ข่าว
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : ใช้อำนาจฉุกเฉินแก้หน้ากากอนามัย

ลม เปลี่ยนทิศ27 มี.ค. 2563 05:04 น.
SHARE

เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายน เพื่อควบคุมไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ระบาดไปในวงกว้าง และ จัดการกับกลุ่มกักตุนสินค้าที่จำเป็น โดยเฉพาะ หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ในการรักษาโรคระบาด นายกฯประกาศ จะจัดการกับกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสบนความเป็นความตายของประชาชนอย่างเด็ดขาดและไม่ปรานี อยาก ให้ “เชือดไก่” ให้ดูสักตัวจริงๆ

ที่น่าสนใจก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ตัด นักการเมือง ออกจาก ศูนย์อำนาจฉุกเฉินฯ และแต่งตั้ง ปลัดกระทรวง ขึ้นมารับผิดชอบแทนเจ้ากระทรวง

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านการควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการต่างประเทศ การคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

โครงสร้างเหมือน “กองบัญชาการคณะปฏิวัติ” ยังไงยังงั้น

เรื่องสำคัญที่สุดที่ผมอยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจฉุกเฉินแก้ปัญหาก่อนเพื่อนก็คือ ปัญหาขาดแคลนเวชภัณฑ์ในการป้องกันรักษาโรคระบาด ไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้ากากอนามัย ชุดป้องกันเชื้อโรค ที่ขาดแคลนมา 2 เดือนกว่าแล้ว จนหมอและพยาบาลต้องขอรับบริจาคจากญาติมิตรในโซเชียลมีเดียเต็มไปหมด ข้อมูลที่เห็นแล้วตกใจก็คือ รัฐบาลยังเก็บภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัยสูงลิ่วถึง 100%

ตอนที่ ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดในจีนต้นเดือนมกราคม จีนก็ขาดแคลนหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันเชื้อจำนวนมาก ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน แก้ปัญหาเร็วมาก สั่งยกเลิกภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์เหลือ 0% ทันที และ สั่งการให้รัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน เร่งผลิตหน้ากากอนามัยเพิ่มไม่อั้น โดยรัฐบาลรับซื้อหมด แม้แต่ โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ BYD ก็ยังหันมาผลิตหน้ากากอนามัย วันนี้ BYD ผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 5 ล้านชิ้น รัฐบาลจีนใช้เวลาสองเดือนเศษก็แก้ปัญหาจบ วันนี้จีนผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 180 ล้านชิ้น เหลือเฟือจนต้องเร่งส่งออกหน้ากากอนามัยไปขายทั่วโลก

แต่ที่เหลือเชื่อมีแต่ Thailand only ก็คือ ทั้งที่ไทยขาดแคลนหน้ากากอนามัยมากมาย จนแพทย์และพยาบาลรัฐออกมาร้องกันขรม แต่ก็ไม่มีการแก้ปัญหาให้สะเด็ดน้ำ จีนมีหน้ากากเหลือจำนวนมาก ต้องการส่งมาขายให้ไทย แต่ก็ติดปัญหา “ภาษีนำเข้าแพง” ไม่สามารถขายชิ้นละ 2.50 บาท ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดได้ สภาหอการค้าจีน จึงไปหารือกับ คุณกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทย ให้ช่วยประสานกับรัฐบาลไทย จีนต้องการส่ง หน้ากากอนามัยสีเขียว ที่ ไทยขาดแคลนจำนวนมากเข้ามาขายให้ไทย แต่ติดขัดที่ภาษีนำเข้าสูงถึง 40% ขอให้ลดเหลือ 0% ได้ไหม

คุณกลินท์ จึงนำเรื่องนี้ไปหารือกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกฯ เพื่อขอให้ลดภาษีนำเข้า 0% ชั่วคราว 6 เดือน จึงเป็นที่มาของ มาตรการยกเว้นอากรขาเข้า หน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด หน้ากากอนามัยเฉพาะหน้ากากกรองฝุ่นหมอกควันหรือสารพิษ และ ของใดๆที่นำเข้ามาเพื่อผลิตหน้ากากอนามัย ตามประกาศกรมศุลกากร 24 มีนาคม ผมเห็นอัตราภาษีแล้วยังตกใจ ภาษีนำเข้า 100% ของราคา แล้วจะให้ขายชิ้นละ 2.50 บาทได้อย่างไร

นี่คือ ตัวอย่างปัญหาของไทย ผมหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ อำนาจแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น จากนี้ไปผมหวังว่า หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การแพทย์ จะไม่ขาดแคลนอีก เหลืออีกอย่างเดียวที่ ต้องจัดการให้เด็ดขาด ก็คือ วินัยคนไทย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศโควิด-19ไวรัสโคโรนาพ.ร.ก.ฉุกเฉินหน้ากากอนามัยภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัย

Most Viewed