ส.ว.วิงวอนคนไทยอย่าการ์ดตก สู้วิกฤติ "โควิด-19" ขอปฏิบัติตัวเคร่งครัด หวั่นผ่อนปรนมาตรการ ทำเชื้อร้ายปะทุซ้ำอีก
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.63 นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ในขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมทั้งอัตราการเสียชีวิตก็ลดน้อยลง แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาเป็นระยะๆนั้น สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี จนได้รับคำชื่นชมจากนานาประเทศว่า ประเทศไทยรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องด้วยประชาชนคนไทยต่างให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐ ตระหนักถึงพิษภัยของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำตามมาตรการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ การเว้นระยะห่างทางสังคมที่รัฐบาลได้กำหนด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ดังนั้นประเทศไทยและคนไทยมาถูกทางแล้ว เราสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดี
นายมหรรณพ กล่าวต่อว่า แต่ขณะนี้มีนักการเมืองและนักวิชาการบางกลุ่ม ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาล รวมทั้งผ่อนปรนมาตรการต่างๆลง ซึ่งคิดว่ารัฐบาลมีข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ใช้ในการกำหนดมาตรการ รวมทั้งผ่อนปรนมาตรการต่างๆเป็นอย่างดีแล้ว โดยได้รับข้อมูลจากทางนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ อาจารย์แพทย์ต่างๆ ที่เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตการณ์นี้
นายมหรรณพ กล่าวต่อว่า ดังนั้นอยากขอความร่วมมือให้ประชาชนคนไทยทุกคนอย่าการ์ดตก ที่ผ่านมาเราทำมาดีแล้วขอให้มุ่งมั่นทำต่อไป สู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป และขอให้ฟังมาตรการที่รัฐบาลประกาศกำหนดขึ้น รวมทั้งการผ่อนปรนต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็ได้ค่อยๆผ่อนปรนอย่างมีเงื่อนไข เพื่อไม่ให้เชื้อโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอีก อย่างประเทศสิงคโปร์และประเทศอื่นๆ ที่เกือบจะควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ก็ต้องพลาดท่าให้กับเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ จนเกิดมีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นวิกฤติที่ไม่อาจเอาชนะได้
...
"ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยและคนไทยต้องกลับไปสู่วิกฤตที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทั้งๆที่เราทำดีมาโดยตลอด เราต่อสู้กับเชื้อไวรัสจนเกือบจะเอาชนะมันได้แล้ว ถ้าคนไทยการ์ดตก เชื้อโรคร้ายนี้ก็จะกลับมาเล่นงานเราอีกได้โดยง่าย เพราะเชื้อร้ายนี้จะอยู่กับเราไปอีกระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนกว่าจะมีวัคซีน ที่จะมาช่วยในการป้องกันและหยุดยั้งเชื้อร้ายนี้ได้ ซึ่งก็ต้องรอเวลาคิดค้นวัคซีนอีกอย่างน้อย 1 ปีข้างหน้า" นายมหรรณพ กล่าว