ข่าว
100 year

ปรับคณะรัฐมนตรีเกมยาว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มี.ค. 2563 05:31 น.
SHARE

วิษณุไม่ไปไหน ศาลรธน.เลือก วรวิทย์ปธ.ใหม่

“บิ๊กตู่” ยืดเวลาให้หายใจช่วยกันสู้ศึกพิชิตโควิด-19 ก่อนปรับ ครม. “วิษณุ” ปัดเซ็นใบลาออกวางมือการเมือง บอกกระแสเก่าเชยเฉยๆ กมธ.ศึกษาแก้ไขรธน. เสนอที่มานายกฯต้องเป็น ส.ส. ชงเก้อตั้งทีมงานรับฟัง นศ.หวังลดอุณหภูมิแฟลชม็อบ ฝ่ายค้านแย้งทำงานอีกไม่นานก็ยุบ กมธ.ไร้ผล “สมชัย” คึกใส่หน้ากากอนามัย “เบื่อลุง” ร่วมวงประชุม “เทพไท” แนะทางออกให้ “ชวน” ตั้ง กก.ผู้ทรงคุณวุฒิยำ รธน.ปี 40 กับ 50 รวมเป็นต้นฉบับแก้ รธน. “เทือก” ทั้งเตือนทั้งขู่ให้ นศ.ชุมนุมในสถาบันปลอดภัยที่สุด แฟลชม็อบโคราชโดนกดดันต้องยกเลิก ด้านฝ่ายค้านจูบปากกัน “สมพงษ์” ลั่นไม่ทิ้งกัน ค่ายสีส้มขอโทษในวงข้าวแล้ว นัด 12 มี.ค. เดินหน้าลุยซักฟอกนอกสภาฯ “เจ๊ต้อย” โบกมือลาเพื่อไทย “แรมโบ้” โผเข้าจีบทันควัน ขณะที่ “วรวิทย์” นั่งบัลลังก์ประธานศาล รธน.คนใหม่

กระแสปรับ ครม.ที่หลายฝ่ายต่างจับตาว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่เมื่อไหร่อย่างไร ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้ว โดยจะปรับ ครม.หลังจากแก้ปัญหาโควิด-19 ให้เป็นที่เรียบร้อยไปก่อน

“วิษณุ” ปัดเซ็นใบลาทิ้งวงการเมือง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวได้เซ็นชื่อและยื่นใบลาออกจาก ครม.ไว้แล้วว่า เรื่องนี้ของเก่าและเชยไปแล้ว ตนไม่เคยเซ็นและไม่ทราบเรื่อง เมื่อถามว่า กระแสข่าวระบุว่านายวิษณุต้องการวางมือทางการเมืองไปพักผ่อนเป็นการปล่อยข่าวเพื่อต้องการเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกฯแทนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่เป็นไร รู้สึกเฉยๆ

“บิ๊กตู่” ขอสยบโควิด-19 ก่อนปรับ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาระบุว่า “เมื่อถึงเวลาจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง” ทำให้เกิดกระแสการปรับ ครม.สะพัดขึ้นหนาหูว่า รัฐมนตรีบางคนยื่นใบลาออกไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจนผู้ที่ตกเป็นข่าวต่างออกมาให้การปฏิเสธกระแสจึงเบาบางลงไป ล่าสุดแกนนำในรัฐบาลจากพลังประชารัฐระบุว่า “นายกฯจะยังไม่ตัดสินใจปรับ ครม.ในเร็ววันนี้เพราะต้องการใช้เวลาทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาการติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพิ่งประกาศใช้ การตัดสินใจของนายกฯ จะดูจากเนื้องานมากกว่าเรื่องโควตาส.ส.โดยยืนยันไม่ไปแตะสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเพราะไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อม

จัดอีเวนต์ “มีปัญหาปรึกษานายกฯ”

เมื่อเวลา 14.00 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำตัวแทน 3 กลุ่ม ได้แก่ ตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนประชาชน และตัวแทนผู้ประกอบการอิสระ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตามแคมเปญซีรีส์ “มีปัญหา ปรึกษานายกฯ” ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อนำเสียงสะท้อนที่ได้รับไปออกเป็นมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เข้าร่วมพูดคุย โดยนายพีระพันธุ์กล่าวก่อนพูดคุยว่า วันนี้มีตัวแทนภาคประชาชนเกือบ 30 คน เข้าพูดคุยกับนายกฯถึงความทุกข์ร้อน โดยเฉพาะความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจ การทำมาหากิน การประกอบอาชีพ และสิ่งที่อยากได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

เกษตรกรเน้นหนี้สิน-ราคาพืชผล

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินจากห้องทำงานชั้น 2 ลงมาทักทาย ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ห้องโถงตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนพูดคุยทีละกลุ่ม ขณะที่ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ทำนา ทำไร่ และสวนผลไม้ จากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.จันทบุรี นครราชสีมา และสิงห์บุรี เรียกร้องเร่งแก้ปัญหาแหล่งน้ำ ภัยแล้ง ราคาพืชผล ปัญหาหนี้ ช่วยเหลือต้นทุนการผลิต นายชูศักดิ์ เพ็ชร์พูน อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ จาก จ.สิงห์บุรี เปิดเผยว่า ดีใจที่ได้สะท้อนปัญหาตรงกับนายกฯทำให้เห็นถึงความจริงใจ ได้ให้กำลังใจนายกฯให้ทำงานต่อไป เข้าใจว่าเรากำลังมีปัญหาไวรัสโควิด-19

รีบนำปัญหาเข้าถก ครม.เศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การได้พบกับตัวแทนกลุ่มต่างๆทำให้มองเห็นสายตาความมุ่งมั่นที่อยากแก้ปัญหาตัวเองและส่วนรวม ข้อมูลพูดคุยครั้งนี้ช่วยให้รัฐบาลเข้าใจปัญหาลงลึกในรายละเอียดแต่ละกลุ่ม รัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการเยียวยา ช่วยเหลือทุกกลุ่มออกมาเพิ่มเติม อย่างการท่องเที่ยวเข้าใจผู้ประกอบการดี ได้สั่งหากประชุมสัมมนาขอให้จัดในประเทศ และพยายามหามาตรการการเงิน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งกำลังพิจารณาช่วยลดค่า ครองชีพต่างๆรวบรวมปัญหานำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันที่ 6 มี.ค.ทันที

กมธ.แก้ รธน.ชงทีมงานรับฟัง นศ.

อีกด้านหนึ่งที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกกรณีการชุมนุมของนักศึกษามาหารือ เห็นว่าควรให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้อง จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองประธาน กมธ. เสนอให้ที่ประชุมตั้งคณะอนุ กมธ.อีกคณะหนึ่งทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นเป็นการเฉพาะและให้นักศึกษาเข้ามาเป็นอนุ กมธ. แต่ กมธ.ในสัดส่วนฝ่ายค้านหลายคนไม่เห็นด้วยเนื่องจากเกรงว่า เวลาการทำงานของ กมธ.ใกล้สิ้นสุดลงในช่วงกลางเดือน เม.ย. ทั้งยังเป็นช่วงกำลังสอบปลายภาค อาจทำให้นักศึกษาไม่สามารถมาร่วมได้เต็มที่ ดังนั้น ที่ประชุมจึงไม่มีข้อสรุป

เสนอที่มานายกฯ ต้องเป็น ส.ส.

ขณะเดียวกัน คณะอนุ กมธ.ศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ได้รายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบ โดยนายนิกร จำนง กมธ.ในฐานะเลขานุการอนุ กมธ. ศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย กล่าวว่า อนุ กมธ.ได้พิจารณาเนื้อหาประเด็นเกี่ยวกับที่มาของนายก-รัฐมนตรี ที่อนุ กมธ.ส่วนใหญ่เห็นด้วยให้กลับเป็นไปแบบเดิมคือให้นายกฯมาจากการเลือกตั้งและต้องเป็น ส.ส.เพราะระบบปัจจุบันเป็นบทเฉพาะกาลซ่อนตัว ควรกลับไปใช้แบบเดิม อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายประเด็นยังไม่มีข้อยุติ อาทิ เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะให้รัฐมนตรีเป็น ส.ส.ได้ในเวลาเดียวกันหรือไม่ กรณีครม. ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจะให้หมายถึง การกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรหรือไม่ กรณีการถวายสัตย์ฯ ของรัฐมนตรีหากกล่าวไม่ครบถ้วนจะเกิดผลอย่างไร

“สมชัย” ใส่แมสก์ “เบื่อลุง” นั่งประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.ได้ใส่หน้ากากอนามัยสีดำที่มีการเขียนข้อความว่า “เบื่อลุง” ไว้บนหน้ากากเข้าไปนั่งร่วมประชุม เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนโดยนายสมชัยใส่หน้ากากดังกล่าวเข้าไปร่วมประชุมเพียงชั่วครู่ก่อนจะถอดหน้ากากออก ซึ่งที่ประชุมก็ไม่มีใครติดใจท้วงติงใดๆ

“คึก” แนะตั้ง กก.ยำรวม รธน.ปี 40-50

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่คณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์และรับฟังความเห็นของประชาชนจะประสานงานตัวแทนนักศึกษาเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นแก้ปัญหาแฟลชม็อบนั้น ผลในทางปฏิบัติจะเป็นจริงหรือไม่เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังเป็นห่วงเพราะการทำงานของ กมธ.ชุดนี้มีความล่าช้า มีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดเหมือนซื้อเวลา ไม่หวังผลในความสำเร็จ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจริงและสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว ขอเสนอให้ประธานรัฐสภา แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมาชุดหนึ่งนำรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 มาศึกษาปรับปรุงเป็นฉบับใหม่ ก่อนทำประชามติก่อนเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้นถึงจะเป็นการตอบโจทย์ทางการเมืองของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

“เทือก” เตือนให้ชุมนุมในสถาบัน

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตเลขาธิการกปปส. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดแฟลชม็อบของกลุ่มนักศึกษาว่า ไม่ว่าจะกลุ่มไหนเป็นสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ชุมนุมต่อสู้มาแล้วถูกดำเนินคดียาวนานเป็นเวลานับปี ใครก็ตามที่เป็นผู้นำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำการใดที่เป็นการทำผิดกฎหมาย แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ เดี๋ยวนี้มีการบันทึกไว้เป็นคลิปวันข้างหน้าจะกลายเป็นปัญหาถูกดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาลทุกวันไม่ได้ ไปทำมาหากินที่ไหน เหนื่อย พ่อแม่ผู้ปกครองควรติดตามรับฟังว่าเขาคิดอะไรเห็นอย่างไร ใครไปปลุกปั่นใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือกำลังทำบาปอย่างมหันต์ ส่วนจะนำไปสู่การชุมนุมใหญ่หรือไม่นั้นคาดการณ์ไม่ได้ ตนอายุ 70 กว่าปี คิดต่างกันเยอะ แต่คิดว่าชุมนุมในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนปลอดภัยที่สุด เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องคุ้มครองเป็นพิเศษ ระวังคนที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองใจคออำมหิตต้องระวัง เรามีหน้าที่ปกป้องดูแลลูกหลานให้ดีที่สุด

นายกฯส่ง “สุวิทย์” คุยนิสิต–นศ.

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้กล่าวกับประชาชน 3 กลุ่มที่มาพบพูดคุยที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในแคมเปญซีรีส์ “มีปัญหา ปรึกษานายกฯ” ว่า จะมอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปพูดคุยกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย รับฟังปัญหาจากนักศึกษาโดยตรง

กดดันโคราชเลิกแฟลชม็อบ

จากกรณีกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก “Korat No เผด็จการ” ประกาศเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนให้มารวมตัวที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมใหญ่ ม.ราชภัฏนครราชสีมา เพื่อจัดกิจกรรมแฟลชม็อบในช่วงเย็นวันที่ 5 มี.ค. เวลา 17.00-18.00 น. เพื่อแสดงพลังต่อต้านระบบเผด็จการ แต่เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่า ไม่มีการรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาหรือประชาชน เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมเพราะไม่ได้ขออนุญาต ขณะที่เพจ “Korat No เผด็จการ” โพสต์ชี้แจงว่า ต้องยกเลิกการจัดงานเพราะถูกกดดันจากฝ่ายผู้บริหารของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี ม.ราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า ไม่เคยมีคำสั่งห้ามไม่ให้จัดงานแฟลชม็อบ เพียงแต่ว่ากลุ่มที่จัดกิจกรรมดังกล่าวไม่เคยทำหนังสือขออนุญาตมาอย่างถูกต้องตามระเบียบ

“สมพงษ์” ลั่นฝ่ายค้านไม่ทิ้งกัน

สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการรับประทานอาหารร่วมกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการพูดคุยกันระหว่างแกนนำพรรคต่างๆโดยเฉพาะอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเขาพูดถึงการแถลงข่าวหลังอภิปรายไม่ไว้วาง ใจว่า เขาเข้าใจผิด ทำให้มีการแถลงข่าวเร็วไป แต่ตอนนี้ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว การทำงานหลังจากนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม เดินหน้าต่อสู้ร่วมกันในนามพรรคฝ่ายค้านเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลกันต่อไป และยืนยันว่าเราจะไม่ทิ้งกัน

ค่ายสีส้มขอโทษพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดกินข้าวดังกล่าว เป็นการเลี้ยงขอบคุณที่ทำงานร่วมกัน ทันทีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยไปถึงอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ได้กล่าวขอโทษทันที จากนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดได้หารือกัน โดยอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 3 คน เป็นห่วงว่าจะถูกกล่าวหาว่าเข้าไปครอบงำพรรค แต่ช่วงที่ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่มีสังกัดพรรค ก็สะดวกใจที่จะเข้ามาพูดคุยกัน สำหรับผู้นำคนใหม่ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจากการหารือกันยืนยันว่าหลังจากนี้ 6 พรรคร่วมจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน แต่มีอะไรต้องมาคุยกันก่อน อะไรที่เป็นเรื่องจุดยืนจะต้องออกมาร่วมกัน

นัด 12 มี.ค.ลุยซักฟอกนอกสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะทำงานฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้าน 6 พรรค จะจัดเวทีอภิปรายนอกสภาฯ วันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00-12.00 น. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ กทม. โดยหัวข้อที่จะหยิบยกนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนในเวทีครั้งนี้คือ Information Operation (IO) หรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐที่กระทำและส่งผลกระทบต่อประชาชน

“ลดาวัลลิ์” โบกมือลาเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลว่าตำแหน่งที่มีอยู่ไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนตามที่ควรจำเป็นขอลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ นางลดาวัลลิ์ ยังโพสต์เฟซบุ๊กว่าตัดสินใจลาออกเพราะเชื่อมั่นว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีโอกาสทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนตามแนวทางที่มีความถนัด ฝันมานานอยากมีพรรคการเมืองของตัวเอง อยากรวมคนที่มีอุดมการณ์ทำงานการเมืองเพื่อประชาชนจริงๆมาอยู่ด้วยกัน และให้ประชาชนมาร่วมขับเคลื่อนการเมืองร่วมกับพรรคอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้ยังไม่ขอสังกัดพรรคใด

“แรมโบ้” จีบร่วม พปชร.ทันควัน

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนางลดาวัลลิ์ลาออกจากพรรคเพื่อไทยว่า นางลดาวัลลิ์คงอึดอัดใจที่พรรคเพื่อไทยไม่ให้ทำงานหรือไม่ ช่วงหลังก็ไม่ได้เห็นนางลดาวัลลิ์มีบทบาทภายในพรรค ขณะนี้ได้ก็มีการพูดคุยกันและได้ชักชวนให้มาทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากนางลดาวัลลิ์สนใจก็พร้อมอ้าแขนรับเข้ามาทำงานร่วมงานกัน

เดินเครื่องสอบเสียบบัตรแทนกัน

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน (กมธ.) กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันที่ 18 มี.ค. เวลา 09.30 น. กมธ.จะเชิญนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาให้ข้อมูลกรณีร้องเรียนนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุงและนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในที่ประชุมสภาฯช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 จากนั้นอีกสัปดาห์ถัดไปจะเชิญนายฉลอง และนางนาทีมาชี้แจง สัปดาห์ถัดไป จะเชิญเจ้าหน้าที่สำนักการประชุม เจ้าหน้าที่ชวเลข และฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ของสภาฯมาให้ข้อมูล โดย กมธ.จะสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดส่งเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯดำเนินการ ส่วนการสอบข้อเท็จจริงเสียบบัตรแทนกันกรณีอื่นๆ เช่น น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ยังไม่มีการตั้งเรื่องสอบเพราะไม่มีหนังสือจากประธานสภาฯส่งมา

บี้ “ชวน” จี้ กกต.คำนวณ ส.ส.ใหม่

ที่รัฐสภา นายสาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี ในฐานะประธานกลุ่มสามัคคีสร้างชาติ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปรึกษากรณีการคำนวณ ส.ส.ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี 500 คน แต่ล่าสุด ส.ส.ในสภาฯมีเพียง 488 คน หลังอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 11 คน ถูกตัดสิทธิ และนายกรุง ศรีวิไล ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ โดยนายสาธุกล่าวว่า กกต.ยังไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบจำนวน 150 คน ในวันที่ 24 มี.ค.นี้จะครบ 1 ปี ตนได้ทำหนังสือถึง กกต.ให้เร่งคำนวณให้ครบโดยเร็วแล้วจึงมายื่นเรื่องให้นายชวนดูเรื่องดังกล่าวด้วยเพราะเชื่อว่าเมื่อ กกต.คำนวณใหม่ใน 11 พรรคเล็กจะได้รับการจัดสรรให้ได้เป็น ส.ส.เนื่องจากพรรคที่ได้ ส.ส.ตอนนี้มีคะแนนที่เกินเกณฑ์ประเมินแล้ว หากไม่มีความเคลื่อนไหวกลุ่มสามัคคีสร้างชาติจะนัดรวมตัวเพื่อเรียกร้องอีกครั้ง

“วรวิทย์” ประธานศาล รธน.คนใหม่

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนปัจจุบันที่จะหมดวาระลงพร้อมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 4 คน การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายปัญญา อุดชาชน และว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาคือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายนภดล เทพพิทักษ์ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 206 ที่ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลือกกันเอง คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบเพื่อนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯทรงแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในที่ประชุมมีผู้ถูกเสนอชื่อ 4 คน คือนายวรวิทย์ นายนครินทร์ นายทวีเกียรติ และนายอุดม สุดท้ายที่ประชุมมีมติด้วยเสียงข้างมากเลือกนายวรวิทย์เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

สำหรับนายวรวิทย์ เกิด 1 มีนาคม 2495 อายุ 68 ปี จบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (กฎหมายมหาชน) เคย เป็นตุลาการศาลปกครองกลาง รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก และตุลาการศาลปกครองสูงสุด ก่อนได้รับเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเดือน ก.ย.2557

นักลงทุนญี่ปุ่นห่วงค่าบาทแข็ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอัตสึซิ ทาเคทานิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยหรือเจโทร (Japan External Trade Organization : JETRO Bangkok) เข้าเยี่ยมคารวะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จากนั้นนายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า เจโทรมารายงานสรุปผลวิจัยและสำรวจความเห็นนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยรอบ 6 เดือนหลังปี 62 ให้รัฐบาลทราบ น่าสนใจว่าญี่ปุ่นรู้สึกไม่ค่อยจะดีนักเรื่องการลงทุน สาเหตุจากเงินบาทแข็ง สงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน และไวรัสโควิด-19 สิ่งที่ยังคงบ่นอยู่คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง ระบบศุลกากร และค่าเงินบาท ส่วนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ครึ่งหนึ่งญี่ปุ่นพอใจจะลงทุน อีกครึ่งยังไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลควรจะนำมาพิจารณา

“บิ๊กป้อม” กำชับแก้ปัญหาไอยูยู

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 โดย พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) โดยเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกฯเรื่องการออกหนังสือคนประจำเรือ เพื่อผ่อนผันและอำนวยความสะดวกการทำประมงทะเล และเห็นชอบร่างประกาศ มท. เรื่องการยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร (กัมพูชา ลาวและเมียนมา) แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฉบับแปลภาษาอังกฤษให้สหภาพยุโรปได้มีความเข้าใจการแก้ปัญหา IUU โดย พล.อ.ประวิตรกำชับคณะกรรมการฯเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อย่างจริงจัง โปร่งใส โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการผ่อนปรนการประกอบการทำประมงทะเลอย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปรับครม.ปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาวิษณุ เครืองามพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคข่าวหน้า1ข่าววันนี้

Most Viewed