ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : ถ้าไทยต้องปิดเมือง บทเรียนจริงจากนครอู่ฮั่น

ลม เปลี่ยนทิศ30 มี.ค. 2563 05:03 น.
SHARE

ผมเขียนบทความนี้บ่ายวันเสาร์ สถานการณ์การระบาดของ ไวรัส โควิด-19 ยังเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ มีผู้ติดเชื้อใน 177 ประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 598,245 คน เสียชีวิต 27,762 คน หนักที่สุดเป็น สหรัฐอเมริกา ที่แซงหน้าทุกชาติขึ้นมาอย่างรวดเร็วจน ครองอันดับ 1 มาสองสามวันแล้ว มีผู้ติดเชื้อ 104,837 คน อันดับ 2 อิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 86,498 คน อันดับ 3 จีน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มน้อยสุด 81,947 คน ตอนนี้กำลังปิดประเทศรอบใหม่ ห้ามคนต่างชาติเข้าจีนลดผู้ติดเชื้อ อันดับ 4 สเปน ยอดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาเป็น 65,719 คน อันดับ 5 เยอรมนี ยอดพุ่งปรี๊ดเหมือนกันเพิ่มเป็น 50,871 คน

ประเทศไทย ยอดวันเสาร์ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 109 คน สะสมเป็น 1,245 คน

วันนี้ถ้าจะบอกว่า “ไทยปิดประเทศ” ก็คงไม่ผิด เพราะเงื่อนไขใหม่ ทำให้ต่างชาติและคนไทยเข้าประเทศยาก แม้จะมีใบรับรองแพทย์ใบรับรองสถานทูต แต่อาจไม่มีเที่ยวบิน สายการบินส่วนใหญ่ยกเลิกหมด รวมทั้ง การบินไทย ล่าสุด แอร์เอเชีย เพิ่งประกาศ ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศทุกเส้นทางตั้งแต่ 1-30 เมษายน เหลือการคมนาคมเพียงถนนเส้นทางเดียว แต่ก็มีด่านตรวจถี่ยิบ วันนี้ผมเลยนำ บทเรียนการปิดเมืองอู่ฮั่น มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เห็นภาพในอนาคต ถ้าจะต้อง “ปิดเมือง” กันอย่างจริงจัง

เป็นบทเรียนที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ใช้จริงใน นครอู่ฮั่น ที่ปิดเมืองมานานกว่า 2 เดือน และกำลังจะเปิดเมืองอีกครั้งในวันที่ 8 เมษายนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมอย่างไม่ประมาท เพราะ “ในยามวิกฤติ ความรู้เท่านั้นที่จะทำให้อยู่รอด”

นครอู่ฮั่น ปิดเมืองตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ห้ามประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่ ซีพีในอู่ฮั่นใช้เวลาไม่เกินสัปดาห์หลังจากปิดเมือง วันที่ 31 มกราคม ก็ประกาศให้พนักงานกลับไปทำงานในโรงงานได้ วันที่ 14 กุม- ภาพันธ์ โรงงานแปรรูปอาหารของซีพีในอู่ฮั่นก็สามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ ขณะที่ฟาร์มปศุสัตว์ไม่มีการหยุดปฏิบัติงาน ทางการจีนอนุญาตให้พนักงานซีพีสามารถทำงานในโรงงานผลิตอาหารได้

ในระหว่างช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในสภาวะที่เรียกว่า 3 ปิด คือ ปิดเมือง ปิดถนน และ ปิดชุมชน สิ่งที่ซีพีประเทศจีนจะแบ่งปันประสบการณ์เรื่องที่ 1 คือ ซีพีประเทศจีนประกาศนโยบายทันทีว่า พนักงานทุกคนต้องแจ้งสถานะสุขภาพตัวเองทุกวัน เพราะหากวัดผลไม่ได้ ก็ไม่มีทางควบคุมได้ สิ่งนี้คือขั้นตอนแรกที่ต้องโปร่งใส มีข้อมูลในมือ รายงานทุกวัน จึงจะบริหารจัดการได้ ทำให้ระบบโซนนิ่งมีประสิทธิภาพ

เรื่องที่ 2 เอกชนกับรัฐต้องผนึกกำลังกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ามีอาหารอย่างเพียงพอในสภาวะปิดเมือง ไม่ให้เกิดการโกลาหล ประชาชนต้องมีความเชื่อมั่นในเรื่องนี้ เครือซีพี บริษัทข้ามชาติบริษัทแรกที่จดทะเบียนในจีนได้ทะเบียนหมายเลข 001 ได้ผนึกกำลังกับภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นของนครอู่ฮั่น สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่า ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ทุกคนจะมีอาหารรับประทานอย่างไม่ขาดแคลน เพื่อต่อสู้กับโรคระบาด

เครือซีพี ให้ความมั่นใจกับรัฐบาลจีนว่า สินค้าจะมีอย่างเพียงพอ ซีพีมีกำลังผลิตในอู่ฮั่น เนื้อหมู วันละ 260,000 กก. เนื้อไก่วันละ 300,000 กก. ไข่ไก่ วันละ 2.5 ล้านฟอง และ อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานวันละ 500,000 ชุด รวมทั้ง การวางระบบขนส่งและกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านร้านสะดวกซื้อ CP Fresh-mart ส่งถึงบ้านอย่างรัดกุม ทั้ง ของสด อาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง โดยจ่ายเงินผ่านออนไลน์ หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ ก็คือ “คน” และ ระบบขนส่ง เมื่อ “คนปลอดภัย อาหารก็ปลอดภัย”

เป็นเรื่องที่ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเรียนรู้ไว้ ผมหวังว่าเมืองไทยคงไม่ต้องถึงขึ้น “ปิดเมือง” ถ้าคนไทยทุกคนมี “จิตสำนึก” ร่วมกัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แล้วทุกคนจะไม่ต้อง ลำบากเหมือน คนอู่ฮั่น อย่างที่เราได้ดูกันในคลิปวิดีโอทั้งหลาย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศปิดเมืองนครอู่ฮั่นโควิด-19COVID-19ประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้