ข่าว
100 year

กมธ.แก้ ก.ม.กสทช. ประชุมนัดแรก เลือก “พุทธิพงษ์” นั่งปธ.- “เศรษฐพงค์” รองฯ

ไทยรัฐออนไลน์4 มี.ค. 2563 13:15 น.
SHARE

กมธ.แก้กฎหมาย กสทช.ประชุมนัดแรก เลือก “พุทธิพงษ์” นั่งปธ. “เศรษฐพงค์” แนะ วางกรอบแก้ก.ม.ให้สอดคล้องสถานการณ์ “เจษฎา” ชี้ กฎหมายผิดตั้งชื่อ แนะ เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่

วันที่ 4 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. กสทช. เป็นนัดแรก

โดยภายหลังการประชุม พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ได้มีการเลือกและวางตัวกรรมาธิการฯ ในตำแหน่งต่างๆ เช่น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส เป็นประธานกรรมาธิการฯ ส่วนตนเองเป็นรองประธานฯ คนที่สี่ รวมทั้งได้มีการหารือถึงกรอบการทำงาน และให้กรรมาธิการฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นในการแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. ในเรื่องของคณะกรรมการสรรหา และเรื่องของคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. ซึ่งตนเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าวควรที่จะเปิดกว้างมากกว่าที่ร่างเสนอมา เนื่องจากงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสาร โทรคมนาคม เป็นงานที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความรู้ในอุตสาหกรรมนั้นจริงๆ เพราะจะสามารถขับเคลื่อนงานด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของโลกของเทคโนโลยี

ด้าน ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า ในที่ประชุมตนได้เสนอแนวทางในการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยเป้าหมายให้กฎหมายออกมาสมบูรณ์บังคับใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตนมองตั้งแต่ชื่อร่างกฎหมายที่บอกว่าเป็นองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แต่โดยหน้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่จัดสรรคลื่นความถี่หรือการประมูลคลื่นเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ ที่ต้องดูว่า คลื่นความถี่แต่ละช่วงเหมาะสมกับการที่จะทำกิจการอะไร ฯลฯ อีกมากมาย ดังนั้นหน้าที่ของกสทช. จึงมีลักษณะบริหารคลื่นความถี่มากกว่าจัดสรรคลื่นความถี่ แน่นอนว่า อาจจะยากหากจะมีการแก้ชื่อกฎหมาย เพราะใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นการตั้งและใช้ชื่อกฎหมายที่ผิดมาโดยตลอด ดังนั้นหากจะมีการผลักดันให้แก้ชื่อกฎหมายนี้ได้ ก็จะเป็นเรื่องดี แต่หากไม่ได้ตนก็จะพยายามผลักดันให้มีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับการทำหน้าที่ของ กสทช. ในเรื่องของการบริหารคลื่นความถี่จริงๆ

ดร.เจษฎา กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกรรมการสรรหาก็ยังคงมีปัญหาว่าไม่ได้กำหนดว่ากรรมการต้องมาจากด้านไหน ซึ่งตรงนี้หากกรรมการสรรหา ไม่ได้กำหนดให้กรรมการมาจากด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสื่อสาร ด้านโทรคมนาคม ซึ่งก็อาจจะมีผลกระทบต่อการทำงาน กสทช. ในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการกำหนดคุณสมบัติของของผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาให้เป็นกรรมการ กสทช. เช่น ที่บอกว่าต้องเคยรับราชการไม่ต่ำกว่าตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษา รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญรองหัวหน้าศาลทหารกลาง หรือรองอธิบดีอัยการ หรือมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองหัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป เป็นหรือเคยเป็นนายทหารหรือตำรวจยศพลตรีขึ้นไป หรือดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือเคยเป็นผู้บริหารตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองกรรมการผู้จัดการในบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติอย่างนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ด้านการทำงานในหน้าที่ของ กสทช. เลย เพราะจริงๆ แล้วคุณสมบัติที่มีความเหมาะคือ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร การโทรคมนาคม ตนคิดว่าการกำหนดคุณสมบัติต้องเปิดกว้างกว่านี้ เพื่อให้ได้บุคคลที่เข้ามาเป็นกรรมการเป็นผู้ที่มีคุณภาพจริงๆ

“ผมไม่เห็นด้วยในการกำหนดคุณสมบัติตามที่ร่างเสนอแก้ไขมาโดยยึดตำแหน่งสูงๆ เพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงแล้วเรื่องคุณสมบัติควรที่จะเปิดกว้างกว่านี้ ควรที่จะพิจารณาในเรื่องความรู้ ประสบการณ์ ไม่ควรมองข้ามคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ ความสามารถ ให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อช่วยให้การทำงานของ กสทช. มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเป็นธรรมกับบริษัทผู้ให้บริการ” ดร.เจษฎา กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณแก้กฎหมายกสทช.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์รมว.ดีอีเอสเจษฎา ศิวรักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมข่าวทั่วไป

Most Viewed