ข่าว
100 year

โบ้ยส่งไม่ชัด ส.ว.ดาหน้าป้อง เสธ.อ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 พ.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

วันนอร์ฉะปลัดฯ โทษปี่โทษกลอง ‘สิระ’ อัดธรรมนัส สนธิรัตน์ ให้หยุด

ส.ว.ดาหน้าป้อง “เสธ.อ้น” แทรกแซง พปชร. “เสรี” ยันยังไม่ปรากฏชัดทำผิด รธน. อ้าง “บิ๊กป้อม” ประธานยุทธศาสตร์ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค กก.จริยธรรม วุฒิสภาดึงเชงไม่เรียกสอบ“เลิศรัตน์” อู้อี้ข้อบังคับเพิ่งกำลังยกร่าง “สนธิรัตน์” วอนทุกคนหยุดได้แล้ว บ่นเกิดศึกในส่งผลข้างเคียงจะยุ่งทั้งพรรค “สิระ” แฉไม่เลิก“ธรรมนัส” ระดมส.ส.ได้แค่ 10 กว่าคน ไม่ใช่ 40 ส.ส.แบบที่ตีข่าว“วันนอร์” จวก “ปลัดคลัง” รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง เหยียดชาวบ้านดราม่าการเมืองทวง 5 พันหน้ากระทรวง “เทพไท” สวดงดโอนเงินวันหยุดซ้ำเติมคนจน“บิ๊กตู่” จับเข่าคุยสมาคมท่องเที่ยว ภาคเอกชนซาบซึ้งร่วมปรับทุกข์ยามยาก ซูเปอร์โพลชี้นายกฯได้ใจทุ่มเท แต่เกือบสอบตกแก้ปัญหาวิกฤติโควิด

จากกรณีมีการร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวนกรณีข้อกล่าวหา พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏว่า ส.ว.หลายคนต่างออกมาระบุทำนองเดียวกันว่ายังไม่มีความชัดเจน พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว. มีพฤติการณ์แทรกแซงพรรคการเมือง ล่าสุดคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภายังไม่มีการหารือกันถึงเรื่องดังกล่าว

“พีระศักดิ์”ปัด ส.ว.ไม่ปกป้องพวกพ้อง

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนตัวนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ว่า เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนรู้หน้าที่ตัวเอง เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องรับผิดชอบเฉพาะตัวหรือไม่ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้มงวดให้ ส.ว.วางตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายก่อน เชื่อว่า ส.ว.คงไม่ปกป้องกันเอง เนื่องจากกลไกการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญมีอยู่เเล้ว ส.ว.มีกลไกตรวจสอบโดยคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาดำเนินการได้ เเม้ที่ผ่านมาภาพ–ลักษณ์ ส.ว.จะถูกวิจารณ์ ตั้งคำถามหลายเรื่อง ไม่ได้อยากตอบโต้อะไร เห็นหลายท่านพยายามลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านอยู่ตลอด ส่วนตนวางโปรแกรมช่วยชาว จ.อุตรดิตถ์ ตลอดเดือน เม.ย. ที่สำคัญตอนนี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงการเเพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส.ว.ต้องเป็นส่วนหนึ่งที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองในยามนี้ด้วย และต้องทำหน้าที่ให้สังคมยอมรับให้ได้จะดีกว่า

กก.จริยธรรม ส.ว.ดึงเชงไม่เรียกสอบ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่ และ พล.อ.กนิษฐ์ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร ต้องดูจากพยานและหลักฐานให้ชัดเจนก่อน หากทำผิดต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะมีข้อปฏิบัติสำหรับ ส.ว.อยู่แล้วว่า อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้

อ้างข้อบังคับยังอยู่ในขั้นยกร่าง

เมื่อถามว่าต้องเรียกมาสอบจริยธรรมหรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็นคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา คณะกรรมการฯยังไม่มีการพูดถึงกรณีนี้ และแม้ว่าวุฒิสภาจะมีข้อบังคับทางจริยธรรมแล้ว แต่รายละเอียดต่างๆยังอยู่ในช่วงการยกร่าง เมื่อถามว่าจากกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของ ส.ว.ติดลบหรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกไปว่าเป็นแค่กระแสข่าวที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า พล.อ.กนิษฐ์ ทำจริงหรือไม่ ขณะนี้ ส.ว.ทุกคนเองมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทุกคนเคลื่อนไหวตลอดไม่มีใครหยุดนิ่ง ประชาชนเองคงจะเห็นแล้วว่าเราทำงานและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกัน

“เสรี”อุ้มยังไม่ชัด “เสธ.อ้น” ล้วง พปชร.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว“เสธ.อ้น”พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.เข้าไปล็อบบี้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐให้ลาออก เปิดทางให้เลือกหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐใหม่ว่า กรณีดังกล่าวข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนว่า พล.อ.กนิษฐ์เข้าไปแทรกแซงพรรคการเมืองจริงหรือไม่ เพราะผู้เกี่ยวข้องในพรรคพลังประชารัฐต่างออกมาปฏิเสธ การจะดูว่าใครถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ต้องดูให้รอบด้าน แต่หลักฐานขณะนี้ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่า พล.อ.กนิษฐ์ทำอะไรผิดรัฐธรรมนูญหรือฝักใฝ่แทรกแซงอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมือง มีแต่การกล่าวหากันไปมา เรื่องที่เกิดขึ้นอาจกระทบภาพลักษณ์ ส.ว.บ้าง เพราะ ส.ว.มักถูกกล่าวหาอยู่เรื่อย

ซี้ “บิ๊กป้อม” ปธ.ยุทธศาสตร์ไม่ใช่ กก.บห.

“เราต้องให้ความเป็นธรรมผู้ถูกกล่าวหา จะดูแค่ภูมิหลัง พล.อ.กนิษฐ์ที่ทำงานใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูข้อมูลปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พล.อ.ประวิตรเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค หาก พล.อ.กนิษฐ์จะไปรู้จักหรือพูดคุยกันก็ทำได้ แต่ต้องระวังตัว อย่าไปทำอะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับการก้าวก่ายพรรคการเมือง จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด” นายเสรีกล่าว

ขึงขังสอบ อบจ.ทุจริตอุปกรณ์โควิด

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ วุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุมกมธ. เมื่อวันที่ 30 เม.ย. กมธ.ยกประเด็นการทุจริตจัดซื้อชุดของใช้ประจำวันของ อบจ.ลำพูน และวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ของ อบจ.สระบุรี และสมุทรปราการ รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างรถเข็นและเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขึ้นมาพิจารณา โดยเห็นว่าในสถานการณ์วิกฤตินี้การทุจริตโครงการต่างๆไม่น่าจะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าซ้ำเติมประเทศและประชาชน แสวงหาประโยชน์บนความทุกข์ยาก วิกฤติของประชาชน ดังนั้น กมธ.ได้ส่งเรื่องเหล่านี้ให้คณะอนุกรรมาธิการไปศึกษาตรวจสอบ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. รวมทั้งบริษัทต่างๆที่มีการจัดซื้อจัดจ้างว่าเป็นไปตามระเบียบ มีความถูกต้องโปร่งใสมากน้อยเพียงใด มีใครทุจริตเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ ต้องสอบให้ถึงลูกถึงคนทุกประเด็นอย่างเข้มข้นโดยเร็ว ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริงเจ้าหน้าที่รัฐและพ่อค้าร่วมกันหาประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวต้องถูกจัดการโดยเด็ดขาด ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

“สนธิรัตน์”บอกทุกคนหยุดได้แล้ว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐว่า คิดว่าทุกคนควรจะหยุด พยายามอยากให้ทุกคนหยุด เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย อย่างที่เรียนแต่แรกแล้วว่าการที่ทำอะไรในช่วงเวลาอย่างนี้ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เหมาะสมใดๆทั้งสิ้น แม้กระทั่งการเมืองต่างพรรคยังต้องประสานสามัคคีกัน สถานการณ์แบบนี้ทุกคนควรหยุด ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในเวลานี้

บ่นเกิดผลข้างเคียงจะยุ่งทั้งพรรค

เมื่อถามว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับพรรคพลังประชารัฐ ถูกร้องยุบพรรคในกรณีให้คนนอกครอบงำพรรค นายสนธิรัตน์ตอบว่า ถือเป็นข้อกังวลใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วนำพรรคเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างที่บอกเวลาที่มันไม่ใช่ แล้วส่งผลกระทบข้างเคียงขึ้นมาจะยุ่ง เป็นสิ่งที่ไม่ดีทั้งพรรค และโดยหลักการพรรคยอมให้คนนอกมาครอบงำไม่ได้อยู่แล้ว นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พูดไว้ชัดเจน

“สิระ”แฉซ้ำ “ธรรมนัส” ระดม ส.ส.ได้แค่ 10 คน

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการออกมาพาดพิงถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์และแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นการพูดส่วนตัวที่เห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้เหมาะสมหรือไม่ ที่จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง อยากถามว่าเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของใคร ประเทศชาติได้อะไรบ้าง ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ได้เน้นย้ำ ส.ส.พรรคทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แต่ยังพบว่าเคลื่อนไหวระดม ส.ส.จากต่างจังหวัดเข้ามาร่วมเคลื่อนไหว แทนที่จะใช้เวลาลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน และมีข่าวมาแค่ 10 กว่าคน ไม่ได้ 40 คนอย่างที่เป็นข่าว

ท้าเปิดชื่อ 3 ส.ส.ดิ้นอยากนั่ง รมต.

นายสิระกล่าวว่า การออกมาพูดในครั้งนี้ ไม่ได้กังวลจะกระทบกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะพูดในนามส่วนตัว ในฐานะที่เห็นว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้ จึงไม่อยากให้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าความขัดแย้งในพรรคเกิดจาก 3 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่อยากเป็นรัฐมนตรี อยากให้คนที่ให้ข่าวเปิดชื่อมาเลยใคร

“มาดามเดียร์” โวมี ส.ส.เยอะล้วนหวังดี

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังเกิดการแสดงความคิดเห็นของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯว่า จากข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ ต้องเข้าใจว่าพรรคมี ส.ส.จำนวนมากมาจากหลากหลายพื้นที่ การมีความเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา ความเห็นทั้งของนายสิระและ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ว่าจะแสดงความเห็นออกมาอย่างไร มั่นใจทุกคนมุ่งหวังให้พรรคเข้มแข็ง อยากให้ ส.ส.ทุกคนทำงานตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้ เชื่อว่าทุกคนล้วนมีความมุ่งหวังที่ดี แม้จะคิดคล้ายกันหรือต่างกันบ้างแต่เชื่อว่าทั้ง พล.อ.ประวิตร นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและ ส.ส.ล้วนมุ่งเน้นทำงานแก้ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลใช้เวลาส่วนใหญ่มุ่งไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาเศรษฐกิจหลังจากนี้ถือเป็นความท้าทาย ส.ส.ไม่ใช่แค่พรรคพลังประชารัฐ ทุกพรรคพยายามลงไปช่วยประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง

“ธนกร” โอ่เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐคงไม่มีอะไรแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย อาจมีความเห็นต่างกันบ้างแต่ไม่ถึงกับแตกแยก เมื่อผู้ใหญ่พูดคุยอธิบายเหตุผลกันทุกอย่างก็จบ ขณะนี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาโควิด-19 ร่วมแรงร่วมใจฝ่าวิกฤติให้ได้ ส.ส.พลังประชารัฐทุกคนต่างลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอยู่ทุกวัน งดเว้นตอบโต้ทางการเมือง แม้ในมุมมองด้านสาธารณสุขรัฐบาลควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีเยี่ยม แต่เศรษฐกิจยังต้องฟื้นฟูเร่งด่วน ขณะนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เตรียมไว้บางส่วนแล้ว โดยเฉพาะจัดทำโครงการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น ในชุมชนและเตรียมแผนระยะยาวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

น่าละอายอ้างคนเดือดร้อนปลุกแก้ รธน.

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวภายหลังลงพื้นที่แจกถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน 7 ชุมชน เขตจอมทองกว่า 1,000 หลังคาเรือนว่า เข้าใจและเห็นใจผู้ที่ขาดรายได้ขาดอาชีพจะแจกถุงยังชีพอย่างต่อเนื่องอีกกว่า 30 ชุมชน ในเขตจอมทอง-ธนบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และเตรียมโครงการฝึกอาชีพให้ในชุมชนเป็นอาชีพเสริมรองรับยามวิกฤติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้ ส.ส.และอดีตผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่อย่างหนัก รับฟังเสียงสะท้อนร้องเรียนประชาชน เพื่อนำมาหารือกับท่านและพรรค แล้วรวบรวมเสนอรัฐบาลให้เร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน ปรับปรุงมาตรการต่างๆ ให้เข้าถึงประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันโควิดยังไม่ผ่านพ้น แต่กลับมีความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านปลุกระดม เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นข้ออ้างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องน่าละอายอย่างยิ่ง แทนที่เอาเวลาไปลงพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่

“วันนอร์” ซัดปลัดคลังรำไม่ดีโทษปี่กลอง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุการเรียกร้องเงินเยียวยา 5 พันบาทหน้ากระทรวง มีการสร้างประเด็นดราม่าหวังประโยชน์และมีคนของพรรคการเมืองเกี่ยวข้องว่า ถือเป็นคำพูดที่ไม่น่าจะมาจากผู้หลักผู้ใหญ่เช่นนี้ เหมือนจะตรงกับสุภาษิตที่ว่ารำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ต้องยอมรับว่ากระทรวงการคลังทำงานล่าช้า ไม่ทั่วถึง แล้วไปโทษระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ทั้งที่ต้องยอมรับความจริงแล้วแก้ไขระบบ เรื่องนี้ไม่มีกลุ่มการเมืองใดมาเล่นการเมืองบนความทุกข์ยากประชาชน อาจเป็นเจ้าหน้าที่ไปรายงาน เพราะกลัวผู้ใหญ่ต่อว่าเลยบอกว่าเป็นเรื่องการเมือง ท่านไม่ควรเชื่อ แม้บางคนเคยอยู่ฝ่ายการเมือง แต่ต้องดูว่าเขาเดือดร้อนจริงหรือไม่ ตนไม่อยากให้สังคมเข้าใจว่าการเมืองตรงข้ามกำลังจ้องทำลายรัฐบาล ฝ่ายค้านพยายามร่วมมือ สิ่งที่พูดไปคือให้ข้อมูลให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้ถูกต้อง รัฐบาลอาจตั้งใจดีแต่หลักคิดผิดที่ใช้เอไอคัดกรองคนในภาวะวิกฤติ ต้องแก้ปัญหาแบบวิกฤติ ใครเดือดร้อนต้องได้ทุกคน ยกเว้นคนเดือดร้อนน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญอยากให้กระทรวงการคลังปรับปรุงวิธีทำงานให้เร็วกว่านี้

“สมคิด” ไล่ส่งไปฝึกอยู่ร่วมกับสังคม

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปลัดกระทรวงการคลังคิดเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่มีใครจะไปกินยาเบื่อหนูแบบพอดีเพื่อเงิน 5 พันบาทตามที่ท่านพูดแน่นอน ไม่มีใครคิดทำแบบนี้ แต่ประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ไม่เช่นนั้นเขาจะถ่อลำบากลำบนมากระทรวงการคลังทำไม ถ้าไม่เดือดร้อนเขาไม่ได้สบายมีเงินเดือนเกือบแสนบาทเหมือนปลัดกระทรวง เขาไม่มีรายได้ประจำ แทนที่จะมองเขาอย่างเข้าใจกลับมองเขาอย่างดูถูกเหยียดหยาม คนทั่วไปเขาไม่คิดกันแบบนี้ ปลัดกระทรวงการคลังควรไปฝึกการเรียนรู้การอยู่กับสังคมกับเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเพิ่มเติม เพราะสิ่งที่ท่านพูด ไม่มีปุถุชนที่ไหนเขาคิดกันแทนที่จะมาคิดเล็กคิดน้อยว่าเขาสร้างดราม่าหวังผลประโยชน์ หรือมีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ให้รีบไปทำงานจ่ายเงินให้ประชาชนจะดีกว่า

“องอาจ” ฝากเยียวยาอีก 3 กลุ่ม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลจะเพิ่มเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคม 13 ล้านรายตั้งแต่เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้บ้าน คนเร่ร่อนและกลุ่มอื่นตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ และยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาคือ 1.กลุ่มคนที่ทำงานแวดวงศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งงานเกี่ยวข้องกับการแสดง เพื่อความบันเทิงทุกประเภท เช่น หมอลำลำตัด ลิเก มโนราห์ หนังตะลุง วงสะล้อซอซึง วงดนตรีหลายรูปแบบ แดนเซอร์ รวมถึงคนตัวเล็กๆที่ทำงานกับการถ่ายทำภาพยนตร์ ถ่ายทำละคร และคนที่ทำงานสายศิลปวัฒนธรรม บันเทิงทุกชนิด 2.คนทำงานในสายงานท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่นายทุนหรือเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่อาจได้รับการช่วยเหลือจากรัฐช่องทางอื่นอยู่แล้ว 3.คนทำงานกับแวดวงกีฬา ฝากรัฐบาลพิจารณาคนกลุ่มนี้ มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมของประเทศ และยังไม่มีท่าทีว่าจะมีโอกาสกลับไปทำงานมีรายได้หาเลี้ยงครอบครัวได้ตามปกติตราบใดที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่อยู่ในสภาวะปกติ

“เทพไท” หนุนตั้งโต๊ะช่วยคน ตจว.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ตั้งโต๊ะจัดเจ้าหน้าที่ไว้ให้ชาวบ้านลงทะเบียน เพราะไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ จึงจำเป็นต้องมาร้องทุกข์ มีเจ้าหน้าที่มาแนะนำดีกว่าปล่อยให้ปีนรั้วประท้วงหน้ากระทรวงคลัง แต่คนต่างจังหวัดที่มีปัญหาจะให้ไปร้องทุกข์ที่ไหนได้บ้าง เพราะยังมีประชาชนต่างจังหวัดอีกมาก ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน กระทรวงการคลังควรจะมีจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ในต่างจังหวัดด้วย อาจใช้ศาลากลางจังหวัดเป็น ศูนย์กลางรับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และจัดเจ้าหน้าที่มารองรับปัญหา ขอให้กระทรวงการคลังเข้าใจว่าคนบ้านนอกห่างไกลเทคโนโลยี ยังเข้าไม่ถึงระบบอินเตอร์เน็ตของรัฐบาลแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่าประเทศไทยก้าวสู่ยุค ไทยแลนด์ 4.0 แล้ว ขอให้รัฐบาลอยู่ในโลกของความเป็นจริง

ไม่โอนเงินวันหยุดคนจนยิ่งเดือดร้อน

นายเทพไทกล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่อยากเสนอแนะรัฐบาล กรณีประกาศหยุดโอนเงินค่าเยียวยาวันที่ 1-4 พ.ค.จะเริ่มโอนเงินผ่านธนาคารได้อีกครั้งวันที่ 5 พ.ค. อ้างเป็นวันหยุดราชการ ธนาคารหยุดทำการเป็นข้ออ้างไม่สมเหตุสมผล แม้จะเป็นวันหยุดราชการแต่ประชาชนที่เดือดร้อน จำเป็นต้องกินต้องใช้ทุกวันไม่มีวันหยุด รัฐบาลน่าจะคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ควรแก้ปัญหาการโอนเงินให้ผู้ได้รับเยียวยาได้ตามปกติ ยุคปัจจุบันโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีธนาคารของประชาชนได้อัตโนมัติ ขอให้รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน เพราะขณะนี้การโอนเงินเยียวยาให้ ประชาชนล่าช้าไปมากพอสมควรแล้ว ยิ่งมาเจอข้ออ้างวันหยุดทางราชการอีก ยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน โดยไม่มีเหตุอันควร

“พิมพ์รพี” แจกถุงยั่งยืนเพาะเห็ด–ถั่วงอก

น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ประสาน อสม.และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ค้นหาผู้เดือดร้อนมากที่สุด ยากจนที่สุดเพื่อช่วยเหลือแจกจ่ายถุงยังชีพ ที่เรียกว่าถุงยั่งยืนจะบรรจุปลาเค็มปรุงอาหารทำได้ทันที ถั่วเขียวเพาะเป็นถั่วงอก ถุงรีไซเคิลของมูลนิธิกระบี่ยั่งยืน มีหัวเชื้อเห็ดนางฟ้า 3 ก้อน สำหรับการเพาะเห็ด เพื่อเก็บผลผลิตทานได้ต่ออีกหลายเดือนซึ่งการช่วยชาวบ้านครั้งนี้ได้ร่วมกับมูลนิธิกระบี่ยั่งยืนและสมาคมโรงแรม จ.กระบี่ ที่ส่งสไปเดอร์แมนมาช่วยแจกถุงยังชีพเป็นกำลังใจเรียกรอยยิ้มให้กับเด็กๆและชาวบ้านที่กำลังเครียดจากไวรัสโควิด-19 ในชีวิตจริงบางทีต้องการฮีโร่ ขณะเดียวกัน เราต้องสร้างตัวเองให้แข็งแรงเพื่อเป็นฮีโร่ให้คนอื่นด้วย การแจกถุงยังชีพ ไม่อยากให้เป็นแค่อาหารสำเร็จรูปที่กินแล้วหมดไป แต่อยากให้เป็นถุงยังชีพที่ต่อชีวิตไปได้อีกหลายๆเดือนเพื่อจะผลิตอาหารให้ครัวเรือนได้ด้วยถุงยั่งยืน เปลี่ยนการรอรับเป็นลงมือทำเองด้วย

“บิ๊กตู่” เปิดฉากถกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ภาพพบสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha”ว่าเมื่อวันก่อน ผมเริ่มไปพบกับสมาคมภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อรับฟังสถานการณ์ความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะด้วยตัวเองโดยตรง เพิ่มเติมจากที่หน่วยงานของภาครัฐที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่อยู่ในขณะนี้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย ตามที่เคยกล่าวไว้ วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ใหญ่และซับซ้อนมาก หน้าที่ของเราคือต้องต่อสู้ไปด้วยกันแบบเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศ เราต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนทุกกลุ่มธุรกิจ และทุกคน ขอขอบคุณคุณวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว คุณไพรัตน์ ห่านศรีสุข คุณสุรวัช อัครวรมาศ คุณพรทิพย์ หิรัญเกตุ คุณมิ่งขวัญ เมธเมาลี และ ดร.สุมาลี ว่องเจริญกุล สำหรับข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์

เอกชนซาบซึ้งผู้นำจับเข่าคุยยามยาก

ขณะที่เว็บไซต์สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โพสต์ภาพพูดคุยนายกฯและข้อความว่า สมาคมฯซาบซึ้งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.นายกฯมารับฟังสถานการณ์ ความเดือดร้อน และรู้สึกด้วยตัวเอง พยายามที่จะช่วยเหลือดูแลพวกเรา และคนไทย ถือเป็นกำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

โพลชี้ผู้นำทุ่มเทแต่เกือบตกแก้โควิด

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล และนายพนม สีหาบุตร ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เหลียวหลังแลหน้าขจัดโควิด-19 สอบถามทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.-1 พ.ค. จากเต็ม 10 คะแนน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้ 8.24 คะแนน จากความตั้งใจทุ่มเททำงานแก้ปัญหา เกาะติดใส่ใจแก้ปัญหาวิกฤติโควิด ได้ 7.85 คะแนน อย่างไรก็ตามด้านอื่นๆ สอบผ่านแบบเฉียดฉิวและคาบเส้น ได้แก่ มาตรการขณะแก้ปัญหาได้ 5.29 คะแนน การเยียวยาฟื้นฟูได้ 5.02 คะแนน และการเตรียมการรับมือปัญหาได้ 5.01 คะแนน รัฐมนตรีที่ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนช่วงโควิด-19 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมัน แจกแอลกอฮอล์ และอื่นๆ ได้ร้อยละ 53.8 นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง แจกเงิน ลดภาษี ได้ร้อยละ 51.2 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลดค่าไฟ ช่วยค่าน้ำประปาและอื่นๆ ได้ร้อยละ 43.3 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ช่วยเกษตรกร แจกเงิน แก้ภัยแล้ง ได้ร้อยละ 12.9 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม แจกหน้ากากอนามัย และอื่นๆ ได้ร้อยละ 11.8 ตามลำดับ

คนไทยอยู่บ้านหยุดเชื้ออยู่หมัด

นายนพดลกล่าวอีกว่า สิ่งที่คนไทยทำร่วมขจัดปัญหาโควิด-19 ได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.8 ประชาชนทำตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ได้ดี รองลงมาคือ ร้อยละ 75.0 ระบุประชาชนหัวใจคุณธรรมช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลกันเอง ร้อยละ 69.4 ระบุ คนไทยตื่นตัว ตระหนัก ป้องกันตนเอง ใส่หน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อตามจุดต่างๆ ร้อยละ 65.6 ระบุ คนไทยเชื่อฟัง และทำตามมาตรการต่างๆของรัฐบาล และท้ายสุดคือร้อยละ 53.9 ระบุ รัฐบาลจัดการได้ดี

แนะสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ศก.สีเขียว

นายพนมกล่าวว่า เมื่อแลไปข้างหน้าในการแก้ปัญหาโควิด-19 ทุกฝ่ายควรถือเป็นโอกาสสร้างอุตสาหกรรมใหม่เศรษฐกิจสีเขียวลดมลภาวะ ใช้พลังงานสะอาดให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น เลิกพิสูจน์และวัดค่าของประชาชนด้วยความยากจน แต่ให้คุณค่าประชาชนอยู่ที่ “ความเป็นคนไทยที่เสมอภาค” ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกคนต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างเท่าเทียม และรัฐบาลควรกำหนดกรอบเวลาให้กระชับ อย่าให้สงครามโควิด-19 ยืดเยื้อ สื่อสารขอความร่วมมือจากประชาชนให้มีประสิทธิภาพ ลดความสับสนในข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุด เร่งจบปัญหาโควิดในช่วงหน้าร้อนนี้ ลดโอกาสแพร่ระบาดช่วงฤดูฝนให้ได้ โดยปรับกลยุทธ์และแผนปฏิบัติทั้งระดับบริหารและปฏิบัติการในพื้นที่ ยึดความเป็นจริงและฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก

“สนธิรัตน์” ปลื้มผลงานลดภาระ ปชช.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงผลสำรวจซูเปอร์โพล ระบุเป็นรัฐมนตรีมีผลงานดีลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนช่วงโควิด-19 ได้ถึงร้อยละ 53.8 ว่า ถือเป็นกำลังใจที่พี่น้องประชาชนพึงพอใจ ถือเป็นผลงานรัฐบาลโดยรวม เพราะหน้าที่รัฐบาลคือทำในสิ่งที่พี่น้องประชาชนพึงพอใจและอยู่ในหลักการที่ถูกต้อง เป็นสิ่งดีที่ประชาชนพึงพอใจมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล หลังจากนี้ยังมีอะไรต้องทำอีกมาก เพราะผลกระทบโควิด-19 ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต้องไม่หยุดติดตามผลกระทบที่ไม่ใช่แค่ประเทศไทยแต่กระทบไปทั่วโลก จากนี้งานต้องหนักมาก ต้องลงลึกแก้ไขผลกระทบโควิด-19 เพราะขณะนี้เป็นเพียงมาตรการต่อสู้กับโควิด-19 เท่านั้น หลังโควิด-19 ผ่านไปแล้วหรือยังไม่ผ่าน ยังต้องมีมาตรการอีกระยะหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ต้องใช้วิธีการอีกมากแก้ไขปัญหา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ส.ว.พีระศักดิ์ พอจิตกนิษฐ์ ชาญปรีชญาเปลี่ยนหัวหน้าพรรคอุตตม สาวนายนข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้