กมธ.พาณิชย์ จี้ รัฐยกแอลกอฮอล์เป็นสินค้าควบคุมราคา แก้ขายเกินราคา แนะ หามาตรการควบคุมไม่ให้คนเคลื่อนย้ายโดยมีมาตรการเยียวยารองรับคนมีรายได้น้อย
วันที่ 24 มี.ค.63 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาปัตย์ ในฐานะเลขานุการ และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงการที่แอลกอฮอล์ขาดตลาดว่า รัฐบาลควรออกมาตรการให้แอลกอฮอล์เป็นสินค้าควบคุมโดยรัฐบาล เพียงเเต่เข้าไปควบคุมราคาและตรวจสอบไม่ให้เกิดการกักตุนของผู้ค้า โดยปล่อยให้เอกชนกระจายสินค้ากันเอง รัฐอย่าไปกระจายสินค้าเหมือนหน้ากากอนามัยเดี๋ยวจะซ้ำรอยเคสหน้ากากอนามัย
“ในกรณีแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนั้น เเค่ไปควบคุมราคาอย่าให้ขายเกินราคาที่กำหนด และอย่าให้เกิดการกักตุน รัฐควรเข้าไปตรวจสอบเเละควบคุมในระบบการค้าในจุดที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะตอนนี้ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากว่าแอลกอฮอล์ขาดแคลนอย่างหนัก ถึงเเม้กรมสรรพสามิตและกระทรวงพลังงานจะมีมาตรการผ่อนปรนให้นำเอทานอลเพื่อใช้ในพลังงานออกมาทำเป็นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อแล้วก็ตาม แต่ยังส่งผลกระทบถึงพี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเป็นอย่างมาก” นายอัครเดชกล่าว
โฆษก กมธ.พาณิชย์ ยังกล่าวถึงผลกระทบจากการปิดจุดเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส โควิด-19 ในกทม.ว่า แม้จะเห็นด้วยกับมาตรการในการปิดกทม. แต่ตนคิดว่ารัฐบาลยังหยุดการเคลื่อนที่ของประชาชนไม่ได้ จากตัวเลขผู้ติดเชื้อในกทม.ที่ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ นั้น การกลับภูมิลำเนาของประชาชนในขณะนี้กำลังทำให้เชื้อไวรัสโควิด-19 กระจายไปยังพื้นที่ตามต่างจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลในต่างตังหวัด ไม่สามารถรองรับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ได้เทียบเท่ากับในกทม. สิ่งสำคัญวันนี้รัฐบาลต้องมีมาตรการเพื่อจำกัดคนให้อยู่แต่ในกทม. แต่สิ่งที่ปรากฏนั้น นอกจากขอความร่วมมือจากประชาชนแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้มีมาตรการใดๆ ทั้งการปิดขนส่ง หรือมาตรการเยียวยาเพื่อรองรับให้ประชาชนอยู่ในกทม.เลย
...
“ต้องเห็นใจประชาชน เพราะชีวิตในช่วงปิดงาน และอยู่ในกทม.มันมีต้นทุนสูง เขามีรายจ่าย ก่อนที่จะมีมาตรการปิดเมือง รัฐบาลไม่ได้มีมาตรการอะไรมารองรับเลยว่าอยู่กับที่แล้ว รัฐบาลจะดูแลอะไรให้ได้บ้าง ผมให้กำลังใจรัฐบาล วันนี้จะทำอะไร ต้องรีบทำแล้ว จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงผลกระทบอีกด้านกับประชาชนในทุกส่วนด้วย เพื่อหามาตรการมารองรับ ไม่เช่นนั้น จะเป็นมาตรการการแก้ปัญหาที่ซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีกแบบที่กำลังเป็นอยู่” โฆษก กมธ.พาณิชย์กล่าว