ข่าว
100 year

สกู๊ปหน้า 1 : รวมพลังช่วยหมอ เสริมอาวุธสู้โควิด-19

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 เม.ย. 2563 05:02 น.
SHARE

“ภาวะตอนนี้ เครื่องมือ อุปกรณ์ ทุกคนก็อยากได้ perfect ตามตำรา แต่ไม่มี...ที่ทำขณะนี้อิมโพรไวส์ (ด้นสด)...ทุกอย่างเท่าที่มี นักวิชาการอย่าค้อนพวกเขาเลยครับ ใช้เท่าที่หาได้...

เอ็น 95 กันฝุ่น ก็ต้องใช้ ใช้ซ้ำกันทั้งนั้น จะตากแดด ยูวี อบร้อน หน้ากากผ้า เสื้อกาวน์ผ้าคลุมด้วยพลาสติกกันน้ำ ถุงพลาสติกดีกว่าไม่มี...”

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ สภากาชาดไทย สะท้อนความจริงเอาไว้ ในช่วงสาย วันที่ 30 มีนาคม 2563

การระบาดหนักของไวรัส “โควิด–19” สร้างสารพัดปัญหาให้ต้องแก้และฝ่าฟัน ท่ามกลางความพร้อมและไม่พร้อม “ประเทศไทย” ต้องฝ่าวิกฤตินี้ผ่านไปให้ได้ ด้วยพลังความสามัคคีของทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน

ทั้งระดับบุคคล หน่วยงาน องค์กรรัฐ...ภาคเอกชน

หนึ่งในตัวอย่าง...กลุ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GC Group” มีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของคนในสังคม โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีความสำคัญในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดได้มอบเสื้อกาวน์ 41,000 ชุด

เพื่อใช้ในโรงพยาบาลและสถานประกอบการที่ให้การรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งหมด 12 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 5,000 ชุด, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 4,000 ชุด, โรงพยาบาลศิริราช 4,000 ชุด, โรงพยาบาลรามาธิบดี 4,000 ชุด, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 4,000 ชุด, โรง พยาบาลพระมงกุฎเกล้า 4,000 ชุด, โรงพยาบาลราชวิถี 4,000 ชุด

สถาบันบำราศนราดูร 4,000 ชุด, โรงพยาบาลตำรวจ 3,000 ชุด, โรงพยาบาลระยอง 2,000 ชุด, โรงพยาบาลสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ 2,000 ชุด และ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง 1,000 ชุด

ประเด็นน่าสนใจมีว่า “เสื้อกาวน์” ที่ส่งมอบนี้จะเป็นเสื้อกาวน์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Disposable Gown) ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนคุณภาพดีจาก GC

“อุปกรณ์ชุดตรวจเหล่านี้จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ตลอด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของคนไข้ ยิ่งในสถานการณ์ที่มีจำนวนยอดผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวันรวมถึงเราต้องคัดแยกและทิ้งให้ถูกต้อง...เสื้อกาวน์นี้ออกแบบตัดเย็บให้สวมใส่ง่าย ปลายแขนยาว น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ช่วยให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน”

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “GC Group” บอกอีกว่า เสื้อกาวน์สวมใส่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสารคัดหลั่งและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากผู้ป่วยสู่บุคลากรทางการแพทย์ ณ จุดคัดกรอง ซึ่งถือเป็นด่านแรกรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล

ที่สำคัญ...ยังมีคุณลักษณะเฉพาะคือ ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์กันน้ำ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี มีความเหนียว ยืดหยุ่นสูง สามารถป้องกันเชื้อโรค เลือด สารคัดหลั่ง ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า รวมทั้งบริเวณคอ...บ่าด้านหลังมีรอยบาก สามารถกระตุกเพื่อให้เสื้อฉีกขาดหลังการใช้งานได้เลย

ทั้งยังสามารถอ้อมเอวมาผูกด้านหน้าได้ เพื่อลดการปนเปื้อนหลังใช้งาน

“GC Group” ในฐานะองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ยังจะมอบกลีเซอรีนคุณภาพสูง จำนวน 1,250 กิโลกรัม ภายใต้โครงการ Green Health Project ของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือให้แก่กองเรือยุทธการ (กร.) เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการจัดทำ “เจลแอลกอฮอล์”

เพื่อทำความสะอาดมือ เพื่อแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อใช้สำหรับดูแลสุขอนามัย...ป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19

นอกจากนี้ โครงการ Green Health Project ยังร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Healthcare & Personal Care...เป็นลูกค้ารับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ของ GGC ในการผลิต “เจลแอลกอฮอล์” เพื่อทำความสะอาดมือ โดยการใช้ “กลีเซอรีน” เป็นส่วนผสม

ซึ่งได้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไป ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกิจกรรมโครงการให้ความรู้...ป้องกันโรค COVID-19...ร่วมเป็นผู้ช่วยวิทยากรสอนการทำหน้ากากอนามัย เพื่อส่งเสริมการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19 ณ จังหวัดระยอง ในช่วงเดือนมีนาคมนี้อีกด้วย

น้ำใจคนไทยไม่เหือดแห้ง ไม่ทิ้งกันขณะเผชิญวิกฤติ “สู้ภัยโควิด” ...เพื่อสังคมส่วนรวม อย่างไม่เห็นแก่ตัว ดร.คงกระพัน บอกว่าภายในองค์กร เราก็มีความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากร... พนักงานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ดำเนินมาตรการจัดการในองค์กรและบริษัทในกลุ่ม

เพื่อป้องกัน ควบคุม...พร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ มาตรการ Work From Home...การฆ่าเชื้อทำความสะอาดสำนักงานใหญ่สถานที่ประกอบการบริษัทในกลุ่มทุกแห่ง การให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัย เมื่อมีการประชุม หรือรวมตัวกัน

การให้พนักงานหมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประชุม หรือปฏิบัติการข้างนอก โดยมีการสนับสนุนด้านไอทีเพื่อการปฏิบัติงานนอกสถานที่

การคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัท รวมถึงงดการเดินทาง หรือผ่านประเทศกลุ่มเสี่ยงตามประกาศกรมควบคุมโรคอย่างเด็ดขาด โดยพนักงานทุกคนต้องแจ้งสถานะของตนเองต่อผู้บังคับบัญชา

รวมถึงแจ้งทุกครั้งเมื่อมีการเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด หรือเดินทางมาจากต่างประเทศ การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยการติดเชื้อไวรัส COVID–19 หรือ...มีอาการป่วย มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น

มาตรการรับมือเหล่านี้...หน่วยงานองค์กรใด สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม

ในภาพใหญ่ “ประเทศไทย” ฟังแล้วให้รู้สึกมองบน “สู้...สู้”?

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา สะท้อนมุมคิดทิ้งท้ายให้เห็นภาพตามถึงปัญหาหลักการแก้ปัญหาว่า ประเทศใดเลือกใช้ตามบริบท...จีน ตะลุยปิดเมือง และ “ปิดบ้าน” สำเร็จรวดเร็ว เกาหลีใต้ ไม่ปิดเมือง ปิดบ้าน เข้มงวด แต่ตะลุยตรวจทุกหัวระแหง ไม่ว่าหน้าไหน...อังกฤษ รอไปเรื่อยๆจนกว่า 60% ของประเทศจะติด

ซึ่งแน่นอนมีผู้เสียชีวิตมากมาย...(และภูมิจากการติดธรรมชาติจากหลักฐานอาจไม่ได้เนิ่นนานเป็นปี) และประเทศอื่นๆที่ประสบปัญหาต่างๆ ทุกคน ทุกประเทศ เช่นเกาหลีใต้ขณะนี้

คิดแบบเดียวกัน “act now decisively”...ทำหน้าที่อย่างเด็ดขาด หรือ...ควรจะตั้งแต่เนิ่นๆแบบไต้หวัน ญี่ปุ่น คำนึงถึงทรัพยากรพื้นฐานที่มี...ว่าจะรับมือได้จริงหรือไม่ อย่างไร จำนวนเท่าใด และนานขนาดไหน

คำนึงถึง ถ้าเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ จะเข้าใกล้ภาวะปกติได้เร็วที่สุดเมื่อใด?...คำนึงถึงการตรวจตะลุยด้วยชุดแยงจมูก พีซีอาร์ ทำได้กว้างขวางรวดเร็วเท่าใด?...หรือชุดตรวจว่องไว “ที่ได้มาตรฐาน” ที่ประเทศอังกฤษ กำลังจะกลับตัวมาใช้ในขณะนี้?

ปล.ไม่ได้มีการฝืนกฎ พ.ร.ก.ใดๆในข้อความนี้นะครับ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า 1โควิด-19COVID-19หน้ากากอนามัยบุคลากรทางการแพทย์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้