นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. อวยรัฐ มาถูกทาง ตัดไฟต้นลม ตั้งกองทุนซื้อหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี ลดความเสี่ยงวิกฤติซ้อนวิกฤติ

วันที่ 13 เม.ย. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “รัฐบาลมาถูกทาง!! ออกนโยบายเชิงรุก อย่าปล่อยให้เป็นปัญหา เหมือนหน้ากากอนามัย ต้องนำหน้าสถานการณ์” ว่า ผมขอชื่นชมและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่เข้ามาดูแลตราสารหนี้ของบริษัท ผ่าน ธปท.ในการออก พ.ร.ก. จัดตั้งกองทุนบีเอสเอฟ (BSF) นโยบายถือว่า เป็นนโยบายเชิงรุกที่มีการจัดการวางแผนเตรียมการโดยมองถึงอนาคต (แทนการทำนโยบายเชิงรับ ซึ่งคือการทำนโยบายสำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น การตั้งรมว.มหาดไทย มาคุมการบริหารหน้ากากอนามัย) ในฐานะที่ผมเคยทำงานในตำแหน่ง “ผู้จัดการกองทุน” ทั้งในและต่างประเทศมามากกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้ประสบกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินถึง 2 ครั้ง พ.ศ. 2540 (วิกฤติต้มยำกุ้ง) และ พ.ศ. 2551 (วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์) และได้รับความเสียหายอย่างสูงไม่ต่างจากวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

...

ในสมัยนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้เข้ามาดำเนินการอะไรที่เป็น “Stay ahead of the curve” คือการที่จะต้อง “นำหน้าสถานการณ์” จึงทำให้เกิดการขาดความมั่นใจ ซึ่งนำไปสู่การขาดสภาพคล่องแก่ธุรกิจและประชาชนทุกระดับ ภายใต้สภาวะการหยุดชะงักทางการเงินและเศรษฐกิจ จากวิกฤตการณ์การระบาดรุนแรงของโควิด-19 การจัดตั้งกองทุนบีเอสเอฟ (BSF) โดยเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชน ที่คุณภาพดีเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดตราสารหนี้ของเอกชน และป้องกันการเกิดการไถ่ถอนที่รุนแรงของตราสารหนี้ หรือการเกิดปรากฏการณ์โดมิโน (Domino Effect) ที่อาจเกิดขึ้นได้…การที่รัฐบาลทำแบบนี้จึงถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ดูแลตลาดตราสารหนี้ผู้มีฐานะ/ธุรกิจดีแล้ว ต้องดูแลตลาดหนี้ของผู้ยากจน/หาเช้ากินค่ำด้วยนะ #ProactiveForAll #หนี้ #รวยจนต้องได้รับการดูแลทันที