กลุ่มไลน์ “สาขาพรรคปชป.” ปรอทแตก “มัลลิกา” ฉะ “เทพไท” ลูกหาบ งัดคดีเลือกตั้ง ท้องถิ่น-อาญา อ้าง ไม่แสดงสปิริตลาออก มาเรียกร้องคนอื่น เจอสวน ไม่ใช่เรื่องทุจริตต่อหน้าที่

วันที่ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า หลังจากมีข่าวว่า นายเทพไท เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ใช้มาตรฐานพรรคพร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลาออกจากตำแหน่งโดยไม่ต้องรอผลสอบ ปรากฏว่า มีความเคลื่อนไหวในไลน์กลุ่มห้อง “สาขาพรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศ รวม 212 คน แบ่งเป็นสองกลุ่ม มีทั้งฝ่ายสนับสนุนนายเทพไท และฝ่ายเชียร์นางมัลลิกา จนเกิดวิวาทะถกเถียงกันโดย สมาชิกที่ใช้ชื่อนามว่า “รองแดง” ซึ่งเป็นตัวแทนสาขาหนึ่งใน จ.ลำพูน เป็นตัวแทนกลุ่มที่สนับสนุนนางมัลลิกา ระบุว่า กรณีกักตุนหน้ากากอนามัย มัลลิกายังไม่มีใครฟ้อง เป็นคดี จะให้ลาออกได้อย่างไร แต่คดีที่นายเทพไท ปรากฏเป็นจำเลย ในคดีทุจริตการเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนายเทพไทและน้องชาย เป็นจำเลยคดี นายเทพไท ยังไม่แสดงสปิริตใดๆ เลย

...

โดยนายเทพไท ได้ตอบโต้ไปว่า คดีของตนเป็นคดีอาญา ไม่ใช่คดีที่ถูก ป.ป.ช.ฟ้องว่าทุจริตต่อหน้าที่ จะให้ตนแสดงสปิริตในเรื่องอะไร ถ้าตนทุจริตต่อหน้าที่ ก็จะแสดงสปิริตให้ดูทันที ตนมี 25 คดี สู้ชนะคดีจนเกือบหมด 23 คดี เป็นคดีตอนเป็นโฆษกตอบโต้ทางการเมืองให้พรรคทั้งนั้น

จากนั้น นางมัลลิกา ได้โพสต์ถามมาว่า “ข้อ 1 ในที่สุดก็สิ้นสงสัย ว่าทำไมอัจฉริยะจึงมีพิรุธ ณ เวลานี้ก็เข้าใจได้ ข้อ 2 ให้คุณเทพไทย้อนกลับไปถามคุณอัจฉริยะว่า ได้กล่าวโทษใครหรือยัง ข้อ 3 ย้อนกลับไปที่สำนักงานตำรวจ ที่คุณอัจฉริยะไปยื่นเรื่องว่า ได้มีการกล่าวหาใครขึ้นแล้วหรือไม่ เกิดการทุจริตขึ้นแล้วหรือไม่ ข้อ 4 การทุจริตยังไม่ได้เกิดขึ้น และผู้ใดเกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้มีการกล่าวหา อะไรทำให้คุณเทพไท จึงต้องกระทำการเร็วและเกินกว่าเหตุ

ข้อ 5 กรณีที่คุณมัลลิกาออกไปชี้แจงนั้นเพราะความผิดต่อส่วนตัว ที่มีการระบุตำแหน่งและคาแรกเตอร์ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความผิดส่วนตัวด้านหมิ่นประมาท คนละเรื่องการตรวจสอบเรื่องหน้ากาก. ข้อ 6 เป็นการกล่าวหาที่ไม่อยู่บนข้อเท็จจริง และไม่เพียงก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนตัว แต่มีผลกระทบกับสังคม สร้างความทุกข์ให้กับประชาชนท่ามกลางความวิตกและหวาดหวั่นในภาวะวิกฤติ คุณเทพไทกำลังเล่นการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์”

ขณะที่นายเทพไทได้ตอบโต้ ทั้ง “รองแดง” และนางมัลลิกาไป 10 ข้อ ว่า

“ผมขอตอบข้อสงสัยดังนี้ครับ

1.พรรคมีหลักการเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตที่ชัดเจน รัฐมนตรี, ผู้ว่าฯ กทม.ถูกกล่าวหาได้แสดงสปิริตลาออกทันที กรณีนี้แค่ที่ปรึกษาก็ต้องปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน 2.ผมไม่ต้องการเปลี่ยนหัวหน้าหรือเปลี่ยนขั้ว เพราะผมเลือกนายจุรินทร์ เป็นหัวหน้า เป็นแล้วต้องให้ครบเทอม 3.ไม่มีการเลื่อยขารัฐมนตรี เพราะผมไม่เคยคิดจะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ 4.ถ้าพรรคไม่ยึดอุดมการณ์ ยึดความซื่อสัตย์ พรรคเราก็ไม่ต่างกับพรรคอื่น จุดแข็งจุดขายของพรรคจะหายไป 5.เรื่องกักตุนหน้ากากเป็นข่าวมากลายวันแล้ว ผมเห็นว่า กก.บห.ไม่ขยับ ผมจึงยื่นหนังสือไป
6.ผมไม่มีอะไรเป็นการส่วนตัวกับคุณมัลลิกา เขาลาออกไปผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปเป็นแทน 7.ขอให้ยึดพรรค ยึดอุดมการณ์ มากกว่าตัวบุคคล
8.อย่าคิดแต่จะเป็นรัฐบาล จนลืมศักดิ์ศรีของพรรคที่มีมา 74 ปี
9.กลับอ่านอุดมการณ์พรรค 10 ข้อ ที่มีมาตั้งแต่ 6 เมษายน 2489 และ 10.คำว่าอุดมการณ์ทันสมัย ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจอุดมการณ์เดิมของพรรค”

จากนั้น นายณัฐวุฒิ ภารภพ อดีตเลขานุการนายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต รมว.ศึกษา ได้โพสต์สนับสนุน นายเทพไท ว่า “ผมชื่นชมคุณที่กล้าเอาเรื่องอุดมการณ์พรรคมายืนหยัด และเป็นจุดขาย. เราเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งแล้วได้เป็นรัฐบาล หลังจากนั้นทุกครั้ง ได้ ส.ส. มากทุกครั้ง เที่ยวนี้เราห่างการเป็นฝ่ายค้าน เราจึงได้ ส.ส. เท่านี้ แล้วถ้าเราไม่มีจุดขายที่มาตรฐาน คือ ความซื่อสัตย์ สุจริต เราจะชนะเพื่อนอย่างไร พรรคเราก็ไม่ต่างจากพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคภูมิใจไทย ผมให้กำลังใจคุณ และต้องชื่นชมที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการแถลงข่าวสู้
ส่วนจะแสดงสปิริตมากกว่านี้เหมื่อน รัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย หรือไม่ ผมคิดว่าอยู่ในดุลยพินิจของท่านที่ปรึกษา
ยังไงไปก็เชียร์พวกเราทุกคนให้รักษามาตรฐานเรื่องนี้

ทั้งนี้ ยังพบว่า นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยังได้โพสต์ข้อความ และแบนเนอร์ โจมตีนายเทพไท ในไลน์กลุ่มห้อง “ส.ส.และอดีตส.ส.ปชป.” จนถูกอดีตส.ส.พรรคหลายคนสอบถามที่มาที่ไป นายแทนคุณ ก็ยอมรับว่า นางมัลลิกาได้ส่งมาให้เพื่อให้ตนส่งต่อไปในห้องไลน์อื่นๆ ของพรรคอีกด้วย