“บิ๊กตู่”ตั้ง คกก.เฉพาะกิจบริหารจัดการพัสดุ-เวชภัณฑ์-หน้ากากอนามัย ป้องกันควบคุมรักษาโควิด-19 ให้ปลัดสปน.นั่งประธานคุมเข้มทุกขั้นตอน ทั้ง ศึกษา-วิเคราะห์-กลั่นกรอง โครงสร้างต้นทุนพัสดุ และต้องรายงานนายกฯ เป็นระยะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 9/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ทั้งนี้ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการพัสดุและเวชภัณฑ์สำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกอบกับข้อ 2 วรรคสองของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563
นายกฯ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธาน มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมบัญชีกลาง รองประธาน (4) อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นรองประธาน ขณะที่กรรมการ ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม กรมการปกครอง กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมบัญชีกลาง กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมสนับสนุนการสุขภาพ กทม. สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ รวมถึงมีนายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ และเลขานุการ เป็นต้น
...
โดยมีหน้าที่และอำนาจ ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง โครงสร้างต้นทุนพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัย เพื่อเสนอแนะทางวิชาการแก่นายกฯ พิจารณากลั่นกรองการกำหนด และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัยของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้เหมาะสม พิจารณากลั่นกรองการนำเข้าสินค้าหน้ากากอนามัยเข้ามาในราชอาณาจักร และคำขอรับหนังสืออนุญาตการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักร พร้อมเอกสารหลักฐานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัย
(4) พิจารณากลั่นกรองความจำเป็นในการใช้สินค้าหน้ากากอนามัยภายในประเทศหรือความจำเป็นตามสมควร ประกอบคำขอตาม (๓) โดยคำนึงถึงลักษณะจำเพาะของสินค้า ข้อจำกัดด้านทรัพย์สินทางปัญญา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ภายในประเทศ การจัดหาสินค้าหน้ากากอนามัยเพื่อสนับสนุนการจัดสรรให้ใช้ในประเทศตามที่เห็นสมควร พร้อมข้อเสนอ ประกอบการพิจารณาการนำเข้าสินค้าหน้ากากอนามัยเข้ามาในราชอาณาจักร และการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักรของอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าหน้ากากอนามัย
(5) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกระจาย เวชภัณฑ์ป้องกัน หน้ากากอนามัยตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางตลอดห่วงโซ่อุปทาน กลั่นกรองเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการผลิต และปริมาณการจำหน่ายพัสดุป้องกันโควิด - 19 และเวชภัณฑ์ป้องกัน หน้ากากอนามัย รวมทั้งความต้องการในแต่ละภาคส่วน ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ ประเมินผล สรุปข้อมูลผู้ผลิตเกี่ยวกับ การนำเข้า ราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต ปริมาณการกระจาย ชื่อและที่อยู่ของผู้รับซื้อปลายทาง ตลอดจนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลการดำเนินการให้นายกรัฐมนตรี ทราบเป็นระยะ
ประสานการดำเนินการกับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความเห็นหรือส่งเอกสารหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา ให้ข้อเสนอแนะ และคำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการตามคำร้องขอ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการตามที่นายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เป็นที่ปรึกษาตามมาตรา 8 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการโดยรวดเร็วและจะเรียกประชุมคณะกรรมการให้ทันท่วงทีมิได้ ให้ประธานกรรมการมีอำนาจใช้อำนาจคณะกรรมการไปพลางก่อนได้ ทั้งนี้ ให้ประธานหรือรองประธานที่ประธานกรรมการมอบหมาย สามารถประชุมร่วมกับกรรมการเฉพาะบางคนในเรื่องที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของกรรมการผู้นั้นได้ โดยอาจเชิญบุคคลอื่นมาร่วมหารือด้วยก็ได้ มติของที่ประชุมตามข้อนี้ถือเป็นมติคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป