ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แบน "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" 1 มิ.ย.นี้ ครอบครองส่งคืนผู้ขายใน 90 วัน

    ไทยรัฐออนไลน์30 พ.ค. 2563 12:53 น.
    SHARE

    รองโฆษกรัฐบาล ย้ำ แบน "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" 1 มิ.ย.นี้ แนะ เกษตรกร ใครมีไว้ครอบครอง ให้ส่งคืนแก่ผู้ขายที่ซื้อมา ภายใน 90 วัน หรือไม่เกินวันที่ 29 ส.ค.2563 เผย มีเตรียมสารทดแทนไว้แล้ว

    วันที่ 30 พ.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ฉบับที่ 6 พ.ศ.2563 จะมีผลบังคับใช้ โดยห้ามให้มีการผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ครอบครอง สารเคมีทางการเกษตรเพื่อกำจัดศัตรูพืช 5 รายการประกอบด้วย 1.คอลร์ไพริฟอส 2.คลอร์ไพริสฟอส-เมทิล 3.พาราควอต 4.พาราควอตไดคลอไรด์ และ 5.พาราควอตไดคลอไรด์ บิส เมทิลซัลเฟต

    โดยก่อนหน้านี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ต่อกับทุกภาคส่วนแล้ว พร้อมกันนี้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยังได้ลงนามในคำสั่งเพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้กำจัดศัตรูพืชในการประกอบการเกษตรกรรม ต้องส่งมอบคืนวัตถุอันตรายดังกล่าวแก่ผู้ขายที่ซื้อมา ภายใน 90 หรือไม่เกินวันที่ 29 ส.ค.2563 ส่วนผู้ขายต้องรับคืนจากผู้ซื้อ แล้วรวบรวมข้อมูลการครอบครอง ส่งให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรภายใน 120 หรือไม่เกิน 28 ก.ย.2563

    น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของประชาชน ซึ่งการห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เนื่องด้วยเป็นสารเคมีความเสี่ยงสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม และทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค จึงได้ห้ามไม่ให้มีการใช้ โดยผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย รวมถึงภาคีเครือข่ายเกษตรกรต่างๆ

    "ส่วนสารทดแทน กรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมสารทดแทน รวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติไว้แล้ว เพื่อรองรับผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกร ขอให้มั่นใจว่า การห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน" น.ส.ไตรสุลี กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แบนสารพิษไตรศุลี ไตรสรณกุลรองโฆษกรัฐบาลกรมวิชาการเกษตรกระทรวงอุตสาหกรรมพาราควอตข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้