"แรมโบ้ อีสาน" ยัน รัฐบาลตัดสินใจ ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เกี่ยวการเมือง ลั่น เอาการเมืองเก็บใส่ลิ้นชักไว้ก่อน ขอทุกฝ่ายร่วมมือดูแลรับผิดชอบประเทศและประชาชนร่วมกัน
วันที่ 22 พ.ค. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า การที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เสนอที่ประชุม ศบค. เพื่อคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาไว้อีก 1 เดือน ไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายน เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น ส่วนตัวมองว่าแม้จะมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ลดลง แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสยังมีอยู่ ยังประมาทไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจโดยแท้จริง จึงจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ก่อน เราต้องเลือกชีวิตความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ทั้งนี้ นายกฯ ได้ประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งยังเตรียมที่จะผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป โดยเชื่อว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ นายกฯ จะพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือและเข้าใจว่า ทุกอย่างรัฐบาลได้มีการพิจารณาโดยรอบด้าน
นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า นายกฯ และรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ นายกฯ ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น นอกจากควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ทั้งนี้ยังได้ดำเนินการไปพร้อมๆ กับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย ดังนั้นขอให้นักการเมืองหรือคนที่จะออกมาคัดค้านการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้เข้าใจตรงนี้ด้วย อย่าเอามาตีเป็นประเด็นเกี่ยวข้องทางการเมือง วันนี้การเมืองเก็บใส่ลิ้นชักไว้ก่อน เอาประเทศชาติและชีวิตประชาชนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต่อสู้กับไวรัสโควิด จนทำให้ประชาชนปลอดภัยสูงสุดระดับต้นๆ ของโลก
...
"ผมเชื่อมั่นว่า หลังวิกฤติโควิดของโลกคลี่คลายลง ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นจากต่างชาติ ในด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขการแพทย์ จะทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนทั่วโลกสนใจเดินทางมาประเทศไทย เพราะปลอดภัยสูงสุดอย่างแน่นอน นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะพุ่งเป้าเดินทางมาประเทศไทย จะทำให้เรามีเศรษฐกิจมีรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล ดังนั้น เราจึงต้องช่วยกันร่วมมือกันทำให้เห็นว่า ประเทศเราสามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยขั้นสูงสุดให้ได้ ดังนั้นนักการเมืองทุกฝ่ายทุกคนก็ต้องช่วยกันร่วมมือให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จร่วมกันเพื่อความมั่นคงเติบโตทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้าอันใกล้นี้ให้ได้ เพราะประเทศนี้เป็นของพวกเราทุกคนที่ต้องดูแลรับผิดชอบร่วมกันมิใช่หรือ" นายสุภรณ์ กล่าว.