ข่าว
100 year

ก้าวไกลค้านตัด 10% ล็อกเป้างบกระทรวงกลาโหม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 เม.ย. 2563 05:23 น.
SHARE

"ตู่" ประชุมนัดพิเศษ หาเงินต่อสู้โควิด-19

“นายกฯตู่” เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษจัดงบฯเยียวยาต่อสู้โควิด “สมพงษ์” ประกาศฝ่ายค้านพร้อมร่วมมือเต็มที่แต่ขอรัฐบาลต้องเด็ดขาด โปร่งใส “จาตุรงค์” บี้เร่งกระจายอุปกรณ์เซฟชีวิตหมอ พยาบาล “วิโรจน์” กระทุ้งหั่นเหี้ยนงบฯไม่จำเป็น ไม่ใช่ตัด 10 เปอร์เซ็นต์ทุกกระทรวง ล็อกเป้างบกลาโหม รื้อซื้ออาวุธงบฯปี 62 ยังไม่ส่งมอบให้เลื่อนหรือลดออเดอร์ “ทวี” ให้โยกเกลี้ยงงบยุทธศาสตร์ชาติ-สัมมนา-ก่อหนี้ผูกพันไม่ทันไตรมาส 2 ปีงบฯ63 “ศรีสุวรรณ” สวดกองทัพเรือไม่ยี่หระวิกฤติ ดื้อซื้อเรือ 6 พันล้าน ยุปลดทิ้ง ผบ.ทร.-รมช.กห.

รัฐบาลเร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษเพื่อพิจารณาอย่างเร่งด่วน ขณะที่พรรคฝ่ายค้านประกาศพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่

“บิ๊กตู่” หัวโต๊ะหารือยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ไม่มีประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แต่ได้ติดตามสถานการณ์ต่อมาเวลา 13.30 น. นายกฯเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 1/2563 ที่ตึกสันติไมตรี มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตัวแทนหน่วยราชการและเอกชนเข้าร่วม นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ยึดถือเป็นหลักคิดหลักปฏิบัติเดียวกัน เพื่อทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ฝาก สศช.ช่วยชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ จะได้ประโยชน์อะไรจากยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป มีตัวแทนภาคเอกชนบางส่วนเสนอให้นำสถานการณ์โควิด-19 ปรับแผนแม่บทให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน

ถก ครม.นัดพิเศษจัดงบฯสู้โควิด

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเต็มคณะ เช้าวันที่ 3 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือ 2 เรื่องเร่งด่วนคือ 1.รับฟังข้อมูลจากกระทรวงต่างๆ ที่จะออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไวรัสโควิด-19 ในระยะ 3 และ 4 สำหรับช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.ต่อไป 2. หารือเรื่องงบประมาณที่จะนำมาแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรอบวงเงิน จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน แหล่งที่มาของเงินจากที่ต่างๆ

ฝ่ายค้านประกาศพร้อมร่วมมือเต็มที่

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน แถลงว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เจอโจทย์ปัญหาที่ใหญ่และหนักหนาสาหัสจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ ทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตนและพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎหมายเร่งด่วน และการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อจะได้ฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน วันนี้หมอ พยาบาลและบุคลากรด้านสาธารณสุขเป็นนักรบแนวหน้า กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อจะเอาชนะการระบาดของไวรัส ทุกฝ่ายในสังคมต่างช่วยสนับสนุนกันเต็มที่ ขณะที่รัฐบาลพยายามทำงานอย่างหนักเช่นกัน แม้แนวทางการรับมือของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมายังขาดความเป็นระบบและขาดการมองปัญหาให้ครบทุกมิติ ทุกมาตรการหรือคำสั่งการล้วนเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งและสร้างอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา

จี้เด็ดขาดโปร่งใสยับยั้งไวรัสระบาด

นายสมพงษ์กล่าวว่า การเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานอกจากต้องมองผลกระทบให้รอบด้านแล้วยังต้องคำนึงมิติการเคารพความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วมรับรู้ร่วมชะตากรรมร่วมกันของทั้งสังคม ยึดหลักการจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน คำนึงถึงหลักการจัดการให้เกิดความยุติธรรมและทั่วถึง รัฐบาลต้องเด็ดขาด ชัดเจน โปร่งใสเพื่อยับยั้งไวรัสไม่ให้ลุกลามมากจนระบบสาธารณสุขไม่สามารถรับมือ การรณรงค์สร้างระยะห่างทางสังคมและการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตัวเอง เป็นหัวใจสำคัญหยุดยั้งการแพร่ระบาด ปัญหาเศรษฐกิจรัฐบาลต้องมีมาตรการและแผนรองรับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งบฯปี 63 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงประชาชนที่ต้องร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และฝ่ายค้านพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่ เพราะขณะนี้คือเวลาที่จะหันหน้าเข้ามาร่วมมือกัน ช่วยนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤติ

เร่งกระจายอุปกรณ์เซฟชีวิตหมอ

นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการศูนย์โควิด-19 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแพร่กระจายเชื้อสูงขึ้น ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนัก ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่หลายโรงพยาบาลไม่มีอุปกรณ์เพียงพอปกป้องชีวิตบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหน้ากากอนามัย ชุดป้องกันเชื้อโรคมีน้อยมาก ชุดป้องกันเชื้อบางโรงพยาบาลมีชุดเดียวใช้ทั้งโรงพยาบาล เมื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินปัญหานี้ควรหมดไป บริหารจัดการอุปกรณ์การแพทย์ให้พอกระจายอย่างทั่วถึง ไม่ควรกระจุกบางพื้นที่ อย่าให้บุคลากรทางการแพทย์ไปเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับเชื้อร้ายบนความไม่พร้อม

“วิโรจน์” บี้ตัดสิ่งไม่จำเป็นโดยเฉพาะ กห.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกฯบอกว่างบกลาง 5.2แสนล้านจะหมดแล้วเป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงเรียกร้องให้โอนงบฯที่ไม่จำเป็นจากกระทรวงต่างๆมาใช้กู้วิกฤติ ล่าสุดจะตัดงบ 10% จากทุกกระทรวง ไม่ถูกหลักการ ควรบริหารงบฯแบบตั้งงบประมาณฐานศูนย์ คือนำงบฯที่เหลือทั้งหมด ลบรายจ่ายประจำ เหลือเท่าไหร่มาพิจารณาทีละโครงการ งบไม่จำเป็นตัดทั้งโครงการ ควรเรียกงบฯที่ยังไม่เบิกจ่ายมาทั้งหมด ทั้งงบลงทุน งบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่น เช่น งบรายจ่ายที่ปรึกษา งบเดินทางไปราชการต่างประเทศ และงบจัดงานมหกรรม นิทรรศการ อบรม งานประชาสัมพันธ์ ให้ตัดทั้งก้อนไม่ใช่ 10% ข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเผยว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของกระทรวงกลาโหมต่ำมาก อยากให้ย้อนหลังไปดูงบฯปี 62 หากมีสัญญาซื้ออาวุธใดๆ แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่าทำสัญญาไปแล้วต้องรื้อมาดู ตราบใดที่ยังไม่มีการส่งมอบควรไปเจรจาลดออเดอร์ลง ขอแก้ไขสัญญาซื้อสินค้าชนิดอื่นหรือเลื่อนซื้อขาย หลักคิดโอนงบฯปี 63 อะไรจำเป็นไม่ตัด แต่อะไรไม่จำเป็นต้องตัดให้เหี้ยน โยกมาทั้งก้อน อย่ามาถือโอกาสใช้แนวคิดเท่าเทียมตัด 10% เหมือนกันหมด จะทำให้ตัดงบฯกระทรวงกลาโหมได้น้อย

งบฯปี 64 ต้องเน้น สธ.มากกว่ามั่นคง

นายวิโรจน์กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นในงบฯปี 64 คือมีงบฯความมั่นคงใหม่ เปลี่ยนความมั่นคงทางการทหารมาเป็นความมั่นคงทางสาธารณสุข เปลี่ยนอาวุธมาเป็นยารักษาโรค วันนี้ไอเอสประกาศยุติการก่อการร้าย ขบวนการบีอาร์เอ็นประกาศยุติการยิง ต่างฝ่ายทราบชัดเจนแล้วว่า วันนี้ความมั่นคงที่ทุกคนต้องเผชิญคือความมั่นคงด้านสาธารณสุข ไม่ใช่ความมั่นคงด้านการทหารอีกต่อไป ไวรัสไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าคุณจะมีชื่อเสียงหรือไม่ เรากำลังจะเสนอแนวทางโอนงบฯปี 63 และการจัดสรรงบฯปี 64 ส.ส.ที่อยู่ใน กมธ.งบประมาณ จะติดตามการทำงานของรัฐบาลใกล้ชิด หากยังบวกๆ ลบๆ ส่งการบ้านแบบเดิมทั้งที่สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม การพิจารณาวาระ 1 คงโหวตให้ผ่านไม่ได้ อยากเตือนกระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวงที่มีสัดส่วนงบฯผูกพันสูงมากในงบฯปี 64 คาดหวังว่าจะไม่เห็นงบผูกพันใดๆของกระทรวงกลาโหม ยกเว้นเรื่องความเป็นความตายและชีวิตประชาชน

“โรม” วอนจัดมาตรการดูแลนักศึกษา

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอรัฐบาลเยียวยานิสิตนักศึกษาช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ดังนี้ 1.ให้ประสานมหาวิทยาลัยให้พิจารณาคืนค่าเทอมในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละมหาวิทยาลัย หรือในอัตราขั้นต่ำ 20% หรือเกลี่ยงบฯอื่นๆ เพื่อเยียวยานักศึกษาทั่วประเทศทันที 2.ดำเนินนโยบายเงินเดือนเยาวชน ตามนโยบายที่อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยเสนออุดหนุนให้เยาวชนอายุ 18-22 ปีเดือนละ 2,000 บาทอย่างน้อย 3 เดือน 3.มหาวิทยาลัยต่างๆควรปรับลดค่าเทอมในเทอมต่อไป

“ทวี” โยกงบยุทธศาสตร์ชาติ–สัมมนา

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก “การเยียวยา โควิด-19” รัฐบาลต้องไม่เลือกปฏิบัติ ประชาชนต้องมีสิทธิเสมอกัน สรุปว่ามีผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาว่า 22 ล้านคน ทำไมรัฐต้องกำหนดโควตา 3 ล้านคนและขยายเป็น 9 ล้านคน จะลดทอนสิทธิเสรีภาพประชาชนหรือไม่ ทำไมไม่ให้เงินเยียวยากับผู้ลงทะเบียนทุกคนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ควรพิจารณาใช้งบฯปี 63 โอนไปใช้ในภารกิจต่อสู้กับโควิด 19 ที่ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติก่อน หากไม่พอจึงกู้เงินมาเพิ่มส่วนที่โอนแล้วมีผลกระทบไม่มากนัก คืองบฯบูรณาการบางส่วนที่ตั้งไว้ 2.3 แสนล้านบาท และงบฯตามยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงบางส่วนที่ตั้งไว้ 4.2 แสนล้านบาท และยังมีงบฯที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันเมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ของปีงบฯ 63 อีก 141,653 รายการ เป็นเงิน 978,511 ล้านบาทเศษ หากใช้ไม่ทันนำไปใช้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโรคโควิดได้ และยังมีงบฯฝึกอบรมสัมมนาที่ตั้งไว้ถึง 30,000 ล้านบาท เมื่อใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินห้ามรวมตัวกัน จัดประชุมไม่ได้อยู่แล้ว พรรคฝ่ายค้านได้ประกาศพร้อมร่วมมือรัฐบาลถ้าต้องประชุมผ่านกฎหมายเพื่อนำมาใช้แก้วิกฤติโควิด-19 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

“ศรีสุวรรณ” สวด ทร.ไม่ยี่หระ ปท.วิกฤติ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมถอนเรื่องการจัดซื้อโครงการจัดหาเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ วงเงิน 6,100 ล้านบาท ของกองทัพเรือออกจากการประชุม ครม.วันที่ 31 มี.ค. หลังถูกโจมตีอย่างหนักถึงความเหมาะสมในการใช้งบฯ ในช่วงการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า การใช้เงินภาษีประชาชนมหาศาล ไม่ใช่เรื่องใหม่ของ กองทัพเรือ แม้ประเทศจะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง แต่กองทัพเรือไม่ยี่หระ เดินหน้าขอจัดซื้อเรือดำน้ำ ล่าสุดจัดซื้อเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกที่ลงนามซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ย.62 ทั้งที่มีเรือสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่อยู่แล้วคือเรือหลวงอ่างทอง แม้จะแก้ข่าวว่าได้ถอนเรื่องจาก ครม.แล้ว แต่วันหนึ่งต้องนำเข้า ครม.อีก ไม่ได้เลิกไป

ยุปลดทิ้ง ผบ.ทร.–รมช.กลาโหม

“ลองคิดดูเงิน 6,000 ล้านบาท บวก 13,500 ล้าน ที่กองทัพเรือใช้จัดซื้อเรืออเนกประสงค์และเรือดำน้ำ หากโยกงบฯดังกล่าวไปช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 จะเป็นคุณูปการต่อสังคมไทยมหาศาล ซื้อชุดตรวจโควิด-19 รวมค่าแล็บคนละ 2,500 บาท ใช้ตรวจให้คนไทยได้ถึง 7.88 ล้านคน ใช้ซื้อเครื่องช่วยหายใจเครื่องละ 1.5 แสนบาท ได้ 1,313,333 เครื่อง ซื้อหน้ากากอนามัยแจกชิ้นละ 2 บาท ได้ 9,850 ล้านชิ้น ซื้อชุดป้องกัน PPE สำหรับแพทย์ชุดละ 250 บาทได้ 78.8 ล้านชุด หรือถ้านำไปสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแห่งละ 100 ล้านบาท จะได้ถึง 197 โรง แต่คงเป็นเพียงแค่ความฝันหากยังมีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับกองทัพมากกว่าประชาชนอยู่ ถ้าจะให้สังคมกลับมาชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องตัดสินใจ 2 ประการคือ 1.โยกงบฯซื้ออาวุธของกองทัพทั้งหมดไปใช้แก้ปัญหาโควิด-19 2.โยก ผบ.ทร.ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลด รมช.กลาโหมจึงจะถูกต้อง”

รถบรรทุกร้อง ปตท.ลดราคาเอ็นจีวี

ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ รับมอบหนังสือจากนายอภิชาต ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยื่นขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของรถบรรทุก ลดต้นทุนราคาแก๊สเอ็นจีวีลง โดยนายจิรายุกล่าวว่า จะยื่นหนังสือต่อปตท.ให้ทบทวนลดราคาแก๊สเอ็นจีวี จากลิตรละ 15 บาท เหลือ 10.50 บาท ช่วยลดต้นทุนให้รถบรรทุกขนส่งสินค้า รัฐบาลให้ประชาชนอยู่บ้านทำให้สั่งซื้อสินค้าไปที่บ้านจำนวนมาก แต่ไม่มีนโยบายลดราคาเชื้อเพลิง ทำให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนแก๊สเอ็นจีวีราคาสูง ด้านนายอภิชาต ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำหนังสือถึง รมว.พลังงานและ ปตท.ให้ช่วยลดราคาแก๊สเอ็นจีวี แต่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ

เด็ก พปชร.หวด พณ.แก้ไข่ไก่แพงลิ่ว

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังมีปัญหาเรื่องราคาไข่ไก่ในหลายพื้นที่ ตนและทีมงานได้ลงพื้นที่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ พบปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านยังหาซื้อไข่ไก่ไม่ได้ มีพ่อค้า แม่ค้า ไม่กี่ราย ที่หามาจำหน่ายได้แต่ราคาสูงกว่าราคาปกติมาก ได้ประสานไปยังพาณิชย์ จ.ชัยภูมิ แก้ไขปัญหาด่วน กระทรวงพาณิชย์ควรต้องออกมาแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว เน้นการควบคุมราคาเข้มข้นตั้งแต่หน้าฟาร์ม และจัดการเด็ดขาดกับผู้ฉวยโอกาสบนความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน พบใครกักตุนและขายราคาแพงเกินต้องลงโทษ ให้เป็นเยี่ยงอย่าง หากพ่อค้ายังเอาเปรียบกันแบบนี้ ควรต้องหามาตรการเพื่อตอบโต้บ้าง แนะนำให้คนไทยหยุดซื้อไข่ไก่สัก 10 วัน จะทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทันที เชื่อว่าไข่ไก่จะล้นตลาดกลับสู่สภาวะปกติได้

ปชป.แจ้งสมาชิกงดร่วมงาน 74 ปี

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดงานทำบุญครบรอบวันสถาปนาก่อตั้งพรรคครบ 74 ปีในวันที่ 6 เม.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค จะเป็น ตัวแทนทำพิธีทางศาสนา ขอแจ้งให้สมาชิกพรรคทราบ ปีนี้ขอความร่วมมือให้สมาชิกพรรคงดเข้าร่วมงานทำบุญพรรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งทางพรรคจะจัดพิธีทางศาสนาเช่นทุกปี ตามความเหมาะสม

“เทพไท” จี้ใช้ พ.ร.ก.สั่งลดราคาสินค้า

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน้ำมันทุกชนิดลดราคา มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ว่า แม้ราคา น้ำมันลดลงแต่ค่ารถโดยสารสาธารณะคงเดิม ค่าขนส่ง อื่นๆไม่ได้ลดลงตามสินค้าทุกชนิด แพงเหมือนเดิม วันที่ 2 เม.ย.จะไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จทางการบริหารตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องแก้ไข ปัญหาสินค้าราคาให้ถูกลงสอดคล้องกับราคาน้ำมันปัจจุบัน และมอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และประธานคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ฯ ต้องหามาตรการควบคุม ปรับลด ราคาสินค้าให้เป็นธรรม

กมธ.ป.ป.ช.ล่มองค์ประชุมไม่ครบ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน มีวาระสำคัญคือพิจารณาการกักตุนหน้ากาก อนามัย เชิญนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรม ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมาให้ข้อมูล แต่มี กมธ.มาประชุมไม่ถึง 5 คน องค์ประชุมไม่ครบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงแจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอเป็นเพียงการปรึกษา หารือเท่านั้น จากนั้นนายอัจฉริยะให้ข้อมูลต่อ กมธ.เบื้องต้นว่าแม้กระทรวงพาณิชย์จะออกประกาศห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย และให้บริษัทผู้ผลิตต้องแจ้ง สต๊อกสินค้า แต่ยังมีหลายบริษัทไม่ได้แจ้งและมีบางบริษัทนำส่งขายหน้ากากในตลาดมืด ไม่ตีตราบริษัทที่หน้ากากได้ราคาดีกว่า

“จุรินทร์” มารอเก้อพร้อมให้ตัดงบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอัจฉริยะกำลัง ให้ข้อมูลอยู่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้เดินทางมาเตรียมให้ข้อมูลต่อ กมธ. เมื่อทราบว่าองค์ประชุม กมธ.ไม่ครบจึงเดินทางกลับทันที นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับโครงสร้าง กระจายหน้ากากอนามัย ให้กระทรวงสาธารณสุขและ กระทรวงมหาดไทยกระจายให้บุคลากรทางการแพทย์ แทนกระทรวงพาณิชย์ว่า ไม่ได้มองว่าถูกลดบทบาท เป็นแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เห็นว่า สธ.กระจายให้โรงพยาบาลทั้งในและนอกสังกัดโดยตรง ส่วนจังหวัดควรให้ผู้ว่าฯที่มีอำนาจเต็มบัญชาการบริหาร สถานการณ์โควิดในจังหวัดตัวเอง ตัดสินใจว่าจะแจกจ่าย ให้กลุ่มเสี่ยงกลุ่มใดก่อน เห็นด้วยที่นายกฯ ให้โยกงบฯ กระทรวง 10% มาไว้ที่งบฯกลาง กำลังเตรียมรถพุ่มพวงไว้ 250 คัน ส่งตรงสินค้าอุปโภคบริโภคถึงหน้าบ้านกระจายทั่ว กทม.และปริมณฑล อีกทั้งมีโครงการสมาร์ทโชวห่วยเดลิเวอรี่สินค้าถึงหน้าบ้าน

กมธ.ถอยงดประชุมหลบโควิด

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ เปิดเผยว่า การประชุม กมธ.เห็นร่วมกันว่าจะเลื่อนประชุมออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เชื้อโควิด-19 จะคลี่คลาย เพราะติดปัญหาการเดินทางของ กมธ.ถูกกักตัวเดินทางข้ามพื้นที่ ผบ.ตร.มาให้ข้อมูลคดีกักตุนหน้ากากอนามัยยืนยันว่าตำรวจเดินหน้าตรวจสอบทุกมิติ มีคดีเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยประมาณ 90 คดี แต่มีคดีหลัก 4 คดีที่เหลือเป็นคดีเล็กน้อยจำหน่ายเกินราคา ประธาน กมธ.เสนอให้ตำรวจเน้นทำคดีใหญ่ขยายผลไปยังคดีอื่นได้เป็นหลัก กมธ.เริ่มมีจิ๊กซอว์ครบแล้ว พบว่าน่าจะมีกลุ่มผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องการกักตุนหน้ากากอนามัยนำไปขายต่างประเทศและตลาดมืด แต่ต้องรอการขยายผลให้ครบถ้วนก่อน ขณะนี้ยังมีข้อจำกัดพอสมควรเรื่ององค์ประชุม กมธ. ทำให้ชะงักพอสมควร

พรรคกล้ายื่น 500 ชื่อจดตั้งพรรค

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ นายทะเบียนพรรคกล้า ได้นำรายชื่อสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรคจำนวน 500 รายชื่อ พร้อมคำร้องขอจัดตั้งพรรค เอกสารเกี่ยวกับการรับเงินทุนประเดิม รายงานการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 7 มี.ค. รายละเอียดข้อบังคับพรรค เข้ายื่นต่อ กกต. เพื่อจดตั้งพรรคกล้า โดยนายณัฐนันท์กล่าวว่า จำนวนรายชื่อสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และที่มายื่นเรื่องนี้ก็ไม่ได้รีบเร่งอะไร เป็นการยื่นตามขั้นตอนของกฎหมายเมื่อมีการประชุมใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้งไม่น้อยกว่า 500 คน และที่ประชุมมีมติเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคแล้วก็นำมายื่นต่อนายทะเบียนพรรค การเมือง เชื่อว่าเอกสารที่ยื่นครบถ้วนและนายทะเบียน พรรคการเมืองคงใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาให้การรับรอง

ปิดตำนานแล้ว “อีดี้จวบ”

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 1 เม.ย. นายประจวบ ไชยสาส์น บิดา ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 76 ปี ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ด้วยโรคมะเร็งปอด หลังเข้ารักษาตัวนานกว่า 8 เดือน โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่วัดเทพศิรินทราวาส ศาลา 14 สวดอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 วัน และเก็บศพไว้ก่อน มีพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ทั้งนี้ นายประจวบมีฉายา “อีดี้อีสาน” หรือ “อีดี้จวบ” เข้าสู่การเมืองด้วยการลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกปี 2529 ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ต่อมาเป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง และอยู่ในตำแหน่งสำคัญหลายพรรคการเมือง อาทิ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา หัวหน้าพรรคเสรีธรรมที่ยุบรวมเข้าร่วมพรรคไทยรักไทยปี 2549 เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1วิโรจน์ ลักขณาอดิศรพรรคก้าวไกลงบกลางตัดงบ10%กระทรวงกลาโหมข่าววันนี้

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้