ข่าว
100 year

“ศรีสุวรรณ” ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 พ.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

พท.จองคิว 3 วัน ถล่มหนักเงินกู้

แกนนำเพื่อไทยพร้อมหน้า ติวเข้ม ส.ส.ปูพรมถล่ม พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ “เจ๊หน่อย” สั่ง ส.ส.ลุยเก็บข้อมูลจ่ายเยียวยาลักลั่น ปัญหาจากผู้ประกอบการรายย่อย “อนุดิษฐ์” ตั้งท่าขอเวลาถล่ม พ.ร.ก.ให้คลังกู้เงิน 1 ลล. 3 วันเต็มๆ “วิษณุ” ห่วง ส.ส.แห่โดดร่มวันหยุด “เทพไท” ยุตัดสิทธิเยียวยา ขรก.ทุกระบบ แซะ “อุตตม” อย่าดูแค่ปัญหาเยียวยาเกษตรกร ไล่ไปดู “เราไม่ทิ้งกัน” สุดอลเวงด้วย “เสรีพิศุทธ์” เฉ่งรัฐบาลคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเห็นแก่ความมั่นคงตัวเอง “ศรีสุวรรณ” จ่อส่งศาล รธน.ชี้ขาด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ภท.โวยแหลกขอโควตา ปธ.กมธ.เพิ่ม ฤทธิ์พลังดูดก้าวไกลถูกหั่นไป 2 คณะ พท.ฉะนายพล 3 ป.สร้างมรดกบาป

หลังการประชุมวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและตัวแทนพรรคการเมือง ไฟเขียวให้เวลาชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ 5 วันเต็มๆ ล่าสุดแกนนำพรรคเพื่อไทยเรียกประชุม ส.ส.ติวเข้ม พร้อมสั่ง ส.ส.ลุยเก็บข้อมูลจากประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการจ่ายเยียวยาไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม

พท.จัดติวเข้มรอถลุง พ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เรียกประชุม ส.ส.พรรค ผ่านระบบซูม เพื่อเตรียมการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล นายชัยเกษม นิติสิริ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายวัฒนา เมืองสุข นายนพดล ปัทมะ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เข้าร่วม ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่ามาตรการที่รัฐใช้ ประกอบด้วยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การล็อกดาวน์ประเทศ การหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการประกาศเคอร์ฟิว ควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้สัดส่วนกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ รัฐบาลหมดความจำเป็นที่จะคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกต่อไป ควรปลดล็อกให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะเสียหายมากที่สุดในรอบ 100 ปี โดยประเมินว่าจีดีพีอาจติดลบถึงร้อยละ 7-9 ส่งผลให้มีคนตกงานมากกว่า 7-10 ล้านคน ขณะที่มาตรการเยียวยาไม่ทั่วถึง ล่าช้า สร้างกติกายุ่งยาก ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง และส่อไปในทางทุจริตเอื้อพวกพ้อง

“เจ๊หน่อย” สั่ง ส.ส.ลุยเก็บข้อมูล

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอให้ ส.ส.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนเรื่องการเยียวยาและรับฟังปัญหาผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อนำมาอภิปรายในสภาฯ โดยจะจัดติวเข้ม ส.ส.ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 23-26 พ.ค. ก่อนจะมีการอภิปราย โดยเชื่อว่าจะปกป้องผลประโยชน์ประชาชน และเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ตั้งท่าขอเวลาถล่ม 3 วันเต็มๆ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมวิปรัฐบาลกับวิป ฝ่ายค้าน มีข้อสรุปให้ใช้เวลาอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ เป็นเวลา 5 วัน พรรคเพื่อไทยจะเน้นน้ำหนักประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ไปที่ พ.ร.ก.กู้เงินของกระทรวงการคลัง วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ส่วน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับอื่นจะให้น้ำหนักลดหลั่นลงมา ดังนั้น เมื่อมีเวลาอภิปรายทั้งหมดจำนวน 5 วัน จะให้เวลาสำหรับการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินของกระทรวงการคลังจำนวน 3 วัน จากนั้นค่อยพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินฉบับอื่นก่อนไปลงมติทีละฉบับในวันที่ 31 พ.ค. จากนั้นจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อไป

“วิษณุ” ห่วง ส.ส.แห่โดดร่มวันหยุด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ในวันที่ 27-31 พ.ค. ว่า รายละเอียดการประชุมดังกล่าว วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านต้องหารือกันและนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 พ.ค. ขณะที่การอภิปรายยาวไปถึงวันเสาร์-อาทิตย์นั้น มีปัญหาอยู่ว่าจะมีคนมาเข้าร่วมประชุมหรือไม่

“เทพไท” ยุตัดสิทธิเยียวยา ขรก.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมาตรการเยียวยาข้าราชการที่ลงทะเบียนเป็นเกษตรกร ว่า ถือเป็นนโยบายที่ลักลั่นเลือกปฏิบัติของรัฐบาล ไม่มีความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาให้กับข้าราชการที่ได้รับเงินเดือนจากรัฐอยู่แล้ว การที่นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าได้หารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้แล้ว มีความเห็นว่าข้าราชการประจำที่เป็นเกษตรกรจะไม่ได้รับสิทธิเยียวยา และจะเสนอขอมติ ครม.เพื่อความชัดเจนต่อไปนั้น ต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรฯที่ออกมายืนยันและรักษาหลักการการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

แซะ “อุตตม” ดูปัญหาไม่ทั่วถึง

นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนการลงพื้นที่ของนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ดูการเยียวยาเกษตรกรในพื้นที่ จ.นครปฐม นับเป็นเรื่องดี ผู้บริหารจะได้รับฟังปัญหาจากเกษตรกรโดยตรง แต่น่าเสียดายที่นายอุตตมไม่ได้ลงไปรับฟังปัญหาของประชาชนผู้ที่ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่มีปัญหามากกว่ากลุ่มเกษตรกรด้วยซ้ำไป จึงขอสนับสนุนให้ผู้บริหารของรัฐบาลลงพื้นที่จริง ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ดีกว่านั่งอยู่บนหอคอยงาช้างคอยบัญชาการอยู่ในห้องแอร์ และรอฟังรายงานจากข้าราชการประจำเท่านั้น เพราะรัฐบาลจะไม่ได้รับรู้ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนเลย

“นิพนธ์” แจกถุงยังชีพชาวสงขลา

ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นำคณะไปมอบถุงยังชีพปันน้ำใจให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 กว่า 1,000 ชุด นายนิพนธ์กล่าวว่า ถือเป็นกิจกรรมที่ดีไม่ต้องอาศัยงบประมาณแผ่นดิน เป็นการร่วมบริจาคช่วยเหลือจากโรงงาน ห้างร้านต่างๆส่งถึงมือพี่น้องประชาชนในยามประสบกับความยากลำบาก คนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน จากนั้นนายนิพนธ์เดินทางต่อไปที่โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ ติดตามความคืบหน้าการจัดเตรียมถุงยังชีพที่จะส่งต่อไปยังจังหวัดภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จ.ชุมพร และสุราษฎร์ธานี และจังหวัดในโซนอันดามัน คือ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ และระนอง รวมกว่า 13,000 ชุด

“ศาสตรา” แจกฟรีน้ำมันเต็มถัง

ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ไลฟ์ลงเฟซบุ๊กทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มอาสาพัฒนาบ้านเกิด ช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง พ่อค้า แม่ค้า ด้วยการให้เติมน้ำมันเต็มถังฟรีแก่รถจักรยานยนต์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนช่วงโควิด-19 โดยเปิดให้แจ้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเลขทะเบียนรถที่จะเติมน้ำมันไว้ในโพสต์ จำกัดผู้ที่ได้สิทธิเติมน้ำมันจำนวน 500 คน โดยจะมอบเป็นคูปองเพื่อนัดวันเติมน้ำมัน นายศาสตรากล่าวว่า เป็นการรวมกลุ่มในนาม “เพื่อน ส.ส.ศาสตรา” และ “กลุ่มอาสาพัฒนาบ้านเกิด” ที่มีหนึ่งในสมาชิกเป็นเจ้าของกิจการปั้มน้ำมัน จึงเกิดโครงการช่วยเหลือนี้ขึ้นมา โครงการนี้จะเน้นผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง พ่อค้า แม่ค้าที่ใช้รถจักรยานยนต์ทำมาหากินเป็นหลัก นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการธนาคารอาหาร สำหรับนำไปช่วยเหลือประชาชน ตั้งเป้าไว้จะทยอยนำส่งประชาชนให้ครบ 18,000 หลังคาเรือนในพื้นที่

“พลภูมิ” หนุนใช้ “ไทยชนะ” ทั่ว ปท.

ขณะที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการติดตามการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ เห็นว่ามีประโยชน์มาก ทำให้ทราบว่าในแต่ละช่วงเวลา ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือกิจการแต่ละแห่ง มีคนจำนวนเท่าใด ทำให้ทราบกลุ่มเสี่ยง แต่นอกจากจะใช้กับภาคเอกชนแล้ว ขอเรียกร้องให้รัฐบาลขยายการใช้ไปยังหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ที่มีประชาชนเข้ารับบริการจำนวนมากเช่นกัน ทั้งสำนักงานเขต กรมการขนส่งทางบก ศูนย์ราชการ ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาด สวนสาธารณะ วัด มัสยิด และสถานที่ท่องเที่ยวในเมื่อวันนี้รัฐบาลประกาศคลายล็อกแล้ว แต่กลับพบว่าหน่วยงานราชการกลับยังไม่มีมาตรการใดๆออกมา

“เสรีพิศุทธ์” เฉ่งรัฐบาลเห็นแก่ตัว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.ว่า เอาเหตุผลอะไรมาต่อ กฎหมายหลักทั่วไปมีอยู่สามารถบังคับใช้ได้อยู่แล้ว เป็นการต่ออายุเพื่อตัวเองหรือไม่ การไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะคิดถึงแต่ความมั่นคงของตัวเอง มากกว่าประเทศและประชาชน กลัวว่าถ้าเลิกใช้ม็อบจะมาแน่ นายกฯ อย่าไปกลัวอะไร ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก อยากกลับมาทำมาหากิน มีแต่ฝ่ายความมั่นคงที่คิดสร้างเกราะป้องกันตัว แต่ไม่คิดว่าเศรษฐกิจจะเสียหาย เอาแต่ตัวเองเป็นหลัก อีกประเด็นที่อยากฝากคือการใช้งบประมาณของรัฐบาล ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จัดทำงบประมาณมา 6 ปีแล้ว ตั้งงบขาดดุลไปแล้วกว่า 2.6 ล้านล้านบาท เป็นการใช้เงินเกินตัว ซื้อแต่รถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ ยิ่งการกู้เงินขณะนี้ไม่มีทางเยียวยาประชาชนได้หมด หนี้เดิมมีเยอะอยู่แล้วจะมาเพิ่มหนี้ใหม่อีก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งไป มีแต่ประชาชนต้องมานั่งใช้หนี้แทน

จ่อส่งศาล รธน.ชี้ขาด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 25 พ.ค.นี้ จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ การที่รัฐบาลประกาศและต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าจะยกเลิกเมื่อใด ชี้ให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนหลายเรื่อง ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธินำคดีฟ้องต่อศาลปกครองได้ เพื่อเป็นข้อยุติว่าการใช้อำนาจของรัฐบาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่กลับเขียนกฎหมายตัดอำนาจของศาลปกครอง จึงไม่น่าจะถูกต้อง

ภท.โวยแหลกขอเก้าอี้ กมธ.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ขณะนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวเรื่องการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะกันใหม่ หลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 11 คนที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่ง และไม่สามารถเลื่อนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่ง รวมถึงกรณีมีการดูด ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ออกไปหลายราย พรรคภูมิใจไทยจึงมีการหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงการจัดโควตาประธาน กมธ.กันใหม่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น 10 คน ควรได้ตำแหน่งประธาน กมธ.เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าในเอกสารระบุจำนวน ส.ส.แต่ละพรรค และการคำนวณสัดส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.ของสภาฯ กลับระบุว่าพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.เพิ่มขึ้น 3 คนเท่านั้น และให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้ตำแหน่งประธาน กมธ. ทั้งที่ไม่มี ส.ส.เพิ่ม ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่พอใจอย่างมาก จึงมีการเสนอให้พรรคภูมิใจไทยนำเอกสารมายืนยันว่ามี ส.ส.เพิ่มขึ้น 10 คนจริง เพราะเอกสารของเจ้าหน้าที่สภาฯ อาจยังไม่เห็นเอกสารที่อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ย้ายมาเข้าพรรคภูมิใจไทย จากนั้นจะกำหนดสัดส่วนตำแหน่งประธาน กมธ.ต่อไป

ฤทธิ์พลังดูดก้าวไกลถูกหั่นไป 2 คณะ

ขณะเดียวกัน ตำแหน่งประธาน กมธ.ในสัดส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายหลังตำแหน่งประธาน กมธ.กฎหมายการ ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ว่างลง เนื่องจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู พ้นจากการเป็น ส.ส.ไป อีกทั้งพรรคก้าวไกลเหลือ ส.ส.เพียง 54 คน ทำให้ที่ประชุมพรรคการเมืองเสนอให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจจะยังคงตำแหน่งประธาน กมธ.ทั้ง 2 คณะต่อไปหรือไม่ และพรรคก้าวไกลจะมีสัดส่วนเก้าอี้ประธาน กมธ.ลดลงเหลือ 4 คณะ จากเดิมที่มีอยู่ 6 คณะ ตามสัดส่วน ส.ส.

ฉะนายพล 3 ป. สร้างมรดกบาป

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 6 ปี การรัฐประหาร คสช. 22 พ.ค.ที่ผ่านมา คนไทยไม่ได้อะไรนอกจากมรดกบาปที่ คสช.ทิ้งไว้ คือเศรษฐกิจเหลว ปรองดองและปฏิรูปลวง แต่สิ่งที่นายพล 3 ป.ได้รับจากการรัฐประหารนั้นมากมาย คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ กำลังจะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค การเมืองเต็มตัว หวังยึดพรรคไว้สืบทอดอำนาจให้ยาวนานที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รอง ได้เป็น รมว.มหาดไทย คุมฝ่ายปกครองต่อเนื่องยาวนาน ถูกมองว่าบั่นทอนความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จาก ผบ.ทบ. ยึดอำนาจมาเป็นนายกฯอยู่ยาวมาถึงปีที่ 6 และเตรียมจะอยู่ยาวต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สมัย หากโชคดีกว่านั้นหวังจะได้เป็นนายกฯตลอดกาล คุมทั้งทหารตำรวจหน่วยงานด้านความมั่นคง สิ่งที่ประกาศว่าจะทำหลังรัฐประหารยึดอำนาจ ยังไม่มีอะไรที่ทำได้ แต่สิ่งที่คนไทยได้รับ คือประชาธิปไตยเสี้ยวใบแบบถอยหลังลงเหว ได้รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่คนร่างไม่กล้าให้ใครตรวจสอบ อภิชนเป็นใหญ่ปล้นอำนาจประชาชน ได้ ส.ว.ลากตั้งมาตั้งนายกฯ ได้รัฐบาลผสมยั้วเยี้ยมากที่สุด ได้ ส.ส.งูเห่า ประชาชนจึงตั้งคำถามเป็น 6 ปีที่เอาความทุกข์ร้อนประชาชนเป็นเครื่องมือสร้างผลประโยชน์การเมือง แล้วทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง

ศาลฯพร้อมรับคดีฟื้นฟูบินไทย

อีกเรื่อง นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงความพร้อมของศาลล้มละลายในการรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ศาลล้มละลายกลางมีความพร้อมในการดำเนินการ เพราะก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาลูกหนี้ที่ประสบปัญหาทางการเงิน และคดีที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จนถึงปัจจุบัน บริษัทที่มีหนี้จำนวนมากนับหมื่นหรือแสนล้านบาท รวมทั้งคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางโดยตลอด ในช่วงหลายปีมานี้มีคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนหลายคดี

ส่วนการฟื้นฟูกิจการจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพกิจการนั้นเอง, การสนับสนุนของเจ้าหนี้ และผู้ที่ใส่เงินลงทุนใหม่, การแข่งขันของอุตสาหกรรม ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ปัญหาที่เคยเกิดในทางคดีฟื้นฟูฯมักมีที่มาจากความขัดแย้งระหว่างลูกหนี้, เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่ใช้กระบวนการทางกฎหมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ ดังนั้น การเจรจาเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ และการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้ได้ข้อยุตินอกกระบวนการศาล ถือว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ศรีสุวรรณ จรรยาศาลรัฐธรรมนูญพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อไทยพ.ร.ก.กู้เงินข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้