ทัพบก เรือ อากาศ พร้อมจัดพื้นที่ทหารรับ “ผีน้อยเกาหลี” กักตัว 14 วัน หาเชื้อโควิด-19 ขณะคนที่กลับมาแล้ว ทางจังหวัดมีอำนาจเรียกตัวมากักได้ตามกฎหมาย

วันที่ 5 มี.ค. 2563 พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เปิดเผยถึงการจัดเตรียมสถานที่กักกันโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 สำหรับแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ หรือ “ผีน้อย” ว่า กองทัพอากาศได้เตรียมพื้นที่โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถรองรับแรงงานที่จะเดินทางมาได้ประมาณเท่าใด แต่จะชัดเจนในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) หลังกองทัพประชุมร่วมกระทรวงสาธารณสุข แต่เบื้องต้นรัฐบาลได้ประสานทุกเหล่าทัพให้เตรียมพื้นที่สนับสนุนรองรับแรงงาน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กองทัพได้เล็งจัดพื้นที่ควบคุมโรค ได้แก่ พื้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย จะใช้พื้นที่อาคารรับรอง หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี หรือบ้านพักรับรอง ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ กองทัพไทย ที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี กองทัพบก ใช้พื้นที่อาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กองทัพอากาศ ใช้โรงเรียนการบิน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ส่วนกองทัพเรือ ใช้อาคารรับรอง 3-8 อ่าวดงตาล ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการของกองทัพในการจัดพื้นที่ว่า ได้มีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะส่งมายังพื้นที่ควบคุมโรคของกองทัพที่จัดเตรียมไว้ 4-5 แห่ง ซึ่งแพทย์ทหารและกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างเข้าสำรวจพื้นที่และจัดแบ่งจำนวนแรงงานจากเกาหลีใต้ประมาณ 5,000 คน เฉพาะจากเมืองแทกู และคยองซัง เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน แต่หากไม่ผ่านการคัดกรอง อุณหภูมิร่างกายเกินกว่าที่กำหนดแสดงการติดเชื้อเบื้องต้นก็จะส่งเข้าไปยังสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้
              
พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในขั้นต้นทางกระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการตั้งแต่ต้นทางในการตรวจรายชื่อบุคคลที่จะเดินเข้ามาและเข้าสู่กระบวนการคัดกรองจนถึงประเทศไทย ผ่านสนามบิน จะมีการจัดรถไปรับที่ท่าอากาศยานและไปส่งที่พักรับรองของกองทัพที่มีการจัดเตรียมไว้ให้ เหมือนลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการจากการรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น หากมีใครแสดงการติดเชื้อก็จะส่งไปที่โรงพยาบาลทหารที่กำหนด ซึ่งอาคารรับรองเหล่านี้คงอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง
          
ในส่วนที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้และกลับภูมิลำเนาโดยไม่ได้มีการกักตัวเองในพื้นที่ควบคุม 14 วันนั้น ทางจังหวัดคงจะมีการเรียกแรงงานเหล่านั้นกลับมากักตัวตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยอาจใช้พื้นที่ โรงยิมฯ ในสนามกีฬา หรือพื้นที่ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ สำหรับที่มีการกังวลว่าบุคคลเหล่านั้นไปใช้ชีวิตตามปกติและอาจไปแพร่เชื่อให้บุคคลอื่นก่อนแสดงอาการนั้น ต้องรอผลการกักโรคเพื่อดูอาการว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งหลังจากนั้นก็ต้องตรวจสอบผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแพร่เชื้อว่ามีมากน้อยแค่ไหน ก็จะต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการณ์บุคคลที่อยู่ในข่ายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมสถานการณ์กรณีที่มีบุคคลในข่ายเฝ้าระวังโรคไวรัสโควิด-19 จำนวนมากขึ้นจนพื้นที่ที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอก็ต้องใช้พื้นที่ในมณฑลทหารบก หรือโรงนอนทหาร เป็นพื้นที่ควบคุมโรคตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสถานการณ์ของระยะที่ 2 สำหรับการเตรียมการหากสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 ก็จะมีการตั้งโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่ของมณฑลทหารบก เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขหากมีการร้องขอ.