ข่าว
100 year

เหะหะพาที : แสงสว่างปลายอุโมงค์? วันแห่งความหวังเล็กๆทั่วโลก

ซูม8 เม.ย. 2563 05:02 น.
SHARE

ข้อมูลตัวเลขที่ผมใช้เขียนประกอบคอลัมน์วันนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขของเที่ยงๆวันที่ 6 เมษายน คงจะล้าสมัยไปแล้วละกว่าต้นฉบับจะได้ลงตีพิมพ์ในวันพุธที่ 8 เมษายน

ตัวเลขที่คุณหมอ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ท่านแถลงไว้เมื่อเที่ยงวันจันทร์นั่นแหละครับ

คุณหมอบอกว่า สถานการณ์ในประเทศไทย ณ วันที่ 6 เมษายน ดังกล่าวนั้น มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้น 51 ราย รวมเป็นยอดยืนยันสะสม 2,220 ราย กลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 119 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 793 ราย

ผมยอมรับว่าผมเผลอตัวชูมือขึ้นพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความดีใจที่ได้ยินตัวเลข 51 ราย ดังลั่นหน้าจอโทรทัศน์

ก่อนที่จะลดเสียงลงไปจนเกือบเป็นปกติ เมื่อคุณหมอกล่าวต่อว่า โปรดอย่าเพิ่งดีใจหรือสบายใจ เพราะเรายังมีผู้ป่วยที่รอการสอบสวนว่าติดเชื้อหรือไม่อีกจำนวนหนึ่ง อันจะเป็นผลให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลงไปอีกก็ได้ในวันต่อๆไป

แม้จะเข้าใจในคำอธิบายเพิ่มเติมของคุณหมออย่างดียิ่ง แต่ก็ต้องขออนุญาตดีใจไว้ก่อนก็แล้วกันครับ เพราะเราเจอตัวเลข 100 กว่าๆ มาหลายวัน นานๆลงไป 80 กว่าทีนึง แล้วก็กลับมา 100 กว่าๆใหม่

เมื่อลงไปถึง 51 ราย หรือเพียงครึ่งร้อยเท่านั้นเช่นนี้ ยังไงๆก็ต้องดีใจเอาไว้ก่อนละครับ พร้อมกับภาวนาขอให้อยู่ในอัตราประมาณนี้ตลอดไป และกลับไปเหลือศูนย์ หรือใกล้ศูนย์ในที่สุด

ผมถึงได้ปรารภเอาไว้ในตอนต้นว่า ตัวเลข 51 รายที่ผมเอ่ยถึงข้างต้นอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ หากอีก 2 วันต่อมาคือ เมื่อวานนี้ หรือ วันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อใหม่กลับมาเกิน 100 อีกหน

เหตุเพราะแม้จะมีมาตรการแรงๆออกมาพอสมควร แต่คนไทยเราก็ยังฝ่าฝืนบ้าง ขัดขืนบ้าง ทำได้ไม่เต็มร้อย มีข้อโต้แย้ง มีข้อไม่เห็นด้วย พร้อมกับลงมือปฏิบัติเป็นเชิงสวนทางออกมาเป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา

ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนักว่าเราจะสามารถกดหรือคุมตัวเลขตํ่ากว่าร้อยได้นานแค่ไหน

คงต้องฝากไว้กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่พร้อมใจกันปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆจนส่งผลให้ตัวเลขของเราอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาตลอด แม้บางวันจะพุ่งขึ้น แต่ก็ยังไม่สูงเกินไป และก็มีบางวันลดตํ่าลงจนผมเผลอตัวอุทานออกมาด้วยความดีใจอย่างที่ว่า

ขอให้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดนะครับ

กล่าวไปแล้ว วันจันทร์ที่ 6 เมษายน สถานการณ์โควิด-19 ดูเหมือนจะดูดีขึ้นเมื่อมองจากภาพใหญ่ของโลก

โดยเฉพาะตัวเลขติดเชื้อรวมทั้งโลกถึงแม้ว่ายังสูงถึง 67,255 ราย ในวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่น้อยกว่าทุกๆวันย้อนไป 3-4 วันก่อนหน้านี้ ที่เคยทะลุวันละ 80,000 ราย ถึง 3 หรือ 4 วันด้วยกัน

ของสหรัฐอเมริกาแม้ตัวเลขรวมจะปาเข้าไป 334,232 คน เป็นอันดับ 1 ของโลก มากกว่าสเปนแล้วเกือบๆ 3 เท่า แต่ของสหรัฐฯก็มีผู้ติดใหม่ในจำนวนน้อยลงต่อวัน คือจากวันละ 30,000 กว่าๆ ในช่วงหลังเหลือ 22,875 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว

รัฐนิวยอร์ก และมหานครนิวยอร์กก็ลดลงจนนักข่าวดีใจ ถามท่านผู้ว่าการรัฐ คุณ แอนดรูว์ คูโม ว่ารู้สึกอย่างไรกับตัวเลขนี้ ซึ่งท่าน

ก็ตอบเหมือนคุณหมอทวีศิลป์ โฆษก ศบค.ของเราว่า ตัวเลขยังไม่นิ่ง อย่าไว้วางใจ อย่าไปเผลอดีใจ เรายังต้องทำงานหนักอีกมาก

ประเทศอื่นๆอย่าง สเปน ซึ่งกลายเป็นประเทศติดเชื้ออันดับ 2 เสียชีวิตอันดับ 2 หรือ อิตาลี ติดเชื้ออันดับ 3 แต่ยอดเสียชีวิตยังเป็นอันดับ 1 อยู่ รวมถึง เยอรมัน ติดเชื้ออันดับ 4 แต่เสียชีวิตอันดับ 9 ก็ดูเหมือนจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง

ทำให้ภาพรวมๆของโลก (และของไทยเราด้วย) ดูดีขึ้น มีความหวังมากขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ผมก็ได้แต่ภาวนาขอให้ข้อมูลและทิศทาง ตลอดจนแนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้ จงเกิดขึ้นติดต่อมาจนถึงวันนี้และวันต่อไปด้วยเถิด

ขอให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แสงเล็กๆนี้ จงค่อยๆสว่างโชนขึ้นจนเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง นำพาทุกประเทศทั่วโลกนี้หลุดพ้นจากมหาภัยโควิด-19 ในเวลาไม่นานเกินรอด้วยเถอะครับ.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหะหะพาทีซูมโควิด-19COVID-19ยอดผู้ติดเชื้อทวีศิลป์ วิษณุโยธินข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้