ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เสนอเพิ่มเงินกู้ ให้สาธารณสุข 1 แสนล้าน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 พ.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    บิ๊กตู่ให้ทุกคน จับตาโครงการ ป้องกันทุจริต!

    ส.ส.ปชป.แท็กทีมขย่มเงินกู้มหาศาล เอาด้วยตั้ง กมธ.วิสามัญสกัดโกง “รังสิมา” ผวาตัวเขมือบรุมสวาปาม จี้นายกฯ เอาจริงจัดการพวกงาบงบฯ “เกียรติ” ออกปากห่วงมากกู้เยอะ รายละเอียดน้อย หมกเม็ดวิธีกู้ สอนกฎเหล็ก 3 ข้อแก้วิกฤติต้องคิดลบ กระสุนจำกัดทุกนัดต้องเข้าเป้า คอร์รัปชันต้องป้องกันไม่ใช่แค่ลั่นว่าไม่มี “เทพไท” ฉะหว่านงบฯสิ้นเปลืองเยียวยา 44.1 ล้านคน เหลื่อมล้ำล่าช้า เชียร์ดัน กมธ.ขวางคอแร้ง-เหลือบ-ปลิงรุมทึ้ง “ประยุทธ์” โต้ไม่ทอดทิ้งทุกข์คนไทย อ้างเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หวั่นจะอลหม่านไปหมด ลั่นไม่ยอมให้มีทุจริตอยู่แล้ว “ก้าวไกล” จวกชาวบ้านไม่ตายเพราะโรค แต่จะอดตาย ชงเพิ่มงบฯให้ สธ. เป็น 1 แสนล้าน เด็ก ภท.ได้ทีดาหน้าขอเพิ่มอาวุธให้หมอสู้โควิด

    ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังคงอภิปรายติติง พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาล มุ่งเน้นการกู้เงินโดยไม่มีรายละเอียดการใช้จ่าย เพราะพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ มีช่องโหว่เปิดทางให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่เงินกู้ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท ช่วยเหลือแต่กลุ่มลูกค้าชั้นดี แต่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงทุนจ่อล้มตาย

    สภาฯถกต่อ พ.ร.ก.กู้เงินวันที่สอง

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่รัฐสภา บรรยากาศก่อนเริ่มการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท วันที่ 2 มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส.ฝ่ายค้านทยอยเข้าร่วมประชุม โดยสวมหน้ากากอนามัยปฏิบัติตามมาตรฐานป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ขณะที่บริเวณด้านหน้าอาคาร นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองมาร่วมสังเกตการณ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยสกัดไว้

    “สุทิน” อัด ม.7 ไม่มีอี–บิดดิ้งเปิดช่องทุจริต

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 28-29 พ.ค. จะอภิปรายลงลึก วันแรกรัฐบาลชี้แจงไม่มีอะไรเพิ่มเติมรายละเอียดแผนงานแนบท้ายไม่ชัดเจน ไม่เข้าประเด็น หากเป็นเช่นเมื่อวันที่ 27 พ.ค.อาจต้องเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงิน เช่น มาตรา 7 ที่เขียนไว้ว่าไม่มีการประมูลอี-บิดดิ้ง ติดใจมากว่าเจตนาเปิดช่องไว้ให้ทุจริตหรือไม่ ใน พ.ร.ก.รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการป้องการทุจริตไว้มากขึ้น แต่ไปยกเว้นอี-บิดดิ้งยิ่งทำให้ไม่สบายใจ ยังมีหลายเรื่องที่นายกฯตอบไม่ได้แต่อ้างว่าทำแล้วทำมาตลอด การลงมติ พ.ร.ก.ทุกฉบับอาจไม่เหมือนกัน บางฉบับอาจโหวตอีกแบบ อันไหนใช้ไม่ได้จริงๆจะโหวตไปอีกแบบว่ากันด้วยเหตุผลไม่ได้ว่าตามประเพณี เราเห็นด้วยกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของรัฐบาล ส่วนที่พักประชุมเวลา 20.00 น. วันที่ 27 พ.ค.เพื่อให้ประชุมวันที่ 28 พ.ค.ต่อเนื่อง ทำได้ไม่มีข้อบังคับใดห้ามไว้ เป็นผลดีต่อทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่อยากให้การประชุมเดินตามเวลา ถ้าไปรอนับองค์ประชุมช่วงเช้ากรอบเวลาจะเสียไป

    ส.ส.บางตาโอดถูกตำหนิสภาสุมหัวฮั้ว

    ต่อมาเวลา 09.30 น. การประชุมสภาฯเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ช่วงเปิดประชุมมี ส.ส.อยู่ในห้องประชุมบางตาไม่เกิน 100 คนเนื่องจากพักการประชุมเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 27พ.ค.มาประชุมต่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. โดย ส.ส.ไม่ต้องเซ็นชื่อเข้าประชุมเพื่อเช็กองค์ประชุม ตามข้อตกลงร่วมฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก่อนเริ่มประชุมนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย หารือว่าช่วงเช้ามีข่าวไม่ค่อยดีกับสภาฯว่า ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลฮั้วกัน เป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง การที่ประชุมสภาฯพักการประชุมเวลา 20.00 น. เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ไม่ได้ฮั้วกันแต่เป็นการตกลงด้วยเหตุผล ปกติการพิจารณา พ.ร.ก.จะใช้อย่างน้อย 3 วัน เลิกตี 1 ประธานจะสั่งพักประชุมมาประชุมต่อเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ครั้งนี้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีประกาศเคอร์ฟิว ต้องเลิก 20.00 น.เป็นข้อตกลงกันภายใน นายศุภชัยชี้แจงว่าเป็นธรรมดา เมื่อพี่น้องเรายังไม่เข้าใจอาจวิพากษ์วิจารณ์กันไป แต่พวกเราก็ทำงานกันเต็มที่ พูดกันด้วยเหตุผล เมื่อไม่ได้ด่ากันก็ถูกมองว่าฮั้วกัน ถ้าด่ากันก็บอกว่ามีแต่ด่ากัน ไม่รู้จะทำอย่างไรต้องทำใจนิดนึง

    ส.ส.มึนบ่นอุบเดินหลงในรัฐสภา

    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หารือต่อที่ประชุมว่า ส.ส.หลายคนสับสนเส้นทางภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เดินไปไหนไม่ถูกไม่มีป้ายบอกทาง ตั้งแต่ลานจอดรถที่คนขับรถไม่รู้ว่าทางเข้า-ออกไปทางไหน เข้ามาในอาคารรัฐสภา ส.ส.ก็งงเดินหลง ไม่รู้ว่าบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ที่จะขึ้นไปยังห้องประชุมไปทางไหน อยากให้สภาฯช่วยติดป้ายบอกทาง ไม่ต้องทำป้ายสวยหรู แค่ติดกระดาษให้พอรู้ทางเท่านั้นพอ นายศุภชัยรับไปดำเนินการให้

    ให้รีบบาลานซ์แผนสาธารณสุขกับ ศก.

    กระทั่งเวลา 09.45 น. จึงเข้าสู่วาระการประชุม โดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรก ว่า ประเทศไทยควบคุมโรคได้ดี แต่ผิดพลาดเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นผลมาจาก ปล่อยให้มีกิจกรรมเสี่ยงชกมวยที่เวทีลุมพินีต้นเดือน มี.ค. ทำให้เชื้อกระจายออกไป รวมถึงปล่อยนักท่องเที่ยว จากประเทศกลุ่มเสี่ยงนำเชื้อเข้ามา รัฐบาลหละหลวมช่วงแรกไม่คัดกรองอย่างดี ประกอบกับขาดแคลนหน้ากากอนามัย ชุดพีพีอีของแพทย์ ในที่สุดนำไปสู่ การปิดกิจการธุรกิจต่างๆจนเกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมา ผู้นำประเทศควรมีวิสัยทัศน์ถ่วงดุลระหว่างมาตรการ แพทย์กับมาตรการทางเศรษฐกิจให้ลงตัวไปด้วยกันได้ มิเช่นนั้นเศรษฐกิจยิ่งแย่ไปใหญ่

    ส.ส.ภท.จี้เพิ่มงบฯให้หมอสู้โควิด

    นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า วันนี้จำเป็นต้องกู้เพื่อรักษาชีวิต แต่การรักษาจะถูกวิธีหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต พ.ร.ก.ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและ ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน 1.เม็ดเงิน 6 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชน 2.เม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อการสาธารณสุข ทราบกันดีว่า ระบบสาธารณสุขไทยได้รับความชื่นชม แต่เหตุใดได้เงินแค่ 4 หมื่นล้านบาท ระบบสาธารณสุขไทยจะถึงเส้นชัยอยู่แล้ว เงิน 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นแค่ 4%เท่านั้น หากเติมเงินเข้าไปจะทำให้สาธารณสุขไทย เป็นพระเอกของโลก ทำไมไม่เติมเม็ดเงินเข้ามาในระบบ สาธารณสุขให้มากขึ้น แม้จะเปลี่ยนเม็ดเงินไม่ได้ แต่เปลี่ยนวิธีการได้ โดยการเยียวยาต้องมอง 2 อย่าง ได้แก่ 1.ให้ประชาชนอยู่ได้ 2.เยียวยากลุ่มคนที่ทำ หน้าที่สาธารณสุขให้มีขวัญกำลังใจ เราไม่รู้สถานการณ์ แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ จึงต้องสร้างขวัญและกำลังใจ

    “รังสิมา” ผวาตัวเขมือบรุมสวาปามเงินกู้

    น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด โดยเฉพาะการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ผ่านมาการช่วยเหลือของรัฐบาลยังตกหล่นอยู่พอสมควร ขอให้เก็บตกผู้ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือให้หมด รัฐบาลจะได้ไม่ถูกด่า ตอนนี้ ส.ส.ถูกด่าทุกวัน ส่วนตัวเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ไม่เห็นด้วยกับตัวเขมือบโครงการ มันมีทุกที่ อบต. อบจ.ซื้อของแพง

    บี้ตั้ง กมธ.ตรวจสอบใช้เงินสกัดโกง

    “นักการเมืองบางคนเอาวิกฤติเป็นโอกาสอยาก ให้หมดไปจากประเทศ ภาวนาให้มันมีอันเป็นไป แต่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำงานช้ามาก ไม่ทันใจ ยิ่งการกู้เงินมหาศาล ตัวเขมือบจะเข้ามาเยอะ อยากให้นายกฯ เอาจริงกับ ตัวเขมือบให้หมดไป ไม่ต้องเกรงใจว่าเป็นใคร และต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบโครงการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนด้วย” น.ส.รังสิมากล่าว

    “อนุทิน” โวสู้โควิดคะแนนนำแต่ยังไม่น็อก

    จากนั้นเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ลุกขึ้นชี้แจง ตำหนิว่ารัฐบาลปล่อยให้มีกิจกรรมเสี่ยง ให้คนจาก ประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศ อุปกรณ์แพทย์ขาดแคลน นับแต่มีข่าวการระบาดจากจีนตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.62 สธ. และกรมควบคุมโรคเปิดสวิตช์ทำงานทันที ไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศว่า พบผู้ป่วยนอกประเทศจีน รายแรกเป็นนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว รักษาจนหาย ครบทุกคนกลับประเทศได้ เป็นประโยชน์มหาศาล จีนซาบซึ้งชื่นชมไทยจนได้รับการสนับสนุนเวชภัณฑ์ ยา ข้อมูล เทคโนโลยีจากจีน เห็นชัดเจนปัจจุบันการแพร่เชื้อในประเทศไม่มีแล้ว ไทยตั้งการ์ดสูงเต็มที่ ยืนยันโรงพยาบาลหลักทุกแหล่งพร้อมรับมือให้บริการ ตั้งแต่คัดแยกผู้ป่วย รักษา ติดตาม เฝ้าระวัง ไม่ได้ประมาท สธ.พร้อมดูแลทุกคนในประเทศไทยไม่ว่า เชื้อชาติใด อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) คือคนที่ทำ ให้ระบบสาธารณสุขที่คิดว่าถึงทางตันแล้ว เดินหน้า ต่อไปได้อย่างมั่นคง ทั้ง 1,050,000 คน ทุกคนเป็นหนี้ คนกลุ่มนี้ ถึงเวลาแล้วต้องช่วยกันพิจารณาตอบแทนพี่น้อง อสม. ยืนยันว่า สธ.ไม่ได้การ์ดตก ขอประชาชนตั้งการ์ดสูงตลอดเวลา ถ้านับคะแนนยังไม่น็อกเอาต์ตอนนี้คะแนนเรานำอยู่จะเอาชนะได้เมื่อมีวัคซีน

    “เอกภพ” ซัดคนไม่ตายจากโรคแต่อดตาย

    ต่อมา นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ที่ระบุว่าต้องกันเงินสาธารณสุขไว้ 4.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับงบลงทุนปี 63 ของ สธ.1.25 หมื่นล้านบาท เท่ากับงบฯลงทุน 4 ปี พ.ร.ก.กู้เงินนี้ก้อนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากประชาชนไม่มีส่วนร่วม ยังไม่มีสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขร่วมพิจารณาไม่ได้กำหนดรายละเอียดและสัดส่วนการใช้เงินจะนำไปใช้ทำอะไรบ้าง เพียงแต่กำหนดไว้กว้างๆ เหมือนตีเช็คเปล่ากับงบฯสำคัญขนาดนี้ จึงต้องตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือเราต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานเท่าไร คำตอบคือการระบาดจะสิ้นสุดลงเมื่อมีคนที่มีภูมิคุ้มกันมากพอจะหยุดการแพร่เชื้อต่อได้ เชื้อโควิด-19 ต้องมีคนที่มีภูมิต้านทาน 60-80% ของจำนวนประชากร ทำได้ 2 วิธีคือทำภูมิต้านทานหมู่หรือวัคซีน คาดการณ์ว่าจะมีวัคซีนใช้ได้อย่างปลอดภัยนับจากนี้ 1 ปีอย่างต่ำ ไทยเลือกใช้ล็อกดาวน์ลดผู้ติดเชื้อไม่ให้เพิ่มมากในเวลาอันสั้น หรือ Flattening the curve ต้องการให้คนไทยไม่ตายด้วยโรค แต่ไม่ควรละเลยว่ากำลังทำให้คนต้องอดตาย

    กระทุ้งปรับเพิ่มงบฯ สธ.เป็น 1 แสนล้าน

    นพ.เอกภพกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขไทย ส่งรายงานให้องค์การอนามัยโลกว่าเรามีศักยภาพการตรวจได้ 6,000 รายต่อสัปดาห์ ต่างจากที่ศบค.เคยว่าตรวจได้ 20,000 รายต่อวัน แต่กลับไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยัน เราควรพัฒนาศักยภาพการตรวจให้มากกว่านี้ แต่ในรายละเอียดขอกู้เงิน 4.5 หมื่นล้านบาท กลับมีเพียง 5 บรรทัด แต่ละบรรทัดมีมูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท เราจะยอมให้รัฐบาลทำแบบนี้จริงๆหรือ มีการคาดการณ์ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในอนาคตจะมีราคา 300-1,000 บาทต่อเข็ม รัฐบาลต้องเตรียมงบฯวัคซีนไว้ 1.2-6.7 หมื่นล้านบาท ไทยมีหน่วยงานรัฐที่ผลิตวัคซีนได้ 2 หน่วยงาน ไม่มีการผลิตวัคซีนใหม่ๆเลย ซ้ำยังไม่มีศักยภาพจะผลิตปริมาณครั้งละมากๆ ควรจะปรับปรุงเทคโนโลยีและความสามารถการผลิตวัคซีน หากไม่อยากรอคิวนานพึ่งต่างประเทศ รัฐบาลไม่ควรฉลองชัยชนะบนหยาดเหงื่อของบุคลากรทางการแพทย์และน้ำตาประชาชน อย่าปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันอย่างเดียวดาย พรรคก้าวไกลขอเสนอให้ปรับวงเงินกู้เพื่อใช้ด้านสาธารณสุขจากเดิม 4.5 หมื่นล้านบาท เป็น 1 แสนล้านบาท ใช้ 6 หมื่นล้านบาท ซื้อวัคซีน อีก 4 หมื่นล้านบาท พัฒนาศักยภาพระบบสาธารณสุข จัดหาอุปกรณ์ทาง
    การแพทย์ ยา และบุคลากร

    “เรวัต” ซัด พ.ร.ก.ขัด รธน.เลี่ยงตรวจสอบ

    เมื่อเวลา 11.40 น. นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขอให้สภาฯพักหรือเลื่อนการประชุมจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะนำเอกสารแนบท้าย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทนำเสนอต่อสภาฯ เนื่องจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ มาตรา 4 กำหนดให้การกู้เงิน เป็นไปตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดแสดงวัตถุประสงค์ ระยะเวลากู้เงิน แผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่าย วงเงินที่อนุญาตให้ใช้จ่ายและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เชื่อว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ว่าด้วยการรับฟังความเห็นของประชาชน และมาตรา 10 ของ พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ให้รัฐสภารับทราบการใช้เงินกู้ วัตถุประสงค์และผลสัมฤทธิ์ ทุกสิ้นปีงบฯภายใน 60 วัน เป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

    ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินผิด ก.ม.–คุมโรคไม่ได้

    นพ.เรวัตกล่าวอีกว่า ขาดรายละเอียดในเอกสารแนบท้ายมาชี้แจงที่ประชุมสภาฯ เท่ากับว่ารัฐบาลจงใจตีเช็คเปล่าด้วยวงเงินสูงสุด 9.5 แสนล้านบาท แม้อ้างว่าต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เป็นเพียงเล่นคำทางกฎหมาย จึงไม่สามารถอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินได้ รวมถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมาย และถือเป็นความผิดเพราะการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคระบาดไม่มีเหตุผลทางวิชาการว่าสามารถควบคุมโรคระบาดได้

    “ภราดร” หวด สธ.ได้งบน้อยแค่ 4.5%

    นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรค ภูมิใจไทย อภิปรายว่า การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนวุ่นวายมากมาย คนควรได้รับกลับไม่ได้รับ ต้องอุทธรณ์ เพราะไม่มีฐานข้อมูลประชาชนที่ชัดเจน ไม่มี Big Data ไม่สามารถบริหารจัดการได้ทั่วถึงทันเวลา น่าเสียดายที่ สธ.ได้รับจัดสรรงบฯเงินกู้เพียง 45,000 ล้านบาทน้อยมากเพียงร้อยละ 4.5 ของทั้งหมด ทำไมไม่ใช้โอกาสตรงนี้ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งมากบนความขาดแคลน มีแต่หัวใจที่จะไปสู้ แต่ไม่มีอาวุธต่อสู้กับโรคร้าย รพ.สาธารณสุขประจำตำบลมีศักยภาพ แต่ขาดอุปกรณ์ยกระดับให้มีคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ไม่มีการเชื่อมโยง รพ.อำเภอ เชื่อว่า สธ.พยายามจะทำอยู่ แต่ด้วยงบฯแต่ละปีไม่สามารถเชื่อมโยงได้ คงไม่มีใครเข้ามาในประเทศ หากไม่มีความเชื่อมั่นระบบสาธารณสุข และคนไทยไม่มั่นใจว่าคนที่เดินทางเข้ามาจะนำโรคร้ายมาแพร่หรือไม่ ต้องให้ความสำคัญระบบสาธารณสุขมากขึ้น

    “เกียรติ” ห่วงมากกู้เยอะรายละเอียดน้อย

    นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เป็นห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่กู้เยอะแต่รายละเอียดน้อย กังวลมากเพราะไม่มีรายละเอียดแหล่งที่มาเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลยังไม่ระบุชัดจะกู้วิธีใด การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2020 คิดบวกเกินไป ส่วนการอนุมัติแผนงานโครงการต่างๆในการใช้จ่ายเงินกู้ที่ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นทั้งผู้กลั่นกรองโครงการและทำรายงานความคืบหน้าโครงการ จะเรียกว่าธรรมาภิบาลคงไม่ใช่

    สอนกฎเหล็กใช้เงินเข้าเป้าไร้ทุจริต

    นายเกียรติกล่าวอีกว่า ขณะที่ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจฯ วงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่เน้นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย ให้เฉพาะลูกค้าชั้นดีทั้งที่เขาไม่ต้องการ จะพูดว่าโปร่งใสเฉยๆคงไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับการจัดการ การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ เอาเงินไปใช้ให้จำเป็นจริงๆ ขอเสนอให้ใช้กฎเหล็ก 3 ข้อผ่านวิกฤติคือ 1.แก้วิกฤติต้องคิดลบ พร้อมสยบทุกปัญหา 2.กระสุนมีจำกัด ทุกนัดต้องเข้าเป้า 3.คอร์รัปชันต้องป้องกัน ไม่ใช่ลั่นว่าไม่มี

    แฉฆ่าตัวตาย 31 รายเซ่นพิษ ศก.

    น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค เพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลเยียวยาผิดพลาด ชัดสุดการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันกลายเป็นเราจะเละด้วยกัน คนว่างงานสูงขึ้น 7-10 ล้านคน ส่งออกหัวทิ่ม ออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งใหญ่สุดจะมั่นใจได้อย่างไรเมื่อไม่เห็นประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงิน นายกฯหันไปดูตัวเลขฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจ ณ วันที่ 1-30 เม.ย. จากศูนย์วิจัยของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจสูงถึง 44 ราย เสียชีวิต 31 ราย อีก 13 ราย ไม่เสียชีวิต หากดำเนินนโยบายแย่แบบนี้ต่อไป อนาคตจะมีคนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจมากกว่าตายจากโควิด-19 เป็นข้อบ่งชี้ความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างรุนแรง คนตัดสินใจเลือกความตายเพื่อพ้นความเดือดร้อน หาที่พึ่งพาไม่ได้ นายกฯอย่าบริหารงานภายใต้การรักษาความมั่นคงในอำนาจตัวเอง ควรคืนความอิสระการทำงานให้ทุกอาชีพ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมี ผลเสียมากกว่าผลดี ต้องยกเลิกเคอร์ฟิว ยกเลิกได้เลย ประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะจลาจล ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า รัฐบาลกำลังควบคุมพวกเราไม่ได้จะควบคุมโรค

    “อุตตม” จ่อตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอี

    นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง อภิปรายชี้แจงว่า เรามีมาตรการปล่อยกู้ซอฟต์โลนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี 5 แสนล้านบาทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหารือกับกระทรวงการคลัง มาตรการใหม่ที่จะออกมาจะดูแลเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์กู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่ยังไม่เข้มแข็งเรื่องเงินทุน ขนาดยังไม่ใหญ่ เป็นรัฐวิสาหกิจชุมชน สภาวะปกติน่าจะเติบโตไปได้ น่าเสียดายหากถูกกระทบจนไปต่อไม่ได้ล้มตายไป เพราะยังอยู่ในช่วงเติบโตช่วงแรก เป็นไปได้ว่าจะมาในรูปกองทุน ต่างจากสินเชื่อ เป็นกองทุนประกอบเงื่อนไขที่เหมาะสม ส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ไปในตัว เป็นมาตรการเร่งดำเนินการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มนี้

    ผู้ว่าฯธปท.ยันปล่อยกู้ซอฟต์โลนทั่วถึง

    นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า วิกฤตการณ์โควิดไม่แน่นอนสูงมาก ไม่รู้จะจบอย่างไรเมื่อไร จึงออกสินเชื่อซอฟต์โลน 5 แสนล้าน ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยอย่างทั่วถึง ช่วยเหลือไปแล้ว 35,217 ราย อนุมัติเฉลี่ยรายละ 1.65 ล้านบาท รวม 58,208 ล้านบาท ร้อยละ 51 เป็นธุรกิจขนาดเล็กวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่เป็นความจริงว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำ ร้อยละ 70 เป็นลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง ร้อยละ 71 เป็นลูกหนี้ในต่างจังหวัด ลูกค้าที่ไม่เคยกู้เงินกับสถาบันการเงินมาก่อน ธนาคารของรัฐและธนาคารกรุงไทย มีโครงการสินเชื่อให้อีก 40 โครงการช่วยเหลือและการออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลนนี้เป็นรูปแบบเดียวกับครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ยืนยัน พ.ร.ก.ช่วยเอสเอ็มอีไม่ใช่การกู้เงิน แต่เอาเงิน ธปท.ไปให้สินเชื่อให้เกิดสภาพคล่อง ไม่กระทบกองทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะขณะนี้เป็นการเสริมสภาพคล่องในรูปของเงินบาท

    “บิ๊กตู่” โต้ไม่ทิ้งความเดือดร้อนคนไทย

    จากนั้นเวลา 16.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่าทราบถึงความเดือดร้อน ความลำบากของทุกคน ไม่สบายใจยิ่งกว่าพวกท่าน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทิ้งแน่นอน จะไม่มีการทุจริต ทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด พวกท่านเป็นหนี้ ตนก็เป็นหนี้ด้วย หนี้ตรงนี้ต้องมาชดใช้ด้วยการทำให้ประเทศมีผลผลิตและก้าวหน้า ตัวเลขหนี้สาธารณะเกิดมาหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่ที่ต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อรักษาเยียวยาและฟื้นฟูประเทศให้เข้มแข็งขึ้น ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารตามกฎหมาย จะให้รัฐบาลจ่ายเงินให้เร็วต้องดูทะเบียน รัฐบาลไม่สามารถล้วงทุกบ้านได้ ท่านต้องรู้จักหน้าที่ในการลงทะเบียนและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง ใครทำเกษตร ทำอาชีพอิสระ ตนพร้อมจ่ายทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ซ้ำซ้อน เงินจำนวนนี้ให้เพื่อดำรงชีพช่วงโควิด-19 เท่านั้น 3 เดือน ไม่สามารถเอาไปผ่อนรถหรือมอเตอร์ไซค์ได้ ถ้าจะให้ใช้เงินมากๆ ต้องถามย้อนไปว่าจะเอาเงินมาจากไหน

    อ้างเลิก พ.ร.ก.จะอลหม่านไปหมด

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าส่วนการเรียนต้องทำให้นักเรียนไม่ลืมการเรียน จึงใช้ระบบออนไลน์หรือการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม เห็นน่ารักดีพ่อแม่ปูย่ายายนั่งดูทีวีกับลูกหลาน ค่าใช้จ่ายกระทรวงดีอีดูแลให้ ถ้าไปตั้งโจทย์ว่าไม่ดีไปหมด จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ ส.ส.เป็นคนร่วมชาติ ฉะนั้นต้องหาวิธีการที่จะทำงานร่วมกันให้ได้ ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายกลาง เพื่อให้เกิดมาตรฐานการดำเนินการ ผลที่ออกมาก็ดี คนป่วยไม่มาก ติดเชื้อน้อยลง แต่ถ้าไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะอลหม่านไปหมดและแก้ไขไม่ได้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ มันเป็นความจำเป็น คนเราปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่าคนไทยต้องเท่าเทียมกัน แต่มีมาตราที่บอกว่าคนไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ต้องดูให้ครบหมวดจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ทุกรัฐบาลก็ผ่อนผัน เว้นแต่บางเรื่องที่ปล่อยไม่ได้ ถ้าทุกคนช่วยรัฐบาล ประเทศไทยไปข้างหน้าโลดแล้ว อะไรไม่ดีขอให้ส่งเสริม แต่จะบอกว่าไม่ดีทั้งหมดมันไม่ใช่

    “เทพไท” สับสิ้นเปลืองเยียวยา 44.1 ล้านคน

    ต่อมาเวลา 16.20 น.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าโครงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ต้องเยียวยาคนไทยทุกคน แต่กลับเลือกเยียวยาเป็นกลุ่มๆลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เริ่มต้นจาก 3 ล้านคน จนขยายเพิ่มเป็นที่ 16 ล้านคน เยียวยากลุ่มเกษตรกรอีก 10 ล้านราย และกำหนดเยียวยาเพิ่มเติมกลุ่มเปราะบางอีก 13 ล้านคน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2.4 ล้านคน กลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 1.7 ล้านคน กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบฉุกเฉิน 1 ล้านคน รวมยอดทั้งหมดที่ 44.1 ล้านคน มากกว่าครัวเรือนทั้งประเทศ 21 ล้านครัวเรือน เกือบเท่าประชากรของประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป 51 ล้านคน ถ้าตัดข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และคนฐานะเศรษฐกิจดีออกไป จะเหลือเพียง 15 ล้านครัวเรือน คนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 1 แสนบาท จะมี 25 ล้านคนน้อยกว่าที่รัฐบาลเยียวยาทั้งหมด แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีสร้างปัญหาและสิ้นเปลืองกว่าแบบทุกครัวเรือนที่เคยเสนอ ไม่ตอบโจทย์เพราะเยียวยาไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม เหลี่ยมล้ำลักลั่น ล้าช้าไม่ทันสถานการณ์ นานกว่า 2 เดือน หรือเพราะเป็นกลยุทธ์การตลาดทำให้เป็นเรื่องยากคนจะจดจำ เป็นบุญคุณต่อกัน

    หนุนตั้ง กมธ.กันเหลือบ–ปลิง–แร้งรุมทึ้ง

    นายเทพไทกล่าวต่อ วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาทส่วนใหญ่จะใช้จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่มีรายละเอียดสนับสนุนกิจการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ อสม.ต่างจังหวัดทั้งที่ทุกฝ่ายชมเชยยกย่อง จึงอยากให้ยกระดับรพ.สต.เป็นโรงพยาบาลปฐมภูมิ มีแพทย์วิชาชีพประจำ เพิ่มอุปกรณ์เตียงผู้ป่วย รถส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ปรับ รพ.สต.ให้เป็น รพ.ประจำตำบล ให้เพิ่มค่าตอบแทน อสม.เดือนละ 1,500 บาท เงินกู้ของรัฐบาล 3 ฉบับวงเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้เงินทุกโครงการป้องกันรั่วไหลหาประโยชน์ เพราะมีฝูงเหลือบ ปลิง อีแร้งคอยทึ้ง ลำพังนายกฯ คนเดียวดูแลไม่ทั่วถึง เงินก้อนใหญ่แบบนี้ก็จะหวานคอแร้งแน่นอน

    พักประชุมยกยอดถกต่อวันถัดไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายของ ส.ส.ดำเนิน มาจนถึงเวลา 19.45 น. นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน ในฐานะประธานในที่ประชุมได้ระบุว่า ตามที่ตกลงกันคือให้จบการประชุมในเวลาประมาณ 20.00 น. เพื่อให้ ส.ส.และเจ้าหน้าที่สภาฯ ได้เดินทางกลับบ้านก่อนเวลาเคอร์ฟิว จึงได้สั่งพักการประชุม และนัดหมายประชุมต่อในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 09.30 น. ตามข้อตกลงร่วมกันของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเช่นเดิม

    “บิ๊กตู่” ย้ำไม่ยอมให้มีทุจริตอยู่แล้ว

    จากนั้นเวลา 17.20 น.ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมสภาฯพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินวันที่สองว่า ไม่รู้สึกอะไร มันอยู่ที่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน ที่มีการสอบถามมา คิดว่าตนก็ตอบได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าเราต้องเข้าใจร่วมกันว่าการจะทำสิ่งต่างๆไม่ใช่สิ่งง่ายดาย กฎหมายมีทุกตัว การจะทำอะไรแต่ละอย่าง เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังเหมือนกัน ถ้าจะบอกว่าทุกอย่างมันทุจริต หากยังไม่เกิดการทุจริตก็ยังไม่ทุจริต หลักการนโยบายตนไม่ให้มีการทุจริตอยู่แล้ว ทุกคนต้องช่วยกันดู ช่วยกันตรวจสอบ กลไกตรวจสอบ หน่วยงานตรวจสอบที่มี ทุกอย่างทำหน้าที่ตัวเองเต็มที่ ประชาชนก็ต้องช่วยกันดูโครงการที่ลงไปเป็นอย่างไร

    ป.ป.ช.สแกนเข้ม อปท.จัดซื้อโควิด

    พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานกรรมการเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต กล่าวว่า เล็งเห็นถึงความเสี่ยงของการเกิดการทุจริตในการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงเห็นควรให้ติดตามและเฝ้าระวังใกล้ชิด เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทยไปยัง อปท.ให้เปิดเผยราคาพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับการป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.อาจขอเข้าไปสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละอปท. ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.จะลงพื้นที่ขอสังเกตการณ์การใช้จ่ายงบฯของ อปท. สำนักงาน ป.ป.ช.ในพื้นที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงและปัญหารายงานสำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง มีสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต วิเคราะห์ประมวลผล หากการดำเนินการของ อปท.อาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อมีการทุจริต สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตจะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้มีข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขส่งไปยัง อปท.ต่อไป

    สนท.จี้ “บิ๊กตู่” เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักกิจกรรมทางการเมือง นำตัวแทนกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก กลุ่มสหภาพ แรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องหนังแห่งประเทศไทย สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ยื่นแถลงการณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ขอให้รัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและแจกเงินเยียวยาให้ประชาชนทั่วหน้า แถลงการณ์ระบุว่าตามที่ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-30 มิ.ย.สร้างความลำบากให้ประชาชนจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลับมีเหตุการณ์จับกุมหรือข่มขู่ดำเนินคดีข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับนิสิตนักศึกษานักเคลื่อนไหวทางสังคม แม้กระทั่งประชาชนทั่วไปที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกิดขึ้นหลายครั้ง

    แจงขั้นตอนยื่นคำร้องสอย “ธรรมนัส”

    เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา แถลงว่า กรณี ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.เรื่องยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบความสมบูรณ์ของคำร้อง การรับรองสำเนาต่างๆ รวมถึงตรวจสอบลายมือชื่อ ส.ส. ว่าครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ จากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ประธานสภาฯมิได้มีอำนาจวินิจฉัยคำร้อง แต่มีอำนาจส่งคำร้องที่สมบูรณ์ เพื่อให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ หากผ่านกระบวนการแล้วจะดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1อภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้พ.ร.ก.กู้เงินฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านซอฟต์โลนข่าววันนี้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้