จิรายุ ห่วงทรัพย์ กมธ.กิจการศาลฯ เตือน ระวังประสงค์ดี แต่ระวังจะมีผลร้าย หลังสั่ง ไฟฟ้าให้ปชช.แห่ไปรับเงินค่ามัดจำมิเตอร์ช่วงโควิด-19 ระบาดสวนทางจะให้คนเก็บตัว แนะให้หักค่าไฟเดือนถัดไป แค่นี้ทำไมคิดไม่ออก
วันที่ 18 มี.ค. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐวิสาหกิจทั้งสองหน่วยงานนี้ โดยกล่าวว่า ตนงงกับตรรกะของรัฐบาลที่พยายามจะให้คนออกไปในที่สาธารณะให้น้อยที่สุด แต่กลับสั่งการให้ การไฟฟ้านครหลวงและภูมิภาค คืนเงินค่ามัดจำมิเตอร์ไฟฟ้าหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเร่งด่วน เรื่อง “การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า” ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (SME) โดยกำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนทำเอกสาร และมายื่นที่สำนักงานการไฟฟ้า ซึ่งมีหลายล้านราย ในวันที่ 25 มีนาคม นี้
"เรื่องนี้ตนคิดไม่ถึงว่ารัฐบาลจะกล้าออกนโยบายเช่นนี้ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติก็เป็นเรื่องดี ที่จะคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ให้กับประชาชน เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ" นายจิรายุ กล่าว...
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดได้อย่างไร พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ประชาชนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่ลูกทีมกลับออกนโยบายแบบนี้ โดยเฉพาะที่กำหนดขั้นตอนให้ประชาชนไปลงทะเบียน เพื่อขอรับเงินคืนตามมาตรการช่วยเหลือผลกระทบจาก Covid-19 ได้ตั้งแต่ วันที่ 25 มี.ค. เป็นต้นไป โดยผู้ยื่นเรื่องสามารถเดินทางไปลงทะเบียนที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำหรับผู้ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถไปลงทะเบียนที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)นั้น ถือเป็นความคิดที่ไม่เอาไหนในภาวะเช่นนี้อย่างยิ่ง
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีมหาดไทยที่กำกับดูแล ทำไมไม่สั่งการให้การไฟฟ้าหักค่าไฟฟ้ารายเดือนในเดือนต่อๆ ไปเลย จ่ายกันไปจ่ายกันมาเพื่ออะไร ไปให้ประชาชนเดินทางไปยื่นเอกสารรวมๆ แล้วบ้านละ 5-6 แผ่นก็ 5-60 ล้านแผ่น แทนที่จะช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษ ลด pm 2.5 ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเดินทางและไปพบปะผู้คน ที่สำนักงานการไฟฟ้าทั้งประเทศอีกจำนวนไม่รู้กี่ล้านคน ให้เกิดความเสี่ยง โควิด-19 มากยิ่งขึ้นไปอีก
...
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ผู้กำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่ง ควรไปศึกษาดูงานกับ นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่เคยดำเนินการให้กับลูกค้าที่เคยมัดจำใช้ Easy pass และ กทพ.ใช้วิธีการคืนเงินด้วยการหักจากการใช้ครั้งต่อไป ไม่เห็นต้องให้ประชาชนไปขอรับเงินคืนที่สำนักงานแต่อย่างใด และหากการแพร่ระบาดเข้าสู่ภาวะปกติ ตนจะเรียกกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าการทั้งสองหน่วยมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ถึงการออกนโยบาย รวมทั้งสาเหตุผลกระทบและการป้องกันที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตในภาวะประเทศมาเสี่ยงในขณะนี้ ซึ่งวันนี้ตนเรียกร้องให้ยุตินโยบายดังกล่าวนี้ โดยการหันมาใช้วิธีหักจากค่าใช้ไฟในเดือนต่อๆ ไปทันที