ข่าว
100 year

สิระหยามแรง ธรรมนัส บารมียังไม่พอ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

แก้ไขศึก พปชร. พท.ฉะ พรเพชร รีบอุ้ม ‘เสธ.อ้น’

พปชร.ขึงขังไม่ให้ใครมาครอบงำ “วิเชียร” ตอก ส.ว.ฝักใฝ่การเมืองบกพร่องคุณสมบัติหรือไม่“สิระ” หยาม “ธรรมนัส” บารมีไม่พอเป็นฮีโร่หย่าศึกใน ไล่ไปเคลียร์ภาพลบตัวเองก่อน “พรเพชร” โดดป้อง “เสธ.อ้น” แค่ชื่อย่อบอกไม่ได้ว่าคือใคร “สิงห์ศึก” อ้อมแอ้ม รธน.ห้าม ส.ว.ยุ่งพรรคการเมือง อ้างเจ้าตัวปฏิเสธข่าวแล้ว “สมเจตน์” ระอาไม่ใช่เวลาการเมือง อัดยับแย่งอำนาจบั่นทอนจิตใจนายกฯ “เรืองไกร” ตอก ปธ.วุฒิสภาฯอุ้มเร็วไป บี้ กกต.สอบ “กนิษฐ์” ชง ป.ป.ช.ฟันอาญา สั่งยุบพรรคแบบเดียวกับ“ธนาธร” พท.อัดผิดกาลเทศะ คนไทยสาหัสยังเปิดศึกทึ้งเก้าอี้ “อนุดิษฐ์” ซัดเลือกข้างก็ลาออกไป “ณัฐชา” ฉุนโฆษกศบค.ไม่เห็นหัวประชาชน ฉะไม่ควรมีใครต้องตายเพราะ รบ.บ้อท่า “บิ๊กตู่” สั่งผุดโปรเจกต์จ้างงานท้องถิ่น ตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจสังคม “หมอเหรียญทอง” โผล่ร่วมวง

ปัญหาความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่มีการผลักดันให้เปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค เพื่อหวังผลให้มีการปรับ ครม.เกลี่ยตำแหน่งกันใหม่ เป็นประเด็นที่ถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมที่มาเกิดขึ้นในขณะที่ประเทศและประชาชนประสบกับภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะ “เสธ.อ้น” ส.ว.คนดังที่ถูกระบุอยู่เบื้องหลังเดินเกมการเมืองครั้งนี้ถูกเรียกร้องให้มีการสอบสวนกรณีกระทำผิดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากแทรกแซงพรรคการเมือง

“วิเชียร ”ยัน พปชร.ไม่ให้ใครมาครอบงำ

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชี รายชื่อ และฐานะนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และอดีต ส.ว.ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ กรณีข่าว “เสธ.อ้น” พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชา ส.ว.อยู่เบื้องหลังเดินเกมเปลี่ยนหัวหน้าและเลขาธิการพรรค อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ว่า ถือเป็นสิทธิของผู้ร้องที่จะไปยื่น ส่วนของเราหากถามมาก็ชี้แจงไป เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่มีพฤติกรรมให้ใครมาครอบงำพรรค เป็นเรื่องที่คนร้องกล่าวอ้างต่อสาธารณชน ดูแลกระทำกับนายของเขา ซึ่งไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลอะไรกับพรรค และพรรคไม่ได้มีพฤติกรรมให้ใครมาครอบงำเช่นนั้น

ตอก ส.ว.ขัดคุณสมบัติฝักใฝ่การเมือง

“เป็นเรื่องส่วนตัวของ ส.ว.คนดังกล่าวบกพร่องคุณสมบัติหรือไม่ที่ฝักใฝ่พรรคการเมือง เพราะ ส.ว.เองมีข้อจำกัดอยู่แล้วห้ามฝักใฝ่พรรคการเมือง สำหรับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค โดยหลักแล้วหัวหน้าพรรค นายอุตตม สาวนายน ก็อยากให้มีการพูดคุยกัน เมื่ออยู่พรรคด้วยกันแล้วควรร่วมกันขับเคลื่อนพรรค” นายวิเชียรกล่าว

“สิระ” ไล่ “ธรรมนัส” ล้างภาพตัวเองก่อน

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์กำลังพยายามประสานเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคว่า ผู้ใหญ่ทุกคนในพรรคพลังประชารัฐ มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิมากพอ ซึ่งเชื่อว่าในขณะนี้ทุกคนกำลังร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้ชาติผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 คงยังไม่ใช่เวลามาทะเลาะแย่งตำแหน่งกัน จึงไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยนั่งเคลียร์ปัญหาให้ “พี่ธรรมนัสน่าจะเอาเวลาไปเคลียร์ปัญหาของตัวเองให้ภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับจากประชาชนก่อน เพราะจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งที่ผ่านมา ประชาชนยังเกิดมีความเคลือบแคลงสงสัยในตัวของ ร.อ.ธรรมนัส” นายสิระกล่าว

หยามบารมียังไม่พอสวมบทฮีโร่

นายสิระกล่าวอีกว่า วันนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังไม่มีบารมีมากพอที่จะมาเคลียร์ปัญหาให้ผู้ใหญ่ภายในพรรค เพราะผู้ใหญ่หลายๆคนมีประสบการณ์การ ทำงานทางการเมืองมาหลาย 10 ปี มากกว่า ร.อ.ธรรมนัส แน่นอน ซึ่งการทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่ผมเชื่อว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริง วุฒิภาวะขอผู้ใหญ่ ในพรรคทุกคน ก็สามารถพูดคุยกันได้ คงไม่จำเป็นต้องให้ ร.อ.ธรรมนัสเหนื่อยมาสวมบทบาทฮีโร่ประสาน สิบทิศ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาของพรรค” นายสิระกล่าว

“พรเพชร” โบ้ยแค่ชื่อย่อบอกไม่ได้คือใคร

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว “เสธ.อ.” ที่เป็น ส.ว.มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนตัวนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า ตนเพียงได้ทราบจากการอ่านข่าวเท่านั้น มีการเอ่ยชื่อย่อ ไม่ได้เอ่ยชื่อจริง จึงไม่สามารถบอกได้ว่า ส.ว.ตามชื่อย่อเป็นใคร และ ส.ว.จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจริงหรือไม่ วันนี้ตนได้มีการสอบถามไปบ้างในเบื้องต้น แต่ปรากฏว่ายังไม่มีใครรับว่าไปพูดจาอะไรตามที่เป็นข่าว ตอนนี้ ส.ว.อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม จึงไม่ค่อยได้พบปะบรรดาสมาชิก ต่างคนต่างแยกย้ายกันทำงานตามหน้าที่เท่าที่ทำได้

รู้อยู่แล้วล้ำเส้นพรรคการเมืองไม่ได้

เมื่อถามว่าจะต้องมีการตักเตือนหรือไม่เพราะขณะนี้สังคมวิจารณ์ว่า ส.ว.เข้าไปล้ำเส้นงานพรรคการเมืองของ ส.ส. นายพรเพชรตอบว่าเรารู้หน้าที่ของตนเองอยู่เเล้ว ถึงขอบเขตการทำหน้าที่ ขึ้นอยู่กับสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์ ขณะนี้แม้ปิดสมัยประชุมแต่ ส.ว.ได้ทำโครงการ “วุฒิสภารวมใจสู้ภัยโควิด-19” พยายามทำงานเพื่อสังคมเป็นหลัก และเรากำชับกันตลอดให้ระมัดระวังเรื่องจะไปบังคับ จูงใจทางคนในรัฐบาล หรือไปเเทรกเเซงสั่งการ อันนี้เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าทำไม่ได้ รอให้เปิดสมัยประชุมก่อนถึงจะได้พูดคุยกัน ตนทราบเพียงจากข่าว ยังฟันธงไม่ได้ว่าเป็น ส.ว.คนไหน และมีจริงตามข่าวหรือไม่ เพราะไม่ได้มีใครออกมายอมรับหรือปฏิเสธ ยืนยันไม่นิ่งเฉย กำลังดูอยู่ ถ้ามีตัวตนแน่นอนว่าเป็นใครคงจะต้องพูดคุยกัน

“สิงห์ศึก” อ้างเจ้าตัวปฏิเสธข่าวแล้ว

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธาน ส.ว.คนที่ 1 กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเท่านั้น ว่ามี ส.ว.ที่ถูกระบุชื่อว่า ”เสธ.อ้น“ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งท่านก็ออกมาปฏิเสธข่าวแล้ว เมื่อถามว่าสังคมคาใจ ทำให้ภาพลักษณ์ ส.ว. เสียหรือไม่ พล.อ.สิงห์ศึกกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวการที่ ส.ว.จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรค การเมืองคงเป็นเรื่องลำบาก เพราะตามรัฐธรรมนูญก็ห้ามอยู่แล้วว่าไม่ให้ ส.ว.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองใดอยู่แล้ว ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว

“สมเจตน์” ระอาไม่ใช่เวลาของการเมือง

ที่รัฐสภา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก ส.ว.ให้สัมภาษณ์กรณีที่มี ส.ว.เกี่ยวข้องกับเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคภายในพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ขอวิจารณ์ว่าจะมี ส.ว.ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่อยากพูดว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเมือง ทุกคนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องร่วมหันหน้าเข้าหากันร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ปัญหาโควิด-19 ผ่านพ้นไปให้ได้ เนื่องจากวิกฤติข้างหน้าของประเทศ เราจะทำอย่างไรให้เกิดการแก้ปัญหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง และการเจ็บไข้ได้ป่วย ที่สำคัญจะทำอย่างไรให้การเยียวยาของรัฐที่ได้ดำเนินการไปแล้วเข้าถึงกลุ่มผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง เพราะวันนี้ยังมีคนที่เดือดร้อนจริงๆแต่กลับยังไม่ได้รับการเยียวยา ดังนั้นไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลควรจะงดเว้นเรื่องการเมือง เพื่อร่วมมือกันสู้โควิด-19 แม้แต่คำแนะนำของฝ่ายค้าน ถ้าไม่ใช่คำแนะนำที่เป็นไปในลักษณะเล่นการเมือง โดยเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงรัฐบาลควรจะฟัง

ฉะแย่งอำนาจบั่นทอนจิตใจ “ประยุทธ์”

“อย่างไรก็ตามเรื่องการเคลื่อนไหวเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆในขณะนี้ ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่การกระทำหรือหนทางที่จะนำไปสู่การฝ่าวิกฤติของประเทศในขณะนี้ และแทนที่ เรื่องในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้าน แต่กลับเกิดขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลเสียเอง ซึ่งบั่นทอนจิตใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อย่างยิ่ง แทนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะได้ใช้เวลาเพื่อคิดแก้ปัญหาเพื่อผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 แต่กลับต้องไปใช้เวลากับปัญหาภายในพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาลเองด้วย” พล.อ.สมเจตน์กล่าว

“นิพิฏฐ์” ระบุ “เสธ.อ้น” ฝักใฝ่แต่ไม่ถึงขั้นชี้นำ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ส.ว.บางคนเข้าไปแทรกแซงในกิจการของพรรคการเมืองบางพรรคว่าตามหลักการของรัฐธรรมนูญ 2560 บุคคลที่เป็น ส.ว.ต้องมีความเป็นกลางและไม่ยุ่งเกี่ยวฝักใฝ่กับพรรคการเมือง ส่วนกรณีนี้ทราบเพียงข่าวตามที่สื่อนำเสนอว่ามีบุคคลชื่อ “เสธ.อ้น” เข้าไปดำเนินการตามข่าว แต่โดย ข้อเท็จจริงแล้วจะเป็นจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ เป็นเรื่องของพรรคการเมืองอื่นไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่อยากวิจารณ์อะไร พฤติกรรมดังกล่าวจะเข้าข่ายเข้าไปครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ หรือจะถูกถอดถอนหรือไม่ เห็นว่าไม่น่าจะเข้าข่ายครอบงำพรรคการเมือง เพราะคงจะเข้าไปสั่งชี้คว่ำตายหงายเป็นในพรรค การเมืองใหญ่คงไม่ได้ และไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เข้าใจว่าคงเข้าไปในลักษณะความสัมพันธ์ส่วนตัวมากกว่า การตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวเป็นหน้าที่ของวุฒิสภา และองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าไปตามหลักกฎหมาย

จวก “พรเพชร” รีบป้อง “เสธ.อ้น” เร็วไป

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ระบุ ส.ว.ที่ถูกอ้างมีส่วนเกี่ยวข้องล็อบบี้ให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก เพื่อให้มีการล้างไพ่เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคนั้น เป็นการระบุเพียงชื่อย่อว่า นายพรเพชรอย่าออกตัวเร็วเกินไปในการออกมาปกป้องใคร กรณีนี้ชื่อระบุชัดเจนว่า “เสธ.อ้น” คือ พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.และ พล.อ.กนิษฐ์ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าวไปแล้ว

จิก กกต.สอบ–ฟันอาญาเหมือน“ธนาธร”

นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ พล.อ.กนิษฐ์ เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชารัฐ กกต. จะต้องเรียก พล.อ.กนิษฐ์มาสอบถามให้ชัดเจนว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงพรรคการเมืองจริงหรือไม่ หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนำมาประมวลโยงกับไลน์บท สนทนาของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางกลุ่มที่ยอมรับว่า อยากจะให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค หากพบว่า พล.อ.กนิษฐ์แทรกแซงพรรคการเมืองจริง ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการยุบพรรคพลังประชารัฐต่อไป รวมถึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. เอาผิด พล.อ.กนิษฐ์ทางอาญาด้วย กกต.ดำเนินการกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างไร ต้องดำเนินการตามนั้นกับ พล.อ.กนิษฐ์ด้วย

“อนุดิษฐ์” อัดเล่นการเมืองผิดกาลเทศะ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวความขัดแย้งเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรคในพรรคพลังประชารัฐช่วงที่ผ่านมาว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่รู้ข้อเท็จจริง และคงไม่ไปก้าวล่วงกิจการภายในของพรรคอื่น แต่ใครก็ตามที่พยายามเล่นการเมืองกันอยู่ในขณะนี้ก็คงไม่ถูกกาลเทศะสักเท่าไหร่ เพราะในสถานการณ์วิกฤติของประเทศแบบนี้ ทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากันร่วมไม้ร่วมมือกันหาทางออกให้กับประเทศชาติและประชาชน ไม่เช่นนั้นเราจะฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างไร

ซัด ส.ว.เลือกข้างก็ควรลาออกไป

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าว พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ส.ว.อยู่เบื้องหลังเดินเกมให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าส.ว.ต้องเป็นกลางทางการเมือง หน้าที่หลักพิจารณากฎหมายที่ผ่านจากสภาฯ จึงเอนเอียงทางการเมืองไม่ได้ ต้องเป็นกลาง ห้ามเข้าไปแทรกแซงกิจการของพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าละเมิดตรงนี้ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย ถ้ามีหลักฐานชัดเจนอาจทำให้พรรคนั้นถูกยุบ หรือ ส.ว.ที่ไปยุ่งเกี่ยวอาจถูกยื่นถอดถอนได้ ถือว่ากระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า พล.อ.กนิษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ “ถ้านายจะอะไรยังไง เราก็ทำตามที่นายต้องการ” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เมื่อเป็นส.ว.ต้องวางตัวเป็นกลาง หากจะเลือกข้าง เข้าไปแทรกแซงกิจการพรรคการเมืองอื่น ควรลาออกจาก ส.ว.เพื่อไม่ให้ตัวเองทำผิดรัฐธรรมนูญ

สับมาตรการรัฐห่วยทำฆ่าตัวตายพุ่ง

น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตัวเลขจาก จ.ขอนแก่นพบว่าสถิติตัวเลขการฆ่าตัวตายแต่ละอำเภอของ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ต้น ม.ค.ถึงสิ้นเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุล้วนเกิดจากเรื่องหนี้สิน ตกงาน ปัญหาครอบครัว และโรคประจำตัว มองว่าผลกระทบจากมาตรการที่เคร่งครัดเพื่อป้องกันโรคระบาดตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา แต่ไร้มาตรการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ที่เข้าถึงประชาชนแท้จริง คาดว่าจะมีแนวโน้มที่แย่ลงเรื่อยๆ เพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มแสดงชัดเจนมากขึ้น จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าว่าถึงแม้ประเทศไทยจะสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่มีการสูญเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอยู่ดี จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลกำชับไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อเฝ้าระวังและคอยช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดผ่านกระทรวงมหาดไทย

อุ้มเจ้าสัวเร่งด่วนทีช่วยชาวบ้านสุดช้า

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาฯวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณี ครม.มีมติออกกฎหมายให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าไปจัดสรรเงินจำนวน 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยสภาพคล่องของวิสาหกิจเอกชนขนาดกลางและขนาดย่อมว่า ที่น่าเป็นห่วงคือการที่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นตัวกลางในการดำเนินการ อาจจะไม่เกิดความเป็นกลาง และหวั่นข้อครหาว่าเอื้อเอกชนบางรายเป็นการเฉพาะได้ และจะส่งผลกระทบกับระบบการเงินการธนาคารทั้งหมด ดังเช่นที่เคยเกิดมาในอดีต รัฐบาลใช้เวลาน้อยมากในการออกมาตรการอุ้มภาคธุรกิจในวงเงินหลายแสนล้านบาท ผิดกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนตรวจสอบหลายขั้นตอนมาก กว่าประชาชนจะได้รับการเยียวยาจากรัฐเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนหลายคนต้องฆ่าตัวตายเพราะรอไม่ไหว เหมือนรัฐไม่อยากจะช่วยเหลือประชาชน ต่างจากภาคเอกชนที่รัฐพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในการช่วยเหลือกลุ่มเจ้าสัว

เร่งวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า โควิด-19 ทำให้มนุษย์ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตตามปกติมาสู่ความปกติตามวิถีใหม่ เป็นการ เปลี่ยนแปลงไปสู่ชีวิตที่ผิดจากธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ แต่ที่ต้องยอมทำเพราะความกลัวตาย ก่อนหน้านี้เราวางโครงสร้างประเทศด้วยการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น แต่ความกลัวตายจากโควิด-19 หรือไวรัสตัวอื่นๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยสิ้นเชิง มนุษย์หันมา ใส่ใจกับสุขภาพและความสะอาด นั่นคือโอกาสของประเทศไทยที่ตนและพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 ประเทศไทยจึงต้องเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสุขภาพและความสะอาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อว่าสินค้าและบริการของไทย มีมาตรฐานความปลอดภัยทางสาธารณสุขสูงในระดับโลกเพื่อเป็นพื้นฐานของธุรกิจการเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรมบริการ

เหน็บโอกาสมาเหลือแค่สติปัญญา รบ.

“โอกาสแบบนี้ร้อยปีมีครั้ง ทำให้ไทยสามารถเริ่มต้นทางธุรกิจได้ก่อนทุกชาติในโลก โดยเฉพาะชาติ ตะวันตกที่ยังเริ่มต้นไม่ได้เนื่องจากต้องหยุดทุกอย่าง เพื่อควบคุมโรคและรักษาคนที่ติดเชื้อนับหมื่นนับแสน แต่จำนวนผู้ป่วยของเราต่ำสิบ ต้องยกย่องบุคลากรทางการแพทย์ จึงทำให้เราได้เปรียบเริ่มต้นได้ก่อน ยกเว้นรัฐบาลจะห่วงตัวเองกลัวคนออกมาไล่เลยหาเหตุแช่แข็งประเทศต่อ เงินมีพร้อมและเพียงพอเหลือแค่สติปัญญาที่จะทำให้เป็นโอกาส หรือเป็นมหาวิกฤติ” นายวัฒนาระบุ

“ณัฐชา” จวกโฆษก ศบค.ไม่เห็นหัว ปชช.

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวประจำวันแล้วระบุว่า การฆ่าตัวตายของประชาชนในช่วงเวลานี้ ไม่เหนือความคาดหมายในการพยากรณ์ เรื่องนี้ว่า แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าคุณหมอทวีศิลป์ ที่เข้ามาเป็นความหวังของประชาชน เพื่อส่งต่อข้อมูล ทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนและปรับภาพลักษณ์ของ รัฐบาล แต่กลับได้รับเชื้อความไม่เห็นคุณค่าประชาชนของรัฐบาลมาเสียแล้ว ความตายของประชาชนภายใต้ การบริหารราชการในสถานการณ์วิกฤติโรคระบาดแล้ว ส่งผลกระทบต่างๆจนมีคนที่ปลิดชีพตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายรายวัน แต่โฆษก ศบค.กลับมองยอดคนตาย เป็นเพียงสถิติมากน้อย เมื่อเทียบกับสถานการณ์อื่นๆ หมายความว่าต้องมียอดคนตายเกินสถิติที่วางไว้ก่อน หรือถึงค่อยแก้ไข

ไม่ควรมีใครต้องตายเพราะ รบ.บ้อท่า

“คุณหมออาจเคยชินอยู่กับความเป็นความตาย ของประชาชนจนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ควรมีใครต้องตาย เพราะการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลเช่นนี้ การทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้อย่าใช้เพียงสถิติหรือทฤษฎี คุณต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ หมอทวีศิลป์เป็นหมอ จิตเวช ที่อาจมีปัญหาทางจิต หากมองแค่เพื่อนมนุษย์ที่ต้องปลิดชีวิตเป็นแค่ตัวเลขสถิติ” นายณัฐชากล่าว

“เทพไท” ทวงเงินประกันสังคม ม. 33

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะไม่สามารถทำงานได้และไม่ได้รับค่าจ้าง ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเองหรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ผู้ประกันตนมีสิทธิรับเงินกรณีว่างงาน 62 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างรายวันไม่เกิน 90 วันล่าช้ามาก มีบางส่วนยังไม่ได้รับการชดเชยใดๆ ทั้งที่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขและระเบียบของสำนักงานประกันสังคมทุกประการ จึงสงสัยว่าทำไมสำนักงานประกันสังคมชดเชยเงินให้แก่ผู้ประกันตนล่าช้ากว่าการเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกันของกระทรวงการคลัง ทั้งที่สำนักงานประกันสังคมมีฐานข้อมูลของผู้ประกันตนครบถ้วนทุกอย่าง หรือเป็นเพราะสำนักงานประกันสังคมขาดสภาพคล่องไม่มีเงินมาชดเชยให้ผู้ประกันตนใช่หรือไม่

ฉะเยียวยาลักลั่นล่าช้าไร้มาตรฐาน

“การที่สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงว่า มีนายจ้างกว่า 5.4 แสนรายยังไม่ยื่นรับรองการหยุดงานของลูกจ้างเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ส่งผลให้ผู้ประกันตนกลุ่มที่เหลือยังไม่ได้รับเงิน เป็นข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมีการยืนยันจากนายจ้างหรือเจ้าของกิจการแล้วว่าได้ยื่นรับรองการหยุดงานไปแล้ว แต่มีพนักงานโรงแรมและพนักงานร้านเสริมสวยบางแห่งที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย หรือได้รับชดเชยเพียงบางคน ทั้งที่ทำงานอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน ส่งเบี้ยประกันเข้ากองทุนประกันสังคมเท่ากัน แต่ได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากันและไม่พร้อมกัน เช่นคนที่ 1 ได้รับเงินชดเชย 5,580 บาท คนที่ 2 ได้รับเงินชดเชย 5,766 บาท คนที่ 3 ได้รับเงินชดเชย 6,300 บาท และมีผู้ประกันตนบริษัทเดียวกัน 8 คน ทำไมได้รับการชดเชยไม่พร้อมกัน ได้รับแล้ว 3 คน ส่วนอีก 5 คนที่ยังไม่รับ ขอให้สำนักงานประกันสังคมเร่งจ่ายโดยเร็ว มาตรฐาน หลักเกณฑ์ แนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เป็นอย่างไร ถ้าสำนักงานประกันสังคมยังปฏิบัติหน้าที่ลักลั่นล่าช้าเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนต่อกองทุนประกันสังคมในอนาคตได้ ขอให้แก้ไขจุดอ่อนและข้อบกพร่อง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้เร็วที่สุด”

“อันวา” ชง รมต. ปชป.ซื้อข้าวแจกทุกบ้าน

นายอันวา สาและ ส.ส.ปัตตานี ในฐานะรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ให้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต่างจังหวัด เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากจากมหันตภัยไวรัสโควิด-19 อยากให้รัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ช่วยผลักดันให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เรามี 3 กระทรวงหลักเกี่ยวข้องกับประชาชนคือ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นโอกาสและเป็นเหตุเป็นผลโดยตรง เพราะคนไทยกินข้าว เราเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ วันนี้หลายประเทศเส้นทางบินถูกระงับ การส่งออกก็กระทบ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ซื้อข้าวจากชาวนา เอาเงินเราซื้อของเราเองแล้วแจกให้ประชาชนคนไทยทุกครัวเรือน ทางหนึ่งส่งเสริมชาวนาให้มีรายได้และอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ผลพลอยได้ที่สองเป็นการแก้ไขวิกฤตการณ์ค่าครองชีพประชาชน

เจียดเงินเยียวยาไทยทำไทยซื้อ

“บวกกับกรณีรัฐลงไปซื้อสินค้าโอทอปพวกปลาหรืออาหารแห้งแปรรูปของชาวบ้าน ชาวประมงพื้นถิ่นจะช่วยรายได้ของภาคประมง หรือสินค้าอื่นของผู้ประกอบการอาหารกระป๋อง อาจเจียดเงินบางส่วนของเงินเยียวยา 5,000 บาท สัก 1,000-2,000 บาทจะช่วยระบบซัพพลายเชน ทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ แก้ปัญหาหลายด้านไปพร้อมกัน จึงขอให้โปรดพิจารณาและดำเนินการด้วย วันนี้ชาวบ้านลำบากมาก หลายคนร้องไห้ ไม่มีเงินติดตัวเลย มาร้องตนและคณะทำงาน ส.ส.ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ห่างไกล” นายอันวากล่าว

“ชวน” นำทีมแจกนมเพื่อน้องในชุมชน

วันเดียวกัน ที่ชุมชนวัดอภัยทายาราม (วัดมะกอก) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯและ น.ส.ศิริภา อินวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาฯนำหน้ากากผ้า เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และนมโคยูเอสทีพร้อมดื่มสำหรับเด็กไปแจกจ่ายให้ประชาชนและเด็กๆในชุมชนวัดมะกอก บรรเทาความเดือดร้อนในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผู้ปกครองเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจ ประสบปัญหาการเงิน โดยนายชวนได้ริเริ่มโครงการนมโรงเรียน เมื่อครั้งดำรงตำเเหน่งนายกฯ เมื่อปี พ.ศ.2535 และ น.ส.ศิริภา อินวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาฯ ได้จัดตั้งโครงการ “นม...เพื่อน้อง” โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้เด็กดื่มนมให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต เสริมศักยภาพการเรียนรู้และพัฒนาสมอง

นายกฯสั่งจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2563 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวช่วงหนึ่งว่า อยากให้นำข้อมูลที่ได้จากการประชุมจัดทำเป็นฐานข้อมูลรูปแบบบิ๊กดาต้าว่าด้วยหลายภาคส่วน อาทิ เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เรื่องกฎหมายถ้ามีการแก้ไขขอให้เกิดความเป็นธรรม เท่าเทียม ทั้งภาคธุรกิจและประชาชน อย่าทำให้ถูกมองแก่เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ให้ทุกกระทรวงผุดจ้างงานท้องถิ่น

นายกฯกล่าวอีกว่า เรื่องของบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ให้ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานพิจารณาโครงการให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินไหลสู่ชุมชนให้ได้มากที่สุด เพราะด้วยสถานการณ์ขณะนี้ ต้องงดพึ่งพาต่างชาติ ต้องมาพึ่งพาตัวเอง และต้องใช้งบฯอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส ห้ามทุจริตเด็ดขาด ต้องให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในระยะยาว ทั้งนี้ อยากให้ปรับปรุงรูปแบบการประชุมทำงานแก้ปัญหาประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่รวดเร็ว ไม่ใช่ประชุมเป็นเพียงภาพกว้างๆเท่านั้น

“หมอเหรียญทอง” นั่งที่ปรึกษา ศก.–สังคม

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 21/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อให้การปฏิบัติงานของ ศบค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ นายกฯจึงแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาดังกล่าวเพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นทางวิชาการเสนอแนะแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ คือ นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ รองประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายแพทย์นิธิ มหานนท์ นายวุฒิสาร ตันไชย นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา นายบัณฑิต นิจถาวร นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นายสมชัย จิตสุชน ขณะที่นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนรองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติผู้ช่วยเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ยันมุ่งมั่นยกระดับชีวิตแรงงานไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า เว็บไซต์ www.thaigov.go.th  ทำเนียบรัฐบาล เผยแพร่คำปราศรัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2563 ในวันที่ 1 พ.ค.ว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญแรงงานทุกคน ทุกภาคส่วน ทั้งแรงงานในระบบแรงงานนอกระบบ หรือแรงงานคนพิการ และมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานให้มีรายได้สูงขึ้น ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม มีหลักประกันทางสังคมที่มั่นคง รวมทั้งมีความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงานที่ดีตามมาตรฐานสากล ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องแรงงานทุกประเภท ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือดูแลเต็มที่ มีมาตรการชดเชยการขาดรายได้ เพิ่มสิทธิประโยชน์ และจ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงานให้แก่ผู้ประกันตน ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ส่งเสริมให้มีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งพัฒนาและยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อให้พี่น้องแรงงานผ่านพ้นวิกฤติ และพร้อมที่จะเริ่มต้นเดินหน้าต่อไปด้วยกันได้อย่างมั่นคงต่อไป

ปลัดอุตฯโต้ข่าวแพ้คดีเหมืองทองอัครา

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ดลิมิเต็ด เปิดเผยว่า กรณีมีประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ว่า คำพิพากษาออกมาแล้วว่าประยุทธ์กับคณะต้องจ่ายค่าเสียหาย 6 หมื่น 7 พันล้านบาทไทย เป็นการส่วนตัว และต้องจ่ายเป็นเหรียญทองคำ ภายใน 1 เดือน ถ้าผิดคำสั่งออกหมายจับทั่วโลกทันที” ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้กระบวนการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จำกัดที่เป็นบริษัทแม่ของบริษัท อัครา จำกัด เจ้าของสัมปทานเหมืองทองคำที่ จ.พิจิตรที่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้คำสั่งมาตรา 44 ให้ปิดกิจการเหมือง ทองคำ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ ล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ. เพิ่งดำเนินกระบวนการสืบพยานที่ประเทศสิงคโปร์ และยังมีขั้นตอนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการตามกำหนดการ เพื่อยื่นเอกสารต่อคณะอนุญาโตตุลาการ กระบวนการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการจึงยังไม่เสร็จสิ้น ยังไม่มีคำชี้ขาด รวมทั้งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าจะมีคำชี้ขาดเมื่อใด

“ธรรมนัส” แจ้งจับปลอมทวิตหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ บก.ปอท.นายอนุรักษ์ วิจิตรพันธ์ ทนายความ รับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก. (สอบสวน) ชกก.3 บก.ปอท. ร.ต.อ.กรฉัตร มาตรศรี รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เอาผิดผู้สร้างบัญชีทวิตเตอร์ปลอมเป็น ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เคยมาแจ้งความดำเนินคดีเจ้าของทวิตเตอร์ดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่หยุดพฤติกรรม

นายอนุรักษ์กล่าวว่า ช่วงต้นเดือน (8 เม.ย.) ร.อ.ธรรมนัสพบว่า มีบัญชีทวิตเตอร์ปลอมใช้ชื่อ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” โพสต์ข้อความในทางเสียหายต่อว่าการบริหารประเทศของรัฐบาล จึงมอบหมายให้มาแจ้งความเอาผิดเจ้าของทวิตเตอร์ดังกล่าว และทราบว่าได้ปิดบัญชีหลบหนีไปแล้ว กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. บัญชีทวิตเตอร์ปลอมดังกล่าวกลับมาเปิดใช้พร้อมโพสต์ข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสมีบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวของจริงชื่อ “Capt.Thamanat” และได้มอบอำนาจตนมาแจ้งความเพิ่มเติมอีกครั้ง กำชับให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและสร้างความเสียหาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำพร้อมตรวจสอบหลักฐานที่นำมามอบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1สิระ เจนจาคะธรรมนัส พรหมเผ่าพรรคพลังประชารัฐหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐปรับครม.ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้