เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แต่งตั้ง “หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจชุด 2 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ” (Second task force to reopen the economic) หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มซาลงแล้ว หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจหน่วยนี้ มีหน้าที่พิจารณาเปิดเศรษฐกิจในแต่ละด้านให้สอดคล้องกับความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข

หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจสหรัฐฯ แตกต่างกับ คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจเอกชน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผมจึงได้เสนอให้แต่งตั้ง นักธุรกิจอาวุโสในภาคธุรกิจจริงที่มีประสบการณ์สูง เป็น ที่ปรึกษาวงใน เพิ่มขึ้นมาอีกคณะ เพื่อให้ข้อมูลในเชิงลึก ก็ไม่รู้ท่านสนใจหรือไม่ เพราะการฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่าย

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า เราต้องการเปิดเศรษฐกิจของประเทศขึ้นใหม่ ซึ่งมีความสำคัญมาก เราจึงต้องมี “หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ” (task force) ผมมี คณะกรรมการที่ปรึกษา พวกเขาจะประกาศรายชื่อในวันอังคารนี้ (14 เมษายน) เมื่อคุณได้ยินชื่อแล้วจะให้ความนับถืออย่างแน่นอน จะเต็มไปด้วยเป็นผู้มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ในแต่ละธุรกิจที่แตกต่างกัน ทุกคนมารวมกันในหน่วยงานเฉพาะกิจนี้

มีการคาดกันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะอนุญาตให้บางธุรกิจเปิดดำเนินการได้ใน ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน 50 รัฐเริ่มเบาบางลง

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวอีกว่า เขาเชื่อว่าจากการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายระลอก และความต้องการของประชาชนที่ถูกกดไว้ ทุกคนต้องการออกจากบ้าน ต้องการกลับไปทำงาน “ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันเหมือนยานอวกาศที่ถูกจรวดขับพุ่งขึ้นไปในอวกาศเลยทีเดียว ชาวอเมริกันเมื่อเจอกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เขาจะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มีขนาด 22 ล้านล้านดอลลาร์ 726 ล้านล้านบาท ให้เดินหน้าอีกครั้ง เราเชื่อมั่นในภาคธุรกิจเอกชนของเรา”

...

ประธานาธิบดีทรัมป์ ตบท้ายด้วยการเอาใจ ธุรกิจเอกชน เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญทำเนียบขาวคาดกันว่า หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะประกอบด้วย นายมาร์ค เมโดว์ หัวหน้าคณะทำงานในทำเนียบขาว นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง นายลาร์รี คูดโลว์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ นายทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล รวมทั้ง ผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจต่างๆ เพราะ หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจชุดนี้ จะต้องประกอบด้วย ผู้มีความเข้าใจในระบบการเงิน เข้าใจในภาคธุรกิจจริง เข้าใจในเทคโนโลยี สามารถวางแผนระบบที่ซับซ้อน เพื่อให้ระบบซัพพลายเชนสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ และที่สำคัญที่สุด มีความเข้าใจเรื่องการเมือง

จีน ต้นตอการระบาดของไวรัสโควิด-19 และฟื้นจากการระบาดแล้ว วันนี้ก็ให้ธุรกิจเปิดได้ตามปกติ เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า รัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง (ผู้เดินทางต้องมีรหัสสีเขียวในโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับรองว่า ไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19) คนงานเริ่มกลับไปทำงานในบริษัทและโรงงาน ยอดจองโรงแรมเพิ่มขึ้น 60% ยอดจองตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 50% วันอาทิตย์ที่ผ่านมา รถไฟความเร็วสูงสายวงแหวนเที่ยวแรก เริ่มวิ่งออกจาก เมืองฉงชิ่ง รถไฟความเร็วสูงสายนี้มีระยะทาง 1,290 กม. เชื่อมเมือง ฉงชิ่ง เฉิงตู กุ้ยหยาง ใช้เวลาเดินทางรอบวงแหวน 8 ชั่วโมง

เมืองไทยก็มีข่าวดี นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในบางพื้นที่ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันหลายวัน ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาจพิจารณาให้เปิดบริการบางสถานที่ที่ไม่มีความแออัด ถ้าคนไทยทุกคนมีวินัย ลงโทษผู้จงใจฝ่าฝืนให้เข็ดหลาบ ผมเชื่อว่าเดือนหน้า “พฤษภาคม” คงเปิดบางธุรกิจได้แน่นอน.

ลม เปลี่ยนทิศ