ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เหล่าทัพยอมถอย ชะลอเรือดำนํ้า-รถถัง-ปืนใหญ่

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์9 เม.ย. 2563 05:25 น.
    SHARE

    โอนงบฯ-ไปช่วย ปชช. ‘ชวน’ ไม่เอาตัดเงิน ส.ส. ก้าวไกลบี้ช่วยถ้วนหน้า

    กองทัพถอยชะลอซื้ออาวุธเล็มงบฯหลักพันล้านจัดหา “รถหุ้มเกราะ-ปืนใหญ่-เครื่องบิน” หั่นงบฯปี 63 ผูกพันข้ามปีงบฯ 64 ถมเงินฟื้นฟูประเทศ ทร.พลิก ก.ม.เจรจาสัญญาเรือดำน้ำ โฆษก กก.เผยทบทวนหั่นโครงการไม่จำเป็น เลขาวุฒิสภาแจงไม่บังคับให้ ส.ว.กรอกแบบฟอร์มบริจาค 5 หมื่น “ชวน” ยันไม่หักเงินเดือน ส.ส. ป้องผู้แทนฯช่วยชาวบ้านอยู่แล้ว ปชป.-พท.-ก้าวไกล รุมยำรัฐจำกัดสิทธิคนเดือดร้อน จ่ายเยียวยา 5 พันแค่ 9 ล้านคน “เทพไท” ซัดทอดทิ้งคนนอกฐานข้อมูลราชการ อย่าให้เหลือบสูบเลือดซ้ำรอยบัตรคนจน “อนุสรณ์” จวกลอยแพ 15 ล้านคนเคว้ง จี้หาทางช่วยด่วน “สมพงษ์” บี้ทำแผนทุ่มเงินขับเคลื่อน ศก.ให้ชัด “ก้าวไกล” อัดเหลื่อมล้ำบี้ทบทวนแจกเงินเท่าเทียมถ้วนหน้า

    จากกรณีฝ่ายการเมืองและกระแสสังคมเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมตัดลดงบประมาณจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เหล่าทัพได้พิจารณาทบทวนโครงการปรับตัดโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในส่วนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สมควรชะลอออกไปก่อน

    สหรัฐฯให้กำลังใจไทยสู้โควิด

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เม.ย.ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยินดีต้อนรับฝากความ ปรารถนาดี ความห่วงใยไปยังประธานาธิบดีทรัมป์และภริยาให้กำลังใจบริหารประเทศ ต่อสู้กับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ให้ดีขึ้นในเร็ววัน และขอบคุณสหรัฐฯที่มอบอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล (PPE) ให้ประเทศไทย ขณะที่นายไมเคิลขอบคุณที่ให้เข้าเยี่ยมคารวะแม้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของประเทศไทยและหลายประเทศในโลก ขอให้กำลังใจ ชื่นชมมาตรการรัฐบาลไทยที่ส่งผลให้มีแนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นแนวราบ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลผู้อาศัยอยู่ในไทยอย่างปลอดภัย ช่วงท้ายนายกฯขอให้คำนึงถึงความร่วมมือระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน หลังคลี่คลาย

    กห.ชะลอทบทวนซื้ออาวุธงบฯปี 63

    วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพิจารณาตัดโอนงบ ประมาณ 2563 ในส่วนโครงการและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อนำมาเยียวยาประชาชนจากผลการกระทบโรคโควิด-19 ว่า กระทรวงกลาโหมมองสถานการณ์และคิดไว้ล่วงหน้า ทราบดีถึงเหตุผลความจำเป็นของสถานการณ์เหล่านี้ดี ประเทศชาติต้องไปต่อต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศ แต่ต้องคงสภาพความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ ดูแลความปลอดภัย และผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่ต้องดูความเร่งด่วนการจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพด้วย โครงการไหนสมควรชะลอก็ควรชะลอ โครงการไหนดำเนินการในปีต่อๆไป โดยไม่กระทบต่อสัญญากับต่างประเทศก็ต้องทำ ขณะนี้เหล่าทัพกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะมีโครงการใดบ้างในงบฯปี 63 และจะหารือกันต่อเนื่องไปถึงโครงการในงบฯปี 64 ในภาพรวมด้วย หลักการทบทวนโครงการคือดูการดำรงสภาพความพร้อมต่อไป

    ทร.เช็กสัญญาเรือดำน้ำลำที่ 2–3

    โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวอีกว่า ส่วนการเพิ่มขีดความสามารถให้ชะลอไปก่อน และต้องไม่กระทบต่อสัญญาที่ทำไว้กับต่างประเทศ ขณะนี้งบฯปี 63 ได้เริ่มใช้จ่ายแล้วต้องมาดูว่าจะเริ่มตัดโอนวันไหน เพราะโครงการต่างๆเป็นงบฯผูกพัน ทุกกระทรวงต้องพิจารณาเช่นกัน เมื่อถามถึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า กองทัพเรือกำลังพิจารณาเรื่องสัญญาและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ ต้องครอบคลุมไปถึงงบฯปี 64 ที่ต้องจัดสรรเพื่อฟื้นฟูประเทศชาติ ผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจด้วย

    รถเกราะ–ปืนใหญ่–เครื่องบินสะดุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งบฯปี 63 กห.ได้รับจัดสรรงบฯ 2.3 แสนล้านบาท เหล่าทัพได้ทบทวนภาพรวมไม่ให้กระทบงบฯประจำ โดยอาจยกเลิกงบฯ การดูงานต่างประเทศ การสัมมนาหรือปรับแผนลดขนาดการฝึกลง ส่วนงบลงทุนที่ต้องทบทวนและต้องชะลอ ได้แก่ โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ การซ่อมบำรุง และปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์ มีแผนจัดซื้อยานเกราะลำเลียงพล (สไตรเกอร์) ลอต 2 รวม 50 คันวงเงิน 4,500 ล้านบาท แผนจัดซื้อปืนใหญ่ 155 มม. 2,000 ล้านบาท ปืนใหญ่ 105 มม. 900 ล้านบาท โครงการจัดซื้อเครื่องบินแบบใช้งานทั่วไปวงเงิน 1,350 ล้านบาท แผนจัดซื้อรถถังวีที 4 ลอตที่ 3 วงเงิน 1,600 ล้านบาท ส่วนกองทัพเรือมีแผนจะจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงินงบฯตั้งไว้ 2.2 หมื่นล้านบาท รวมถึงงบก่อสร้างที่จอดเรืออีก 900 ล้านบาท ผูกพันงบฯปี 63-69 ส่วนกองทัพอากาศในงบฯปี 63 ได้แก่ โครงการจัดหาเครื่องฝึกทดแทน 12 เครื่อง ผูกพันงบฯ 4 ปี (63-66) วงเงิน 5,195 ล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น T-50 (ระยะที่ 4) 2 เครื่อง วงเงิน 2,450 ล้านบาท (ผูกพันงบฯ 63-65)

    สั่งเจรจาคู่สัญญา–ทำแผนสองยืดเวลา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงกลาโหมให้เหล่าทัพ พิจารณาความจำเป็นแต่ละโครงการเอง โดยโครงการที่ตั้งในงบฯปี 63 และยังไม่ได้มีการอนุมัติขอให้ดูข้อกฎหมายและเจรจาประเทศคู่สัญญาเพื่อขอชะลอโครงการออกไปก่อน อีกทั้งต้องพิจารณาควบคู่กับการทำแผนงบฯปี 64 ที่ผ่านการพิจารณาไปแล้วว่าควรไปบรรจุในงบฯปี 64 หรือไม่ รวมทั้งทำแผนสองหากสถานการณ์งบฯในปี 64 ยังไม่ดีขึ้นให้ชะลอออกไปอีก โดยให้คำนึงถึงการดำรงความพร้อมขั้นต่ำของกองทัพเท่าที่ทำได้

    วุฒิสภาให้ ส.ว.กรอกยินยอมบริจาค

    นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหนังสือถึง ส.ว.ระบุประธานวุฒิสภาขอความร่วมมือ ส.ว.ให้หักเงินเดือน 5 หมื่นบาทสมทบกองทุนบรรเทาทุกข์ประชาชนแก้ปัญหาแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้บังคับให้เป็นความสมัครใจ จะให้ ส.ว.กรอกแบบฟอร์มยินยอมบริจาคเงินว่าจะใช้วิธีใด เช่น หักเงินเดือน โอนเงินโดยตรงหรือวิธีใด จะให้ประธาน กมธ.สามัญชุดต่างๆ ของวุฒิสภาไปทำความเข้าใจใน กมธ. ไม่ใช่ครั้งแรกที่ขอความร่วมมือ เคยขอความร่วมมือ ส.ว.ให้ร่วมบริจาคช่วยเหลือส่วนรวมมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้ง ส.ว.ให้ความร่วมมือทุกคน ล่าสุด ส.ว.บริจาคคนละ 4,000 บาท ช่วยเหลือในเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา

    “เสรี” โต้ ส.ว.ก็ทำงานไม่ทอดทิ้ง ปชช.

    นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ตั้งใจบริจาคเงินเดือน เม.ย. 113,560 บาท ยืนยัน ส.ว.ทุกคนตั้งใจบริจาคเงิน 5 หมื่นบาทช่วยเหลือไม่มีใครปฏิเสธจะไม่ช่วย อย่าเข้าใจผิดว่า ส.ว.อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย ลงพื้นที่ไปมอบทั้งหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ช่วยเหลือชาวบ้านตลอด ทำกันมาก่อนที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาจะขอให้บริจาคเงินด้วยซ้ำแต่ไม่ได้เป็นข่าว ไม่ได้เพิ่งคิดมาทำตอนนี้ และไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องเชื้อโควิด ส.ว.รับผิดชอบภาคเหนือไปช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน ไม่มีใครทอดทิ้งประชาชน

    นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กว่าอยากให้เงินเยียวยา 5,000 บาท 6 เดือนถึงมือคนเดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่เหวี่ยงแห ขอให้ตรงไปตรงมาเข้มงวด กวดขัน ถึงตัวถึงคนให้ตรงจุด ใครโกงใครทุจริตในสถานการณ์อย่างนี้ต้องตัดหัวคั่วแห้งไปให้หมด ถ้าช่วยเหลือไม่ถึง ไม่ตรง ไม่ได้ จะเป็นกระแสพุ่งเป้าเข้าหารัฐบาล เป็นแรงกระเพื่อมทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการเมืองจะถูกแรงกระแทกหนักหน่วง

    “ชวน” ยันไม่หักเงินเดือน ส.ส.สู้ภัยโควิด

    เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องให้หักเงินเดือน ส.ส.มาช่วยสมทบทุนแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า การมีสมาชิกหลายฝ่ายแสดงเจตจำนงบริจาคเงินเป็นเรื่องดี นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มี ส.ส.เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านอยู่แล้ว อย่างตนได้เรี่ยไรเงินจากคณะทำงานได้เงินมา 4 แสนบาท ไปบริจาคให้โรงพยาบาลต่างๆ ส่วน ส.ส.แต่ละคนนั้น อยู่ในพื้นที่ดูแลชาวบ้าน มีค่าใช้จ่ายดูแลประชาชนจำนวนมากอยู่แล้ว วันนี้มีการส่งข้อความแจ้งมาว่า มีความกังวลต่อการหักเงินเดือน ขอยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่มีความคิดเรื่องนี้ เพราะ ส.ส.ดูแลประชาชนอยู่แล้ว เงินเดือน ส.ส.หักภาษี หักเงินเข้าพรรคแล้วเหลือแค่ 8 หมื่นบาท พรรคประชาธิปัตย์เหลือแค่ 6 หมื่นบาท ฐานะ ส.ส.แต่ละคนแตกต่างกัน จึงไม่บังคับหักเงินเดือน ส.ส.แต่ขอให้ทุกคนตระหนักการทำหน้าที่อย่างสุจริต ไม่กักตุนสินค้า ไม่ค้ากำไรเกินควรเอาเปรียบประชาชน ไม่ใช่ไปทำทุจริตแล้วเอาเงินน้อยนิดมาบริจาค ไม่ควรอย่างยิ่ง ส่วนที่ ส.ว.ขอความร่วมมือหักเงินเดือนเป็นเรื่องของ ส.ว.กันเอง ทราบว่าได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะแล้ว ยืนยันว่าจะไม่หักเงินเดือน ส.ส.แน่นอน เข้าใจดีว่า ส.ส.ใช้เงินดูแลประชาชนในสถานการณ์เวลานี้อยู่แล้ว

    “สิระ” มอบถังพ่นยาฆ่าเชื้อให้เรือนจำ

    เมื่อเวลา 14.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำคณะเข้ามอบถังฉีดพ่น 2 ตัว น้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 ถัง (ถังละ 30 กก.) ให้เรือนจำผ่านว่าที่ รต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม รับมอบ นายสิระกล่าวว่า พนักงานเรือนจำสัมผัสผู้ต้องหาและต้องกลับบ้าน เกิดความเสี่ยงติดโรคโควิด-19 จึงได้นำน้ำยามามอบให้เรือนจำฉีดพ่นป้องกันการติดเชื้อ ยังอยากเชิญชวนให้ ส.ส.ท่านอื่น รวมไปถึงตามต่างจังหวัดให้ออกมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยการแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ หรือพ่นยาตามพื้นที่เขตรับผิดชอบของแต่ละคน ซึ่งหากประชาชนท่านใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อตนได้

    “จิตร์ภัส” พ่นยา–มอบถุงยังชีพชาวดุสิต

    น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดชุมชนวัดอัมพวันและชุมชนทอผ้า ถนนทหาร เขตดุสิต มอบน้ำยาฆ่าเชื้อ ถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็นให้โรงทานวัดและชาวบ้านในชุมชนสันติสุข ชุมชนต้นโพธิ์และชุมชนตรอกขี้เถ้า 200 ครัวเรือน โดย น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า ประชาชนต่างรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระบาดโดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ ในฐานะ ส.ส.จะลงพื้นที่ต่อเนื่องช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้ชาวบ้าน ให้กำลังใจกันและกัน เราจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ ส่วนโครงการ “ปันหัวใจใส่หน้ากาก” ที่ได้จัดทำหน้ากาก Face Shield สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่สนใจ แจกจ่ายไปให้ทั่วประเทศแล้วกว่า 2,000 ชิ้น แจ้งมาที่ไลน์ @chitpas/อินสตาแกรม @punjai_saimask เพื่อจัดส่งไปให้

    ปชป.แนะแบ่งงบฯ 3 ก้อนดูแลทั้งระบบ

    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออก พ.ร.ก. 3 ฉบับของรัฐบาล ว่า เป็นเรื่องดีจะช่วยเหลือประชาชนและพยุงฟื้นฟูเศรษฐกิจ ถึงแม้จะไม่มีผลกระทบต่อการก่อหนี้สาธารณะ ยังมีเพดานก่อหนี้สาธารณะได้อีกพอสมควร แต่ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขอเสนอให้แบ่งเป็น 3 ก้อนใหญ่ 1.ก้อนแรกใช้แก้ปัญหาประชาชนทุกระดับไม่ให้อดตาย โดยเฉพาะคนหาเช้า กินค่ำ 2.ใช้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ทั้งผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 3.ใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจครบวงจรตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก จุลภาคและมหภาค กระจายให้น้ำหนักการใช้เงินภาครัฐให้ทั่วถึงและเป็นระบบครบวงจร จะทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเดินหน้าต่อไปได้จนกว่าจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ

    ติงอย่าจำกัดสิทธิคนจน–เหลือบสูบเลือด

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมติ ครม.เยียวยาให้
    ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คนละ 5,000 บาท 6 เดือนแก่ผู้ลงทะเบียน 9 ล้านคน ว่า เห็นด้วยและสนับสนุน แต่การจำกัดผู้มีสิทธิได้รับเยียวยา 9 ล้านคน ครอบคลุมผู้ด้อยโอกาสทางสังคมทั้งหมดหรือไม่ รัฐบาลประเมินจากข้อมูลใด ที่ผ่านมารัฐบาลเคย ประเมินตัวเลขผิดพลาด ตั้งไว้ 3 ล้านคน แต่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากถึง 24 ล้านคน ถ้าใช้ฐานข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้คัดกรองเหลือ 9 ล้านคน จะตัดสิทธิผู้เดือดร้อนที่แท้จริงจำนวนมากหรือไม่ เกรงว่าไม่ครอบคลุมผู้เดือดร้อนได้ทั้งหมด อยากให้ตรวจสอบข้อมูลละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่อยู่ในระบบข้อมูลทางราชการ เช่น แรงงานรายวัน แรงงานอิสระ คนตกงาน คนเร่ร่อน ฯลฯ อยากให้งบฯตกถึงมือผู้เดือดร้อนหรือคนยากจนจริงๆ ไม่อยากให้เหมือนแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนจนไม่มีข้าวจะกินไม่ได้รับสิทธิ แต่บางคนรวย ฐานะปานกลาง คนมีอันจะกิน กลับได้รับทั่วหน้า อย่าให้มีพวกเหลือบมาเกาะกินสูบเลือดจากคนจนอีก ต้องเตรียมงบฯสำรองไว้ส่วนหนึ่ง

    “สมพงษ์” สะกิดทำแผนใช้เงินให้ชัด

    นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจ คุกคามโลกและประเทศไทย ท้าทายภาวะการนำเป็นบททดสอบสำคัญต่อนายกฯและ ครม.ว่ามีศักยภาพพอหรือไม่ ยังไม่เห็นความชัดเจนนโยบายสำคัญด้านการเงินการคลังว่ามีแผนจะจัดการ ปรับเปลี่ยนการใช้งบฯ ปี 63 อย่างไร ควรมีแผนเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่างๆคู่ขนานไปกับการแก้วิกฤติสุขภาพ กำหนดทิศทางชัดเจนว่าจะมีนโยบายเตรียมพร้อมเศรษฐกิจของประเทศทุกภาคส่วนอย่างไร เป็นห่วงรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงินถ้าไม่มีการจัดการที่มีคุณภาพ จะเพิ่มความเสี่ยงนำเงินเก็บก้อนใหญ่อันเป็นเงินในอนาคตของประเทศ มาใช้อย่างขาดหลักประกัน และยังไม่เห็นแผนใช้งบฯที่ชัดเจน ขอเตือนรัฐบาลอย่างจริงจังนี่คือเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

    ซัดทอดทิ้ง 15 ล้านคนเดือดร้อน

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเยียวยารัฐบาลต้องทำเร่งด่วน แต่การจำกัดผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเพียง 9 ล้านคนจาก 24 ล้านคน ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดแล้วหรือไม่ รัฐบาลประเมินจากข้อมูลใดว่าช่วย 9 ล้านคนเพียงพอเหมาะสม ที่ผ่านมารัฐบาลประเมินตัวเลขผิดพลาด ครั้งแรกตั้งไว้ 3 ล้านคน แล้วก็ขยายจำนวนใช้เงื่อนไขใดคัดกรอง 24 ล้านเหลือ 9 ล้านคน จน 15 ล้านคนที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้รับเงินจะช่วยอย่างไร ตัดสิทธิผู้เดือดร้อนแท้จริงจำนวนมากออกไปหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเร่งรัดเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของทางราชการ เช่น ลูกจ้างอิสระ แรงงานรายวัน คนตกสำรวจ ขอให้จ่ายเงินเยียวยางบฯแผ่นดินให้ตกถึงมือผู้เดือดร้อนจริงๆ ส่วนข้อเสนอหักเงินเดือน ส.ว.กระแสสังคมกดดันสะท้อนว่าประชาชนไม่เห็นประโยชน์ ส.ว.รับรู้ทั่วไปว่าตั้งมาเพื่อมาโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯสืบทอดอำนาจ

    “พิชัย” บี้ต่อรองนายจ้างไม่ให้คนตกงาน

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานกล่าวว่าเห็นด้วยกับมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ชุดที่ 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท แต่จะกู้เงินมาใช้ถึง 1 ล้านล้านบาทอยากให้ช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ลำบากที่สุดก่อนแล้วไล่ขึ้นมา ธปท.ออกซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทช่วยธุรกิจ SMEs ถูกต้อง อยากให้ต่อรองรักษาระดับการจ้างงานไม่ให้คนตกงานเหมือนในหลายประเทศ รัฐบาลอาจสนับสนุนเพิ่มส่วนนี้ อยากให้ ธปท.ส่งเสริมให้ทุกธนาคารทำตามธนาคารกรุง-ไทยและธนาคารออมสินหยุดดอกเบี้ยและหยุดเงินต้น 3 เดือน ส่วนที่ ธปท.จะตั้งกองทุนดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อให้ ธปท.ซื้อตราสารหนี้เอกชนที่มีเครดิตเรตติ้งได้ อาจผิดกฎข้อบังคับ ธปท. ส่วนที่ขู่ดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับผู้กรอกข้อมูลรับเงินเยียวยาไม่ตรง ไม่ควรทำ

    “กรณ์” จี้รัฐสั่งลดราคาสินค้าจำเป็น

    นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “รัฐต้องเร่งเจรจาเอกชน” ลดราคาสินค้า ทำให้เงิน 5,000 มีค่าสูงสุด “ว่าสังคมมีคำถามทำไมรัฐบาลเลือกขยายสิทธิ 5,000 บาท เป็น 6 เดือนแทนขยายผู้ได้รับสิทธิ 9 ล้านคน เป็น 18 ล้านคน ให้ทั่วถึงขึ้น รัฐบาลจะอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย จึงอยากให้เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาหารือลดราคาสินค้า โดยเฉพาะหมวดหมู่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เชื่อว่าผู้ประกอบการพร้อมหยิบยื่นน้ำใจให้ควรประกาศลดราคาสินค้าจำเป็นทันทีจะ 20% 50% แล้วแต่ หากไม่มีมาตรการปรับราคาสินค้าต่างๆลง ในขณะที่รายได้คนส่วนใหญ่ต้องหยุดนิ่ง คงอยู่รอดไปจนถึงวันที่การระบาดสิ้นสุดยาก

    ชงดึงฝ่ายค้านร่วม กก.โควิดแห่งชาติ

    นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเสมอภาค และอดีต รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่นายกฯประกาศให้สถานการณ์โควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ ขอเสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการร่วมยุทธศาสตร์ แก้วิกฤตการณ์ไวรัสโควิดแห่งชาติ” เชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วม นอกจากมีตัวแทน ครม.ควรมีภาคส่วนอื่น เช่น สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารฯ ธนาคารแห่งประเทศ ไทย แพทย์ ให้มีอำนาจกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบายและติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่างๆ จะเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลใจกว้าง ทอดไมตรีให้ฝ่ายค้านมาร่วมมือกันแก้วิกฤติชาติ ที่ทำอยู่มีศูนย์บริหารโควิด หลายเรื่องฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย หลายอย่างที่ฝ่ายค้านเสนอแนะแต่รัฐบาลไม่สนใจ ตอนนี้นายกฯให้สัมภาษณ์แล้วว่ายินดีรับข้อสังเกตจากทุกหน่วยงาน

    กก.ยำเหลื่อมล้ำจี้ปรับเยียวยาถ้วนหน้า

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า มาตรการเยียวยา 9 ล้านคน 6 เดือน ต้องใช้งบฯ 270,000 ล้านบาท แต่ยังมีคนเดือดร้อนต้องร้องขอความช่วยเหลือโดยรัฐบาลไม่อาจช่วยอะไรได้อีกถึง 5.5 ล้านคน ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปด้วยกัน จึงอยากให้ทบทวนเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือนแบบถ้วนหน้าต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน 14.5 ล้านคนได้รับการเยียวยา กรณีนี้ รัฐบาลจะใช้งบฯเพียง 217,500 ล้านบาท น้อยกว่าถึง 52,500 ล้านบาทด้วยซ้ำ ฝากถึงผู้มีอำนาจว่าการเข้าใจหัวอกรากหญ้า ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย หากส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตามชุมชนที่หาเช้ากินค่ำ มีไม่น้อยเลยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาครั้งนี้ ด้วยเหตุเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ

    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ประชาชนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด หาซื้อหน้ากากอนามัยเอง แบกรับภาระทุกอย่างทั้งที่รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือ กระทั่งเปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา แค่ขั้นตอนเหลื่อมล้ำมากๆ ใครไม่มีสมาร์ทโฟนไม่มีอินเตอร์เน็ตเข้าไม่ถึงบางคนถึงขั้นต้องเสี่ยงผิดกฎหมายจ้างข้างบ้านลงทะเบียนให้ วันที่ 8-10 เม.ย.ระบบจะเริ่มส่งเอสเอ็มเอส ให้ผู้ที่ได้รับเงินประมาณ 1.6 ล้านคน อยากถามใช้มาตรฐานใดตัดสินปัญหาภาระของประชาชน ทั้งที่คือหน้าที่รัฐบาล ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน

    พช.กระทุ้งแจกทุกคน 6 เดือนฟื้น ศก.

    น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินเกือบ 2 ล้านล้านบาท ถ้าอยากให้เศรษฐกิจพื้นฐานฟื้นได้จริง ให้แจกเงินประชาชนทุกคน 6 เดือนโดยไม่มีเงื่อนไข เด็กต่ำกว่า 18 ปีหรือคนชราลดเหลือครึ่งหนึ่งของคนวัยทำงาน กระบวน การแจกต้องง่ายไม่ซับซ้อน ถ้ามีบัญชีธนาคารหรือพร้อมเพย์โอนเข้าเลย ไม่ต้องลงทะเบียน คนไม่มีพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นส่งไปรษณีย์ไปให้ตามที่อยู่ ทุกคนไม่ควรต้องเดินทางไปติดต่อและเงินถึงมือประชาชนรวดเร็ว จะได้นำไปใช้จ่ายหมุนเวียนกระตุ้นการบริโภคให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น เป็นการบริหารภาษีดีกว่านำไปซื้ออาวุธไปตั้งไว้ให้ชมวันเด็ก ที่ให้แจกทุกคนเพราะกลุ่มประชาชนฐานรากสาหัส ข่าวอาชญากรรมปล้นจี้ร้านสะดวกซื้อเริ่มมากขึ้น

    กระตุกปูพรมหาเชื้อ-แจกเงิน-อาหาร

    ที่พรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ประชุมผู้บริหารและ ส.ส.พรรคผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลปิดกั้นการสัญจรแต่ละจังหวัดน่าจะไม่คุ้มค่าต่อเวลาที่เสียไป ขอเสนอว่าเมื่อปิดเขตปิดจังหวัด ต้องใช้นโยบายเดียวกับปราบยาเสพติดเอกซเรย์ทุกพื้นที่ทุกบ้านหาผู้ติดเชื้อว่ามีเท่าใด อย่าตรวจแค่พื้นถนน เอกซเรย์ทุกพื้นที่ เป็นห่วงการช่วยเหลือน่าจะไม่ทั่วถึง จะให้ดีน่าเอาควรแจกเงินหรืออาหารต่อสัปดาห์ ใช้บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า โฆษก ศบค.ระบุตัวเลขคนตรวจติดเชื้อเพียง 7 หมื่นกว่าคนจาก 69 ล้าน สัดส่วนไม่ถึง 1% แต่คน 99% ยังไม่เข้ามาสู่กระบวนการตรวจจะแก้ปัญหาอย่างไร ศักยภาพของโรงพยาบาลทั้งประเทศยังไม่ได้พัฒนาวิธีการตรวจ จึงตรวจได้ 2 หมื่นกว่าคนต่อวัน ต้องทำให้ค่าตรวจถูกลง รัฐบาลต้องรีบแก้ไขจุดนี้ด้วย

    ชูเปลี่ยน ปท.ลุยผลิตยา-วัคซีนเอง

    นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า การเดินสายกลางใช้โมเดลที่สามหน่วงการแพร่ระบาดถือว่าได้ผลพอสมควร หลังสถานการณ์โควิดประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม วิกฤติโควิดเตือนว่าคิดเหมือนเดิมไม่ได้ ยามคับขันเราอย่าปล่อยให้ยาฝรั่งหรือยาญี่ปุ่นมาผลิตในไทยได้ตามสบายโดยไม่มีเงื่อนไขต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้ไทยอย่างจริงจัง เพื่อวันหนึ่งไทยจะผลิตยาที่ทันสมัยและจำเป็น ผลิตวัคซีนใหม่ๆได้ หลังยุคฟ้าใหม่หลังโควิดไทยต้องพึ่งตนเองเรื่องยา วัคซีน เครื่องมือการแพทย์ให้จงได้ ต้องใช้แนวเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการพึ่งพาตนเอง

    ดันงดแวต 3 เดือนไฟฟรี 90 หน่วย

    นายอุเทน ชาติภิญโญ เลขานุการประจำคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค สภาฯ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย ที่ให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วย 3 เดือนเฉพาะบ้านที่มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ ขอเสนอให้ทบทวนมติ ครม.ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีทุกครัวเรือน แต่ต้องไม่เกิน 90 หน่วย ส่วนเกินต้องจ่ายเพิ่ม และขอเสนอให้งดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขาย ส่วนกลุ่มลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน จ่ายเดือนละ 5,000 บาท 6 เดือน ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ควรเข้าข่ายได้รับ 1 เดือนทำงานเพียงไม่กี่วัน รวมถึงโชเฟอร์ขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ การเยียวยาโดยไม่มีกรอบชัดเจน เลอะเทอะไปหมด ควรเสนอให้แจกทุกครัวเรือนจะเหมาะสมกว่า ครัวเรือนไหนฐานะดีอาจบริจาคคืนรัฐบาลหรือสมทบเพิ่มช่วยประเทศทางอ้อมแล้วรัฐบาลประกาศชื่อขอบคุณ ไม่ใช่แจกเหวี่ยงแห และเตรียมกู้เงินมหาศาล แบบนี้ประเทศชาติเสียหาย จะหาเงินจากไหนมาถม ปล่อยให้คนคิดไม่เป็นมาบริหารประเทศก็เป็นแบบนี้

    “ธรรมนัส” แจ้งถูกปลอมทวีตด่า รบ.

    ที่ บก.ปอท.เมื่อเวลา 10.45 น.นายอนุรักษ์ วิจิตรพันธ์ ทนายความรับมอบอำนาจจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นำเอกสารหลักฐานแจ้ง พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.ดำเนินคดีผู้สร้างบัญชีทวิตเตอร์ปลอมเป็น ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมสร้างความเสียหาย นายอนุรักษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ร.อ.ธรรมนัสพบว่ามีบัญชีทวิตเตอร์ปลอมเป็นชื่อ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” และโพสต์ข้อความต่อว่าการบริหารประเทศของรัฐบาล พาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขณะที่ทวิตเตอร์ส่วนตัวของจริงชื่อ “Capt.Thammanat” จึงมอบอำนาจให้มาแจ้งความดำเนินคดี ตรวจสอบหาตัวผู้สร้างบัญชีดังกล่าว เบื้องต้นพบว่าได้ปิดตัวหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้ร้องทุกข์พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่นำมามอบก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ธรรมนัส พรหมเผ่าคงชีพ ตันตระวาณิชย์ประยุทธ์ จันทร์โอชากระทรวงกลาโหมนัฑ ผาสุขข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้