ข่าว
100 year

วิเคราะห์การเมือง : บ้านเมืองต้องมาก่อน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 พ.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

ประเทศไทยยังต้องอยู่กับวิกฤติโควิด-19 ต่อไป แม้สถานการณ์จะดีขึ้นมาก ตัวเลขผู้ติดเชื้อเกือบจะเป็นศูนย์แล้ว แต่นั่นก็เป็นตัวเลขที่คิดจากอดีตถอยหลังไปกว่า 10 วัน

ของจริงต้องรอดูอีกสักพัก หลังรัฐบาลคลายล็อก ผ่อนปรนแล้วผลจะเป็นยังไง ที่เห็นกับตาก็น่าเป็นห่วง ประชาชนแห่กลับบ้าน เดินทางกันอุตลุด แถมมีช็อตดราม่าแย่งซื้อเหล้า เบียร์

บ่งบอกอาการเก็บกดของคนที่อัดอั้น อุดอู้มาเป็นแรมเดือน

งานนี้ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ถึงกับกุมขมับ ออกมาตำหนิพร้อมสั่งให้แก้ไขทบทวน ไม่งั้นจะปิดให้หมด ไม่ต้องซื้อไม่ต้องขายกัน

มาตรการรักษาระยะห่าง Social Distancing ที่รัฐบาลเน้นย้ำ ถูกละเลยมองข้าม ประมาทกันเกินไป

ตัวเลขที่ลดระดับต่ำลงอาจพุ่งสูงขึ้นมาพรวดพราดเหมือนบางประเทศ ถ้าชะล่าใจไม่ปฏิบัติตัว New Normal

ทุกอย่างจะเสียหายหนักเป็นทวีคูณ ต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ รัฐบาลอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มข้นเหมือนเดิม หรือหนักกว่าเดิม สุดท้ายทุกคนต้องกลับไปอยู่แต่ในบ้าน ทำมาหากินไม่ได้ เครียดกันทั้งประเทศ การฟื้นฟูเศรษฐกิจก็ต้องทอดยาวออกไปอีก

ชั่วโมงนี้ “ลุงตู่” กำลังวางแผนแก้ปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เต็มแรง ต้องซึมยาวไปอีก 6 เดือน 9 เดือน หรือมากกว่านั้น

ล่าสุดได้เรียกนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

สั่งการเน้นย้ำให้มุ่งมั่นแก้ปัญหาโควิด-19 ที่เป็นภาระอันหนักอึ้งของรัฐบาลต่อไป

แถมประโยควรรคทองตบท้าย “ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆในช่วงนี้ ทั้งในส่วนของ ครม.และพลังประชารัฐ”

ทำเอาทั้งคู่ใจชื้น มีกำลังใจทำงานขึ้นมากโข หลังต้องเสียสมาธิกับ “สนิมเนื้อใน” มีพวกจ้องเลื่อยขาเก้าอี้หัวหน้า-เลขาฯ เพื่อหวังผลต่อยอดไปถึงการปรับ ครม.

ถูกพุ่งเป้าโจมตี “ไม่เป็นการเมือง” ตามท้องเรื่องที่มีมือดีเจตนาปล่อยให้ข้อความไลน์กลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐหลุดออกมาเป็นข่าว ระบุ ส.ส.ไม่พอใจการทำงานของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก เพราะไม่มีการประสาน กำหนดแนวทางทำงาน

ถอดรหัสง่ายๆคือ “อุตตม-สนธิรัตน์” ไม่ใช่ประเภท “ใจถึงพึ่งได้” เหมือนนักการเมืองระดับหัวหน้ามุ้งสายเปย์ ที่จัดหนัก จัดเต็ม ตามตำราการเมืองเก่าๆ

แต่สัญญาณคลื่นความถี่สูงจากตึกไทยฯถึงพรรคพลังประชารัฐคราวนี้ น่าจะทำให้พี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ต้องครุ่นคิดหนัก

ปรากฏการณ์ขบวนแห่รถกฐินคว่ำ เกมยึดอำนาจภายในพรรคฟาวล์ซ้ำ 2-3 รอบติดๆกัน มันคือคำตอบของการคบเด็กสร้างบ้านพากันพัง พี่ใหญ่ผู้มากบารมีกลายเป็นแค่เครื่องมือถูกใช้ไต่บันไดอำนาจ

จากนี้พวกเห็บ โหน ห้อย จะโดดหนี เพราะนักการเมืองจมูกไว รู้แล้วอำนาจแท้จริงอยู่ที่ตึกไทยฯ

การหนุนหลัง “อุตตม-สนธิรัตน์” ให้ลุยงานต่อ คอนเฟิร์มไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในพรรคพลังประชารัฐและการปรับ ครม. นั่นหมายถึง “บิ๊กตู่” เลือก “บ้านเมือง” มาก่อน “การเมือง”

ล้อกับสถานการณ์ที่นายกฯ บอก ต้องใช้เวลาอีกนาน 6-9 เดือน กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวผงกหัวขึ้น หนทางข้างหน้าวิบาก

ต้องเจอกับพายุใหญ่ หุบเหวอันตราย

เป็นไฟต์บังคับที่ “บิ๊กตู่” ต้องเลือก “ตัวช่วย” มือบริหารอาชีพทีม 4 กุมารของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหลัก ตัด “ตัวถ่วง” ออกจากวง ไม่ให้มาเกะกะระราน

ช็อตต่อไปต้องจับตาพรรคร่วมรัฐบาล ประเภท “เกียร์ว่าง” นิ่งดูดายปล่อยให้กระทรวงการคลังโหลดภาระหนัก มีแต่กระทรวงพลังงาน อุตสาหกรรม การอุดมศึกษาฯ แอ่นรับเป็นตัวช่วย

ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ การพัฒนาสังคมฯ พาณิชย์ การท่อง-เที่ยวฯ คมนาคม ตีกรรเชียง อาศัยช่วงชุลมุนโควิด-19 ชิ่งหลบเสียงด่า กักตัวเองกันแบบยาวนานเกินกำหนด 14 วัน เรียกว่ากักแล้วกักอีก

อาการแบบนี้กับภารกิจฝ่าพายุทะลุวิกฤติ ยังไงก็ไปไม่รอด.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาSocial Distancingอุตตม สาวนายนสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์พรรคพลังประชารัฐ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้