ข่าว
100 year

โยกงบลงทุน-ตัด 10% โปะเงินเยียวยา (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 มี.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

‘พิธา’ กับ ‘กรณ์’ ประสานเสียง สอนแก้วิกฤติ

“บิ๊กป้อม” เผย พ.ร.ก.ฉุกเฉินควรใช้ 3 เดือนแต่ ใช้ ไปก่อน 1 เดือน ยันอาหารมีพอไม่ต้องแห่กักตุน “สุชาติ” ดันทุ่มงบฯ 8.4 พันล้านให้ อสม.-อปท.เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิดล้านคน พท.-ก้าวไกลถล่มใช้ยาแรงแต่บริหารห่วยก็ช่วยไม่ได้ “พิธา” ชง 3 มาตรการปิดประเทศ ล็อกดาวน์หนี้-ดอกเบี้ย-ภาษี กู้เศรษฐกิจ “วิโรจน์” แซะ ผบ.ทบ.รับผิดชอบสนามมวยลุมพินี หักงบฯซื้ออาวุธ-เกณฑ์ทหารช่วยประชาชน “สมคิด” บี้เฉือนงบฯปี 63 ก่อนคิดกู้เงิน “เรืองไกร” ยื่นนายกฯสอบ จนท.รัฐขัดคำสั่งดื้อจัดมวยแพร่ไวรัส “กรณ์” จี้ตัดงบฯทุกกระทรวง 10% โปะเงินเยียวยา

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฝ่ายรัฐบาลยืนยันเป็นการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยจะให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯระบุความจริงควรจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นาน 3 เดือน แต่ได้ตัดสินใจบังคับใช้เพียง 1 เดือนไปก่อน

“บิ๊กป้อม” ระบุ พ.ร.ก.ใช้ไปก่อน 1 เดือน

เมื่อเวลา 11.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าขอให้รอการพิจารณาให้เรียบร้อยก่อน เบื้องต้นนายกฯจะนั่งเป็นประธานศูนย์ด้วยตนเอง ส่วนข้อกำหนดต่างๆให้รอก่อน มาตรการจะเป็นแบบจากเบาไปหาหนัก ถ้ามาตรการเบาๆแล้วประชาชนให้ความร่วมมือไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าประชาชนเริ่มกักตุนอาหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก อาหารพอเพียง ไม่ต้องกักตุน เมื่อถามว่าหลังจาก ครม.มีมติจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ประเมินสถานการณ์โรคระบาดจะแพร่ระบาดประมาณกี่เดือน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรากำหนดไว้ 1 เดือนก่อน ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไรค่อยมาว่ากัน ความจริงควรจะ 3 เดือนแต่เราใช้ 1 เดือนก่อน

“สุชาติ” ชงดึงงบท้องถิ่นช่วยกักตัว–อสม.

นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายอำเภอเมืองชลบุรีและปลัดอำเภอเมืองชลบุรี ตอนนี้มีกลุ่มเสี่ยงประมาณ 130 คนต้องกักตัว 14 วัน แต่พบปัญหาว่าเป็นคนหาเช้ากินค่ำ หากถูกกักตัวจะไม่มีเงินใช้จ่าย จึงขอความร่วมมือจากกลุ่มพ่อค้าและภาคีเครือข่ายในเมืองชลบุรี ระดมทุนนำเงินไปให้ชาวบ้านที่ถูกกักตัววันละ 300 บาท 14 วัน และจ่ายให้อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) วันละ 300 บาท 14 วันเช่นกัน รวม 1,092,000 บาทมั่นใจว่าจะกักตัวกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ให้อยู่กับบ้านได้ หากทำสำเร็จอยากเสนอแนวทางนี้ ขอเรียกว่า “ชลบุรีโมเดล” ให้รัฐบาลนำไปใช้แก้ปัญหาทั่วประเทศ

ใช้ 8.4 พันล้านคุมกลุ่มเสี่ยงล้านคน

“ขณะนี้มีกลุ่มเสี่ยงประมาณ 1 ล้านคน ใช้กำลังอสม. และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ช่วยดูแลและเฝ้าดูแลกลุ่มเสี่ยงประมาณ 14 วัน จะใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ 8,400 ล้านบาทเท่านั้น โดยนำงบฯมาจากท้องถิ่นที่มีเงินสะสมอยู่ประมาณ 5-6 แสนล้านบาท มาใช้ เชื่อว่าจะควบคุมกลุ่มเสี่ยงให้อยู่บ้านได้อย่างเด็ดขาด และยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้สำเร็จ” นายสุชาติกล่าว

“ธนกร” ฉะฝ่ายค้านเอาแต่เล่นการเมือง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.การ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสื่อ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าแก้ปัญหาโควิด-19 ว่า ผิดหวังมากไม่รู้ว่าใช้สมองส่วนไหนคิด เล่นเกมการเมืองบนความทุกข์ของประชาชน วันนี้นายกฯประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ไม่เช่นนั้นจะเอาไม่อยู่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ประชาชนติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมากเหมือนต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ ได้หารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์คิดคนเดียว เชื่อว่าคนไทยทั่วประเทศเห็นด้วย อยากให้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ อย่าเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นเกมการเมือง แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลก็เช่นเดียวกัน ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ออกมาเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ได้ออกมาเพื่อควบคุมสื่อเหมือนที่พรรคก้าวไกลคิด เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะออกมาสร้างความขัดแย้งในสังคม ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน

“สมคิด” อัดบริหารห่วย พ.ร.ก.ช่วยไม่ได้

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีไว้ประกาศเพื่อรักษาความสงบของประเทศเมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย แต่กรณีนี้คือโรคภัยไข้เจ็บ นายกฯควรประกาศเป็นมติ ครม.จะเหมาะสมกว่า จะได้รับผิดชอบร่วม เห็นชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการรวบอำนาจไว้เองทั้งหมด ตอน คสช.ยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจมากกว่านี้ ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้ หวั่นใจว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้เป็นคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป ส่วนที่รัฐบาลจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาทต้องระวัง อยากให้ไปบริหารจัดการงบฯปี 63 ให้ได้ก่อน กู้เงินเป็นทางเลือกสุดท้าย งบฯปี 63 กู้เงินมาอุดหนุนงบฯมากแล้วควรตัดงบฯไขมัน อาทิ การซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ไว้ก่อน ตัดงบฯซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ชะลอโครงการไม่จำเป็นเร่งด่วน นำมาช่วยประชาชนที่จำเป็น เงินมีแน่ขึ้นอยู่กับบริหารจัดการ ต่อให้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินคงแก้ไม่ได้เพราะการบริหารจัดการของรัฐบาลมั่ว ไปหมด แก้ไขปัญหาโควิด-19 ไม่สำเร็จมาจากการ บริหารจัดการของรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ

เหน็บปิดห้างเอื้อนายทุนคนแห่ตุนสินค้า

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 เกิดทั่วประเทศเพราะนายกฯประเมินสถานการณ์ผิดพลาดหรือไม่ ทำให้การบริหารราชการล่าช้า การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดูขัดหลักความเป็นจริง จากที่รัฐออกมาตรการปิดห้างสรรพสินค้าและสถานบริการหลายแห่ง จนทำให้ประชาชนต้องแห่ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตและร้านสะดวกซื้อ เอื้อผลประโยชน์กลุ่มนายทุนหรือไม่ และไม่ควรให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ กำหนดโทษร้ายแรง จับกุม ควบคุมตัว ตรวจค้น โดยไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง อาญาและวินัย หากจำเป็นต้องใช้ควรให้อยู่ในกรอบการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 เพียงเท่านั้น

“เรืองไกร” ยื่นสอบ จนท.รัฐปล่อยจัดมวย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงนายกฯให้ตรวจสอบการจัดชกมวยที่สนามมวยเวทีลุมพินีเมื่อวันที่ 6 มี.ค.เป็นเหตุให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดมากมาย ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือส่วนราชการใดจงใจฝ่าฝืนข้อสั่งการนายกฯหรือไม่ ก่อนหน้าวันที่ 6 มี.ค.การกีฬาแห่งประเทศ ไทย (กกท.) มีหนังสือถึงนายสนามมวยเวทีลุมพินี แจ้งข้อสั่งการของนายกฯตาม มติ ครม.วันที่ 3 มี.ค.63 ขอความร่วมมืองดจัดการแข่งขันกีฬาที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ให้สนามมวยทราบล่วงหน้าแล้ว มีข้อสั่งการนายกฯตามมติ ครม.ข้อ 1.7 ว่า “ให้ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคเอกชน หลีกเลี่ยง หรือเลื่อนจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโดยไม่จำเป็น เช่น การแข่งขันกีฬา การจัดคอนเสิร์ต การจัดมหรสพฯ” จากข้อสั่งการของนายกฯ ควรมีผลบังคับไปถึงสนามมวยเวทีลุมพินีด้วย ของกองทัพบกและมี ผบ.ทบ.เป็นประธาน อำนวยการสนามมวยเวทีลุมพินี แต่การไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการนายกฯอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ตามมาจำนวนมาก นายกฯต้องตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐใดหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกฯหรือไม่

“พลภูมิ” จี้ล้างบ่อนพนันแหล่งเพาะเชื้อ

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรงเพิ่ม ขึ้นทุกวัน อยากเสนอหน่วยงานรัฐเพิ่มเติมว่า แม้จะมีการปิดห้าง ปิดสถานบริการต่างๆแล้ว แต่บ่อนการพนันในกรุงเทพมหานครหลายพื้นที่ ยังคงเปิดให้บริการอยู่ ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาหลายครั้ง สถานที่เหล่านี้เป็นแหล่งรวมคนจำนวนมาก จึงมีโอกาสสูงจะเป็นแหล่งกระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกวดขันเข้มข้น และดำเนินคดีตามกฎหมาย เข้ากวาดล้างจับกุม ปิดบ่อนพนันทุกที่ทันที หากยังปล่อยให้ลักลอบเล่นการพนันตามบ่อน ต่างๆอยู่ มีโอกาสเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคได้เหมือนสนามมวย

“พิธา”ชง 3 ข้อปิด ปท.แก้โควิด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สถานการณ์ประเทศไทยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีมาตรการปิดประเทศ รวมถึงจำกัดการพบปะของผู้คน พรรคก้าวไกลมีข้อเสนอเรื่องการวางแผนเช็กลิสต์มาตรการรัฐ 3 ด้าน ที่ต้องทำทั้งก่อนและระหว่างการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด-19 ได้แก่ 1.มาตรการควบคุมโรค ปิดประเทศห้ามผู้ใดเดินทางเข้าออก ยกเว้นคนไทยเดินทางกลับประเทศที่ต้องกักกันและคัดกรอง สำหรับพื้นที่แพร่ระบาดสูงให้ใช้มาตรการกักตัวในบ้านเข้มงวด ส่วนพื้นที่อื่นให้ปิดสถานที่เสี่ยง เหลือเพียงร้านของชำ ร้านขายอาหาร และร้านยา ต้องหยุดระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ ยกเว้นการเดินทางส่งสินค้าที่จำเป็น เช่น อาหาร ยา และกรณีฉุกเฉินเท่านั้น 2.มาตรการด้านสาธารณสุข ควรต้องปรับคำนิยามโรคให้เท่ากับองค์การอนามัยโลก และต้องเร่งตรวจเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มจำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุดเพิ่มเตียงทางการแพทย์ เพิ่มอุปกรณ์การแพทย์ เตรียมโรงพยาบาลสนาม ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอต่อสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุด

ล็อกดาวน์หนี้–ดอกเบี้ย–ภาษี

นายพิธากล่าวอีกว่า 3.มาตรการทางเศรษฐกิจ ล็อกดาวน์หนี้ ล็อกดาวน์ดอกเบี้ย ล็อกดาวน์ภาษี พยุงรายได้ และเสริมสภาพคล่อง มาตรการการดูแลและเยียวยาผลกระทบที่กระทรวงการคลังเพิ่งออกมา เป็นไปเพื่อเยียวยาย้อนหลังจากปิดสถานประกอบการต่างๆช่วงที่ผ่านมา ถ้าจะล็อกดาวน์ที่จะกระทบคนวงกว้างกว่านั้น การชดเชยแรงงานนอกระบบ 3 ล้านคนคงไม่เพียงพอ เพราะแรงงานนอกระบบทั้งประเทศมีถึง 9 ล้านคนไม่นับรวมเกษตรกร คงต้องเตรียมมาตรการชุดใหญ่ให้ครอบคลุม ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงเตรียมการขนส่งอาหารและของใช้จำเป็น ส่วนมาตรการเศรษฐกิจจะทำได้ต่อเมื่อเรามีงบประมาณเพียงพอ แต่เนื่องจากงบกลางสำหรับเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติเหลือน้อยเต็มที เพราะถูกนำไปใช้แจกกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้าวิกฤติโควิดเกือบหมดแล้ว

โอนงบลงทุน–บิ๊กโปรเจกต์–กู้ฉุกเฉิน

“ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า พรรคก้าวไกลเสนอให้ออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2563 ย้ายงบประมาณการลงทุน งบประมาณเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงต่างๆมาใช้ รวมถึงเสนอ ให้ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉินเพื่อรับมือและแก้ไขวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้แม้ว่าปัจจุบันจะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว แต่การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่ารัฐบาลจะคุมการแพร่ระบาดของโรค และช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ เพราะประเด็นปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องอำนาจตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารงานของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงและไม่มีการวางแผนรับมือที่ดีพอ จึงหวังว่ามาตรการที่เราเสนอจะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน และหวังว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

แซะกองทัพตัดงบฯอาวุธ–เกณฑ์ทหาร

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ห้ามหรือขัดขวางการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ต้องการให้ใช้ตรงจุด แค่มี พ.ร.ก.แต่วิธีแก้ปัญหายังเป็นเหมือนเดิม หรือไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดพลาดและถอดบทเรียน อาจแก้ปัญหาไม่ได้เพราะปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการต้องเข้มงวดขึ้น และ พ.ร.ก.นี้ให้อำนาจกว้างขวางจนประชาชนอาจถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพเกินควร กฎหมายให้อำนาจอย่างมากโดยไม่รับผิดชอบ ถ้าวิธีการแก้ปัญหาผิดภายใต้อำนาจที่มากจะส่งผลเสียมากกว่า อยากให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมการเคลื่อนย้ายคนเท่านั้น วิงวอนว่าอย่าใช้ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน อย่าใช้ในการทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เขาควรรู้ได้ และเราไม่ได้ขัดขวางการใช้ พ.ร.ก.เลย ส่วนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือถึงนายกฯและให้ตรวจสอบสนามมวยลุมพินีไม่ร่วมมืองดจัดการแข่งขันจนไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอาจไม่มีประโยชน์ แต่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ จะลืมที่มาการแพร่ระบาดหลักมาจากสนามมวยลุมพินี รามอินทรา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แทนจะไปฉีดน้ำยาล้างเมือง ถ้าอยากรับผิดชอบกรณีนี้อยากให้โอนงบฯจัดซื้อยุทโธปกรณ์หรืองบฯเกณฑ์ทหารมาช่วยดีกว่า ใช้ค่ายทหารเป็นโรงพยาบาลสนามน่าจะมีความพร้อมที่สุด

“กรณ์” แนะหัก 10% ทุกกระทรวงโปะ

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “กล้าตอบ” ว่า มีข้อสังเกตเพิ่มเติมฝากไปยังกระทรวงการคลัง ดังนี้ 1.ไม่ควรใช้กองทุนประกันสังคมมารับภาระ จะกระทบสถานะกองทุนในระยะยาว รัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือโดยตรงและผู้เดือดร้อนควรได้ 50% ของเงินเดือนเท่ากันสูงสุด 7,500 บาทเป็นอย่างน้อย 2.ถึงแม้ลูกจ้างปกติมาตรา 33 จะได้เงินชดเชยมากกว่า แต่ขั้นตอนเบิกจากประกันสังคมยุ่งยากล่าช้า กว่าจะได้เงินอาจเป็นเดือนช้าไป ควรใช้โครงการเดียวกันของกระทรวงการคลัง ยิงตรงไปยังทุกคน 3.หากลูกจ้างมาตรา 33 ต้องการกู้เงิน ยังต้องไปยื่นเอกสารที่ธนาคารอีกรอบหนึ่งเสียเวลาและย้อนแย้งนโยบายอยู่กับบ้าน 4.วงเงินทั้งหมดที่ใช้กับทุกมาตรการรวมกันยังน้อยมากและเงินชดเชย 5,000 บาทอาจไม่ทั่วถึง ลำพังผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 มีเกือบ 5 ล้านคนแล้ว ยังมีผู้ต้องการใช้สิทธิที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนอีกหลายล้านคน แต่รัฐบาลตั้งงบฯเพียง 45,000 ล้านบาทเพียงพอต่อ 3 ล้านคน 5.รัฐบาลควรดูแลประชาชนคนละ 10,000 บาทโดยตรงทุกคน และควรโอนงบฯจากทุกกระทรวง โดยลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น 10% มาตรการทั้งหมดนี้ตรงจุด ทันเวลา แต่ยังไม่พอ

ตีปาก “ครูหยุย” ปูดเลื่อนสมัยประชุม

นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯแถลงว่า กรณีนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังเป็นเช่นนี้เป็นไปได้สูงต้องเลื่อนการเปิดสมัยประชุมสภากลางเดือน พ.ค. ออกไปก่อนว่า เข้าใจเจตนาดีแต่เกรงจะกลายเป็นประเด็นที่สภาฯถูกตำหนิรัฐธรรมนูญมาตรา 121 วรรค 2 ระบุว่าปีหนึ่งต้องมีสมัยประชุม 2 ครั้ง ครั้งละ 120 วัน ไม่มีบทบัญญัติใดให้เลื่อนเปิดสมัยประชุมได้ วันที่ 22 พ.ค. จะเป็นวันเริ่มเปิดสมัยประชุมตามเดิมต่อไป แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมเรียบร้อยแล้วประธานสภาฯสามารถสั่งงดประชุมได้ หากเห็นว่ามีเหตุอันสมควร เช่น หากการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ยังรุนแรง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้ให้นโยบายไปศึกษาวิธีการประชุมคร่าวๆ มีวิธีการ อาทิ 1.ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 2.มาประชุมในห้องประชุมสุริยันที่จุ 1,100 ที่นั่ง เว้นระยะห่างพอสมควร 3.แบ่งกลุ่มให้ ส.ส.แต่ละพรรคนั่งประชุมกระจายไปตามห้อง กมธ.ในอาคารสุริยัน ใช้วิธีสื่อสารกันตามช่องทาง อาทิ กล้องวงจรปิด เป็นต้น แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนการขยายเวลา การทำงานของ กมธ.วิสามัญเข้าข่ายขยายเวลา 13 คณะ

ชี้ “บัลลังก์” ยังคงเป็น ส.ส.อยู่

นพ.สุกิจกล่าวถึงกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 สั่งจำคุก นายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.พรรคเพื่อไทย 3 ปี ในคดีแต่งตั้ง โยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดัง จ.ขอนแก่น โดยมิชอบ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ว่าตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 บอกว่า สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แต่กรณีนายบัลลังก์คดียังไม่ถึงที่สุด จึงยังคงมีสมาชิกภาพ ส.ส.อยู่ ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

“ไพบูลย์” โล่งศาล รธน.จำหน่ายคดี

วันเดียวกัน เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่คำสั่งในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่อง พร้อมความเห็นขอให้วินิจฉัยตามคำร้องนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ขอให้พิจารณาว่าการที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายไพบูลย์กับพวกรวม 14 คนชุมนุมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเมื่อปี 57 ต่อศาลอาญาในความผิดฐานเป็นกบฏ เป็นการกระทำละเมิดสิทธิเสรีภาพขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเคยมีความเห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญจึงมีผลผูกพันคู่กรณีและผู้เข้าร่วมชุมนุม จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาพรก.ฉุกเฉินประวิตร วงษ์สุวรรณธนกร วังบุญคงชนะโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed