ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วิเคราะห์การเมือง : วิกฤติโควิดฉายศักยภาพผู้นำประเทศ วีรบุรุษหรือล้มเหลว

    ทีมข่าวการเมือง6 เม.ย. 2563 05:02 น.
    SHARE

    วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกประเภทอุตสาหกรรม

    แต่ละบริษัทระดมสมองของทุกฝ่าย เพื่อเสนอให้ฝ่ายบริหารกำหนดยุทธศาสตร์ วางยุทธวิธีใหม่ให้โดนใจผู้บริโภคที่ถูกสถานการณ์โรคระบาดบังคับให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

    รวมถึงวงการศึกษา วงการสื่อมวลชน วงการเมืองล้วนเริ่มปรับตัว ทั้งเชิงนโยบายการบริหารและการทำงาน อย่างน้อยเริ่มจากปรับตัวไม่ให้เป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด

    การสัมภาษณ์พิเศษของ ทีมข่าวการเมือง ก็เช่นกัน ในช่วงที่คนไทยเริ่มติดเชื้อสูง 100 รายต่อวัน นพ.ประเวศ วะสี ได้บอกล่วงหน้าไม่ต้องมาพบตามนัดหมาย ขอเขียนตอบกลับผ่านอีเมล ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด โดยวันนั้นท่านได้ส่งสัญญาณแห่งการสิ้นสุดของการเมืองยุคเก่า เริ่มต้นสู่การเมืองยุคใหม่

    เช่นเดียวกัน นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ ชี้ให้เห็นภาวะผู้นำในสถานการณ์วิกฤติ ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริการสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักรไทยเพียงไม่กี่ชั่วโมง

    โดยปักหลักอยู่บ้านไม่ได้ไปไหนมาพักใหญ่ ขอให้สัมภาษณ์ผ่านโปรแกรมซูม (ZOOM) ซึ่งเป็นระบบที่อาจารย์ใช้สอนนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ได้ 3 สัปดาห์แล้ว

    ก่อนเปิดสอนนักศึกษาผ่านออนไลน์ ก็เจอเหตุน่าสะพรึงกลัวและซีเรียสมาก หลังทราบว่า ได้ไปสอนที่ห้องเรียนอาคารรวม ซึ่งเป็นห้องที่บุคลากรคนหนึ่งของอีกคณะศึกษาหนึ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งติดเชื้อโควิดมาใช้ห้องเรียนนี้เมื่อวันที่ผ่านมา

    รู้ตัวกลางดึกก็วางแผนการเดินทางไปตรวจและการกักตัว ป้องกันการสร้างปัญหาให้ครอบครัวและสังคม

    เริ่มจากโทร.สายด่วนโควิดก็มีผู้ใช้บริการมาก ให้ฝากเบอร์หรือรอสาย รอจนคู่สายตัดสายทิ้ง ไม่ยอมลดละวางแผนจินตนาการไปต่างๆนานา สุดท้ายงีบหลับไป ตื่นเช้ามาต่อสายหาเพื่อนๆที่เป็นแพทย์อยู่กระทรวงสาธารณสุข ทราบว่าเชื้อโควิดติดอยู่กับพื้นได้กี่ชั่วโมง อยู่ในอากาศได้กี่นาที อยู่บนลูกบิดประตูได้นานเท่าไหร่

    สุดท้ายไม่ต้องไปตรวจ เพราะเงื่อนไขอายุไวรัสโควิด ถ้าเราเข้าใจแบบนี้ ไปไหนมาไหนต้องสวมหน้ากากอนามัย พกเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ ออกนอกบ้านอย่าเผลอไปจับโน่นจับนี่

    อย่าวิตกกังวลมาก อย่าประมาท

    ขอให้ล้างมือสม่ำเสมอ ถึงแม้ไม่มีโรคระบาดก็ต้องทำ

    สังคมเริ่มมองอนาคตว่าหลังวิกฤติโควิดจบ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร นายไชยันต์ บอกว่า ตามคำทำนายของเด็กอินเดียมหัศจรรย์เมื่อหลายปีที่แล้วระบุว่า จังหวะดาวสามดวงโคจรอยู่ในระนาบเดียวกันเป็นเส้นตรง นานมากถึงเกิดขึ้นสักที เมื่อดาวเคลื่อนโรคนี้ก็คลี่คลาย

    ถ้าบังเอิญวิกฤตินี้มันหมดไปดื้อๆตามคำทำนายของเด็กอินเดียมหัศจรรย์ ผู้คนย่อมหันมาสนใจเรื่องลี้ลับเหนือวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น อาจกลายเป็นกระแสโลก

    หลังจบวิกฤตินี้เชื่อมั่นบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงดีขึ้น เพราะประชาชนเริ่มรู้สึกว่าต้องระมัดระวัง เลือก ส.ส.ที่มีความสามารถ บริหารจัดการได้ มีประสบการณ์ มีความรู้จริงๆ หรือคนที่มีความรู้รอบด้าน

    หากเลือก ส.ส.แบบเดิม พอเจอวิกฤติประเทศเข้าไปหงายกันหมด และต่อไปวิกฤติแบบนี้ไม่ใช่จบแล้วจบเลย มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอด จากการกลายพันธุ์หรือตัดต่อพันธุกรรมของสัตว์และเชื้อโรค

    สถานการณ์โควิด ณ ตอนนี้ ขอถามทำไมประเทศอิตาลี และประเทศสเปนถึงมียอดติดเชื้อ และมีคนตายพุ่งสูงอันดับต้นๆของโลก สอดคล้องกับงานวิจัยทางด้านรัฐศาสตร์ที่ผมทำอยู่

    มีนักรัฐศาสตร์เป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ศึกษาพฤติกรรมการเคารพหรือไม่เคารพกฎหมายของประเทศต่างๆ โดยศึกษาพฤติกรรมการเสียภาษีของประเทศแถบละตินอเมริกา คือ ชิลีและอาร์เจนตินา

    พบว่า ชิลีเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมเคารพกฎหมายมาก คนส่วนใหญ่ออกไปเสียภาษี ใครรู้ว่าหนีภาษีโดนแซงก์ชัน ขณะที่อาร์เจนตินาตรงกันข้าม เบิกบานกับการหนีภาษีมาก

    เขาพยายามค้นคว้าว่าทำไม อิตาลี สเปนถึงติดเชื้อเยอะ สุดท้ายพบว่ามาจากวัฒนธรรมการเมือง เพราะคนที่ไปตั้งรกรากในอาร์เจนตินา นอกจากคนพื้นเมืองก็ยังมี

    คนผิวขาวจากอิตาลี สเปน ซึ่งมีวัฒนธรรมที่ไม่ค่อยเคารพ กฎหมาย ทำอะไรเสรีตามค่านิยมของตัวเอง คาดพฤติกรรมแบบเดียวกันที่ไม่เสียภาษีในอาร์เจนตินา

    น่าแปลกตรงที่อิตาลี สเปน เป็นเมืองแห่งศิลปะ แหล่งศิลปินระดับโลก มีวัฒนธรรมไม่ค่อยเคารพกฎหมาย แต่พอถึงเวลาก็เป็นประเทศที่ยอมรับเผด็จการ อิตาลีมีเบนิโต มุสโสลินี สเปนมีจอมพลฟรันซิสโก ฟรังโก

    น่าสนใจชิลีมีคนเยอรมันอพยพไปอยู่เยอะ คนเมืองเบียร์ขึ้นชื่อในเรื่องระเบียบวินัย วัฒนธรรมที่เคารพกติกาในเยอรมนีไปปรากฏอยู่ที่ชิลี แต่เยอรมนีมีเผด็จการอดอล์ฟ ฮิตเลอร์

    ขณะที่ประเทศไทย พวกเรา ไม่มีพฤติกรรมแบบคนเยอรมันแน่ ไม่เคารพระเบียบวินัย เอนเอียง ไปทางอิตาลีและสเปน

    แม้เป็นประเทศไร้ระเบียบ แต่ถึงวิกฤติมีผู้นำจะพาชาติพ้นภัยเมื่อไหร่ เราอยากให้คนเอาไม้เรียวมาคุม

    วันนี้ประเทศไทยมาถึงจุดวิกฤติหรือยัง เพราะถ้าผู้นำมาใช้ไม้แข็งก่อน จุดวิกฤติ

    คนไทยย่อมมีเสียงบ่นใช้อำนาจเผด็จการ ถ้าถึงเวลาเราย่อมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที

    มันเป็นตรรกะที่เข้าใจได้ เราเป็นคนไร้ระเบียบ แต่รักตัวกลัวตาย

    เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ จึงยอมโยนเสรีภาพให้จอมเผด็จการอำนาจ

    ถ้าถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำในขณะนี้ มันถึงจุดนั้นที่ผู้นำจะงัดใช้ไม้แข็งหรือยัง เข้าใจดีว่ารัฐบาล ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ค่อยๆประกาศออกมา ดูแล้วเนียนๆไม่พรวดพราด ไม่เหมือนรัฐประหาร พอประกาศภาวะฉุกเฉินปุ๊บ ต้องประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านทันที

    ขอย้ำว่า ภาวะผู้นำพอประเทศถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าไม่ไหวแล้ว จะตายกันแล้ว เราก็หันไปนิยมอำนาจ

    ยิ่งตอนนี้มีการรายงานข่าวออกมาเยอะมาก ขนาดผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศ สุขภาพร่างกายแข็งแรง เชื้อเข้าไปไม่แสดงอาการเลย ผมก็เช่นเดียวกันออกกำลังเนื่องๆ คิดว่าดี ตอนนี้ไม่ดีแล้ว เพราะถ้าเชื้อมันเข้าไปไม่แสดงอาการตรงนี้ก็อันตราย

    ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลทำได้ คือ ทำอย่างไรให้ไปถึงจุดแห่งความกลัว เพื่อเป็นจุดที่สร้างความตระหนก

    โรคระบาดมันต้องสร้าง ประชาชนแตกตื่นจะได้ระวังตัว พอตระหนกมากๆ รู้สึกเราพึ่งตัวเองไม่ได้ ใครใช้มาตรการอะไรก็รับได้หมด

    แต่การก่อวินาศภัย เช่น ระเบิดศูนย์การค้า ห้ามพูดความจริง เพราะคนอาจแตกตื่นจนควบคุมไม่ได้

    ต้องยอมรับว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ แต่อีกมุมหนึ่งสถานการณ์ก็ทำลายวีรบุรุษ

    ทุกประเทศมีเงื่อนไขแตกต่างกัน เช่น 22 พ.ค.57 ม็อบสองฝ่ายตีกันเละเทะ บ้านเมืองถูกชัตดาวน์ คนที่คุมกองกำลังเป็นพระเอก สถานการณ์ สร้าง พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ถัดมาอีก 5 ปีคนไทยส่วนหนึ่งยังคิดว่าบ้านเมืองไม่สงบ ผลเลือกตั้งออกมาคะแนนก้ำกึ่ง คะแนนเสียงเลือกตั้งยังหล่อเลี้ยงให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อ

    แม้ที่มาของวุฒิสภาค่อนข้างทำลายวีรบุรุษนิดหนึ่ง เพราะไม่ได้มาจากประชาชน แต่ถือว่าเป็นผลพวงจากคำถามพ่วงลงประชามติให้ ส.ว.เลือกนายกฯอยู่แล้ว

    วันนี้โรคระบาดโควิด สถานการณ์สร้างหรือทำลาย พล.อ.ประยุทธ์ ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าสร้างหรือทำลาย

    ทั้งหมดเชื่อมโยงตามที่บอกไว้ว่า ถ้าทำให้ประชาชนถึงจุดที่ต้องการท่านผู้นำมาดูแลและมีความเด็ดขาด

    แต่ตอนนี้คนในต่างจังหวัดเมื่อคิดถึงปิดสถานที่ตามกำหนดเวลา ย่อมคิดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม.

    ไม่มีใครคิดถึง พล.อ.ประยุทธ แม้เป็นผู้นำมีความชอบธรรมตามกฎหมาย ความชอบธรรมบางส่วนมาจากการเลือก จึงน่าคิดว่าสถานการณ์สร้างหรือทำลาย

    แต่ขอบอกว่าต่อให้เปลี่ยนผู้นำหรือเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ ทีมที่ปรึกษาสาธารณสุขระดับขั้นเทพของเมืองไทยก็หนีไม่พ้นชุดที่เป็นอยู่ขณะนี้ มีทั้งความรู้ บารมีได้รับการยอมรับจากแพทย์ทุกภาคส่วน

    ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เห็นว่าผู้นำเปิดโอกาสและใช้ประโยชน์จากทีมหมอระดับเทพเต็มที่ ทำให้รับรู้ว่าทีมหมอได้มีฟรีแฮนด์เต็มที่ ฝ่ายการเมืองสนับสนุนเต็มพิกัด โดยมีนายกฯเป็นคนปิดทองหลังพระ.

    ทีมการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองโควิด-19COVID-19ไชยันต์ ไชยพรเคอร์ฟิว

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้