ข่าว
100 year

กล้าได้กล้าเสีย : สะท้อนภาพสังคมไทย

สายล่อฟ้า8 เม.ย. 2563 05:02 น.
SHARE

ลดลงลงไปเรื่อยๆ...

ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัย เมื่อวันที่ 6 เม.ย.63

ที่ผ่านมา ซึ่ง ศบค.ได้ประกาศอย่างเป็นทางการคือมีแค่ 51 คน

เท่ากับว่าลงมาแค่หลักสิบเท่านั้น

คงไม่ต้องพูดอะไรมากนอกจากขอบคุณรัฐบาล ศบค. แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

ที่สำคัญก็คือสำนึกและความร่วมมือร่วมใจของประชาชน

นั่นเท่ากับบอกได้ว่าการตัดสินใจของรัฐบาลภายใต้กรอบอำนาจของ ศบค.ด้วยมาตรการต่างๆที่ออกมานั้น “มาถูกทาง” แล้ว

นั่นย่อมส่งผลต่อขวัญและกำลังใจต่อทีมงานทั้งแนวหน้า

และแนวหลังที่ใช้ความรู้ความสามารถ ความเสียสละ อดทน เสี่ยงชีวิตเพื่อคนไทยทุกคน

แม้จะมีอุปสรรคเป็นหนามตำเท้าอยู่บ้างก็ตาม?

ที่ยืนยันอีกเรื่องหนึ่งก็คือยังไม่มีคำสั่ง “เคอร์ฟิว” 24 ชั่วโมง

ยังคงอยู่ในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 4 เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

การที่มหาดไทยโดยปลัดกระทรวงได้มีคำสั่งถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อม หากจะต้องมีการยกระดับมาตรการต่างๆ

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี “ก้าวไปข้างหน้า” หนึ่งก้าว

จากนี้ไปจึงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนด้วยเอาสถานการณ์วันต่อวันเป็นตัวชี้วัดว่าจะไปทางไหนอย่างไร

เข้มก็ต้องเข้ม ผ่อนปรนก็ด้วยเหตุและผลที่จำเป็น

แม้แนวโน้มจะลดลงแต่ก็ไม่ได้หมายความจะชะล่าใจได้เพราะทุกอย่างคาดการณ์ได้ยากความไม่ประมาทคือผลลัพธ์ที่ออกดอกออกผลได้

การบริหารจัดการ การประสานงาน การสื่อสารทั้งจากผู้ปฏิบัติงานและประชาชนยังมีความจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างให้มีประสิทธิภาพและยกระดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

เปลี่ยน “จุดอ่อน” ให้เป็น “จุดแข็ง” ทั้งเชิงตั้งรับและเชิงรุกจะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาราบรื่นและพอจะมองเห็นผลได้ในไม่ช้า

ทางหนึ่งที่จะต้องยกระดับก็คือการบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นไปอย่างมีพัฒนาการด้วยการเอาจริงเอาจังเด็ดขาดมากขึ้น

เพราะจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะทำให้บรรดามีที่ไร้สำนึกปฏิบัติตนอย่างย่ามใจกระทำผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว

ประเด็นสำคัญก็คือ ต้องหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ให้ได้

ที่เห็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่ง ศ.นพ.ยง ภู่สุวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และเป็น 1 ในทีมงานมันสมองของรัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนให้ช่วยกันบริจาคโลหิต

เน้นไปที่ผู้ติดเชื้อซึ่งรักษาหายแล้วหรือผู้ที่กักตัวครบ 14 วัน

คนที่ติดเชื้อและรักษาหายแล้วนั้นจะมีภูมิต้านทานอยู่ในเลือดที่แยกออกมาเป็น 3 ส่วน 1 ในนั้นจะกลายเป็นเซรุ่มที่รักษาผู้ป่วยได้

เท่ากับว่าเป็นการค้นพบยารักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้

ปรากฏว่าบรรดาเซียนจากสนามมวยจำนวนไม่น้อยแห่กันมาลงชื่อเพื่อขอบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก...พอจะล้างมลทินทางใจได้บ้าง

ผิดกับดาราดังบางคนที่บริจาคเงินหรือสิ่งของก็ออกข่าวดังไปทั่ว แต่กลับมาด่าโจมตีรัฐบาลอย่างเสียๆหายๆหรือบรรดานักเรียนนอกพวกผู้ลากมากดีไม่ได้ดั่งใจก็ให้ร้ายดูแคลนประเทศตัวเอง

อุทาหรณ์ “โควิด–19” มันปลิ้นไส้สังคมเพราะความ “เห็นแก่ตัว” นี่แหละ...

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าโควิด-19COVID-19เคอร์ฟิวยอดผู้ติดเชื้อ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้