ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “พินิจ” โดดหนี เพื่อไทย วืดเลือกตั้งซ่อมลำปาง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ค. 2563 05:25 น.
    SHARE

    โบ้ยส่งไม่เคยพูดว่าจะลง! ‘ตู่’ นำทีม 16 รมต.แจง พรก.

    “บิ๊กตู่” ฟิตเต็มถังคุม 16 รมต.แจง พ.ร.ก.กู้เงิน โอ่กำหนดไว้แล้วใช้ทำอะไรบ้าง ลั่นทุกโครงการต้องมีแผนชัดเข้า กก.กลั่นกรองศึกใน พปชร.ยังกรุ่น ประชุมพรรคติวเข้ม ส.ส.ไร้เงา “อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์” 2 กุมารชิงแยกวงดึง 40 ส.ส.ซักซ้อมที่ ก.คลังก่อนแล้ว พท.ฉะ รบ.ไร้แผนเยียวยาเศรษฐกิจ “พงศ์เทพ” เผยจ่อดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. 3 ฉบับประกบทันที ดัน ส.ส.นั่งบอร์ดคุมเงิน ตรวจเข้มรายงานทุก 3 เดือน “สงวน” ดักคออย่าตั้งทหารมาคุมท่ออนุมัติงบฯ “โภคิน” จวกขึงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วิชั่นพวกอำนาจนิยม หวั่นเงินกู้มหึมาไม่ถึงมือประชาชน พท.เหวอหนัก “พินิจ” ชิ่งไม่ลง ลต.ซ่อมเขต 4 ลำปาง “สมพงษ์” อ้อมแอ้มสุดวิสัยรับแจ้งจะไปสมัครชิงนายก อบจ. “อดีต ส.ส.จอมเก๋า” พลิ้วไม่เคยพูดว่าจะลง อ้างทำใจไม่ได้ลูกชายเพิ่งตายจาก เพื่อน ส.ส.เม้าท์หึ่งแพ้พิษพลังดูด

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมพร้อมเต็มที่นำทีม 16 รัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมสภาฯ ตอบชี้แจงข้อซักถามของพรรคฝ่ายค้าน ในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินและ พ.ร.ก.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ยืนยันได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะนำเงินไปใช้เรื่องใดบ้าง ทุกโครงการต้องมีแผนงานชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง

    นายกฯถก ครม.ชวนคนไทยดื่มนม

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 พ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบเต็มคณะ ก่อนการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ได้นำเจ้าหน้าที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ให้แก่ ครม.ข้าราชการและสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายกฯร่วมกิจกรรมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รณรงค์คนไทยดื่มนม เนื่องในวันดื่มนมโลก ตรงกับวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี โดยนายกฯเชิญชวนให้คนไทยอุดหนุนนมฟรีแลคโตส ที่ดื่มแล้วไม่ทำให้ท้องเสีย ผลิตโดยคนไทยและเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

    งดแถลงฟิตซ้อมพร้อมร่วมประชุมสภา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุม ครม.ปรากฏว่านายกฯไม่ได้แถลงข่าวตามปกติ แต่ได้มอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งมาถามก่อนล่วงหน้าแทน และนายกฯได้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯว่าจะไม่แถลงหลัง ครม.โดยคนใกล้ชิดนายกฯเปิดเผยว่านายกฯต้องการใช้เวลาเตรียมข้อมูลและความพร้อมในการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับเกี่ยวกับการกู้เงินฟื้นฟูประเทศจากโควิด-19 และ พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.และเวลา 16.00 น. นายกฯมีภารกิจบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนาง เจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2563 ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

    “บิ๊กตู่” นำทัพ 16 รมต.แจง พ.ร.ก.กู้เงิน

    ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่ได้แถลงข่าวหลังประชุม ครม.เนื่องจากนายกฯต้องใช้เวลาเตรียมตัวดูข้อมูล พ.ร.ก.4 ฉบับ โดยในวันที่ 27 พ.ค.นายกฯและ ครม.จะไปประชุมรัฐสภาเพื่อร่วมพิจารณา พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยตัวเอง และนายกฯระบุว่าถือเป็นโอกาสดีที่จะเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายอย่างเต็มที่ และรัฐบาลยังจะได้รับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากฝ่ายค้าน มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าว 16 คน รวมนายกฯ เป็น 17 คน ทุกคนพร้อมให้ข้อมูล

    จับลงเว็บตรวจสอบได้ใช้เงินทุกเม็ด

    นางนฤมลกล่าวว่า นายกฯฝากให้ตอบคำถามที่สื่อมวลชนฝากถามมา กรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินฯที่กังวลว่าจะนำเงินไปใช้อย่างไร โดยนายกฯระบุว่าได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะ นำเงินไปใช้ในเรื่องใดบ้าง ทุกโครงการที่เสนอขึ้นมาต้องมีแผนงานอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ทำหน้าที่พิจารณาและยังจะมีระบบตรวจสอบอีกหลายส่วน รวมถึงภาคประชาชนที่ร่วมตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯดังกล่าวได้ด้วย รัฐบาลจะนำทุกโครงการนำเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในรายละเอียด ร่วมตรวจสอบ ยืนยันว่าจะใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด

    โต้พัลวันคง พ.ร.ก.เพื่อทางการเมือง

    นางนฤมลกล่าวว่า ส่วนคำถามว่ามีบางกลุ่มได้ยื่นหนังสือคัดค้านการต่ออายุประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง นายกฯชี้แจงว่าตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จนถึงการพิจารณาต่ออายุ ได้คำนึงเหตุผลด้านสาธารณสุข เป็นหลัก ไม่เคยคำนึงถึงเหตุผลทางการเมือง พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังคงมีความจำเป็นในการบูรณาการร่วมกันให้มีเอกภาพ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ เราไม่สามารถใช้เพียงแค่ พ.ร.บ.โรคติดต่อเป็นเครื่องมือเดียวในการแก้ปัญหาได้ เรากำลังเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 วันที่ 27 พ.ค. สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะประชุมในรายละเอียดเพื่อนำเข้าพิจารณาใน ศบค. วันที่ 29 พ.ค. จะผ่อนปรนช่วงต้นเดือน มิ.ย. หลังจากนั้น จะไปสู่ระยะที่ 4 ที่เป็นกิจกรรม กิจการที่มีความเสี่ยงสูง จึงเป็นเหตุผลที่จำเป็นยังต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้ เป็นเครื่องมือกำกับดูแลสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อยากให้ประชาชนเข้าใจถึงความมุ่งหมายและตั้งใจของนายกฯ รัฐบาล และ ศบค.ว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์คลี่คลายได้โดยเร็วและดีที่สุด ประชาชนปลอดภัยจากโรค กลับมาใช้ชีวิตที่ปกติสุข ไม่กลับไปสู่การแพร่ระบาดระลอกสอง

    ติดใจอยากพบภาคเอกชนเพิ่มอีก

    นางนฤมลกล่าวต่อว่า ส่วนคำถามที่ว่านายกฯ เข้าพบกลุ่มเอกชนครบทุกกลุ่มหรือยัง และมีแนวทางต่อไปอย่างไร นายกฯได้กล่าวว่า ได้เดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาคม ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้รับฟังข้อมูลจากต้นทางอย่างแท้จริง ได้รับฟังแนวคิด อุปสรรคปัญหา ที่แต่ละกลุ่ม เผชิญและนำข้อมูลจากการลงพื้นที่มาทำแผนวิเคราะห์เชิงลึก บางอย่างได้เกิดแนวคิดจากการแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างนายกฯกับภาคเอกชน หากมีโอกาสจะลงพื้นที่ ในส่วนอื่นเพิ่มเติมอีก ยังมีอีกหลายกลุ่มที่นายกฯอยากไปพบและทำงานเชิงรุกร่วมกัน

    พปชร.ติวเข้ม ส.ส.ไร้เงา “อุตตม–สนธิรัตน์”

    เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ แห่งใหม่ ย่านรัชดาตรงข้ามศาลอาญา มีการประชุม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังมาทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.ก.เงินกู้ ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค. มี ส.ส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายวิรัชได้ชี้แจงกรอบเวลาอภิปรายทั้งหมด 5 วัน รวม 48 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ฝั่งละ 24 ชั่วโมง รัฐบาลแบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี 11 ชั่วโมง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 11 ชั่วโมง ส่วน 2 ชั่วโมงให้เป็นการชี้แจงประเด็นที่ฝ่ายค้านสงสัย ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และ รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และ รมว.การอุดมศึกษาฯ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พลังประชารัฐ ไม่ได้เข้าร่วม ท่ามกลางกระแสข่าวความ ขัดแย้ง แย่งชิงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

    แยกวงระดม 40 ส.ส. ซักซ้อมที่ ก.คลัง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ค. นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ได้เรียกประชุม ส.ส.กว่า 40 คน ที่กระทรวงการคลัง เพื่อซักซ้อม พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ก็ไร้เงาของ ส.ส.กลุ่มนายวิรัชและกลุ่มสามมิตร รวมทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง โดยอาคารที่ทำการใหม่พรรคพลังประชารัฐ เป็นอาคาร ของนายสันติ ที่มีข่าวถูกผลักดันให้มานั่งเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่

    “สันติ” เชื่อฝ่ายค้านเข้าใจร่วมฝ่าวิกฤติ

    นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ส.ส.ว่าได้เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังมาให้ความรู้ ส.ส.นำไปอภิปรายในสภาฯและอธิบายกับประชาชนได้ว่ามาตรการเยียวยาประชาชนอย่างไร เชื่อว่า ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าใจว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวจำเป็นอย่างไร จะให้ความร่วมมือฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่างบฯจะรั่วไหล การเยียวยา 5,000 บาทโอนเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง กระทรวงการคลังดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดแตะต้องเงินส่วนนี้ ขณะที่งบฯโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงไปในพื้นที่ต่างๆ ต้องมีรายละเอียดตรวจสอบได้ เรามีคณะกรรมการกลั่นกรอง มั่นใจโปร่งใส ตรวจสอบได้ 100% เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในพรรคพลังประชารัฐ นายสันติกล่าวว่า ขณะนี้กำลังช่วยกันแก้ไขปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ยังไม่มีเวลาจะหารือกันเรื่องภายในพรรค รอให้พ้นตรงนี้ไปอีกพักหนึ่งก่อน เมื่อถามว่า เหตุใดนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค จึงไม่มาประชุม ส.ส.ด้วย นายสันติ กล่าวสั้นๆว่า “คงติดประชุม ครม.” พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้ และเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับไปทันที

    พท.ดักคออย่าตั้งทหารนั่งบอร์ดเงินกู้

    นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการตั้งคณะกรรมการบริหารเงินกู้ ขอแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ทบทวนการตั้งนายทหารมาทำหน้าที่นี้ เพราะสังคมกำลังไม่ไว้ใจการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจของบรรดานายทหารที่รัฐบาลแต่งตั้งเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ดังนั้นไม่ควรตั้งนายทหารเข้ามาบริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพราะประชาชนจะไม่ยอมรับอย่างแน่นอน

    ระเบิดเวลา ธปท.ซื้อหนี้อุ้มเอกชนไม่ทั่วถึง

    นายสงวนกล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดวงเงิน 9 แสนล้านให้ธนาคารแห่งประเทศไทย รับซื้อตราสารหนี้จากบริษัทเอกชนที่แข็งแกร่งไม่น่าจะมีปัญหา แต่การที่แบงก์ชาติดำเนินการเช่นนี้ เกรงว่าบริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจนเกิดปัญหาในที่สุด เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2540 ในส่วนนี้เชื่อว่าจะเป็นระเบิดเวลาของรัฐบาล สำหรับกรณีเงิน 5 แสนล้านที่ ธปท.จะนำไปช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีเกรงว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกับการซื้อตราสารหนี้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรม ทางออกดีที่สุดคือรัฐบาลไม่ควรโยนภาระไปที่แบงก์ชาติ ควรให้ธนาคารของรัฐดำเนินการทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอีและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพราะตรวจสอบได้และดีกว่าการดำเนินการของ ธปท.

    เอสเอ็มอีฝากขยี้ทวงความเป็นธรรม

    วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เป็นตัวแทนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าพบผู้บริหารและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ทวงความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากมาตรการเยียวยาของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมากลุ่มเอสเอ็มอี ตกหล่นยังไม่ได้รับการเยียวยาเป็นกลุ่มแรกๆที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ไม่บอกชัดเจนเป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างกำลังซื้อ เสริมสภาพคล่องอย่างยั่งยืน เน้นปล่อยกู้ให้ลูกค้ารายเดิมๆที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีมีไม่ถึง 100,000 ราย ขณะที่เอสเอ็มอีทั้งประเทศมีถึง 3-4 ล้านรายช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ในส่วนของซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทยก็อนุญาตให้ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท ย่อมไม่ใช่รายย่อยที่เข้าถึง

    “โภคิน” ซัดต่อ พ.ร.ก.วิชั่นอำนาจนิยม

    ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวัฒนา เมืองสุข นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย แถลงหลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ถึงการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท โดยนายโภคินกล่าวว่า พรรคเห็นด้วยกับการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการของรัฐบาลต้องจริงใจ ไม่มีนัยใดๆแอบแฝง โดยเฉพาะการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมการทำกิจกรรมของประชาชน จะต้องไม่มีนัยทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ เริ่มตั้งแต่ในแง่วิสัยทัศน์ของรัฐบาล จะเห็นได้ว่ารัฐบาลขาดการรับฟังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายด้าน โดยเฉพาะให้ สมช.พิจารณาการขยาย พ.ร.ก.แทนที่ควรนำเรื่องมาหารือกันในสภาฯ มีวิสัยทัศน์แบบอำนาจนิยมด้านการบริหารและการทำงาน การอภิปรายของพรรคจะนำเสนอให้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดหนักของโควิด-19 จนเกิดการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคคสช. เรากังวลการบริหารจัดการเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ว่าเงินจะถึงมือประชาชนหรือไม่

    จวก รบ.ไร้แผนเยียวยาเศรษฐกิจ

    นายวัฒนากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะติดลบร้อยละ 5.3-6.7 การส่งออกติดลบ การบริโภคภายใน การลงทุนจะหดตัว เมื่อคนไม่มีเงิน กำลังซื้อหดตัวลงมาก จะเอากำลังซื้อจากไหน รัฐบาลจะดูแลคนตกงาน 7-10 ล้านคนอย่างไร รัฐบาลยังไม่มีแผนงานเลย เศรษฐกิจไทยเวลานี้ ยืนอยู่ได้เพราะการลงทุนภาครัฐที่มาจากเงินกู้เป็นหลัก รัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรกับประชาชนบ้าง การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความ ชัดเจนว่าจะบังคับใช้ไปอีกนานแค่ไหน จะทำให้เศรษฐกิจของประชาชนเดินหน้าต่อไปไม่ได้

    เล็งชง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.กู้เงินทันที

    นายพงศ์เทพกล่าวว่า สาระสำคัญของ พ.ร.ก.กู้เงินมีความบกพร่องหลายประการ เช่น การควบคุมการใช้เงินที่มีความหละหลวม และเงื่อนไขของกฎหมายทำให้เอสเอ็มอีที่เข้าถึงเงินกู้นี้ได้เพียงประมาณแสนรายจากเอสเอ็มอีทั้งหมดประมาณ 3 ล้านราย ด้วยเหตุนี้ภายหลังสภาฯเห็นชอบกับ พ.ร.ก.กู้เงินทั้งสามฉบับเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยจะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับทันที เพื่อให้เนื้อหาสาระสำคัญที่สามารถช่วยเหลือประชาชนและตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรายละเอียดที่จะมีการแก้ไขนั้น มีทั้งในส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองที่นายกฯตั้งขึ้น ควรต้องเพิ่มสัดส่วนจาก ส.ส.เข้าไป และควรต้องเพิ่มการรายงานเงินกู้จากเดิมปีละครั้ง ต้องรายงานให้ถี่ขึ้นเป็น 3 เดือนครั้ง

    “เทพไท” ฟันธงผ่านทุกค่ายไม่พร้อม ลต.

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอยากให้อภิปราย พ.ร.ก.พร้อมกันทั้ง 4 ฉบับแล้วแยกลงมติทีละฉบับ จะก่อปัญหาหลายประการ เพราะรายละเอียดเนื้อหา พ.ร.ก.แต่ละฉบับแตกต่างกัน การพิจารณารวมกันข้อมูลอาจลักลั่น เวลาการอภิปรายของ ส.ส.แต่ละคนถูกจำกัด ถ้าอภิปรายรวมทั้ง 4 ฉบับ เวลาอาจไม่พอ จะทำให้ข้อมูลการอภิปราย พ.ร.ก.แต่ละฉบับไม่ต่อเนื่อง ประชาชนสับสนในข้อมูลได้ แต่ถ้าอภิปรายทีละฉบับ ส.ส.ผู้อภิปรายจะเตรียมข้อมูลได้สมบูรณ์มากกว่า ตนจะเสนอที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อให้วิปพรรคนำไปเสนอต่อที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นชอบให้อภิปรายแยกทีละฉบับ เรียงลำดับกันไปจนกว่าจะอภิปรายเสร็จสิ้น จึงค่อยนำมาลงมติทีละฉบับพร้อมกันตอนสุดท้ายดีกว่า มั่นใจผ่านความเห็นชอบได้แน่นอน เพราะเป็นกฎหมายสำคัญ ถ้าโหวตไม่ผ่านตามมารยาททางการเมือง รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ไม่ยุบสภาฯก็ต้องลาออก แต่ยังไม่มีพรรคใดพร้อมจะรับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขณะนี้

    “กรณ์” ชง 4 กำแพงสกัดโกงใช้งบฯพิเศษ

    นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์คลิปวิดีโอหัวข้อ “4 กำแพงกั้นโกง“ ถึงการพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทในที่ประชุมสภาฯวันที่ 27 พ.ค.ว่า ที่รัฐบาลแบ่งเงินกู้ไว้ 4 แสนล้านบาทใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจทั่วไป ที่มีกติกาการใช้เงินกว้างและสุ่มเสี่ยงต่อการรั่วไหล เพราะการใช้อำนาจ พ.ร.ก.ไม่มีสภาฯกลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการ เคยผ่านประสบการณ์การใช้เงินกู้ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งฟื้นฟูวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี 2552-2553 จึงเห็นว่า 1.รัฐบาลต้องให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันส่งตัวแทนอย่างน้อย 2 คนร่วมเป็นกรรมการกลั่นกรองโครงการ มีอำนาจออกเสียงเท่ากับกับกรรมการสายราชการ 2.กระทรวงการคลังควรทำเว็บไซต์เสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ระบุรายละเอียดโครงการที่ทุกหน่วยราชการนำเสนอ ทุกโครงการที่ได้รับการพิจารณา รายชื่อผู้เสนอโครงการ ราคากลางและราคาประมูลของผู้ประมูลทุกราย รายละเอียดแผนการดำเนินงานแต่ละโครงการ 3.รัฐบาลควรจัดงบฯสนับสนุนการเปิดรับเบาะแสการทุจริตการใช้เงินกู้ (พร้อมเงินรางวัล) 4.รัฐบาลควรต้องรายงานผลการใช้งบฯทุก 3 เดือน ชี้แจงผลการฟื้นฟูจากภัยโควิดทางเศรษฐกิจตามรายละเอียดใน พ.ร.ก.ทุกโครงการที่ใช้เงินนี้ 4 กำแพงนี้จะช่วยคุ้มกันรัฐบาลเอง และช่วยปกป้องเงินภาษีประชาชน อย่าให้การคอร์รัปชันจากการใช้งบแบบพิเศษเปิดช่องทุจริตจนเป็นวิกฤติการเมืองมาซ้ำเติมรัฐบาล

    “วัฒนา” โอ่ ปชช.อยากรื้อ รธน.ทั้งฉบับ

    นายวัฒนา เมืองสุข รองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในฐานะประธานอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อการเสนอแนะความเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขณะนี้อนุ กมธ.ยังไม่กำหนดแนวทางใดๆหลังจากหยุดช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดหนัก การจัดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นต่อไปนั้น คงต้องรอให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ.นัดประชุม กมธ.อีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากแนวทางที่รับฟังความเห็นประชาชนที่ผ่านมาที่มีสาระสำคัญคือ รัฐธรรมนูญปี 2560 ควรแก้ไขหรือไม่ และการแก้ไขจะแก้ไขทั้งฉบับหรือรายมาตรา ได้สรุปความเห็นคือ รัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหาต้องแก้ไขทั้งฉบับ เพราะจากการบังคับใช้ทำให้เห็นว่าผลลัพธ์สร้างปัญหาทางการเมืองอย่างมาก ดังนั้นหากจะสรุปเป็นความเห็นที่เสนอต่อสภาฯต้องมีประเด็นสำคัญคือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

    พท.แจงเหตุสุดวิสัย “พินิจ” ขอไม่ลง ส.ส.

    อีกเรื่อง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีนายพินิจ จันทรสุรินทร์ แคนดิเดตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่างว่า พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครบถ้วนถูกต้อง ไปยื่นสมัครได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดรับสมัคร นายพินิจแสดงความพร้อมในการลงรักษาพื้นที่และดูแลพี่น้องประชาชนชาวเขต 4 ลำปาง แต่พอถึงวันสมัครนายพินิจรู้สึกไม่สบายใจ เพราะยังคงโศกเศร้าเสียใจและทำใจเรื่องการสูญเสียบุตรชายยังไม่ได้ ประกอบกับประเมินว่ารัฐบาลไปต่อลำบาก อายุสภาฯอาจเหลือไม่มากและต้องเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐสารพัดรูปแบบ

    เจ้าตัวอ้างลงสมัครนายก อบจ.

    “แต่ที่สำคัญนายพินิจมีความประสงค์จะลงสมัครนายก อบจ.ต้องลงแข่งขันในอีกไม่กี่เดือน และได้ยื่นความจำนงแจ้งให้พรรคทราบไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจขอเว้นวรรคการเลือกตั้งในครั้งนี้ไปก่อน ทั้งนี้ นายพินิจยังคงทำงานการเมืองต่อไป โดยสนใจทำงานการเมืองท้องถิ่นเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนชาวลำปาง เมื่อพรรคได้ทราบก็เข้าใจและเห็นว่าไม่มีใครที่เหมาะสมจะมาทดแทนได้ในเวลานี้ จึงไม่สามารถส่งตัวแทนของพรรคลงสมัครได้ ทั้งนี้การเลือกตั้งมีแพ้มีชนะได้ แต่หัวใจสำคัญคือการอาสารับใช้พี่น้องประชาชน เราตั้งใจสู้เต็มที่เพื่อดูแลรับใช้พี่น้องประชาชนต่อไป แต่เกิดเหตุสุดวิสัยและต้องเคารพการตัดสินใจ” นายสมพงษ์กล่าว

    แจ้งถอนตัวกะทันหันส่งคนแทนไม่ทัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปางแทนนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.ลำปาง ที่เสียชีวิต เดิมพรรคเพื่อไทยมีมติส่งนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.หลายสมัย บิดานายอิทธิรัตน์ ลงสมัครแทน แต่ล่าสุดนายพินิจได้แจ้งทางพรรคว่ามีเหตุผลส่วนตัวจึงขอถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครแบบกะทันหัน จนพรรคไม่สามารถสรรหาผู้สมัครใหม่ได้ทัน ไม่สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ทันภายในวันที่ 26 พ.ค.วันสุดท้ายของการรับสมัคร จึงไม่มีผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยลงเพื่อรักษาเก้าอี้ ขณะที่พรรคก้าวไกลก็ติดขัดกระบวนการทางธุรการ ไม่สามารถส่งผู้สมัครได้เช่นกัน ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น มองว่าเป็นพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทย จึงไม่อยากส่งผู้สมัครแข่งขันไปตัดคะแนนกันเอง จึงเหลือเพียงพรรคเสรีรวมไทยที่สมัครเอาไว้ แต่ครั้งที่ผ่านมาได้คะแนนเป็นลำดับที่ 5 ได้เพียง 2,466 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ อันดับสองได้ไปถึง 30,368 คะแนน พรรคเพื่อไทยจึงต้องเปลี่ยนแผนไปสนับสนุนผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยแทน

    คน พท.เม้าท์หึ่งอิทธิฤทธิ์พลังดูด

    รายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า กรณีนายพินิจระบุสนใจการเล่นการเมืองท้องถิ่น ที่จะมีถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้า ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างจับกลุ่มพูดคุยกันว่าเหตุผลที่นายพินิจ แจ้งขอถอนตัวต่อพรรคล่าช้า อาจมีปัจจัยสำคัญบางอย่างกับขั้วตรงข้ามทางการเมืองหรือไม่ รวมทั้งก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 62 เคยมีข่าวมาว่านายพินิจอาจจะไปร่วมงานกับพรรคที่อยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทยมาแล้วด้วย

    “พินิจ” พลิ้วได้ใจบอกไม่เคยพูดว่าจะลง

    ขณะที่นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เคยพูดว่าจะลงเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ แต่ทางพรรคให้สิทธิตน เพราะครอบครัวเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม แต่ภาพลูกยังติดตาอยู่ จึงไปแจ้งต่อพรรคให้ทราบ และตนก็ชี้แจงว่า จะลงสมัครนายก อบจ.ลำปางพรรคก็ไม่ว่าอะไร เมื่อถามว่า ได้แจ้งถึงความไม่สบายใจของตัวเอง ให้พรรคทราบเมื่อไหร่ แต่ปรากฏว่าสายโทรศัพท์จู่ๆก็เกิดหลุดหายไป และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปอีกครั้งก็ไม่มีผู้รับสายแล้ว

    กก.ก็ลงไม่ได้เป็นสมาชิกไม่ครบ 90 วัน

    นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จ.ลำปาง ว่า เป็นที่น่าเสียดายที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถส่งตัวแทนพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ได้ เนื่องจากเหตุผล 2 ประการสำคัญ คือ 1. สมาชิกพรรคก้าวไกลที่ย้ายมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่หลังจากถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค หากนับจากวันที่สมัครถึงปัจจุบันยังไม่มีใครเป็นสมาชิกเกิน 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด 2.การส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง พรรคจำเป็นต้องมีคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร โดยคณะกรรมการชุดนี้ต้องมีที่มาจากการประชุมใหญ่ของพรรค แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมและเลือกคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ ทั้งนี้หลังจากนี้พรรคก้าวไกลจะเร่งให้มีการประชุมใหญ่เพื่อให้สามารถมีคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้งซ่อมที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

    เหลือผู้สมัคร 5 พรรคชิงชัย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งซ่อมลำปางเขต 4 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 26 พ.ค.วันสุดท้าย ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสบปราบ จ.ลำปาง มี น.ส.ปทิตตา ชัยมูลชื่น ผู้สมัครหน้าใหม่จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ สมัครเป็นรายสุดท้าย รวมผู้สมัครทั้งสิ้นเป็น 5 คน ได้แก่ นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ ร.ต.ท. สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย นายอำพล คำศรีวรรณ พรรคพลังท้องถิ่นไทย และนายองอาจ สินอนันต์เศรษฐ์ พรรคไทรักธรรม ขณะที่ พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จ.ลำปาง ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย มีนายพนมพร ตุ้ยกาศ นอภ.สบปราบ ประธาน กกต.เขต 4 และ น.ส.ณัฐนรี อินทร์พิจิตร์ ปลัดอำเภอ ผอ.กกต.เขต 4 นำตรวจ พล.ต.ต.อนุชาเปิดเผยว่า สั่งให้ตำรวจลงหาข่าวความเคลื่อนไหวของนักการเมืองท้องถิ่น มือปืนรับจ้าง และผู้มีอิทธิพลต่างๆจัดชุดสืบสวนชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมดูแลทั้ง 386 หน่วยเลือกตั้งแล้ว

    “คงชีพ” ป้อง ผบ.เหล่าทัพไม่ขาดประชุม ส.ว.

    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีข้อมูลการลงมติของวุฒิสภาโดย ผบ.เหล่าทัพติดอันดับ ส.ว.ที่ไม่มาลงมติมากที่สุดว่า ผู้นำเหล่าทัพทุกคนต่างตระหนักถึงความรับผิดชอบ โดยถือเป็นหน้าที่สำคัญ เข้าร่วมประชุมให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ทุกครั้ง หากไม่อยู่ในห้องประชุมก็ติดตามการถ่ายทอดตลอดต่อเนื่อง หากมีเหตุจำเป็นหรือราชการสำคัญได้ลาประชุมอย่างถูกต้องไม่ได้ขาดประชุมละเลยหน้าที่แต่อย่างใด การลงมติเป็นการใช้สิทธิตามบทบาทโดยการพิจารณาไม่ใช้สิทธิก็เพื่อไม่ให้ขัดหลักการประชาธิปไตย ในฐานะข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติสอดคล้องกับที่ทุกคนได้สละสิทธิการรับเงินเดือน ส.ว.ก่อนหน้านี้แล้ว

    “โรม” ซัดทำหน้าที่แค่พิทักษ์ “บิ๊กตู่”

    นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีมี ส.ว.กลุ่มผู้นำเหล่าทัพบางคนแทบไม่เคยมาลงมติ อ่านข่าวเกี่ยวกับ ส.ว.ทีไรเศร้าใจทุกครั้ง ยิ่งเป็นภารกิจหน้าที่ ส.ว.ในการลงมติต่อที่ประชุมถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายอย่างยิ่งต่อวงการนิติบัญญัติ พอจะสรุปถึงคุณประโยชน์ของวุฒิสภาชุดนี้ได้ว่า 1.มีไว้เพื่อโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ 2.โหวต พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกครั้งหากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3. คอยปกป้องไม่ให้ใครมาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบที่ไม่ถูกใจ และ 4.เป็นที่แบ่งปันให้เพื่อนพ้องน้องพี่ ตอบแทนคุณงามความดีที่เหน็ดเหนื่อยร่วมสร้างระบอบ คสช.ด้วยกันมา และเป็นที่อัดฉีดงบฯแผ่นดินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ของ คสช.ปีละกว่า 373 ล้านบาท ถึงจุดนี้อาจจะพอเข้าใจได้ว่าทำไม ส.ว.ที่เป็นทหารแทบไม่ได้ร่วมลงมติตามหน้าที่ เหตุผลที่แท้จริงของการมีอยู่ของ ส.ว.คือ การเป็นองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์และชาว คสช.เท่านั้น

    “ณัฐจักร–สุชาติ” ทางโล่งนั่ง กก.ป.ป.ช.

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการสูงสุด และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี เป็นบุคคลได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามที่คณะ กมธ.ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมฯได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ที่ประชุมได้ประชุมลับรับทราบรายงานการตรวจสอบประวัติก่อนให้ ส.ว.ลงคะแนนลับ พบว่านายณัฐจักรได้รับคะแนนเห็นชอบ 224 คะแนน ไม่เห็นชอบ 11 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน ขณะที่นายสุชาติได้คะแนนเห็นชอบ 219 คะแนน ไม่เห็นชอบ 12 คะแนน งดออกเสียง 8 คะแนน ถือว่าได้รับความเห็นชอบไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ว.ที่มีอยู่หรือ 125 คะแนนขึ้นไป ทำให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. หลังจากนี้นายพรเพชรจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ทั้งสองคนจะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.แทนนายปรีชา เลิศกมลมาศ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร ที่ครบวาระไปก่อนหน้านี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชานฤมล ภิญโญสินวัฒน์สมพงษ์ อมรวิวัฒน์พินิจ จันทรสุรินทร์คงชีพ ตันตระวาณิชย์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้