าวการเมือง4 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    หลังโควิดซา พ.ร.ก.กู้เงินผ่านสภา พรรคพลังประชารัฐเปิดฉากตะลุมบอนทันที

    18 กรรมการบริหารพรรคตบเท้าลาออกเกินกึ่งหนึ่งจากจำนวน 34 คน ส่งผลให้ต้องปรับโครงสร้างพรรค เลือกกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ภายใน 45 วัน หรือประมาณกลางเดือน ก.ค.

    นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรค ขาลอยหลุดจากตำแหน่งในพรรคทันทีเหลือเพียงแค่รักษาการ

    ตำแหน่งหัวหน้า-เลขาฯ คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของหมากเกมนี้ เปลี่ยนตัวพ่อบ้าน แม่บ้านคนใหม่ หวังผลต่อยอดไปถึงการปรับ ครม.

    ไล่เรียงรายชื่อกรรมการบริหารพรรคที่ลาออกแล้วเห็นภาพชัด กลุ่มสามมิตร กลุ่มกปปส. กลุ่มประธาน ส.ส.-ประธานวิปรัฐบาล กลุ่มของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แท็กทีมกินโต๊ะเลื่อยเก้าอี้กลุ่ม 4 กุมาร

    ตามจังหวะไทม์ไลน์ที่อั้นมานานตั้งแต่ต้นปี สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

    กลายเป็นสึนามิโหมมาตูมเดียวเรียบร้อย แล้วอาฟเตอร์ช็อกก็ตามมา เมื่อ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัสที่สวิงขั้วไปทั้งซ้ายขวา โดนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ตัวจี๊ดพลังประชารัฐ ออกมาทิ่มแรง เป็นประเภทหน้าไหว้หลังหลอก เหมือนจะสนับสนุนทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ แต่กลับร่วมไล่ทั้ง 2 คนด้วยการลาออกจาก กก.บห.

    ขณะที่เจ้าตัวโวยโดนหักหลังเอาชื่อมาปล่อย คาใจบางกลุ่มที่เคลื่อนไหวขับไล่มาตลอด แต่กลับไม่มีชื่อลาออกจาก กก.บห. แอบอยู่หลังฉากแต่กระพือความขัดแย้ง หวังผลการปรับ ครม.

    สาวไส้กันเละเทะตามเคย เมื่อไหร่ที่ต้องเดินเกมชิงเหลี่ยมทางการเมือง ขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งสำคัญ นี่แค่ในพรรคยังล่อกันนัวขนาดนี้ คิวปรับ ครม.ที่ตามมาจะขนาดไหน เขย่ากันเสาบ้านเอียงแน่

    เพราะนั่นคือเป้าหลักเส้นชัย จังหวะเคลื่อนวันนี้แค่ออเดิร์ฟเริ่มต้น

    งานนี้แกนนำหลายคนต้องออกมาปรามให้เบา ให้หยุด เพราะบ้านเมืองยังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน สถานการณ์โควิด-19 ยังวางใจไม่ได้ ไหนจะต้องเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนอีก

    มีงานรอให้ทำเยอะแยะ ไม่ใช่เล่นเกมการเมืองจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ชาวบ้านเอือมระอา

    “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังต้องออกมาเตือนอย่าดราม่ากันเยอะ อย่าให้มีปัญหากันต่อไปอีกเลย แค่นี้พอแล้ว วุ่นวายพอสมควรแล้ว

    ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ฝากข้อคิดเตือนใจ

    “ขอฝากสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน หยุดในสิ่งที่อาจจะทำให้สังคมเข้าใจผิด จากการสัมภาษณ์ พูดคุย หรือสร้างเครื่องมือการสื่อสารทางสังคมซึ่งอาจทำลายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือบ้านเมือง และอาจจะเป็นการทำลายพรรคในทางอ้อม”

    แต่ยอมรับไม่มีกั๊ก ดัน “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค

    เหมาะสมด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การเมืองโชกโชน แต่ต้องไปวัดกำลังกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รวมทั้ง “เสี่ยตั้น” นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่จ่อชิงตำแหน่งนี้เช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม จากความขัดแย้งแตกแยกที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับเขี่ยลูกเข้าเท้าฝ่ายค้านเต็มๆ ได้จังหวะตอกลิ่มขยายแผลเน่าใน

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พูดตรงเป้าซัดหมัดเข้ากระโดงคาง มัวแต่แย่งกันเป็นรัฐมนตรี เสียงไม่ปริ่มน้ำแล้ว แต่น้ำกำลังจะเน่า

    แต่นั่นไม่แสบเท่ากับบรรดาพ่อยก แม่ยกของ “ลุงตู่” อย่าง “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค ที่ออกอาการหมดแรงเชียร์จากปัญหาแตกแยกภายในพลังประชารัฐ

    ดร.เสรี วงษ์มณฑา ก็ออกมาจวกยับ ไม่รู้กาลเทศะ ไม่เกรงใจ “ลุงตู่” ที่กำลังเหนื่อยกับการแก้ปัญหาโควิด แต่กลับสร้างปัญหาให้ปวดหัว เพราะกระสันเป็นรัฐมนตรี

    ดังนั้น 45 วันนับจากนี้ จะเป็นเกมวัดใจ “บิ๊กตู่” และพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่

    จะบริหารจัดการความอลเวงในพรรคอย่างไร รวมไปถึงการปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นแน่หลังจากนั้น จะปรับแต่งแปลงโฉมสร้างความเชื่อมั่นได้แค่ไหน

    เสียง ส.ส.ก็สำคัญ แต่กระแสสังคมภายนอกก็อันตรายเหมือนกัน.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองพรรคพลังประชารัฐปรับ ครม.ปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐประยุทธ์ จันทร์โอชาสมศักดิ์ เทพสุทิน

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้