ข่าว
100 year

“ธนาธร” โต้ปมเงินบริจาค ไม่เอาเกียรติมาโกง 7 ล้าน จะจ่ายทุกคน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 พ.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

“ธนาธร” โต้แหลก ยันเงินระดมทุนทุกบาทส่งถึงมือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ลั่นไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงมาแลกเงิน 7 ล้าน ขอโทษหากสื่อสารผิดพลาดไป ประกาศเดินหน้าตรวจสอบ พ.ร.บ.โอนงบฯ “ก้าวไกล” สวดระบบรัฐราชการทำจ่ายเยียวยากลุ่มผู้ประกันตนล่าช้า “วัฒนา” ราวีไม่เลิก ฉะวิกฤติจากสติปัญญารัฐบาลที่มุ่งแต่ก่อหนี้ “องอาจ” ติงอุ้มบินไทยต้องไม่เหลว จี้นายกฯเปิดแผนฟื้นฟูต่อสาธารณะ พปชร.เบรกฝ่ายค้านสอบถลุงงบโควิด

หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของคณะก้าวหน้า แบบไม่โปร่งใสนั้น ล่าสุดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าออกมายืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ส่งถึงมือผู้ได้รับผลกระทบจากการสั่งล็อกดาวน์ของรัฐบาลแน่นอน

“ธนาธร” ยันเงินทุกบาทถึง ปชช.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 5 พ.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำ คณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เฟซบุ๊กไลฟ์ชี้แจงถึงการจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ระดมทุน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ได้พบกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้าง จึงเป็นที่มาที่คณะก้าวหน้าต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ศิลปินที่มาร่วมเล่นดนตรีล้วนเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่มาเล่นดนตรีเพื่อสร้างความหวังและให้กำลังใจทุกคน คณะก้าวหน้าเป็นเพียงตัวกลางเชื่อมถึงประชาชนเท่านั้น การจัดงานที่ออกมาไม่ได้ยิ่งใหญ่ เพราะเราไม่มีความสามารถดูแลได้ทุกคน แต่อย่างน้อยที่สุดคือมีส่วนร่วมช่วยเหลือประชาชน ทราบดีว่าวิธีการนี้ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เพราะทางออกที่ยั่งยืนคือการใช้งบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนมาช่วยดูแลคนที่ขาดรายได้ เพราะอยู่บ้านเพื่อชาติ แต่ชาติกลับไม่เหลียวแล หากดูแลได้ถ้วนหน้าจริงเราคงไม่ต้องมาจัดงานนี้

ลั่นไม่เอาชื่อเสียงแลกเงิน 7 ล้าน

นายธนาธรกล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจเจตนาของเราว่าต้องการแบ่งเบาภาระประชาชนสถานะล่าสุดของโครงการนี้ปิดไปตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. เวลา 14.00 น. รวมยอดเงินบริจาคได้ 7,282,897 บาท ช่วยเหลือได้ 2,427 ครัวเรือน โดยได้ทยอยโอนเงินให้กับคนที่เดือดร้อนแล้วประมาณ 855 คน จนถึงเวลานี้ยังมีคนที่บริจาคเงินให้อยู่ เราจะนำเงินไปต่อสู้กับโควิดต่อไป ส่วนกรณีที่มีการเข้าใจผิดต่อคณะก้าวหน้า คือ 1.โกงเงินบริจาค ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่คุ้มต่อการเอาชื่อเสียงและเกียรติยศมาแลกกับเงิน 7 ล้านบาท เงินทุกบาทที่เข้ามาจะโอนออกไปให้กับผู้เดือดร้อนทั้งหมด โดยไม่มีการเก็บค่าบริหารจัดการทั้งสิ้น 2.กรณีการเปลี่ยนกฎการรับเงินช่วยเหลือ การกำหนดรหัส 24 และ 75 เพื่อต้องการให้กำหนดการโอนเงินเป็นรอบๆ แต่ระหว่างดำเนินการปรากฏว่าระบบที่ใช้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินเกิดการล่ม จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ด้วยการให้มาลงทะเบียนในกล่องข้อความที่ใช้สำหรับแสดงความคิดเห็นแทน และกำหนดว่าอย่าส่งเลขบัญชีธนาคารผ่านมาทางนี้ ทีมงานจะเป็นผู้ติดต่อกลับไปเอง

ขอโทษหากสื่อสารผิดพลาดไป

นายธนาธรกล่าวอีกว่า 3.ข้อกล่าวหาว่าคณะก้าวหน้าหลอกลวงและให้ความหวังประชาชน คณะก้าวหน้าอาจสื่อสารผิดพลาด ที่ทำให้หลายคนนึกว่าส่งข้อความแล้วจะได้รับเงินทันที ขอกล่าวคำขอโทษแทนทีมงานทุกคน ขอให้ทุกท่านเข้าใจเจตนาของพวกเรา เงิน 3,000 บาทสำหรับคนที่รับไป จะทำให้เกิดกำลังใจและก้าวเดินต่อไปได้ และเห็นว่าสังคมนี้ยังไม่ได้ทิ้งกัน คนที่รับไปทุกคนจะตระหนักถึงความร่วมมือของประชาชนครั้งนี้ และหวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ และทำให้หลายคนไม่ต้องฆ่าตัวตาย หลังจากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเกี่ยวกับกฎหมายการโอนเงินงบประมาณต่อไป

ชี้ปัญหาประกันสังคมจ่ายล่าช้า

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากมติ ครม. ที่ขยายการเยียวยาครอบคลุมถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นั้น ในทางปฏิบัติพบว่าจ่ายชดเชยล่าช้ามาก จากข้อมูลวันที่ 4 พ.ค. มีผู้ประกันตนยื่นขอรับสิทธิ 1,177,841 คน เป็นผู้มีสิทธิ 958,304 คน จ่ายไปแล้วแค่ 455,717 คน คิดเป็นร้อยละ 44.55 เท่านั้น ยังมีผู้ประกันตนรอคอยอยู่อีกถึงร้อยละ 52.45 ปัญหาการจ่ายชดเชยล่าช้าไม่ใช่แค่ประชาชนที่รู้สึกคับแค้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ประกันสังคมเองยังรู้สึกอึดอัด ใจอยากจะจ่ายให้เร็วแต่ทำไม่ได้ เพราะการทำงานที่ต้องเจอกับปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้าหลัง มีงานตรวจเอกสารจนตาลาย และยังติดหล่มกับหลักเกณฑ์หยุมหยิม ถ้าทำผิดหลักเกณฑ์ อาจเดือดร้อนถูกลงโทษทางวินัย ถูกดำเนินคดีอาญา และรับผิดทางแพ่งตามมา

ซัดรัฐราชการไม่ยึด ปชช.เป็นที่ตั้ง

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ปัญหาโครงสร้างของรัฐราชการที่เน้นเอาหลักเกณฑ์เป็นที่ตั้ง ไม่ได้เอาปัญหา ของประชาชนเป็นฐาน ต่อให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสแค่ไหน ถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ปล่อยให้ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัสอยู่อย่างนั้น กว่าหลัก เกณฑ์จะถูกแก้ไข ถ้าประชาชนไม่ล้มหายตายจากก็ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสก่อน ด้วยทัศนคติที่เชื่อว่าขั้นตอนงานเอกสารจำนวนมากจะช่วยป้องกันการทุจริตได้ ทั้งที่ขั้นตอนงานเอกสารที่วุ่นวายมีแต่ทำให้ประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน ลดต่ำลง แต่ไม่ช่วยป้องกันการทุจริตอะไรได้เลย การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้ดีที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะให้โปร่งใสที่สุด ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้ แต่ปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐมีข้อจำกัดมาก

ชงช่วยแรงงานทั้งใน–นอกระบบ

นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการแรงงาน กล่าวว่า กมธ. เตรียมข้อเสนอยื่นต่อรัฐบาลขอให้ปรับปรุงมาตรการเยียวยาคนทำงานในช่วงวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินล็อกดาวน์ นำไปสู่การสั่งปิดกิจการร้านค้า ทำให้รายได้ของคนทำงานลดลงมาก โดยเฉพาะในภาคเอกชน นอกจากนี้ยังมีการเลิกจ้าง มีคนตกงานเพิ่มขึ้น 140,000 รายในเดือน มี.ค. รวมสะสมกว่า 700,000 ราย ไม่สามารถหางานทำได้ในช่วงวิกฤตินี้ การออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบประกันสังคมของรัฐบาล ไม่สามารถช่วยเหลือคนทำงานที่เดือดร้อนได้อย่างแท้จริง เช่นกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาท ที่อนุมัติให้แก่แรงงานนอกระบบเพียง 3 ล้านคน รัฐบาลตั้งกฎเกณฑ์เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดปัญหาการคัดกรองอย่างไม่เป็นธรรม ล่าช้า และตกหล่นเป็นจำนวนมาก

“วัฒนา” อัดวิกฤติจากปัญญา รบ.

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประกาศว่าเศรษฐกิจไทยอาจทรุดยาวไปอีก 6-9 เดือน ความจริงเศรษฐกิจไทยตกต่ำมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจ ไม่ได้เพิ่งมาตกต่ำตอนโควิด-19 นับแต่ปีงบประมาณ 2558-2563 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กู้เงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณรวม 2.662 ล้านล้านบาท ล่าสุดออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มอีก 1.9 ล้านล้านบาท ยอดรวมก่อหนี้กู้เงินจนถึงปัจจุบัน 3.662 ล้านล้านบาท ยังไม่นับรวมที่ต้องกู้มาชดเชยงบประมาณปี 2564 ที่คงไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท เท่ากับตั้งแต่ยึดอำนาจมาผลาญเงินไป 4 ล้านล้านบาท โดยประเทศชาติไม่ได้อะไร หากดูแผนบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ แสดงอัตราการชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2563 รวม 6 ปี ชำระต้นเงินกู้รวม 292,235 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 48,705 ล้านบาท ดังนั้นหนี้จำนวน 4 ล้านล้านบาทที่ก่อขึ้น ต้องใช้เวลาชำระหนี้ประมาณ 80 ปี ส่วนแนวทางการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ก้อนหนึ่ง 1 ล้านล้านบาท เป็นงบลงทุนภาครัฐเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 จนบัดนี้คนไทยยังไม่เห็นแนวทางการใช้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ วิกฤติจากโควิด-19 ไม่น่ากลัวเท่ากับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากสติปัญญาของรัฐบาลก่อหนี้ไว้ให้ประชาชนมหาศาล

“องอาจ” ติงอุ้มบินไทยต้องไม่เหลว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายกฯยังไม่พิจารณาแผนฟื้นฟูเร่งด่วนของการบินไทยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ 54,000 ล้านบาทนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาด้วยความรอบคอบ ที่เอาเงินภาษีอากรประชาชนไปอุ้มการบินไทย เพราะการอุ้มให้มีสภาพคล่องมีการทำมาเป็นระยะๆ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น บางช่วงเวลากลับแย่กว่าเดิม เมื่อนายกฯให้โอกาสมา 5 ปีแล้วยังฟื้นฟูไม่สำเร็จ นับจากนี้ไปนายกฯมีหลักประกันอะไรให้ประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่จะมาอุ้มสบายใจได้ว่า การอุ้มครั้งนี้จะสำเร็จ เราภาคภูมิใจที่ไทยมีสายการบินแห่งชาติ แต่ต้องอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี บริหารจัดการให้อยู่รอดได้ไม่ใช่อยู่ในสถานะที่ต้องเสริมสภาพคล่องแก้ปัญหาขาดทุน และต้องอุ้มกันอยู่ตลอดเวลา

จี้นายกฯเปิดแผนฟื้นฟูให้คนชี้แนะ

นายองอาจกล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯเปิดเผยแผนฟื้นฟูเร่งด่วนกรณีการบินไทยที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ให้คนไทยรับทราบอย่างละเอียด จะได้มีส่วนร่วมให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ แผนฟื้นฟูการบินไทยน่าจะอยู่บนหลักการพื้นฐานดังนี้ 1.มีแผนการบริหารหนี้อย่างไรเพราะการบินไทยมีปัญหา เรื่องหนี้สินอยู่มาก 2.มีแผนการสร้างรายได้ในอนาคตที่ชัดเจนอย่างไร ในสภาวะที่อุตสาหกรรมการบินแข่งขันกันสูงมาก 3.มีแผนรายจ่ายที่ต้องทำให้เห็นภาพที่ชัดเจน 4.มีการวิเคราะห์ผลกระทบของโควิด-19 ที่กระทบต่อการบินทั้งระบบหรือไม่ และ5.จะลดความเสี่ยงของแผนฟื้นฟูที่จะทำได้อย่างไร เมื่อใดก็ตามที่แผนฟื้นฟูผ่าน ครม.นำไปสู่การปฏิบัติ ขอให้นายกฯเอาใจใส่เป็นพิเศษ สร้างความร่วมแรงร่วมใจทั้งจากภายในองค์กรการบินไทย และทุกภาคส่วนภายนอก ช่วยกันทำให้การฟื้นฟูสำเร็จเพื่อให้การบินไทยอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

บี้เปิดให้คน ตจว.อุทธรณ์สิทธิ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับกระทรวงการคลังที่เปิดจุดรับร้องทุกข์แก้ไขปัญหาการลงทะเบียนออนไลน์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท และอยากให้รัฐบาลออกประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนในต่างจังหวัดไปร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด จะได้รับสิทธิการช่วยเหลือเท่าเทียมกับ คน กทม. อยากให้รัฐบาลขยายเวลาออกไปอีก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้รัฐบาลตั้งเป้าหมายการเยียวยาผู้ได้รับการคัดกรองแล้วจำนวน 16 ล้านคน และการเยียวยาเกษตรกรอีก 10 ล้านครัวเรือน รวมทั้งหมด 26 ล้านคน อาจยังมียอดตกค้างเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 30 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าวิธีการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ จำนวนเงินงบประมาณเกินเป้าหมายที่วางไว้ แต่เมื่อโครงการเราไม่ทิ้งกันเดินหน้ามาถึงตอนนี้แล้ว คงไม่เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงอะไรอีก มีแต่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปให้เร็วที่สุด “ยึดถือตามคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า หุงข้าวเสร็จแล้ว จะสุกหรือดิบ ก็ต้องคดกินกันเท่านั้น” แต่ขอตั้งข้อสังเกตฝากรัฐบาลใช้เป็นบทเรียนของการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

พปชร.เบรกฝ่ายค้านสอบถลุงงบ

วันเดียวกัน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรนำเรื่องเข้าสภาเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามแก้ปัญหาเยียวยาโควิด-19 ว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะในสภามี กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ติดตามตรวจสอบการทุจริตอยู่แล้ว เคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบการบริหารประเทศของรัฐบาล แต่อำนาจหน้าที่ของ กมธ.ป.ป.ช. ที่มี ส.ส.ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก็สามารถนำมาใช้ในเรื่องนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณเพิ่มเติมอีก แต่คงต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของ ส.ส.ทั้งสภาว่าต้องการให้ตั้งหรือไม่ และต้องถามกลับไปที่นายพิธาว่า เป้าหมายของการตั้ง กมธ.คืออะไร แค่ต้องการใช้เวที กมธ.มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง นำมาดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่

“ณัฐชา” ตอกไม่เข้าใจหน้าที่ ส.ส.

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าการตั้ง กมธ.วิสามัญ ติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณนั้น จุดประสงค์ที่พรรคเสนอเพื่อเป็นกลไกติดตามสถานการณ์ความทุกข์ร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบวงกว้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ แม้การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้นายกฯมีอำนาจเต็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกระทำการใดๆโดยปราศจากการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ เริ่มต้นมาเหมือนจะดีว่าเคารพการทำงานของฝ่ายค้านตามระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ว่าฝ่ายค้านจะเสนออะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ฝั่งรัฐบาลไม่เคยให้ความร่วมมือตอบสนองเลย การแสดงความคิดเห็นของนายสิระบ่งบอกว่าไม่มีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ส.ส.ที่แท้จริง

“เทวัญ” ขอฟังเสียง ส.ส.ส่วนใหญ่

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล ยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้านที่ขอดำเนินการได้ ส่วนรัฐบาลโปร่งใสอยู่แล้ว และหากสภาเห็นเป็นอย่างไรก็ว่าตามนั้น ต้องฟังเสียง ส.ส.ส่วนใหญ่

ส.ว. แซะ “อดิศร” มีปัญหาครอบครัว

ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. กล่าว ตอบโต้นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ที่กล่าวพาดพิงว่า ยอมรับแม้มีประสบการณ์ทางการเมืองน้อยกว่านายอดิศร แต่มั่นใจว่าผ่านชีวิตในสนามรบที่เสียสละเพื่อชาติมามากกว่า“สหายสอง” (นายอดิศร เพียงเกษ)ที่หลบหนีเข้าป่า จึงเข้าใจการแสดงออกของนายอดิศรดี คำสัมภาษณ์ของตนต้องการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอย่าเล่นการเมืองในยามนี้ ร่วมมือร่วมใจหันหน้าเข้าหากันช่วยประเทศชาติผ่านวิกฤติโควิดไปด้วยกัน ไม่ประสงค์จะไปโต้แย้งอะไรกับนายอดิศรให้กลายเป็นคู่ขัดแย้งเอง เข้าใจและให้อภัย ช่วงนี้นายอดิศรอาจอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้จากปัญหาของครอบครัว รู้สึกเห็นใจ และให้โอกาสนายอดิศรและครอบครัว ตามที่เอ่ยปากขอโอกาสจากสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจคอนเสิร์ตออนไลน์ระดมทุนพรรคก้าวไกลเงินเยียวยาข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้