ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ครม.จัดหนักอัดงบฯ 2 ล้านล้าน เยียวยาพิษโควิด-19 (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 เม.ย. 2563 05:20 น.
    SHARE

    หวังกู้เศรษฐกิจ อนุมัติอีก 801 ล้าน ไปซื้อ ‘หน้ากาก’ ‘เยาวราช’ เงียบ ปิด ‘พัทยา’ สกัด

    ครม.ออกมาตรการดูแลและเยียวยาโควิดระยะ 3 หาเงิน สู้โควิด-19 ร่วม 2 ล้านล้านบาท ย้ำกู้จริง 1 ล้านล้านบาท “อุตตม” เผยขยายแจกเงิน 5,000 บาทเป็น 6 เดือน ตรวจสอบเยียวยาแล้ว 10 ล้านคนผ่านเกณฑ์ 1.6 ล้านคน ให้ออมสินจัดซอฟต์โลน 80,000 ล้านบาท ให้นอนแบงก์ผ่อนปรนให้ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล รวมวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมไว้แล้ว ข้าราชการ สธ.เฮ ครม.อนุมัติหลักการบรรจุข้าราชการใหม่ 45,684 อัตรา “ศักดิ์สยาม” สั่งรถเมล์-รถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนรถให้บริการประชาชนก่อนเวลาเคอร์ฟิว 22.00 น. หลังมีข้อร้องเรียนรถไม่พอบริการ อัยการบี้ดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.แล้ว 600 กว่าราย “บึงกาฬ” ปิดเมืองสกัดโควิด ขณะที่พัทยาผู้ติดเชื้อเพิ่ม เล็งเพิ่มมาตรการสกัด ขณะที่ชาวบ้านเริ่มแย่คนแน่นโรงรับจำนำ บางคนไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ

    กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อของประชาชนได้ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. สั่งปิด สถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน อาทิ ห้างสรรพสินค้า สถานบริการ สนามกีฬา ฯลฯ นอกจากนี้ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก ถึงขั้นแห่กักตุนอาหารจนทำให้สินค้าบางชนิดขาดแคลน เป็นที่มาของการออกมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน มีประชาชนเข้าลงทะเบียนรับเงินเยียวยาถึง 20 ล้านคน ต่อรัฐบาลประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยกระดับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    “บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถก ครม.เต็มคณะ

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบเต็มคณะจาก 2 สัปดาห์ก่อนประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงเข้มงวด จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเท่าที่จำเป็น ลดจำนวนผู้ติดตามเพื่อลดความแออัด ผ่านจุดคัดกรอง ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และนั่งเว้นระยะห่างตามมาตรการสาธารณสุข หลังการประชุมนายกฯจะแถลงผ่านไลฟ์สดเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี

    สั่งโอนงบฯปี 63 สู้โควิด-19

    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลา โหม แถลงหลังประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากที่ทุกหน่วยงานเสนอมาตรการต่างๆตามที่สั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอีกจำนวนหนึ่ง หารือการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 นำเงินมาเติมงบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้มากขึ้น เนื่องจากงบกลางเหลืออยู่ประมาณ 3 พันล้านบาท ก้อนแรกจะดึงมาเติม 8 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท ต้องนำเสนอเข้า ครม.เข้าสภาฯและวุฒิสภา คาดมีผลบังคับใช้ต้นเดือน มิ.ย. งบฯบางอย่างโอนมาใช้ไม่ได้ อย่างงบฯบุคลากร ไม่เป็นไปตามกฎหมายและ พ.ร.บ.งบประมาณที่มีอยู่เดิม

    ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) และ พ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.เข้าไปซื้อตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดีที่ครบกำหนดชำระวงเงิน 9 แสนล้านบาท ส่วนนี้ไม่ได้เป็นการกู้เงิน ไม่ได้ใช้เงินรัฐบาล ขณะเดียวกัน ครม.พิจารณาออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ประมาณ 6 แสนล้านบาท ใช้เยียวยาและด้านสาธารณสุข ระยะที่ 2 ประมาณ 4 แสนล้านบาท ใช้ฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ ต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป อย่างไรก็ตาม ต้องรอ พ.ร.บ.การโอนงบประมาณมีผลบังคับใช้ต้นเดือน มิ.ย.ก่อน ช่วงนี้เร่งดำเนินการ พ.ร.ก.กู้เงินให้เรียบร้อย ให้พิจารณามาตรการต่างๆไว้แล้วจะใช้เงินตรงไหนอย่างไร แต่สามารถปรับโอนได้ วันนี้มีหลายอย่างจำเป็น ยืนยันการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ตนจะกวดขันใช้จ่ายให้เป็นไปตามสิ่งที่เราต้องประสงค์ร่วมกัน อย่างมีประสิทธิภาพ

    ทยอยพาคนไทยกลับประเทศ

    นายกฯกล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลมีมาตรการหลายอย่าง ไม่ว่าเป็นเรื่องเดินทางกลับเข้าประเทศ การเข้าสู่ระบบกักกัน ทั้งของรัฐและส่วนภูมิภาคท้องถิ่น ต้องบูรณาการร่วมกัน ทำหน้างานให้ดีทุกสถานที่ โดยเฉพาะสนามบินมีศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข หรืออีโอซี กำกับดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคง ขนส่ง คมนาคม การตัดสินใจต่างๆต้องอยู่บนพื้นฐานตามนโยบายที่ประกาศไป การเดินทางเข้าประเทศตนสั่งให้ดำเนินการทยอยเข้าเป็นรุ่นๆ เป็นผลัด หรือเป็นเที่ยวบินเพื่อง่ายต่อการส่งต่อไปกักกัน ขอให้ทุกคนเข้าใจ

    ยินดีเยียวยาภาคธุรกิจที่เจ๊งจริง

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนภาคธุรกิจต่างๆ วันนี้ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย บางอย่างถ้าสามารถช่วยเหลือกันได้ ขอความกรุณา ต้องดูว่าช่วงปี 2561-2562 การประกอบกิจการต่างๆได้รับผลกำไรมากพอสมควร ดังนั้น ในปี 62-63 ที่เกิดปัญหาโรคไวรัสโควิด-19 คงต้องย้อนไปดูผลประกอบการปีที่ผ่านมาตามวงรอบของบัญชีว่าเป็นอย่างไร ถ้าทั้งหมดสามารถพิสูจน์และชี้แจงได้ว่าได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 รัฐบาลยินดีดูแล ทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ แต่ถ้าจะเหมาทั้งหมดคงรับไม่ไหวเพราะงบฯมีอยู่จำกัด

    ทุ่มสู้โควิด 2 ล้านล้านบาท

    นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 3 ใช้วงเงินรวม 2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 1.ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ... วงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

    ขยายแจก 5,000 บาท เป็น 6 เดือน

    รมว.คลัง เผยต่อว่า ชุดที่ 1 ใช้วงเงิน 600,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เกษตรกร และดูแลด้านสาธารณสุข ในจำนวนนี้จะขยายมาตรการแจกเงิน 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. 15,000 บาท ออกไปอีก 3 เดือน (ก.ค.-ก.ย.) รวมทั้งหมด 6 เดือน เป็น 30,000 บาท ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรเน้นเรื่องของปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์พืช และการลดต้นทุนการผลิต เป็นต้น จะไม่เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือด้านภัยแล้งที่มีงบอีกก้อนดูแลเรื่องนี้โดยตรง การแจกเงิน 5,000 บาท เพิ่มเป็น 6 เดือน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบประชาชนและผู้ประกอบการอาชีพอิสระจำนวนมากขึ้น ขณะนี้ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้จบลงเมื่อไร ต้องช่วยคนกลุ่มนี้ แม้จะมีประชาชนมาลงทะเบียนแล้ว 24 ล้านคน แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ผ่านการคัดกรองตามคุณสมบัติที่กระทรวงการคลัง ยังไม่ทราบว่าจะใช้เม็ดเงินเพิ่มเท่าไหร่ แต่กระทรวงการคลังคาดว่าประชาชนที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือไม่น่าเกิน 9 ล้านคน จะใช้เงิน 270,000 ล้านบาท

    4 แสนล้านฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม

    นายอุตตมกล่าวต่อว่า ชุดที่ 2 เป็นมาตรการดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศวงเงิน 400,000 ล้านบาท ดูแลเศรษฐกิจรวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เมื่อใดที่โควิดหมดไปต้องมีชุดมาตรการแผนงานช่วยเศรษฐกิจฐานราก มีความพร้อมเดินหน้าทันที ประกอบด้วย 1.การเพิ่มศักยภาพและยกระดับการค้า การผลิตและการบริการในสาขาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และในระดับพื้นที่เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ตลอดจนการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต และผลิตภัณฑ์ในระดับที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว หรือภาคบริการอื่น 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งสร้างช่องทางการตลาด ยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้า ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และ 3.การส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน รวมทั้งการส่งเสริมและกระตุ้นการลงทุนต่างๆภาคเอกชนที่จะทำให้สภาวะการบริโภคและการลงทุนกลับเข้าสู่ระดับปกติ

    ธปท.ให้ซอฟต์โลน 5 แสนล้าน

    รมว.คลังกล่าวด้วยว่า มาตรการที่ ครม.อนุมัติต่อมาเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออก พ.ร.ก.วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ หรือซอฟต์โลนแก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อัตรา 0.01% ต่อปี วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของสินเชื่อคงค้าง อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีนาน 2 ปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก และที่สำคัญผู้ประกอบการที่กู้เงินก้อนใหม่ ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่ได้เพิ่มเติมระยะ 6 เดือนแรก

    พักเงินต้นดอกเบี้ยเอสเอ็มอี

    “ภายใต้โครงการนี้ให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถพักชำระหนี้เดิมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ชั้นดี ณ วันที่ 31 ธ.ค.62 และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากธนาคารเฉพาะกิจที่ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการด้วยการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) แบบอัตโนมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว”

    ตั้งวงเงิน 4 แสนล้านซื้อหุ้นกู้

    นายอุตตมกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน ธปท.จะออก พ.ร.ก.การสนับสนุนสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตราสารหนี้ภาคเอกชน พ.ศ. .... (ร่าง พ.ร.ก. BSF) วงเงิน 400,000 ล้านบาท สำหรับเพิ่มสภาพคล่องและรักษาเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนและระบบการเงิน จะจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน และให้ ธปท.สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนให้การระดมทุนการออกตราสารหนี้ในตลาดแรกให้ทำงานได้เป็นปกติ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องแก่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ที่มีคุณภาพ แต่ประสบปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว จะเน้นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพและครบกำหนดชำระก่อนมีเงื่อนไขคือ บริษัทนั้นต้องหาเงินมาเอง 50 เปอร์เซ็นต์ก่อน แล้วเงินจะเติมให้ 50 เปอร์เซ็นต์เพื่อดูแลสภาพคล่อง

    เห็นชอบออก พ.ร.บ.โอนงบ

    “ส่วนมาตรการสุดท้ายคือ การบริหารเงินงบประมาณ 2563 รัฐบาลจะบริหารเงินงบประมาณในปัจจุบันที่ไม่ได้ใช้ หรือไม่มีความจำเป็นแล้ว เช่น งบจัดสัมมนาและอบรม และงบประชุมต่างประเทศ สำนักงบประมาณคาดว่าจะใช้ดึงเงินจากส่วนราชการได้ 80,000-100,000 ล้านบาท รัฐบาลออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเงินงบประมาณ 2563 จะมีการหารือในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเดือน พ.ค. คาดว่าจะมีผลเดือน มิ.ย.นี้” นายอุตตมกล่าว

    ย้ำกู้จริงแค่ 1 ล้านล้านบาท

    นายอุตตมกล่าวย้ำว่า มาตรการทั้งหมดนี้กู้เงินจริงๆ 1 ล้านล้านบาท ส่วน พ.ร.ก. 2 ฉบับของ ธปท.เป็นการเปิดให้ใช้วงเงินของ ธปท.เอง ไม่ได้เป็นเงินกู้เงินในระบบ หากกู้เงินเต็มเพดาน 1 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ยอดหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) จากเดือน ก.พ.อยู่ที่ 7.02 ล้าน ล้านบาท หรือคิดเป็น 41.1 เปอร์เซ็นต์ของหนี้สาธารณะจะขึ้นไปที่ 57 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ใกล้เพดานกรอบวินัยการเงินคลังที่ตั้งไว้ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เร็วๆนี้นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังเพื่อพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะ

    เศรษฐกิจติดลบ 5.3 เปอร์เซ็นต์

    ส่วนกรณีมีประชาชนร้องเรียนว่า บริษัทไฟแนนซ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่มีมาตรการช่วยเหลือเหมือนธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ นายอุตตมกล่าวว่า ล่าสุดธนาคารออมสินจะจัดซอฟต์โลนวงเงิน 80,000 ล้านบาท นำไปช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย การผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ลีสซิ่ง เช่าซื้อ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อทะเบียนรถให้แก่ประชาชน กระทรวงการคลังมั่นใจว่า มาตรการที่ออกไปจะช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนได้แน่นอน และจะทบทวนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใหม่ จากที่ก่อนหน้านี้ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบทุกไตรมาส คาดว่าตลอดทั้งปีเศรษฐกิจไทยติดลบ 5.3 เปอร์เซ็นต์

    มาตรการระยะ 3 ใช้เงิน 2 ล้านล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สรุปมาตรการดูแลและเยียวยาโควิด-19 ระยะที่ 3 จะใช้วงเงินทั้งสิ้นร่วม 2 ล้านล้านบาท มาจาก 1.กระทรวงการคลังออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท 2.พ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.ออกสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่าเพื่อดูแลภาคธุรกิจ 500,000 ล้านบาท 3.ธปท.ออก พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน 400,000 ล้านบาท 5.สำนักงบประมาณเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะต้องนำเสนอที่ประชุมสภาเดือน พ.ค.นี้ วงเงินที่ 80,000-100,000 ล้านบาท

    ดูแหล่งเงินกู้ทั้งใน-นอกประเทศ

    นางแพทริเซีย มงคลวณิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทจะเป็นการทยอยกู้ สบน.จะพิจารณาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม ขณะนี้มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะต่างประเทศมีหลายองค์กรเสนอแหล่งเงินกู้ต้นทุนต่ำเพื่อให้รัฐนำไปดูแลโควิด-19 อาทิ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร เช่น การกู้ระยะสั้น การกู้ระยะยาว หรือพันธบัตรออมทรัพย์ พิเศษ เป็นต้น

    ผบ.ทบ.สั่งทุกหน่วยร่วมสู้โควิด

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ประชุมผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ ผบ.ทบ.ย้ำให้กองทัพภาคบูรณาการกำลังพลทุกหน่วยในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมในด่านตรวจ ด่านคัดกรอง และพื้นที่เฝ้าระวังและสังเกตอาการของรัฐ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. กองทัพบกสนับสนุนกำลังพล 1,460 นาย ร่วมตั้งจุดตรวจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง 307 จุดทั่วประเทศ จัดชุดสายตรวจ 1,174 นาย ออกปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการรัฐบาล ตั้งแต่ 4 เม.ย.ถึงปัจจุบันจัดชุดคัดกรองดูแลคนไทย 124 คน ที่กลับมาจากต่างประเทศ ที่โรงแรมเดอะภัทรา กทม.

    ให้ ทภ.1 เตรียมแพทย์ร่วมลุย

    รองโฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ผบ.ทบ.ให้ข้อคิดกับกำลังพลว่า เป็นโอกาสอันดีที่กำลังพลทุกคนจะได้เสียสละ ออกมามีส่วนร่วมดูแลช่วยเหลือ ประชาชน ขอให้กำลังพลรักษาวินัยอย่างเคร่งครัดและทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมปฏิบัติงานยับยั้งโควิด-19 สำหรับกองกำลังชายแดนการตั้งด่านตรวจโรคโควิด-19 ขอให้ใช้กำลังพลในส่วนสนับสนุนการรบ ในอัตราส่วน 2:1 คือ กำลังพลนายทหาร นายสิบ 2 ส่วน พลทหาร 1 นอกจากนี้ ขอให้กองทัพภาคที่ 1 ส่งรายชื่อกำลังพล เหล่าแพทย์ที่อายุไม่เกิน 50 ปี เตรียมพร้อมหากได้รับการร้องขอ

    ไฟเขียวบรรจุ สธ. 45,684 อัตรา

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติในหลักการ เพิ่มอัตราข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตั้งใหม่ 45,684 อัตรา และมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับบุคลากร สธ.เพื่อรองรับสถาน– การณ์โควิด แบ่งเป็นอัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุบุคลากรสังกัด ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 24 สายงาน ทั้งสิ้น 38,105 อัตรา อัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุนักศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาปี 2563 อีก 5 สายงาน 7,579 อัตรา ให้กระทรวงสาธารณสุขไปหารือเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียด ตามขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำความเห็นหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาประกอบกันด้วย

    อนุมัติ 801 ล้านซื้อหน้ากาก

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 801 ล้านบาท เพื่อการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การดำเนินการประกอบด้วย 1.การจัดซื้อหน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์จัดซื้อโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตตามกำลังผลิตที่มีอย่างเหมาะสม 2.การกระจายหน้ากากอนามัยให้บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้จัดส่งหน้ากากอนามัยจากโรงงานผู้ผลิตไปให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อกระจายไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ตามความเหมาะสม ระยะเวลาดำเนินการ เม.ย.-ต.ค.2563 ปัจจุบันกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยอยู่ที่ 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน คาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2.8 ล้านชิ้นต่อวันในเดือน พ.ค.นี้

    10 กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ 5 พัน

    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ตรวจสอบจำนวนผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือนแล้วกว่า 10 ล้านคนจากทั้งหมด 24 ล้านคน ลอตแรกวันที่ 8 9 และ 10 เม.ย. มีผู้ผ่านเกณฑ์ 1.6 ล้านคน กลุ่มที่ได้รับเงินมากที่สุดคือ กลุ่มค้าขายและรับจ้าง 1 ล้านคน นอกนั้นเป็น 4 กลุ่มอาชีพที่รัฐบาลมีข้อมูล จึงตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วคือ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ มัคคุเทศก์ และผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนอาชีพอื่นๆรัฐจะทยอยตรวจสอบ ส่วนคนไม่ผ่านเกณฑ์และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยามีทั้งหมด 10 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.อายุต่ำกว่า 18 ปี 2.เป็นผู้ว่างงานก่อนแล้ว 3.ข้าราชการ 4.พนักงานรัฐ 5.ผู้ได้รับเงินบำนาญ 6.นักเรียนและนักศึกษา 7.เกษตรกร 8.ผู้ค้าออนไลน์ 9.รับจ้างก่อสร้าง และ 10.โปรแกรมเมอร์ ทั้งนี้ ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีคนผ่านเกณฑ์เท่าไหร่ ส่วนเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ 45,000 ล้านบาท เพียงพอสำหรับการจ่ายเงินเยียวยา 3 เดือนแรกแน่นอน ส่วนอีก 3 เดือนที่รัฐบาลอนุมัติจ่ายเพิ่ม กระทรวงการคลังเตรียมของบเพิ่มต่อไป

    ขู่ดื้อออกจากบ้านอาจเข้มขึ้น

    ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการปฏิบัติงานในช่วงการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อคืนวันที่ 6 เม.ย. ถึงเช้าวันที่ 7 เม.ย. คนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่มีคนออกจากเคหสถานเพิ่มขึ้น 1,217 ราย ดำเนินคดี 1,047 ราย ตักเตือน 246 ราย ตัวเลขดูไม่ดีเลย ท่านช่วยเราหน่อยได้หรือไม่ เพราะตลอด 4 วันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด ถ้าไม่ให้ความร่วมมือรวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุม มาตรการจะเข้มข้นขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขตรงนี้

    สั่งนายจ้างรับรองหยุดทำงาน

    ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เผยแพร่ข้อมูลว่า นับตั้งแต่ ครม.มีมติเห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย กรณีผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 และกรณีภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด สปส.จะจ่ายทดแทนกรณีว่างงานร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวันตลอดระยะเวลาที่หยุดงานไม่เกิน 90 วัน มีผู้ประกันตนยื่นขอรับสิทธิผ่าน e-form บนหน้าเว็บไซต์ www.sso.go.th  มากกว่า 3 แสนราย ได้รับการรับรองหยุดงานกว่า 3 หมื่นราย แต่ส่วนใหญ่นายจ้างยังไม่ยื่นรับรองการหยุดงานของลูกจ้าง ทำให้ สปส.ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อจ่ายเงินได้ทันที เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับขอให้นายจ้างเร่งยื่นรับรองการหยุดงานผ่านช่องทาง e-form บนหน้าเว็บไซต์ www.sso.go.th  โดยเร็วเพื่อประโยชน์แก่ตัวของลูกจ้างในสถานประกอบการ

    พิษโควิด “เยาวราช–สำเพ็ง” อ่วม

    สำหรับผลกระทบจากการปิดห้างร้านมาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานประชาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์ กล่าวถึงผลกระทบไวรัสโควิด-19 ย่านสำเพ็ง เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ว่า เพื่อความปลอดภัยทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐกำหนด แม้ธุรกิจทุกระดับตั้งแต่อุตสาหกรรมระดับบนไปจนถึงสตรีทฟู้ดจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน เพราะนักท่องเที่ยวที่นี่เป็นชาวจีน 80-90 เปอร์เซ็นต์ วันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ถนนเยาวราชเป็นสตรีทฟู้ด คนจะเข้ามาตั้งแต่ 2 ทุ่ม เมื่อต้องปิดตั้งแต่ 4 ทุ่ม สตรีทฟู้ดเลยหายไปกลายเป็นสนามตีแบดมินตันของเด็กๆ ทุกคนต้องหาทางปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ขณะนี้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ หรือระดับกลางต้องกินบุญเก่าทยอยเอาเงินที่สะสมออกมาใช้จ่ายให้ธุรกิจอยู่ต่อไปได้ ลูกจ้างบางส่วนอาจต้องกลับบ้านก่อนเพราะหยุดพักยาว แต่ลูกจ้างกลุ่มที่มีสกิลสูงยังต้องเลี้ยงไว้ เช่น ร้านอาหารแม้หน้าร้านขายไม่ได้ตามปกติแต่ยังสั่งกลับบ้านได้

    ยอมอดทนอีก 1–2 เดือน

    นายวิศิษฎ์กล่าวอีกว่า ร้านทองในเยาวราชต้องปิดสาขาลงไปครึ่งหนึ่งเพื่อลดต้นทุนเพราะมีแต่คนเอาทองมาขายไม่มีคนซื้อ เพราะทุกคนอยากถือเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ร้านทองวันนี้จึงโล่งไปหมดก็ต้องปรับตัว รายเล็กอาจเลิกจ้างลูกจ้างไปบ้าง แต่รายใหญ่ๆอาจจะยังเลี้ยงลูกน้องกันต่อไปเพราะช่างทำทอง คนขายทอง ที่มีประสบการณ์หายาก ขณะที่ร้านขายผ้าขายกิฟต์ช็อปในสำเพ็งก็ไม่ต่างกัน ต้องปรับตัวกันทั้งหมดเพราะขายของไม่ได้ ผ่านมา 3 เดือนยังไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ก็รู้สึกอุ่นใจบ้างที่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศลดลง แนวโน้มอาจจะดีขึ้น โดยเฉพาะการที่ประเทศจีนต้นตอไวรัสเริ่มคุมการแพร่ระบาด เริ่มมีการเปิดเมือง ให้คนเดินทางได้ ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าการปิดเมืองได้ผล ซึ่งไทยก็ทำในแนวทางเดียวกัน นักธุรกิจยังพอมีความหวัง อาจจะต้องทนกันไปอีก 1-2 เดือน ถ้าทุกคนช่วยกันก็น่าจะดีขึ้น

    “ศักดิ์สยาม” สั่งเพิ่มเที่ยวรถ

    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้ผู้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ตลิงก์) ให้เพิ่มจำนวนพาหนะ ให้บริการประชาชนช่วงก่อนเคอร์ฟิว 22.00 น. และก่อนเริ่มวันใหม่เวลา 04.00 น. ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะยังต้องปฏิบัติตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) โดยเคร่งครัดอยู่

    รฟม.เพิ่มรถรับมาตรการ

    ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ระบุว่า รฟม.จะหารือกับ BEM ทันที เพื่อเพิ่มความถี่ขบวนรถที่เข้าสถานีช่วงเช้า และช่วงก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิวของภาครัฐ ในส่วนนี้ยอมรับว่าต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า รถขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีคือ เวลา 21.30 น. ดังนั้นผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วย ยอมรับว่า ช่วงที่ รฟม.จัดเดินรถแต่ละขบวนโดยในตู้โดยสารทุกตู้จัดทำระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ทำให้รถแต่ละขบวนปกติรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 คน ปัจจุบันจะรับผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คนเท่านั้น

    แอร์พอร์ตลิงก์เสริม-เพิ่มความถี่

    ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เผยว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เพิ่มขบวนรถเสริม 2 ขบวน และปรับความถี่ในการเดินรถสูงสุดเป็น 7.30 นาที ในช่วงเวลา 19.00-21.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวก และลดความหนาแน่นของผู้โดยสารในช่วงเวลาก่อนปิดให้บริการตามมาตรการ Social Distancing หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink  และ Twitter : Airport Rail Link

    ขสมก.ปรับเวลาให้บริการก่อนตี 5

    นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.ระบุว่าสำหรับการเดินรถเพื่อแก้ปัญหาความต้องการช่วงเช้าและช่วงก่อนปิดให้บริการระหว่างประกาศสถานการณ์เคอร์ฟิว ช่วงเช้าจะปรับให้รถเมล์โดยสารที่ปกติให้บริการคันแรกเวลา 05.00 น. แต่หลังจากนี้จะพยายามให้รถพร้อมออกเดินรถให้ได้ก่อนเวลา 05.00 น. และปรับให้ความถี่การออกรถเป็นความถี่เดียวกันกับชั่วโมงเร่งด่วนคือ มีรถออกจากอู่ในระยะห่างไม่เกิน 5-7 นาที ส่วนช่วงก่อนปิดให้บริการในช่วงเคอร์ฟิว ขสมก.จะออกรถคันสุดท้ายเวลา 20.00 น. และขึ้นป้ายประกาศว่ารถคันใดจะเป็นรถก่อนคันสุดท้ายและคันสุดท้าย ขสมก.จะเพิ่มความถี่ในการเดินรถที่ออกจากอู่ปลายทางเป็น 5 ถึง 10 นาทีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ขณะนี้มีปัญหาการเดินรถใน กทม. เนื่องจากรถร่วมบริการปกติมี 70-80 สาย เมื่อประสบปัญหาผู้โดยสารน้อยลงไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถ มีผู้ประกอบการจำนวนมากหยุดให้บริการ รถร่วมบริการเหล่านี้เปลี่ยนไปสังกัดขึ้นตรงต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว

    ฟ้องฝ่าฝืน พ.ร.ก.แล้ว 623 คน

    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เเถลงสถิติผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับ 1 ระหว่างวันที่ 3 -6 เม.ย.63 ว่า เรื่องนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด กำชับให้สำนักงานอัยการทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ ให้รายงานภาพรวมการดำเนินคดีผ่านระบบสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ 1.จำนวนคดี และจำนวนผู้ต้องหาหรือจำเลยที่กระทำความผิดและถูกดำเนินคดีภาพรวมทั้งประเทศมีการฝ่าฝืนทั้งสิ้น 438 คดี จำนวนจำเลยที่ถูกดำเนินคดี 623 ราย 2.ทุกคดีพนักงานอัยการขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก ศาลใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตามคำขอพนักงานอัยการ เช่น คดีที่ พนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาลงโทษผู้จำคุก 2-4 เดือนไม่รอการลงโทษ (ข้อหา มั่วสุม) และคดีที่ศาลแขวงจังหวัดอุบลราชธานีให้จำคุก 15 วันเปลี่ยนโทษเป็นกักขังแทน 15 วัน เป็นต้น 3.ประเภทคดีที่ฝ่าฝืนมากที่สุดได้แก่ การออกนอกเคหสถาน ช่วงอายุที่กระทำความผิดมากที่สุดระหว่าง 20-35 ปี รองลงมาคือ ช่วงอายุระหว่าง 35-55 ปีเป็นช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขให้ระมัดระวังในการแพร่เชื้อ

    เหยื่อถูกหลอกซื้อหน้ากากโผล่อีก

    ที่ บก.ปคบ. น.ส.เอ (นามสมมติ) และ น.ส. บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย พร้อมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.วีระพล อุปชิต รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. หลังถูกบุคคลอ้างตัวเป็นลูกน้องนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภราดรภาพ ร่วมฉ้อโกงหลอกขายหน้ากากอนามัยรวมมูลค่ากว่า 5.2 แสนบาท น.ส.เอ สั่งซื้อหน้ากากอนามัยผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งในกลุ่มซื้อขายหน้ากาก นายอานนท์วัฒน์วิดีโอคอลให้เห็นสินค้าและโชว์หน้ากากหนา 3 ชั้น สั่งซื้อ 600 กล่อง เพื่อนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนราคา 3.9 แสนบาท กระทั่งเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ไปรับสินค้าได้รับของเพียง 50 กล่อง แถมเป็นหน้ากาก 2 ชั้นไม่มีคุณภาพ ส่วน น.ส.บี สั่งซื้อลักษณะเดียวกัน 200 กล่อง ราคา 1.3 แสนบาทแต่ไม่ได้รับ แจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

    นครพนมปิดด่านชายแดน

    สำหรับการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม หารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม มีคำสั่งปิดด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ชั่วคราวไม่มีกำหนด ห้ามบุคคลเข้าออกยกเว้นรถบรรทุกขนส่งสินค้าจำเป็น นอกจากนี้คัดกรองพนักงานขับรถบรรทุกสินค้า รวมถึงพนักงานประจำรถ 17 คนที่เดินทางกลับเข้ามาจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน ที่บ้านพักศูนย์เรียนรู้ยางพาราศูนย์พัฒนาที่ดิน ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม

    บึงกาฬประกาศล็อกดาวน์

    ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายหลัง จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด ที่ประชุมลงมติล็อกดาวน์ ห้ามบุคคลใดเดินทางเข้าออกเขตพื้นที่ จ.บึงกาฬ เว้นแต่เพื่อประโยชน์การรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าจำเป็น และยานพาหนะเพื่อขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์เป็นต้น ปิดไม่ให้บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอื่นเข้ามาในจังหวัดเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 7-30 เม.ย. ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 และมาตรา 18 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    พัทยาจ่อปิดเมือง 9 เม.ย.

    ที่ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมปิดพื้นที่เมืองพัทยา ตามมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากพบการแพร่ระบาดและติดเชื้อมากถึง 30 คน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่ประชุมมีมติให้นำเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ออกคำสั่งปิดพื้นที่เมืองพัทยา ตั้งจุดคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออก ห้ามบุคคลที่ไม่มีที่พัก หรือบุคคลที่มิได้ทำงานในพื้นที่เมืองพัทยาเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป

    สาวถูกจับอ้างเป็นลูกผู้ว่าฯ

    นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีมีหญิงสาว 2 คน ถูกตำรวจจับข้อหาฝ่าฝืนเคอร์ฟิวบริเวณจุดตรวจ 4 แยกเมืองใหม่ จ.มุกดาหาร ขณะขับรถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำ มีอาการคล้ายคนเมา โวยวายใส่ตำรวจอ้างว่าเป็นลูกสาว ผวจ.พิษณุโลก ตำรวจคุมตัวดำเนินคดี เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 6 เม.ย. ใจความว่า “ลูกของใครไม่สำคัญ ลูกชาวบ้าน ลูกกำนัน ลูกผู้ว่าฯ ถ้าผิดกฎเคอร์ฟิวให้ลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมถึงที่สุดไม่มีข้อยกเว้น กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใคร” ประชาชนมาโพสต์แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจจำนวนมาก

    รอลงอาญา 1 ปีลูกผู้ว่าฯ ฝ่า พ.ร.ก.

    ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลมีคำพิพากษาคดีพนักงานอัยการยื่นฟ้อง น.ส.เปรมประภา เอกภาพันธ์ อายุ 29 ปี ลูกสาวของนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กรณีฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีโดนจับที่จุดตรวจขณะขับรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ เกินเวลา ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี

    ผบ.ตร.เยี่ยมศูนย์เฝ้าระวัง

    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจเยี่ยมและประชุมร่วมในการดูศักยภาพและแนวทางการเฝ้าระวังคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 264 คน ก่อนถูกนำตัวมากักกันเพื่อเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเฝ้าระวังคนไทยกรณี COVID-19 พื้นที่สัตหีบ กองทัพเรือ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อดูโครงสร้างและวิธีการเฝ้าระวังการควบคุม เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการปรับใช้ในการรองรับผู้ป่วยและผู้เฝ้าระวังในส่วนรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พร้อมมอบน้ำยาฆ่าเชื้อ เจลล้างมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และชุด PDE เพื่อใช้ในการปฏิบัติการดูแลในการเฝ้าระวัง จากนั้นเดินทางไปดูจุดตรวจสาธารณสุข จ.ระยอง และจ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อไป

    ร้องตกงานข้าวสารหมด

    ส่วนที่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.ทิพลาวัลย์ ตันเรือง อายุ 57 ปี อาชีพกระเป๋ารถเมล์สาย 127 อยู่บ้านเลขที่ 309/46 หมู่ 2 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 น.ส.ทิพลาวัลย์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นกระเป๋ารถเมล์ ส่วนสามีเป็นคนขับรถ ก่อนหน้านี้เคยมีรายได้ร่วมกับสามีวันละ 700-800 บาทต่อวัน แต่หลังจากเชื้อไวรัสระบาดทำให้รายได้ลดลงเหลือเพียงวันละ 200 บาท กระทั่งวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพมหานครขนส่ง จำกัด สั่งหยุดเดินรถทำให้ได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้และไม่มีเงิน ต้องไปขอรับของแจกเพื่อนำมาประทังชีวิต ขณะนี้ข้าวสารภายในบ้านใกล้จะหมดแล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน อยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนโดยด่วน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1อุตตม สาวนายนเยียวยา 5 พันบาทประยุทธ์ จันทร์โอชาขยายแจก5พันผลกระทบโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้