ข่าว
100 year

ตู่เรียก 2 เกลอพบ สยบ พลังประชารัฐ ร้าว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 พ.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

อุตตม-สนธิรัตน์ เตรียมไปขอเจอเคลียร์ใจพี่ใหญ่

“บิ๊กตู่” รับบทท้าวมาลีวราช เรียก “อุตตม-สนธิรัตน์” กล่อมสงบศึก พปชร. ให้คำมั่นยังไม่มีเก้าอี้ดนตรีช่วงนี้ สองเกลอจ่อเข้าเคลียร์ใจ “บิ๊กป้อม” เร็วนี้ 20 เจ้าสัวตอบกลับมาครบแล้ว วางคิวต่อไปกลุ่มเศรษฐีระดับรองลงมา เผยคาดการณ์เศรษฐกิจฟุบยาว 6-9 เดือน “เทพไท” กระทุ้งรบชนะโควิดแต่สอบตกเยียวยา กมธ.สาธารณสุขสภาฯจ่อเชิญ “เสี่ยหนู” แจงปมผลแล็บผิดพลาด ก้าวไกลชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบใช้งบโควิด อธิบดีปกครองชี้คณะก้าวไกลเรี่ยไรออนไลน์ กฎหมายยังไปไม่ทัน

บรรยากาศร้อนระอุภายในพรรคพลังประชารัฐสงบลงชั่วคราว ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรค เข้าพบพร้อมสั่งให้มุ่งมั่นทำงานแก้ปัญหาโควิด-19 ต่อไป

“บิ๊กตู่” ชวนปลูกต้นไม้ 152 ล้านต้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ นำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ร่วมเชิญชวนประชาชนปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันต้นไม้ประจำชาติ 2563 ที่กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปี โดยนายกฯส่งมอบต้นกล้าตะเคียนทอง 152 ล้านต้น ให้กระทรวงทรัพยากรฯ นำไปแจกจ่าย ประชาชนปลูกทั่วประเทศ นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูสภาพป่า เป็นไปตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่ผ่านมารัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่า ตัดต้นไม้ และแก้ปัญหาไฟป่าให้เร็วที่สุด ป่าหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการบุกรุกเผาทำลาย รัฐบาลจึงมีนโยบายปลูกป่าเพิ่มขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ตัวเองด้วย ขณะนี้มี พ.ร.บ.ป่าไม้ฉบับใหม่แล้ว สามารถปลูกและใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตัดขายได้

ยี่สิบเจ้าสัวตอบมาครบแล้ว

ต่อมาเวลา 12.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงความคืบหน้าการขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 20 ราย ว่าตอบมาครบแล้ว มีทั้งแผนดูแลพนักงาน ลูกจ้างในบริษัทตัวเอง เรื่องอะไรที่รัฐต้องดูแล มอบให้กระทรวงแรงงานไปดูส่วนนี้ให้ แต่สิ่งสำคัญที่เสนอความร่วมมือมาคือ การฟื้นฟูและดูแลประชาชน มีทั้งเกษตรกร กลุ่มอาชีพต่างๆแต่ละจังหวัด ตามศักยภาพที่มีอยู่ในห่วงโซ่ คิดว่ามีประโยชน์ และอาจขอความร่วมมือผู้ประกอบการระดับรองลงมา ท่านมีมูลค่าทรัพย์สินจำนวนมากอยู่แล้ว และตนใช้เวลาช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ ไปพูดคุยสมาคมภาคธุรกิจรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะโดยตรง นำมาขับเคลื่อนใน ครม. เพื่อไปดูแลเขาให้มากขึ้น แต่ต้องขอเวลาเพราะหลายอย่างต้องใช้งบประมาณ และติดข้อกฎหมายหลายตัว ต้องชื่นชมความพยายามดูแลแรงงานในสายป่านของตัวเอง และขอบคุณข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ จะนำไปหารือในที่ประชุม ครม. และให้คณะกรรมการพิจารณาโครงการเงินกู้เข้าไปดูแลตรงนี้ด้วย ว่าจะดูแลเพิ่มเติมได้หรือไม่

คาดการณ์ ศก.ฟุบยาว 6–9 เดือน

นายกฯกล่าวอีกว่า มีมาตรการเยียวยาที่หลายกระทรวงเสนอมา ทั้งกระทรวงการคลัง แรงงาน มหาดไทย อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและกีฬา โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้จำนวนหนึ่ง ตนต้องการดูว่าสิ่งที่รัฐบาล หรือ ครม.ได้อนุมัติไปแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง ทั้งการเข้าถึงมาตรการสินเชื่อ หรือซอฟต์โลน การดูแลเยียวยาให้สอดคล้องกับเวลาและสถานการณ์ว่าควรขยายอะไร อย่างไร ต้องเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า รัฐบาลคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจคงมีผลกระทบไปอีกนานพอสมควร คงไม่ใช่แค่ 3 เดือน อาจถึง 6 เดือน 9 เดือน ต้องเตรียมมาตรการไว้รองรับในโอกาสต่อไป สิ่งที่เน้นย้ำคือ new normal วิถีชีวิตปกติแบบใหม่ คือการให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ กับวิถีชีวิตทุกคนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปหลังสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องวางแผนอนาคตไว้ด้วย

เรียก “อุตตม–สนธิรัตน์” เคลียร์ใจ

จากนั้นเวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์เรียก นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เข้าพบที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพูดคุยถึงการทำงานแก้ปัญหาในขณะนี้ มีรายงานว่านายกฯพูดกับทั้งสองคนว่า “อยากให้ทำงานกันต่อไป มุ่งแก้ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลยังมีภาระที่ถือว่าหนัก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบต่อไปอีก 6 เดือน หรืออาจ 9 เดือนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆในช่วงนี้ทั้งในส่วนของ ครม. และพรรคพลังประชารัฐ” โดยใช้เวลาพูดคุยอยู่ประมาณ 20 นาที ก่อนที่นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ จะออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ตึกบัญชาการ

ให้คำมั่นไม่มีเก้าอี้ดนตรีช่วงนี้

นายอุตตมกล่าวว่า พูดคุยกับนายกฯทั้งเรื่องการทำงาน และเรื่องการเมือง ท่านให้กำลังใจและชี้แนะเรื่องของพรรค น่าจะเรียบร้อยได้ด้วยการหารือทำความเข้าใจกัน ตนและนายสนธิรัตน์จะทำตามนั้น นายกฯยังระบุด้วยว่างานที่ทำอยู่ขณะนี้ให้ทำต่อไป ทำด้านไหนอยู่ก็ทำด้านนั้นต่อไป เวลานี้เป็นเวลาทำงาน ไม่อยากให้มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรก เมื่อถามว่าเป็นการให้กำลังใจทั้งตำแหน่งใน ครม.และในพรรคใช่หรือไม่ นายอุตตมตอบว่า “ครับ นายกฯให้กำลังใจให้ทำงานไปให้เต็มที่” เมื่อถามว่าถือเป็นการเรียกเคลียร์ใจหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า พูดคุยทั้งเรื่องงานและเรื่องการเมือง เมื่อเราเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องมีเรื่องการเมืองบ้าง จึงถือโอกาสเรียนหารือ เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจมากขึ้นหรือไม่ว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะมั่นคง นายอุตตมตอบว่า ตนและนายสนธิรัตน์ทำเต็มที่ ถ้าจะให้มั่นใจก็มั่นใจว่าเราทุ่มทำงานเต็มร้อย นายกฯบอกว่าให้ทำเต็มที่ เรื่องปรับ ครม.ไม่ได้ถาม และนายกฯไม่ได้พูด

รอเข้าเคลียร์ใจ “พี่ใหญ่” เร็วๆนี้

เมื่อถามว่านอกจากคุยกับนายกฯแล้ว ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ แล้วหรือยัง นายอุตตมตอบว่า ตนและนายสนธิรัตน์ให้ความเคารพ พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว จะไปเข้าพบ พล.อ.ประวิตรเร็วๆนี้ ไม่มีอะไร เรื่องการเมืองเราพูดคุยกันได้ สุดท้ายจะได้ข้อสรุป

ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวเสริมว่า เร็วๆนี้คงมีโอกาสเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ส่วนสถานการณ์ในพรรคนายกฯระบุว่าทุกอย่างยุติแล้ว อย่าไปมองว่ามีอะไร มันไม่มีอะไร ทุกคนมุ่งหน้าทำงาน นายกฯย้ำว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งใดๆในช่วงนี้ เรื่องในพรรคอยากให้พูดคุยสร้างความเข้าใจกัน เพื่อทำงานกันได้ เมื่อถามว่าจะย้อนกลับไปดูสาเหตุความวุ่นวายแล้วกลับไปแก้ไขหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุย คิดว่าพรรคอื่นมีปัญหามากกว่าเราอีก ส่วนการตั้งกลุ่มไลน์พรรคขึ้นมาใหม่ ทราบแล้วว่าจะเชิญตน และหัวหน้าพรรค รวมถึง พล.อ.ประวิตรด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าเชิญหรือยัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 นาน 40 นาที ก่อนเดินทางกลับ

จ่อเชิญ “เสี่ยหนู” แจงปมผลแล็บ

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสาธารณสุข กล่าวว่า เตรียมหารือกับนายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ประธาน กมธ.ฯขอให้บรรจุเรื่องการตรวจสอบกรณีการรายงานผลผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ จ.ยะลา จำนวน 40 คน ผิดพลาด เนื่องจากการรายงานผลตอนแรกระบุพบผู้ติดเชื้อ 40 คน จากที่ตรวจสอบ 310 คน แต่ต่อมานำเชื้อไปตรวจอีกครั้ง กลับรายงานว่า 40 คนที่แจ้งไปนั้น ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ กรณีดังกล่าวมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจประชาชน และความเชื่อมั่นของการตรวจเชื้อในแล็บ เบื้องต้นจะเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯและรมว.สาธารณสุข มาชี้แจง รวมถึงศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) และเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จะเสนอทันทีที่สภาฯเปิดสมัยประชุม ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งชี้แจงให้สังคมทราบข้อเท็จจริง เท่าที่ทราบแล็บที่ตรวจนั้นเปิดใหม่ ทำให้เครื่องมือที่สกัดเชื้อไม่พร้อม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงจะทำให้คนกังวลว่าผลตรวจสอบไม่เที่ยงตรง และห้องแล็บมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต้องเข้าไปตรวจสอบห้องแล็บในจังหวัดต่างๆด้วย หากไม่พร้อมอย่าทำ

สับรัฐบาลบ้อท่าประจานตัวเอง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาจากมาตรการเยียวยาประชาชน จนเกิดภาพประชาชนแห่ไปกรมประชาสัมพันธ์ ขอให้กระทรวงการคลังทบทวนสิทธิเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นการประจานตัวรัฐบาลว่า ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการเยียวยาประชาชน ถึงวันนี้รัฐบาลมีคำตอบหรือยังว่าจะเยียวยาประชาชนที่เข้าไม่ถึงการเยียวยาได้อย่างไร รวมถึงกรณีเปิดให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนรับเงินเยียวยา เกิดคำถามว่ารัฐบาลมีข้อมูลทะเบียนเกษตรกรอยู่แล้ว ทำไมต้องมาลงทะเบียนให้ยุ่งยากเพิ่มขึ้น

“บิ๊กป้อม” ส่ง ส.ส.ลุยช่วย ปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวชื่นชมและขอบคุณ ส.ส.ของพรรคทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ที่ร่วมมือกันลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนสู้ภัย โควิด-19 อาทิ กลุ่ม 5 ส.ส.เพชรบูรณ์ ได้แก่ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ นายเอี่ยม ทองใจสด น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธิ์ และนายจักรัตน์ พั้วช่วย ที่สละเงินเดือน ส.ส. 1 เดือน รวม 5 แสนบาท บริจาค 4 แสนบาทให้โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จัดสร้างห้อง OPD และอีก 1 แสนบาทมอบให้ด่านตรวจคัดกรองโควิด-19 ขณะที่ ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี จัดทำโครงการแจก นมผงสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะนมผงถือเป็นสิ่งสำคัญกับเด็กในช่วงวัยเจริญเติบโต ด้านนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท ลงพื้นที่นำหน้ากากอนามัย และน้ำดื่มแจกจ่ายให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ในพื้นที่ชุมชนตลาดพัฒนา ส่วนภาคอีสาน นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นำทีมงานออกพ่นยาทำลายเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เสี่ยงรอบตัวเมืองโคราช และที่ภาคใต้ นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เปิดสำนักงาน ส.ส. เป็นศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบพร้อมแจกถุงยังชีพ ข้าวสาร และสิ่งของจำเป็นที่หายาก เช่น นมเด็ก ข้าวสาร แพมเพิร์สให้ผู้ป่วยติดเตียง

ก้าวไกลชงตั้ง กมธ.สอบใช้งบโควิด

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล แถลงภายหลังยื่นหนังสือต่อประธานสภา ผู้แทนราษฎร เสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะ กมธ.วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ และมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า มี ส.ส.พรรคก้าวไกล 25 คนร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์ความทุกข์ร้อนของประชาชน มาตรการและงบประมาณดูแลประชาชนของรัฐบาล แม้ตอนนี้ยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ ทำให้นายกฯมีอำนาจเต็ม แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกลจะตั้ง กมธ.เฉพาะเพื่อตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลหลังเปิดสมัยประชุม สภาฯ รวมทั้งการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณและ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ทั้งหมดต้องดูว่าตอบสนองความต้องการประชาชนได้จริงหรือไม่ หวังว่าประธานสภาฯ และ ส.ส. จะเห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหาในสถานการณ์และการกู้เงินที่มีจำนวนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ถ้าไม่มีการตรวจสอบพี่น้องประชาชนเสียผลประโยชน์

ปค.ชี้เรี่ยไรออนไลน์ ก.ม.ไปไม่ถึง

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องขอให้ตรวจสอบคณะก้าวหน้าจัดเรี่ยไรระดมทุนนำไปแจกแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการเยียวยาของรัฐบาล ว่า เพิ่งได้รับหนังสือ เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ประเด็นคือ พ.ร.บ.ควบคุม การเรี่ยไร เป็น พ.ร.บ.ฉบับเก่า การเรี่ยไรในที่สาธารณะจะเห็นว่ามีการพูดเกี่ยวถึงวิทยุกระจายเสียง ในส่วนของโทรทัศน์ เฟซบุ๊กไลฟ์ กฎหมายยังไม่ทัน แต่จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความต่อไป

“ช่อ” โต้ไม่มีมุบมิบผิดกฎหมาย

น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเปิดระดมทุนได้ตรวจสอบ พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไรแล้ว ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตทุกกรณี กรณีที่ต้องขออนุญาตคือการเรี่ยไรบนถนนหลวง หรือการเรี่ยไรโดยวิทยุกระจายเสียง หรือเครื่องเปล่งเสียงตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ เฟซบุ๊กไลฟ์ ไม่ถือเป็นวิทยุกระจายเสียง และไม่ได้นำเงินไปทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียศีลธรรม หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ไม่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไรแน่นอน เมื่อถามว่าหากมีการดำเนินทางคดีจะทำอย่างไร น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับผู้ที่ตรวจสอบ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยินดีด้วยซ้ำที่มีผู้ตรวจสอบ ยืนยันว่าทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและยินดีให้ตรวจสอบ เมื่อโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิเรียบร้อยเราจะเปิดเผยรายชื่อของผู้ที่ได้รับการโอนเงินทั้งหมด เพื่อให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับเงินคือผู้ที่ขอรับสิทธิเข้ามาจริงๆ ไม่ได้เป็นการมุบมิบเงินของประชาชนที่บริจาคเข้ามา

เปิดเฟสสองคนไทยช่วยกันเอง

เมื่อถามว่าจะมีโครงการช่วยเหลือประชาชนต่อจากนี้อีกหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า เราจำเป็นต้องมีโครงการที่สอง เพราะยังไม่สามารถปิดบัญชีได้เนื่องจากยังโอนเงินให้ประชาชนไม่เสร็จ ตั้งใจว่าจะใช้บัญชีนี้โอนให้หมดทีเดียวไม่อยากย้ายหลายบัญชี เกรงว่าจะเกิดข้อครหาเรื่องความโปร่งใส ขณะนี้มีเงินบริจาคไหลเข้ามาต่อเนื่อง แต่เราจำเป็นต้องปิดยอด การขอรับบริจาคเงิน 3,000 บาท ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 พ.ค.เพื่อให้ได้ตัวเลขผู้รับสิทธิที่แน่นอน ดังนั้นจำนวนที่เกินจากวันที่ 3 พ.ค. จะยกยอดไปทำโครงการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป เป็นเรื่องน่ายินดีมากที่เราได้เห็นว่ามากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์มาจากคนทั่วไป มียอดบริจาคตั้งแต่ 10-500 บาท ต่อครั้ง ยอด 500 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่นหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ถือว่าน้อยมาก มีไม่เกิน 20 ครั้ง สะท้อนว่า เป็นการช่วยเหลือกันของประชาชนคนธรรมดา อยากช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่คิดว่าอาจเดือดร้อนกว่าตัวเอง

“ชวน” ทดสอบห้องประชุมสภาฯ

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำเจ้าหน้าที่รัฐสภาทดสอบระบบเสมือนจริงภายในห้องประชุมสุริยัน เตรียมความพร้อมรับเปิดประชุมสภาฯวันที่ 22 พ.ค. ทั้งระบบเสียง ไมโครโฟน ระบบเสียบบัตรลงคะแนน การทดสอบนั่งเก้าอี้เว้นระยะห่างป้องกันเชื้อโควิด โดยมีเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ และกรมควบคุมโรค มาให้คำแนะนำ นายชวนกล่าวว่า ภาพรวมการทดสอบระบบเสียงในห้องประชุมยังมีปัญหาเรื่องเครื่องเสียง ยังมีเสียงก้อง ต้องคอยกำชับสมาชิกว่า เวลาพูดต้องให้ปากอยู่ใกล้ไมโครโฟน

วางมาตรการเข้มป้องกันโควิด-19

นายชวนกล่าวว่า ส่วนมาตรการป้องกันเชื้อโควิดนั้นจะให้ ส.ส.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาการประชุม นั่งเว้นที่นั่ง ตรวจเข้มก่อนเข้าประชุม ส.ส.ที่ไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อหรือไม่ สภาฯจะมีแพทย์ตรวจให้ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่จะบังคับตรวจอุณหภูมิร่างกายทุกคน ส.ส.คนใดมีอุณหภูมิร่างกายสูงไม่ควรเดินทางมา เพราะสภาฯไม่ได้บังคับให้ส.ส.กักตัว 14 วัน

กำชับสู้คดีซิโน-ไทยฯอย่างรัดกุม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองมีหนังสือให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คัดสำเนาคำฟ้องของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเรียกค่าเสียหาย 1,590 ล้านบาทกรณีส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้าว่า เป็นการทำคำให้การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กำชับให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำคำให้การอย่างรอบคอบและสุจริตที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาอุตตม สาวนายนสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ธนาคม จงจิระข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้