ข่าว
100 year

ภูมิคุ้มกัน “บิ๊กตู่” สู้ไวรัสการเมือง-เหลือบโควิด : เด็ดขาด สกัดทุจริต

ทีมข่าวการเมือง24 พ.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

“สงครามโรค” กำลังเพี้ยนเป็น “สงครามโลก” เมื่อคาวบอยจอมห้าวอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กำลังเปิดสงครามน้ำลาย เดินหน้ากล่าวหาจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นต้นตอการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พานไปถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่โดนหางเลขฐานถือหางฝั่งพญามังกร เลยโดนผู้นำสหรัฐฯขู่ตัดเงินสนับสนุน

ตอบโต้กันไปมา ดีกรีคุกรุ่นศึกมหาอำนาจตีคู่วิกฤติไวรัสมรณะ

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกผวา วิเคราะห์การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนแผ่นดินใหญ่ จะยกระดับการตอบโต้กันแรงขึ้นแบบต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร

หนีไม่พ้นเขย่าแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

โดยเฉพาะเงื่อนไขสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่บักโกรกอยู่แล้ว แนวโน้มยิ่งสาหัสหนักเข้าไปอีก มันคือวิบากร่วมของมวลมนุษยชาติยากจะหลีกพ้น

แต่เทียบกับชาติอื่นแล้วถือว่าคนไทยยังโชคดีกว่า

ทั้งในแง่การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ที่เป็นไปอย่างทรงประสิทธิภาพ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเหลือเลขหลักเดียวจนถึงศูนย์ ติดต่อกันเกือบครึ่งเดือนแล้ว

ขณะที่การเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาด ตามมาตรการแจกเงินในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ของกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับของ “ขุนคลัง” อย่างนายอุตตม สาวนายน ก็ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้เข้าเกณฑ์รับสิทธิ์แล้ว 14.2 ล้านราย จาก 15 ล้านราย

นายอุตตม สาวนายน

ตามตัวเลขถือว่าจ่ายไปแล้วเกือบครบร้อยเปอร์เซ็นต์

อีกส่วนก็กำลังกระจายการแจกเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทถึงกลุ่มเกษตรกร และล่าสุดมีการเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท พิจารณาแผนการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเด็กแรกเกิด กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้พิการ

ยึดระเบียบวิธีงบประมาณ ขยายวงครอบคลุมเยียวยาทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ

ถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจ “ขุนคลัง” แก้ไขกันไปตามเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า

ในขณะที่ประเทศอื่นยังมะงุมมะงาหรา เมืองไทยตั้งหลักได้ก่อน ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ย้อนแย้ง โรคระบาดก็ต้องระวัง ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน แต่เศรษฐกิจปากท้องก็รอไม่ได้

มันจึงต้องยึดทางสายกลางเป็นหลัก อย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มือเศรษฐกิจ พูดถึงข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน หนีไม่พ้นส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องพยายามอย่างเต็มที่ เพราะขณะนี้ประชาชนทุกคนลำบาก และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกันทั่วโลก

แต่สิ่งสำคัญคือคนไทยต้องอย่าตั้งอยู่บนความประมาท

โอกาสยังเสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย ภาวะลูกผีลูกคน “บิ๊กตู่” ยังจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษในการควบคุมวิกฤติโควิดระบาด ประเมินตามสถานการณ์ ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ระหว่างมาตรการล็อกดาวน์กับภาวะปากท้อง ต้องหยั่งน้ำหนักปัจจัยบวก ปัจจัยลบมองครบทุกด้าน

แต่ที่ตัดไปได้คือปัจจัย “การเมือง” พวกจ้องเขย่าเกมอำนาจ

ตามรูปการณ์ “บิ๊กตู่” ต้องเจอแรงกระแทกทั้งศึกนอก ศึกใน เชื้อเน่าโผล่แทรกวิกฤติไวรัส

โดยจังหวะเข้าสู่การประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นไป ประเดิมด้วยวาระเดิมพันร้อนของรัฐบาล นั่นคือ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1 ล้านล้านบาท รวมถึง พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง

พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งท่าชำแหละ 3 วัน 3 คืนไม่พอ ขอเป็น 5 วัน จ้องล่อเป้า “บิ๊กตู่” ถล่มทีม “สมคิด อุตตม” หัวขบวนทีมรับผิดชอบ พ.ร.ก.เงินกู้สู้โควิด กระแทกรัฐบาลเรือเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมเนื้อในเสียงพ้นปริ่มน้ำแต่กลวงใน เกาะกันด้วยผลประโยชน์ บางๆ

พรรคร่วมรัฐบาลไปกันคนละทาง อาการขบเหลี่ยมชัดขึ้นตามลำดับ กับภาพที่คนยี่ห้อประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชิ่งเผือกร้อน โยนการพิจารณาเข้าร่วมเครือข่ายข้อตกลง CPTPP ให้ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ ทั้งๆที่เป็นภารกิจโดยตรงของตัวเอง

ลากขุนไปเสี่ยงอันตราย ประชาธิปัตย์ไม่เคยให้ใจกับ “บิ๊กตู่”

หรือมหากาพย์การบินไทยที่กำลังมะรุมมะตุ้มแผนฟื้นฟู ระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงการคลัง ลากเป็นเกมการเมืองกั๊กกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพลังประชารัฐ

ภาพฟ้องชัดๆ ฟัดกันแรงๆ มันต้องมีผลประโยชน์เป็นเดิมพัน

ถึงจุดที่พรรคร่วมรัฐบาลหักลำกันเพราะเป้าหมายแฝงคนละทาง และนั่นยังโยงไปถึงศึกทลายนั่งร้าน “บิ๊กตู่” ในพรรคพลังประชารัฐ ที่ทีมแห่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินหน้าโหมโรงเกมเผด็จศึก ยึดแท่นหัวหน้าพรรคให้ “บิ๊กบราเธอร์” ได้ในเร็ววันนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

มั่นใจถึงขั้นเปิดโพยเลขาธิการพรรคคู่บารมี “วัดเรตติ้ง” ระหว่างนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง “เสี่ยตั้น” นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ยี่ห้อ “สามมิตร”

นายสันติ พร้อมพัฒน์

ตามออปชันโยงเกมปรับ ครม.เป็นรางวัลในการยึดอำนาจ

วัดกันตามลำหักลำโค่น โอกาสทีมแห่ “บิ๊กป้อม” ใกล้ตัดเค้กฉลอง ถ้าไม่บังเอิญเสียงในพรรคพลังประชารัฐมันหักมุมกับกระแสสังคมภายนอก ไม่รับมุกการเมืองแบบโบราณ แม้แต่กองเชียร์ “บิ๊กตู่” โหรท็อปบูต ยังกระตุกขากันแรงๆ

ท่ามกลางวิถี “new normal” กำลังไล่ล่านักการเมืองยุคเก่า ขุมข่าย “ทักษิณ” ที่ว่าแกร่งๆยังมีการขยับเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามความเคลื่อนไหวของมวยหลักๆมือยุทธศาสตร์สำคัญอย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ฯลฯ

จ่อถอยออกจากพรรคเพื่อไทย ตั้งป้อมค่ายใหม่ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคนรุ่นใหม่ และดึงเสียงคนกลางๆที่ไหลไปอิงกับพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า ของทีม “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”

“old normal” วิถีนักการเมืองพันธุ์เก่ากำลังสูญพันธุ์

นั่นไม่เท่ากับตัวเลขโพลชี้ชัด ภาพการแย่งชามข้าวใน พปชร. กระเทือนคะแนนนิยมรัฐบาลหายไปทีเดียว 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ มันจึงเป็นโจทย์สถานการณ์ไฟต์บังคับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถ “ลอยตัว” เหนือปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ปล่อยให้ฟัดกันนัวได้เหมือนที่ผ่านๆมา

ถึงเวลาทุบโต๊ะสยบแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐให้อยู่หมัด

“บิ๊กตู่” จำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาด กระชับอำนาจ “ผู้ถือดุล” ในมือ

ถ้าลากไม่ไหวก็ต้องปล่อยมือ มันมาถึงจุดที่อ้างไม่ได้ ขืนผู้นำรัฐบาลทำตัวอยู่เหนือปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นฐานหลักสนับสนุนนายกฯ กดทับเชื้อเน่าชั่วครู่ชั่วยาม ตามรูปการณ์แค่ขอให้ได้ไปต่อในเกมอำนาจ ในภาวะที่ประเทศชาติเผชิญวิกฤติโรคระบาดหนักสุดในประวัติศาสตร์

มันก็จะนำมาซึ่งเครื่องหมายคำถาม “บิ๊กตู่” กับบ้านเมือง อันไหนสำคัญกว่ากันแน่นอน มันย่อมเทียบกันไม่ได้และถ้าสถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น มันจะอันตรายต่อสุขภาพ “บิ๊กตู่” และรัฐบาลผสม ในภาวะที่ฝ่ายโค่นกระดาน จะได้แนวร่วมเพิ่มโดยอัตโนมัติ

ในสภาพที่ “บิ๊กตู่” พลาดไม่ได้กับการสกัดเชื้อคอร์รัปชัน “จุดตาย” รัฐบาล

หัวเชื้อปมทุจริตพร้อมลามเป็นแผลบาดทะยัก

ท่ามกลางภาวะสุ่มเสี่ยง สถานการณ์มะรุมมะตุ้มในการบินไทย ในสภาพที่พนักงานเจ้าจำปีอยู่ในภาวะจำยอม “กลืนเลือด” ให้ผ่าตัดเพื่อความอยู่รอดขององค์กร แต่ถ้าสุดท้ายผลออกมาการเมืองแฝงตัวไปรุมกินโต๊ะ กระสือซ้ำทุจริตเหมือน ปรส. สหภาพการบินไทยอาละวาดแน่

เชื่อมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯ โอกาสม็อบจุดติดเร็วเลย

ไหนจะปรากฏการณ์โกงลามระบาดแบบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งลงดาบฟันคดีทุจริตองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งที่ปราจีนบุรี อยุธยา และจ่อล่อปมการทุจริตงบฯโควิด ที่ อบจ.ลำพูน ปทุมธานี ไม่นับคดีทุจริตสนามฟุตซอลจังหวัดนครราชสีมาที่ลุ้น ป.ป.ช.จ่อฟ้องศาล

สถานการณ์ไวรัสทุจริตลามทั่วทุกหัวระแหง

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ฝ่ายค้านออกมาดักคอ ดักทาง เตือนแกมขู่ “บิ๊กตู่” ให้ระมัดระวังการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจโควิด

อย่าให้เหลือบรุมแทะ อีแร้งรุมทึ้ง

โดยวิสัยของพรรคร่วมรัฐบาลที่เกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์บางๆ แฝงเหลี่ยมตุนเสบียงเลือกตั้ง คนในค่ายพลังประชารัฐบี้ให้เกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่ เพราะไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟอร์มการเมืองโบราณ อาการที่ “บิ๊กตู่” ละสายตาไม่ได้เลย.

“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองบิ๊กตู่จีนสหรัฐฯเราไม่ทิ้งกันโควิด-19

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้