ข่าว
100 year

รวบ "หมอทศ" ต้าน 6 ปี รัฐประหาร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ค. 2563 05:23 น.
SHARE

นศ.เย้ยทัพสีเทา ถก พ.ร.ก. 5 วันรวด

“สมพงษ์” ทำใจ พท.ไผ่แยกกอเรื่องธรรมดา “อนุดิษฐ์” ปัดไม่เข้านิยามแตกแบงก์พันลั่น ส.ส.พท.ยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวทำงานมีความสุขกันดี “วัฒนา” โบ้ยเพราะ รธน.ถึงเป็นแบบนี้ “ภูมิธรรม” ปฏิเสธยังไม่เคยคุยกับใครไล่ไปถามคนปูดข่าว “พิชัย” รับพรรคใหม่ต้องถกกันอีกหลายยก ยังไม่จบเร็วๆนี้ “บิ๊กป้อม” ไม่รู้คน พท.รอซบ พปชร. วิป รบ.ยอมฝ่ายค้านถก พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ 5 วันรวด พท.ดาหน้าถล่มเอาฤกษ์เอาชัย “ชลน่าน” ฉะใช้เงินกู้หาเสียงล่วงหน้า “องอาจ” โต้ตรรกะใช้เงินผ่าน ขรก. จะไม่มีโกง “ปิยบุตร” จี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รำลึก 6 ปี คสช.ปฏิวัติ นศ.บุกชูป้ายเย้ย “กองทัพสีเทา” “ปู” ฉะ 6 ปี คสช.กดขี่ทำให้สงบ

หลังเกิดกระแสแกนนำ 3 กลุ่มในพรรคเพื่อไทย เตรียมแยกวงไปตั้งพรรคใหม่ ทั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคฯ มองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาตามกติการัฐธรรมนูญฉบับนี้ พร้อมยืนยันว่า ส.ส.ในพรรคยังทำงานกันมีความสุขดี

“สมพงษ์” ชี้ไผ่แยกกอเรื่องธรรมดา

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีแกนนำพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งเตรียมแยกตัวไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างตอนก่อนเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยยังเคยมีการแยกตัว แยกไปตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบให้เป็นเช่นนั้น ส่วนบุคคลที่มีข่าวว่าจะไปตั้งพรรคใหม่ อาทิ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน มีการวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ต้องแยกตัวเพราะกระแสนิยมของพรรคขนาดใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยลดลง คงไม่มีอะไร การวิเคราะห์สามารถมองได้ แต่ความเป็นจริงต้องพิจารณารายละเอียด ทั้งเหตุการณ์ระยะสั้นและระยะยาว

“อนุดิษฐ์” ปัดไม่ใช่แตกแบงก์พัน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ถือเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยที่กลุ่มบุคคลซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน สามารถตั้งพรรคเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกลุ่มตน การตั้งพรรคใหม่ภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และหากจะมีการดำเนินการจริงคงต้องฟังรายละเอียด และเป้าหมายในการเข้าร่วมทางการเมืองของพรรคใหม่ด้วย ส่วนผู้ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ หากตัดสินใจมาช่วยเหลือประเทศและประชาชนจริง ถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่อถามว่าบุคลากรที่มาจากพรรคไทยรักไทย เหมือนกับบุคลากรส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นการแตกแบงก์พันหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ไม่น่าเข้ากับนิยามการแตกแบงก์พัน เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่สืบเนื่อง และทำงานจนกลายเป็นสถาบันการเมือง มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายการขับเคลื่อนชัดเจน

ลั่น ส.ส.พท.ทำงานมีความสุขกันดี

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คงต้องฟังผู้ก่อตั้งเสนอแนวนโยบายและกระบวนการขับเคลื่อนทางการเมืองต่อไป ตนไม่ขอก้าวล่วงเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการทำงานของพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่ากระแสข่าวระบุด้วยว่าอาจมีการดึงบุคลากรบางส่วนที่ไม่มีความสุขกับการทำงานในพรรคเพื่อไทยไปเข้าร่วม น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ประเด็นนี้ไม่มีมูลความจริง ขณะนี้ ส.ส.ของพรรคยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่มีใครแสดงออกถึงความไม่สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 27 พ.ค. จะเปิดประชุมสมัยสามัญวันแรก ส.ส.ส่วนใหญ่แสดงความจำนงขอร่วมอภิปรายในนามพรรคเพื่อไทย

“วัฒนา”ไม่แปลกใจแยกตั้งพรรค

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่แปลกใจกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้หากพรรคการเมืองไหนมี ส.ส.เขตมากก็จะไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใครที่เป็นผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อแล้วอยากเป็น ส.ส.ต้องไปตั้งพรรค แล้วต้องมีคนสอบตกเพื่อให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีตัวอย่างออกมาให้เห็นแล้วหลายพรรคการเมืองด้วยกัน

“ภูมิธรรม” ปัดไม่เคยคุยกับใคร

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวเตรียมแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.แรงงาน พูดเรื่องการตั้งพรรคใหม่นั้น อยากชี้แจงว่ายังไม่เคยคุยกับนายพิชัย หรือนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ เรื่องการตั้งพรรคใหม่ในช่วงนี้ ข่าวที่เกิดขึ้นต้องไปถามรายละเอียดที่นายพิชัย ส่วนบรรยากาศการเมืองขณะนี้ต้องถือว่าสังคมกำลังมีคำถามใหญ่เกี่ยวกับความสามารถของนายกฯ และคณะรัฐบาลว่าจะสามารถพาคนไทยฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปได้หรือไม่ วันนี้คนไทยต่างไม่ค่อยมีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ การเมืองในอนาคตอันใกล้ หากสถานการณ์ไม่มีอะไรดีขึ้นกว่านี้ และหากรัฐธรรมนูญยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เชื่อว่าคนในวงการต่างๆหลากหลายวิชาชีพจะต้องร่วมกันเสนอแนวคิดและทางเลือก เพื่อให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีกว่านี้ เชื่อว่าคนรุ่นใหม่และคนอีกหลากหลายวิชาชีพคงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นใหม่ในสังคม ต่อจากนี้สังคมควรเฝ้าติดตามดู

“พิชัย” รับพรรคใหม่ยังไม่จบเร็วๆนี้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.แรงงาน กล่าวว่า ยอมรับว่ามีการพูดคุยมากกว่าหนึ่งกลุ่ม ถึงแนวทางการตั้งพรรคใหม่ แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าทางการเมืองกับกลุ่มใดในเร็ววันนี้ และเชื่อว่าแต่ละกลุ่มที่มีกระแสข่าวออกมาทั้ง 3 กลุ่ม ยังไม่มีข้อสรุปถึงการดำเนินการที่ชัดเจนในช่วงนี้ เพราะกรอบเวลาการเลือกตั้งยังมาไม่ถึง และด้วยกติกาของรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้คงมีอายุไปได้อีกระยะหนึ่ง ดังนั้นแต่ละกลุ่มคงต้องหารือกันอีกหลายครั้งกว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนออกมา

35 นิวบลัดขอเป็นทางเลือกใหม่

นายธนพล บุญมาลี อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวเรื่องการจัดตั้งพรรคใหม่เป็นความจริง ขณะนี้มีคนรุ่นใหม่ที่เคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10 พรรค รวม 35 คน ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม “นิวบลัด” มีตนเป็นประธานกลุ่ม และมีนักการเมืองอาวุโสเป็นที่ปรึกษาสนับสนุนแนวทางการทำงานเพื่อพัฒนาด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กลุ่มนิวบลัดทั้ง 35 คนมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ เชิดชูประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทหาร มุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขกว่าทุกวันนี้ ทางกลุ่มได้วางแผนทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างอาชีพ และรายได้ของประชาชนในทุกภาค เราพร้อมเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่ต้องการให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างามและน่าภาคภูมิใจ

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้คน พท.รอซบ พปชร.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าอาจมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ว่า ยังไม่รู้ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีความขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย พล.อ.ประวิตรตอบปฏิเสธสั้นๆว่าไม่มี เมื่อถามย้ำว่าความสัมพันธ์ยังดีอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าไม่มีอะไร

“ชวน” จับทุกพรรคถกเปิดสภา

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดผู้นำฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ตัวแทนพรรคการเมือง หารือถึงการเตรียมความพร้อมรับการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ วันที่ 27 พ.ค. รวมถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 รวมถึงกรอบเวลาการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ต่อมานายชวนได้นำตรวจความพร้อมของห้องประชุมพระสุริยัน ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดที่นั่ง ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม นายชวนกล่าวว่า มีการจัดสรร ที่นั่งให้สมาชิกส่วนหนึ่ง 60-80 คน นั่งประชุมบริเวณที่นั่งสังเกตการณ์ของคนนอกด้านบน ไม่ให้บริเวณห้องประชุมด้านล่างหนาแน่นเกินไป ส่วนการลงมติจะให้ทยอยมาลงคะแนนด้านล่าง ขอย้ำว่าไม่สามารถฝากหรือเสียบบัตรแทนกันได้ เราพยายามทำตามมาตรการป้องกันโควิดเต็มที่ ตามมาตรการรักษาระยะห่าง เมื่อถามถึงกรอบเวลาการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน นายชวนตอบว่า อยู่ที่ผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน

“วิรัช” ยอมให้ชำแหละ พ.ร.ก.5 วัน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การหารือร่วมกันมีข้อสรุปว่าจะพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ คือ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมกัน จะพิจารณาตั้งแต่วันที่ 27-31 พ.ค. สั่งพักการพิจารณาในเวลา 20.00 น. ของทุกวัน และลงมติภายในเวลา 15.00 น.ของวันที่ 31 พ.ค. รวมระยะเวลาพิจารณาทั้งสิ้น 5 วัน ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบ ประมาณรายจ่าย จะพิจารณาสัปดาห์ถัดไป

ยื่นศาล รธน.คือทางออกสุดท้าย

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นด้วยกับหลักการของ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน แต่เนื่องจากการตรา พ.ร.ก.รัฐบาลไม่ได้กำหนดรายละเอียดสำคัญ อย่างที่มาของเงิน กระบวนการการใช้เงิน และการตรวจสอบการใช้เงินเอาไว้ ฝ่ายค้านจึงขอตั้งเงื่อนไขว่าหากฝ่ายค้านลงมติเห็นชอบแล้ว รัฐบาลต้องรายงานการใช้เงินกู้ดังกล่าวต่อสภาทุกเดือน โดยร่วมกับฝ่ายค้านในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ พรรคก้าวไกลเสนอญัตติตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวเข้าสู่สภาแล้ว เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับก่อนที่สภาจะพิจารณา นายสุทินตอบว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของฝ่ายค้าน เพราะเห็นว่าหากยื่นตีความอาจทำเกิดความล่าช้า แต่หากถึงที่สุดแล้วมีความจำเป็น ก็ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง เท่าที่ตรวจสอบ พ.ร.ก.พบว่าอาจมีปัญหาการตรา พ.ร.ก.ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีข้อมูลว่ารัฐบาลเพิ่ง ดำเนินการกู้เงินไปเพียงบางส่วนเท่านั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าอาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนตามที่อ้าง หรือควรเปลี่ยนไปดำเนินการกู้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณกลางปีแทน

พท.ฉะใช้เงินกู้หาเสียงล่วงหน้า

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ฝ่ายรัฐบาลจะอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ในกฎหมายบังคับให้ต้องใส่รายละเอียดการใช้เงิน ต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจน การที่รัฐบาลวางกรอบการกู้เงินไปสิ้นสุดเดือน ก.ย.2564 อาจไม่เข้าเงื่อนไข ความเร่งด่วน สามารถนำไปใส่ในกรอบงบประมาณปี 2564 ได้ ดังนั้นการกู้เงินของรัฐบาลอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ การใช้จ่ายเงินกู้ในกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท แม้รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการบริหารเงินกู้ จำนวน 10 คน แบ่งเป็นข้าราชการประจำ 5 คน ที่เหลือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจของนายกฯ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีความกังวลว่าการใช้เงินกู้จะมีความโปร่งใสหรือไม่ เพราะไม่สามารถเอาผิดได้ และน่าเป็นห่วงว่าการใช้เงินกู้ของรัฐบาลจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าไว้ให้กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล เอาเงินกู้ไปหาเสียงล่วงหน้า ที่หนักกว่านั้นคือการใช้งบประมาณของรัฐบาลนี้ตรวจสอบได้ยากมาก

เชื่อ ปชป.ไร้ปัญหาโหวตสวนมติ

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจว่าเสียง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับมีความเป็นเอกภาพและจะเป็นไปตามมติพรรค ส่วนการประสานกับพรรครัฐบาลนั้น วิปของพรรคจะทำหน้าที่ร่วมกับวิปรัฐบาลต่อไป ส่วนการควบคุมเสียงสมาชิกในการลงมติคิดว่าเมื่อถึงเวลาโหวตพรรคจะยึดตามวิปรัฐบาล เมื่อถามว่าจะมีการคาดโทษสมาชิกหากโหวตสวนมติพรรค หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และได้พูดคุยเรื่องนี้กันไปแล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหาเรามีเอกภาพในเรื่องนี้ และจะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

“องอาจ” โต้ตรรกะ ขรก.ไม่มีโกง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธาน ส.ส.พรรค กล่าวว่า การใช้จ่ายเงินกู้ที่ทางรัฐบาลพยายามทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องของข้าราชการประจำพิจารณา ไม่มีนักการเมือง ไม่มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง น่าจะเป็นการสื่อความหมายถึงความโปร่งใส ไม่มีการทุจริตนั้น ในความเป็นจริงการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของนักการเมืองเท่านั้น ข้าราชการก็มีการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย ฉะนั้นการบอกว่าเมื่อตัดนักการเมืองออกไปมีแต่ข้าราชการประจำทำแล้วจะทำให้โปร่งใส จึงไม่แน่นอนเสมอไปว่าจะไม่เกิดการทุจริต และถ้านักการเมืองร่วมมือกับข้าราชการทุจริต ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทำความเสียหายให้ประเทศชาติมหาศาล มีให้เห็นหลายกรณีแล้ว รัฐบาลต้องรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส อย่าให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ควรเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ ขอฝากนายกฯต้องลงมากำกับดูแลการใช้จ่ายเงินอย่างจริงจัง

กมธ.ตั้งแท่นสอบปมร้อนการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังสภาเปิด ประชุมสมัยสามัญ จะมีประเด็นการเมืองร้อนๆ เตรียมเข้าสู่วาระการประชุมของ กมธ. อาทิ วันที่ 27 พ.ค. คณะกรรมาธิการการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เชิญนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เข้าชี้แจงกรณีกักตุนหน้ากากอนามัย ส่วน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ชี้แจงกรณีพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริง การกดขี่ข่มเหงผู้ใต้บังคับบัญชา และการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้บังคับบัญชา อันเนื่องมาจากการร้องเรียนปัญหาทุจริตภายในกรมสรรพาวุธทหารบก ส่วน วันที่ 3 มิ.ย. กมธ.ป.ป.ช. จะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีดำรงตำแหน่งทางการเมืองขัดต่อกฎหมายหรือไม่ หลังมีข้อกล่าวหาว่าถูกคำตัดสินพิพากษาให้จำคุกในต่างประเทศ

“ปิยบุตร” จี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า เผยแพร่คลิปผ่านเฟซบุ๊ก “พอได้แล้วหรือยัง? สถานการณ์ฉุกเฉิน” ระบุว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเป็นการละเมิดเสรีภาพการประกอบอาชีพของประชาชน ส่งผลกระทบต่อปัญหาปากท้อง ปัญหาทางเศรษฐกิจ เสรีภาพการใช้ชีวิต และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีข้ออ่อนในหลายประเด็น ประการแรกคือ ไม่มีระบบตรวจสอบทั้งในฝ่ายรัฐสภา และฝ่ายตุลาการ และยังเป็นการยกเว้นกฎหมายสำคัญๆ เช่น กฎหมายวิธีพิจารณาปฏิบัติราชการทางปกครอง “ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเสมือนเป็นรัฐประหารโควิด รวบอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงจนสามารถใช้กฎหมายปกติได้ การคงสถานการณ์ฉุกเฉินไว้จึงไม่มีความจำเป็น ประชาชนมีสิทธิตั้งคำถามดังๆกลับไปว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต่อการจัดการโรคระบาด หรือจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์กันแน่”

จวกกระชับอำนาจแช่แข็งประเทศ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์รัฐบาลขณะนี้กำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธารอบด้าน จากการบริหารไร้ประสิทธิภาพในแทบทุกมิติ พยายามเอาจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ มาขังประชาชน 67 ล้านคน ปิดโรงเรียน แต่เปิดห้าง เยียวยาล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ห้ามคนทำมาหากิน ออกมาตรการใดมาประชาชนก็เกิดคำถามและไม่เชื่อมั่น หวาดระแวงกลัวรัฐบาลล้วงข้อมูลส่วนตัว กระทบต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล หรืออาจนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ การต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน รัฐบาลมีแต่ได้กับได้ แต่ความเสียหายเกิดกับประชาชน สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือยุติสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ บรรยากาศกลับคืนสู่สภาวะปกติ ฟื้นฟูความเสียหายทางเศรษฐกิจให้ประชาชน วันนี้ครบ 6 ปีรัฐประหาร ผ่านการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจมา 1 ปี วิกฤติ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไม่แก้ไข มีแต่ความพยายามแช่แข็งประเทศหลบหลังโควิด

นศ.รำลึก 6 ปี คสช.ทำรัฐประหาร

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ย่านเกียกกาย กลุ่มเครือข่ายนักเรียนนิสิตนักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) นำโดยนายพร้อมสิน บุญจันทร์ ประธานภาคีนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี นำโดยนายกรกช แสงเย็นพันธ์ อดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมตัวกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในโอกาสครบรอบ 6 ปี การรัฐประหารของ คสช. 22 พ.ค.2557 เริ่มจุดแรกที่บริเวณรัฐสภา มีการชูป้ายข้อความ “ไม่เอา ส.ว. เอา สสร.” จากนั้น เดินทางไปหน้ากองบัญชาการกองทัพบก พร้อมชูป้ายข้อความ “กองทัพสีเทา ตัดงบกองทัพแก้ Covid” พร้อมยืนถ่ายรูปนานประมาณ 10 นาที ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหารของ บก.ทบ. ที่นำแผงเหล็กมากั้นรอบป้ายกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อไม่ให้กลุ่มดังกล่าวทำกิจกรรมบริเวณหน้าป้ายให้ใช้แต่พื้นที่ฟุตปาทด้านข้างแทน ก่อนพากันเดินทางไปทำกิจกรรมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ชูป้ายข้อความ “2,191 วันกับเผด็จการ” และเดินต่อไปยังอนุสาวรีย์ประชา-ธิปไตย พร้อมนำพวงหรีดที่มีตัวเลข “2,191” มาวาง แต่ทางตำรวจไม่อนุญาต

สับเละ 2,191 วันแห่งความเลวร้าย

จากนั้นกลุ่มคน ป.ออกแถลงการณ์ ความว่า 22 พ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ คสช. ยึดอำนาจบอกว่า จะมาปราบนักการเมืองโกงกิน คืนความสุขให้คนในชาติ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขอเวลาอีกไม่นาน แต่กลับอยู่ต่อมาอีกนานถึง 2,191 วัน และกระทำย่ำยีต่อประเทศไทยอย่างเลวร้ายที่สุด พวกเขาทุจริตล่วง ละเมิดเสรีภาพประชาชน ทำร้ายศัตรูทางการเมือง เอาเงินภาษีไปตอบแทนนายทุนและกองทัพ ไม่ต่างจากนักการเมืองที่พวกเขารังเกียจ เลวร้ายไปกว่านั้นยังเสพติดอำนาจวางแผนสืบทอด โดยมี รธน.ที่ร่างขึ้นมาเอง และ ส.ว.พวกพ้องที่ส่งผลให้ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ขอเรียกร้องดังนี้ 1.ตัดงบกองทัพที่ไม่จำเป็นนำเงินไปเยียวยาการระบาดของโควิด 2.ให้ส.ว.ชุดนี้ยุติบทบาทไม่คุ้มงบแผ่นดิน 3.แก้ไข รธน.ให้มี สสร.ร่าง รธน.ใหม่ นำประเทศออกจากระบอบรัฐประหารสู่วิถีทางประชาธิปไตย

“หมอทศ” เจอรวบที่หน้าหอศิลปฯ

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมมวลชนเสื้อแดงราว 50 คน เดินทางมารวมตัวกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์วันครบรอบ 6 ปี รัฐ– ประหาร คสช. โดย นพ.ทศพรได้นำภาพเขียนใบหน้าความเดือดร้อนของประชาชนในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เขียนด้วยตัวเองนำมาตั้งจัดแสดงหน้าหอศิลปฯแต่ปรากฏว่าทางหอศิลปฯเจ้าของสถานที่และตำรวจไม่อนุญาตให้จัดแสดง เพราะมองว่าเป็นกิจกรรมทางการเมือง มีการนำรั้วเหล็กมากั้นไว้ไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ นพ.ทศพรจึงจุดเทียนที่มีข้อความว่า 6 ปีรัฐประหาร แล้วกล่าวประณามการบริการงานที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอด 6 ปี ก่อนปิดท้ายด้วยการเป่าเมาธ์ออร์แกนบรรเลงเพลงเพื่อมวลชน เมื่อสิ้นสุดการทำกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เชิญตัวไปโรงพักพร้อมกับนายอนุรักษ์ เจนตวณิช นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมประชุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย และตำรวจอนุญาตให้ประกันตัวไปคนละ 2 หมื่นบาท และอยู่ระหว่างการทำบันทึกการจับกุม

“ปู” ฉะ 6 ปี คสช.กดขี่ทำให้สงบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ไทยเอ็นไควเรอร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปี การรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ว่า ตอนถูกศาล รัฐธรรมนูญถอดถอนจากตำแหน่ง ก็รับรู้ว่าต้องมีการรัฐประหารตามมา เมื่อรัฐประหารเกิดขึ้นขณะนั้นยังอยู่ในประเทศไทยในที่ปลอดภัย แต่ได้ตัดสินใจเดินหน้าชีวิตต่อไป หลังได้รับการติดต่อจาก คสช.ให้ไปมอบตัว ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาเห็นว่ารัฐประหารไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้น กลับกลายเป็นถอยหลังและพลาดโอกาสดีไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ บางคนมองว่าเป็นการสร้างความสงบ แต่แท้จริงแล้วความขัดแย้งยังอยู่ในจิตใจคนไทย เป็นความสงบที่มาจากการกดขี่ ถึงมีการเลือกตั้งใหม่แต่กรอบแนวคิดไม่ต่างไปจากเดิม ตอนนี้อยากให้มองสถานการณ์หลังโควิด-19 ว่าจะฟื้นฟูกันเช่นไร ส่วนตัวมองว่าจำเป็นต้องวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจกันใหม่ แทนการใช้เงินแก้ปัญหา

พปชร.คุยชนะ ลต.ซ่อมลำปาง

เวลา 08.00 น. ที่ว่าการอำเภอสบปราบ จ.ลำปาง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายเอกราช ช่างเหลา นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พากันไปให้กำลังใจนายวัฒนา สิทธิวัง ยื่นใบสมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างเขต 4 ลำปาง โดยนายวัฒนาสมัครเป็นคนแรก ทำให้ได้หมายเลข 1 ไม่ต้องจับสลาก นายวัฒนากล่าวว่า พร้อมลงพื้นที่หาเสียงแบบเคาะประตูบ้านทุกหลังในพื้นที่ มั่นใจประชาชนเขต 4 พร้อมเปลี่ยนแปลง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วนายวัฒนาได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้