ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    คาบลูกคาบดอก : รับมือโควิด ก่อนเศรษฐกิจดิ่งเหว

    หมัดเหล็ก6 เม.ย. 2563 05:06 น.
    SHARE

    ฟังการวิเคราะห์เศรษฐกิจในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับ ไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความสูญเสียทั้ง เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ครั้งสำคัญที่สุดของมวลมนุษยชาติแล้วใจคอไม่ค่อยดี มีการแนะนำช่องทาง ผ่าทางตัน เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบหลายช่องทางด้วยกัน ที่น่าสนใจ การวิเคราะห์ของ ดร.สันติธาน เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Sea Group ยกตัวอย่างการรับมือของ ประเทศสิงคโปร์ ที่มีการ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า บาซูก้าการคลัง ใช้รับมือกับโควิดโดยเฉพาะ

    การใช้เม็ดเงินกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบกับ จีดีพี อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 ของจีดีพีสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 1 และเฟส 2 ของบ้านเรา อยู่ที่ ร้อยละ 3.1 ของจีดีพี จึงมีความแตกต่างกันมาก สิงคโปร์ กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าเราถึง 4 เท่า ยอมเทหมดหน้าตัก ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อมีวิกฤติ แฮมเบอร์เกอร์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ สิงคโปร์ ต้องตัดสินใจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งมโหฬารก็เพราะมองเห็นแล้วว่า ผลกระทบจากโควิด-19 เที่ยวนี้ รุนแรงกว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ที่ต้องสู้กับ สงครามเศรษฐกิจถดถอย และ ผลกระทบจากไวรัสโควิด ไปพร้อมกัน วิกฤติจึงมีความซับซ้อนมาก เป็นวิกฤติที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ที่มีความยากเรื่องของสาธารณสุข และความมั่นคงอยู่แล้ว

    เพราะฉะนั้น วัคซีนที่จะรักษาโรคนี้ได้ จึงต้องประกอบด้วยตัวยาสำคัญ 3 ตัวด้วยกัน นโยบายการเงินการคลัง ก็ส่วนหนึ่ง นโยบายด้านสาธารณสุข ที่จะต้อง หยุดไวรัสโควิด ให้เร็วที่สุด เพราะถ้าการแพร่ระบาดยังไม่ยุติ ต่อให้ทุ่มเทงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงไปมหาศาลขนาดไหนก็เอาไม่อยู่ เช่น สหรัฐฯทุ่มเงินงบประมาณประมาณร้อยละ 10 ของจีดีพี เพื่อกระตุ้นตลาดเงินตลาดทุน ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นได้แค่วันเดียว แต่ในเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสยังรุนแรง สุดท้ายตลาดหุ้นก็กลับมาสู่วิกฤติเหมือนเดิม

    งบประมาณจึงต้องนำไปรักษาคนก่อน อุปกรณ์การแพทย์ต้องพร้อม ต่อมาก็คือ นโยบายการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ชดเชยให้บริษัทเพื่อไม่ให้มีการปิดกิจการไล่คนออก ชดเชยค่าจ้างให้ ร้อยละ 25 ทุกคนทุกสาขาอาชีพ ในส่วนที่กระทบมากๆ เช่น โรงแรม การท่องเที่ยว การบิน ชดเชยให้มากหน่อย ร้อยละ 75-90 นานถึง 9 เดือนเลย

    ต่อจากนั้นมีการแจกเงินให้กับ คนที่มีอาชีพอิสระ ซึ่งอาจจะต่างจากไทยเพราะอาชีพอิสระของประเทศสิงคโปร์จะมีน้อยกว่าบ้านเรา แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้ความช่วยเหลือเพราะไม่เช่นนั้น คนเหล่านี้ก็จะออกไปแพร่เชื้อได้อีก ประเทศมาเลเซีย มีการใช้งบประมาณร้อยละ 17 ในการสู้กับโควิด ในขณะที่สถานะทางการคลังของมาเลเซีย แย่กว่าเรามาก หนี้สาธารณะไทย อยู่ที่ร้อยละ 41 ของจีดีพี แต่ ของมาเลเซีย อยู่ที่ร้อยละ 52

    ข้อเสนอการตัดงบประมาณของแต่ละกระทรวงร้อยละ 10 เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง แต่มีบางส่วนที่ถูกล็อกไว้ เพราะฉะนั้นมีอยู่ทางเดียวคือรัฐบาลต้องกล้าทำลายกำแพงหลายๆอย่าง เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทย.

    หมัดเหล็ก
    mudlek@thairath.co.th

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กโควิด-19COVID-19เศรษฐกิจไทยข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้