ดีอีเอส เสริมพลังประเทศไทย สู้โควิด-19 ผนึกกำลังโซลูชัน 5G เข้ากับ AI เพิ่มศักยภาพการตรวจ-ดูแลผู้ป่วยให้ รพ.ศิริราช ลดเสี่ยงบุคลากรการแพทย์ วิเคราะห์ผล 1 เคส ใช้เวลา 25 วินาทีเท่านั้น

ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้แต่ละกระทรวงร่วมกันแก้ปัญหาสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ได้เร่งการดำเนินการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงทั้งพี่น้องประชาชน และลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์

โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย (จำกัด) ส่งมอบโซลูชันผู้ช่วย AI ผสานพลังเทคโนโลยีเครือข่าย 5G เพื่อใช้รายงานผลตรวจโควิด-19 ให้กับโรงพยาบาลศิริราชได้อย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว และแม่นยำ ผ่านเครือข่ายความเร็วสูง เสริมพลังแพทย์ไทยในการรับมือสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีศักยภาพด้วยเทคโนโลยีระดับโลก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ

โดยนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ผมได้มีโอกาสมาที่โรงพยาบาลศิริราช โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมกับบริษัท Huawei ในการนำระบบ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นการใช้ระบบ AI มาวิเคราะห์ตัวอย่างผลการเอ็กซเรย์ปอดของคนไข้ จำนวน 20,000 กว่าตัวอย่าง เมื่อมีการทำ CT scan เพื่อเอกซเรย์ปอดของคนไข้ ระบบจะนำผลจากการเอกซเรย์ มาเทียบเคียงกับตัวอย่างภาพเอกซเรย์ปอด 20,000 กว่าตัวอย่างนี้ ซึ่งเป็นผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 4,000 ราย เพื่อวิเคราะห์ วินิจฉัยเบื้องต้น ว่า คนไข้มีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัสโควิด 19 มากน้อยเพียงใด ระบบนี้เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย และมีการใช้จริงแล้วในประเทศจีน ทั้งในเมืองอู่ฮั่น และหลายๆ เมืองในประเทศจีน ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับริษัท Huawei ได้นำมาติดตั้งให้โรงพยาบาลรามาฯ และโรงพยาบาลศิริราช เป็นที่เรียบร้อย

จากนี้การวิเคราะห์คนไข้ด้วยระบบดังกล่าว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งพี่น้องประชาชน และลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากการทำ CT Scan เพื่อคัดกรองเบื้องต้นทำให้แพทย์ไม่ต้องสัมผัสกับคนไข้ เมื่อคัดกรองแล้วพบว่า มีความเสี่ยงสูง จึงค่อยเข้าสู่กระบวนการตรวจสารคัดหลั่ง ซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ในการยืนยันผล การนำระบบ AI เข้ามาใช้ จึงช่วยลดความเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพราะทำให้ไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วยจำนวนมากในขั้นต้น พร้อมกับได้พูดคุยให้กำลังใจ คุณหมอที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องอื่นๆ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในนามรัฐบาล และกล่าวถึงท่านนายกฯ ซึ่งได้ฝากมาให้กำลังใจและให้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่

ด้านศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “เทคโนโลยี AI จะช่วยให้แพทย์นำมาใช้วินิจฉัยผลตรวจ CT ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์ผลได้ภายในเวลาเพียง 25 วินาทีต่อ 1 เคส จึงลดภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ไทยได้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ความเร็วในการส่งข้อมูลของเครือข่าย 5G จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้บุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์ในขณะนี้ได้ดียิ่งขึ้น เพราะช่วยให้ระบบทางการแพทย์ต่างๆ ตอบสนองการใช้งานได้รวดเร็ว ช่วยให้ติดตามอาการและเก็บข้อมูลคนไข้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์มีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย