ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กล้าได้กล้าเสีย : อำนาจหมด-บารมีหาย

    สายล่อฟ้า4 มิ.ย. 2563 05:03 น.
    SHARE

    มาตามนัด

    ปลดล็อก พปชร.

    พลันที่รัฐบาลปลดล็อกเข้าสู่เฟส 3 ยังไม่ทันสะเด็ดน้ำเพราะแค่เริ่มต้นเท่านั้นก็ไล่กวดมาติดๆกับปัญหาขัดแย้งในพลังประชารัฐ

    18 กรรมการบริหารก็ขยับทันทีด้วยการยื่นใบลาออกทำให้คนลาออกกับคนที่ยังอยู่จาก 34 คนสัดส่วนต่างกันทันที

    เท่ากับให้คำตอบว่าต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งชุดโดยปริยาย

    ภายใน 45 วัน จะต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ทั้งหมดตามกติกา ตัวเลขที่ออกมานั้นแม้ระยะแรกจะก้ำกึ่งกันจนต้องลงแขกผลิดอกออกผลเสกตัวเลขได้สมใจนึก

    ขนาดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ “ของตาย” จากฝ่ายเดียวกันด้วยซ้ำไป

    อีกทั้งบรรดามีที่เคยอยู่อีกข้างก็กระโดดข้ามฟากไปสู่ศูนย์อำนาจด้วยพลังดูดและอนาคตข้างหน้าไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากกันอายด้วยซ้ำไป

    “เจ้าของเงินคือเจ้าของพรรค”...

    อย่าง “อุตตม สาวนายน”-“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” พึงจำเอาไว้การเมืองไทยนั้นไม่มี “ของฟรี” ต้องมีของแลกเปลี่ยนแบบ “ธุรกิจการเมือง” ซ่อนรูป

    หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคือ “หัวโขน” เมื่อถึงเวลาหนึ่งตั้งได้ก็ปลดได้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ต้องทำใจเพราะ “พรรคของเขา” ไม่ใช่ “พรรคของเรา”

    “ไม่รู้”...นั่นไงง่ายๆแค่นี้แหละ

    มาถึงขั้นนี้ก็ตัดแปะติดข้างฝาเตือนความจำล่วงหน้าเอาได้เลยว่าพลังประชารัฐยุค “3 ป.” กำลังแปลโฉม

    “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคคนใหม่

    “อนุชา นาคาศัย” เลขาธิการพรรคถอดด้าม

    เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแนวทางอยู่ยาวอยู่นานแบ่งภารกิจ “พี่ใหญ่” คุมการเมืองเต็มไม้เต็มมือ “พี่รอง” คุมมหาดไทยขยายอาณาจักรไปทั้งประเทศ “น้องเล็ก” ก็มั่นคงบนเก้าอี้นายกฯ

    “คุยกันทุกวัน”...หัวหน้าพรรคคนใหม่กล่าวย้ำ เพื่อตอบคำถามว่าแล้วนายกฯลุงตู่รู้เรื่องนี้หรือเปล่า หันหลังให้กันหรือเปล่า

    ไม่ต้องไปหาคำตอบให้มากความว่า “รู้กันหรือเปล่า?”

    เพียงแต่ต้องเล่นกันคนละบทแสดงกันคนละหน้า มีแต่คนที่กำลังทำงานเท่านั้น ที่ต้องบอกว่า “เซ่อ บ้า หลงเงา” จนเสียเหลี่ยม ไม่รู้แต้มคูการเมืองอยู่ไปก็กระไรอยู่น่า เพราะ “เขาไล่อยู่ทุกวัน”...

    มองข้ามช็อตในขั้นต่อไป ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องมีการปรับ ครม.เพื่อสนองความต้องการแม้นายกฯบอกสังคมว่า แยกส่วนกันชัดเจนไม่เกี่ยวกับพรรค

    แต่เป็นอำนาจที่จะตัดสินใจเอง พรรคไม่เกี่ยว คนอื่นไม่เกี่ยวก็เนียนๆกันอย่างนี้แหละ...

    ว่าไปแล้ว “4 กุมาร” นั้นทำงานร่วมกันมาในฐานะ “ทีมเศรษฐกิจ” ตั้งแต่เริ่มรัฐบาล คสช.ลากยาวกันมาจนถึงปัจจุบัน

    หากมาถึงจุดหนึ่งคิดว่าไม่สามารถตอบสนองเรื่องเศรษฐกิจได้อย่างที่หวังต้องการ “ทีมใหม่” เข้ามาทำงานแทน

    ก็บอกพวกเขาตรงๆไปเลยดีกว่า...ลูกผู้ชายกว่า

    ไม่ใช่ใช้วิธีการในลักษณะ “ดราม่า” ด้วยการใช้ลูกพรรคไปบีบเค้นสนองความต้องการอย่างแล้งน้ำใจเกินไป

    ที่สุดคอยดูกันต่อไปเถอะ...ด้วย “อำนาจบังตา” อย่างนี้แค่แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีจากคนในพรรคในการปรับ ครม.ก็ดูไม่จืดแล้ว...แม้มากบารมีแค่ไหนก็ตาม

    ตัดแปะติดข้างฝาเอาไว้อ่านเมื่อยามหมดอำนาจด้วยอาลัย!

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าพรรคพลังประชารัฐหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐปลดล็อกเฟส3ปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้