ข่าว
100 year

เพื่อไทย ตามผลสอบจัดมวย สนามลุมพินีจุดแพร่โควิด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 มี.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

เพื่อไทยเกาะติดสอบจัดมวยเวทีลุมพินี “อนุดิษฐ์” เชื่อไม่มีใครกล้าบิดเบือนข้อเท็จจริง มีคนจับตามองแถมพยานรู้เห็นเยอะ ขอพรรคร่วมรัฐบาลเลิกขัดแข้งขัดขากันเอง โฆษก พท.ท้า “บิ๊กตู่” มี ก.ม.พิเศษในมือสอบเชิงลึกใครกักตุนหน้ากากอนามัย “เทพไท” กระทุ้งรัฐบาลปรับลดราคาสินค้าตามราคาน้ำมันดิ่ง “อุเทน” เดือดฉะ “ระบอบประยุทธ์” ทำเศรษฐกิจเจ๊ง โพลส่องพฤติกรรม ส.ส.ยังเหมือนเดิม

พรรคเพื่อไทยเกาะติดการตั้งกรรมการสอบสวนกรณีการจัดการแข่งขันชกมวย “ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร” ที่สนามมวยลุมพินี จนเป็นเหตุให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าคงไม่มีใครกล้าบิดเบือนข้อเท็จจริงได้

พท.เกาะติดสอบจัดมวยลุมพินี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มี.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมมีคำสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ “ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร” เมื่อวันที่ 6 มี.ค. จนเป็นเหตุของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เข้ามาช่วยราชการภายใน บก.ทบ. เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่า การใช้อำนาจของ ผบ.ทบ. น่าจะเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของกองทัพบกที่ถูกต้อง สนามมวยลุมพินีถูกบริหารจัดการโดยกรมสวัสดิการทหารบก มีเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก (จก.สก.ทบ.) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ การตัดสินใจจัดการแข่งขันดังกล่าว ถือเป็นการไม่ให้ความร่วมมือตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ทำจดหมายขอความร่วมมือลงวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมาก่อนหน้านี้

เชื่อไม่มีใครกล้าบิดเบือนแน่

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามตั้งข้อสังเกตและเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ดังนั้น การสอบสวนเพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องเร่งดำเนินการ เพราะเรื่องนี้กระทบคนวงกว้าง ทำให้กระทบต่อชื่อเสียงของกองทัพ และเป็นเรื่องที่ประชาชนเฝ้าติดตามอยู่ เมื่อถามว่า การที่ทหารสอบกันเองกังวลว่าจะเป็นมวยล้มหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า ยังเชื่อในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงของกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงปรากฏแก่สาธารณะชัดเจน ดังนั้น ใครก็ตามที่ทำหน้าที่สอบสวนคงไม่กล้าบิดเบือนข้อเท็จจริงแน่นอน เพราะมีพยานรู้เห็นเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าผลการสอบสวนคงออกมาอย่างตรงไปตรงมา

ขอพรรค รบ.เลิกขัดแข้งขัดขากัน

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า จากปัญหาวิกฤติของประเทศขณะนี้ แต่ภาพที่เห็นตอนนี้คือพรรคร่วมรัฐบาลออกมาโจมตีกันเอง ทั้งเรื่องปัญหากักตุนหน้ากากอนามัย-เจลแอลกอฮอล์ มาจนถึงไข่ไก่ที่มีราคาแพงขึ้น ทั้งที่สถานการณ์วิกฤติแบบนี้ทุกคนควรร่วมมือร่วมใจสามัคคีเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แทนที่จะเอาเวลามาทะเลาะกัน ขอให้ทั้งสองฝ่ายหันกลับไปรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาดูเหมือนแต่ละพรรคทำงานขัดแข้งขัดขากันเอง ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซ้ำร้ายยังทำให้วิกฤติบานปลายจนประชาชนทั้งประเทศได้รับผลกระทบวงกว้าง ส่วนราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น เป็นเพราะผู้มีอำนาจบกพร่องละเลยการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ในยามนี้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยขาดรายได้ และเงินชดเชยที่ภาครัฐจะให้ก็ยังมาไม่ถึง ทุกวันนี้ทุกครอบครัวต้องยังชีพด้วยเงินทุนสำรองที่เหลืออยู่อย่างจำกัด เพราะสภาพเศรษฐกิจ 5 ปีที่ผ่านมาฝืดเคือง ขอเรียกร้องนายกฯควรให้ความสำคัญแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน เพราะหากคนส่วนใหญ่ไม่มีกินปัญหาอาชญากรรมลักวิ่งชิงปล้น จะเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ขอร้องอย่าปล่อยปละละเลยให้สถานการณ์แบบนี้บานปลาย เราเตือนมาตลอดคนจนจะอดตายทั้งประเทศแล้ว

บี้สอบเชิงลึกมี ก.ม.พิเศษในมือ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ ผบ.ทบ.มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน และสั่งให้ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องกับสนามมวยลุมพินี ไปช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก หวังว่าการดำเนินสอบสวนหาข้อเท็จจริงของกองทัพ คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่คำสั่งย้าย เพราะความเสียหายที่เกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม กองทัพบกต้องสอบสวนในเชิงลึกว่ามีกระบวนการหาประโยชน์บนความเป็นความตายของประเทศชาติและประชาชนหรือไม่ อย่างไร ไม่ควรปล่อยเวลาให้ทอดยาวออกไป ประชาชนจับตาดูอยู่ รวมถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ระบุว่ารู้แล้วว่าใครเกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย ขณะนี้ท่านมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ในมือแล้ว ถ้ามีข้อมูลจริงสามารถดำเนินการได้ทันที จะทำอะไรให้รีบทำ

ปชป.กระทุ้งปรับลดราคาสินค้า

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ประชาชนประสบปัญหาปากท้องมากขึ้น เป็นความไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนคนไทย โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย และในภาวะวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนต้องหยุดอยู่บ้าน ต้องพักงาน ไม่มีรายได้เลี้ยงชีพ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจำนวน มาก ที่ผ่านมาการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละครั้ง ผู้ประกอบกิจการขนส่ง เจ้าของบริษัทรถทัวร์ ผู้ประกอบการรถโดยสาร เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิตสินค้าทุกชนิด ต่างร้องขอปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยอ้างต้นทุนการผลิตผูกติดกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ก็จะปรับขึ้นตามไปด้วย แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดปรับลดลงมาเฉลี่ยลิตรละ 7-10 บาท แต่ยังไม่เห็นสัญญาณใดจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะสั่งการให้ผู้ประกอบการปรับลดราคาลงตามราคาน้ำมันที่เคยอ้างข้ออ้างจากเหตุวิกฤติไวรัสโควิด-19 เพื่อไม่ควบคุมค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนก็ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกคนกำลังประสบชะตากรรมเดียวกัน เดือดร้อนกันทุกคน ดังนั้นอย่าให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสแก่ธุรกิจของตนเอง รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างเท่าเทียมกัน ต้องสั่งปรับลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคลงมา

ห่วงคนสลัมในเมืองไปไม่รอด

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เคยเตือนแล้วว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล เพื่อควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาตรการเหล่านี้สามารถใช้ได้ผลกับชนชั้นกลางหรือผู้มีอันจะกินเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนพิเศษที่มีปัจจัยในการดำรงชีพต่ำสุดในสังคมเมือง คือคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด หรือสลัม ใน กทม.มีมากกว่า 2,000 ชุมชน คิดเป็นประชากรกว่า 1 ล้านคน ในชีวิตจริงทั้งที่อยู่อาศัยแออัดยัดเยียดยังไม่รวมถึงปัญหาปากท้องจะกินจะใช้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขาปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐออกมา โดยไม่มีการหามาตรการมารองรับช่วยเหลือ

ไม่รีบช่วยปัญหาบานปลายแน่

นายเชาว์กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดถ้ามีใครติดเชื้อโควิด-19 สักคน เชื่อได้ว่าจะระบาดลุกลามอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร ยิ่งหลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคนที่เคยมีอาชีพหาเช้ากินค่ำต้องตกงานไม่มีรายได้ ต้องแยกคนกลุ่มนี้ออกมาและให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษนอกเหนือจากมาตรการที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนทั่วไป ขอให้รัฐรีบช่วยคนกลุ่มนี้ก่อนเกิดปัญหา อย่าไล่ตามปัญหาเหมือนที่กำลังทำอยู่ เพราะจะไม่ทันกับสถานการณ์ ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้ามีผู้ติดเชื้อในชุมชนเกิดขึ้นเพียงรายเดียว การแพร่กระจายจะขยายออกไปจนยากแก่การควบคุม คนมีอำนาจยิ่งอยู่สูงต้องยิ่งมองต่ำ เพราะคนด้อยโอกาสเขาเข้าไม่ถึง พวกท่านต้องเอื้อมมือลงไปหาเขา ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ขณะนี้ชาวชุมชนแออัดเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือปัญหาปากท้อง ควรมีถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง รวมทั้งหยูกยาและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันเชื้อโดยด่วนก่อนปัญหาจะบานปลายจนยากแก้ไข

ฉะ “ระบอบประยุทธ์” ทำ ศก.เจ๊ง

นายอุเทน ชาติภิญโญ เลขานุการคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในทำนองถึงความจำเป็นต้องกู้เงินกว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมยืนยันว่าไอเอ็มเอฟพร้อมจะช่วยเหลือนั้น แสดงว่าประเทศไทยคงต้องกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ ที่นายสมคิดยอมรับว่าวิกฤติโควิด-19 หนักกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง ชี้ให้เห็นว่านายสมคิดและ “ระบอบประยุทธ์” กำลังโยนความผิดทั้งหมดไปให้โควิดเป็นแพะรับบาป ความจริงโควิดเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ และเศรษฐกิจย่ำแย่ไปทั้งโลก แต่ความจริงอีกด้านสถานการณ์เศรษฐกิจโลกว่าตกต่ำแล้ว ปรากฏว่าเศรษฐกิจไทยตกต่ำยิ่งกว่า ดังนั้นระบอบประยุทธ์ไปโยนความผิดให้โควิดทั้งหมดไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจของไทยถูกทำลายภูมิคุ้มกันจนอ่อนแอร่อแร่อยู่ก่อนที่จะมีวิกฤติโควิด การรัฐประหาร การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด ทำฐานรากของพีระมิดเศรษฐกิจและสังคมอ่อนแอมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ยอดพีระมิดกลับมั่งคั่งมากขึ้นอยู่ไม่กี่ตระกูล พอถูกพายุโควิดพัดใส่เศรษฐกิจของไทยจึงเสียหายยับกว่าประเทศอื่น “คนบริหารประเทศผิดพลาดรีบโยนบาปให้โควิด แบบอาศัยฉี่ใส่ฝน ไม่ให้ชาวบ้านรู้ว่าที่เปียกนั่นเป็นเปียกฉี่ หรือเปียกฝน คิดจะลอยนวล”

ส่องพฤติกรรม ส.ส.ยังเหมือนเดิม

วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,275 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “1 ปีหลังการเลือกตั้งทั่วไป” พบว่าความเห็นต่อบทบาทของ ส.ส. ในช่วงที่ผ่านมา 1 ปีหลังการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ 36.99 ระบุว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ยังแสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิมๆ ด่ากันไปมา ชอบอ้างประชาชน รองลงมาระบุว่า ส.ส.หายหน้าไปเลย มัวแต่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่ง ส.ส.พรรครัฐบาลเอาแต่จับกลุ่มต่อรองตำแหน่งการเมือง เมื่อถามว่าหากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ประชาชนยังตัดสินเลือกผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองเดิม หรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 34.13 ระบุว่าจะลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองอื่น ขณะที่ร้อยละ 33.10 ระบุว่าจะลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองเดิมที่เคยเลือก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1อนุดิษฐ์ นาครทรรพพรรคเพื่อไทยสนามมวยลุมพินีอภิรัชต์ คงสมพงษ์โควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้