อนุชา-สุชาติ มาแรงติดโผ ครม.

ข่าว

    อนุชา-สุชาติ มาแรงติดโผ ครม.

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    3 มี.ค. 2563 05:25 น.

    สุริยะสลับสนธิรัตน์ ธนาธรแนะแนวร่วม ดูตำราต่อสู้เผด็จการ

    “วิษณุ” ปัดไขก๊อกทิ้งรองนายกฯ ยันยังอยู่ร่วมเรือแป๊ะ “สุวิทย์” ติงปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์แก้วิกฤติชาติ ไม่ใช่ปรับแค่เรื่องการเมือง “อนุทิน” สบายใจนายกฯไม่แตะโควตา ภท. “เฉลิมชัย” ยัน ปชป.ไม่ขยับ พปชร.จับตา “สุชาติ-อนุชา” ถึงคิวขึ้นชั้น รมต. “สนธิรัตน์” ส่อถูกโยกสลับ “สุริยะ” นายกฯงดจ้อการเมือง จะพูดแต่เรื่องสำคัญ เรียก ผบ.เหล่าทัพถกจัดโผทหาร 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านลุยซักฟอกภาคสองนอกสภาฯ “ทวี” ปฏิเสธเกมฮั้ว โบ้ยรัฐบาลชิงปิดปาก “ณัฏฐพล” ยกอดีต กปปส.เตือนโดนคดีไม่สนุก ขู่มีการข่าวระวังมือที่สาม “รมว.อุดมศึกษา” ติงผู้ใหญ่อย่าอวดรู้ดีต้องฟังเด็กบ้าง ส.ส.พรรคเล็กชงเปิดสภาฯวิสามัญสกัดม็อบลงถนน “ธนาธร” ย้ำยุบ อนค.ชนวนระเบิดแฟลชม็อบลุกลาม แนะอ่านตำราสู้เผด็จการโดยไม่ใช้ความรุนแรง

    จากกรณีมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้ภายในพรรคพลังประชารัฐและซีกรัฐบาลเริ่มมีกระแสข่าวนำร่องจับตาบุคคลในพรรคพลังประชารัฐที่มีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ขณะเดียวกันมีบางกระแสข่าวระบุจะมีรัฐมนตรีบางคนลาออกจากตำแหน่ง

    “วิษณุ” ปัดไม่จริงไขก๊อกรองนายกฯ

    วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่าไม่ทราบเรื่องและไม่เคยได้ยิน เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องถามนายกฯคนเดียว เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะยื่นหนังสือลาออก นายวิษณุย้อนถามว่า กระแสข่าวมาจากไหน ไม่จริง เมื่อถามย้ำว่า หากมีการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะยังอยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ สื่อถามจึงต้องตอบอย่างนั้น ถ้าถามจากจุดยืนของตนจะไปตอบอย่างอื่นได้อย่างไร ยืนยันว่าไม่ได้ท้อ ไม่มีอะไร ทำไปตามหน้าที่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ผู้อภิปรายก็ทำตามหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบและอธิบาย ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่รู้เป็นข่าวปลอมหรือไม่ แต่ไม่เคยได้ยิน เพิ่งได้ยินจากสื่อ

    “สุวิทย์” ติงปรับ ครม.อย่าแค่เพื่อการเมือง

    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้ยื่นใบลาออกตามที่มีข่าว ต่อมาช่วงบ่ายที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จ.ยะลา นายสุวิทย์ไปเป็นประธานการประชุม “บทบาทของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” มีนายกสภาและอธิการบดี 15 มหาวิทยาลัยร่วมประชุม ก่อนประชุมนายโชติช่วง พันธุเวช นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นตัวแทนนำดอกไม้มอบให้กำลังใจว่า ไม่อยากให้นายสุวิทย์ถูกปรับออกจาก ครม.ถ้ารัฐบาลเอาการเมืองแบบเดิมมานำการปฏิรูป อว. และมหาวิทยาลัยจะไม่สำเร็จ ไม่อยากให้การเมืองแบบเก่ามาทำลาย

    นายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การปรับ ครม.จะมีตนหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็น อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แต่การปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์วิกฤตินำพาประเทศเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านแข่งขันกับทั่วโลกได้ไม่ใช่ปรับ ครม.แค่เรื่องการเมือง

    “เฉลิมชัย” ยัน ปชป.ไม่มีขยับ

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เรื่องปรับ ครม.ต้องถามนายกฯ ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบ เป็นอำนาจของนายกฯ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดถึงการปรับ ครม. นายกฯยืนยันแล้วว่าไม่มี ไม่ทราบว่ากระแสข่าวออกมาจากไหน แต่รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าไม่มีแน่นอน ยังไม่มีการพูดคุย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราไม่วิตกข่าวปรับ ครม.มั่นใจว่า 7 รัฐมนตรีของพรรคมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ แม้บางพรรคจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้น แต่ไม่น่าจะมีผลกระทบสัดส่วนรัฐมนตรี เพราะเป็นไปตามหลักการตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาล

    “อนุทิน” สบายใจไม่แตะโควตา ภท.

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มี ส.ส.มาร่วมสังกัดพรรคภูมิใจไทยเพิ่มมากขึ้นว่า ตอนนี้ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง พูดถึงแต่โควิด-19 ภัยแล้ง รัฐบาลต้องรีบทำงานเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาฯ เมื่อถามว่าสบายใจขึ้นหรือไม่หลังมีกระแสข่าวนายกฯจะไม่แตะ รมต.พรรคร่วมรัฐบาลหากปรับ ครม.นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยไม่สบายใจอยู่แล้ว หากนายกฯพูดอย่างนั้นก็สบายใจขึ้น

    ชี้จบศึกซักฟอกเหมาะปรับ ครม.

    เมื่อถามว่ารัฐมนตรีของภูมิใจไทยยังอยู่เหมือนเดิม หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับนายกฯเรื่องปรับ ครม.เลย การปรับ ครม.เป็นเรื่องของแต่ละพรรคจะปรับหรือไม่ปรับ หากจะมีการปรับหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกรัฐบาลทำมา และเป็นสิ่งที่สมควรหากถึงเวลาอันควร เมื่อถามว่าช่วงเวลาใดเหมาะสมหากจะปรับ ครม. นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไประยะหนึ่งแล้วคงมีการพิจารณา พรรคภูมิใจไทยเดี๋ยวค่อยว่ากัน การเมืองจะไปเจาะจง 100 เปอร์เซ็นต์คงไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่ามี ส.ส.มาสังกัดพรรคมากขึ้น จะได้ที่นั่งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นเลย เราเริ่มมาแบบนี้แล้วไม่เคยมีปัญหาอะไร เวลาที่เกิดมีคลื่นลมไม่สงบ คนในเรืออย่าไปโยกตัวเองให้มากนัก จะประคองเรือผ่านไปได้ เดี๋ยวคลื่นลมก็จะสงบ เมื่อถึงเวลาทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง

    “ครูแก้ว” เมินครหาไม่เป็นกลาง

    นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณี ส.ส.เพื่อไทยเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลาง ลงมติไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่หวั่นไหว มีสถานะเป็น ส.ส. มีสิทธิลงมติไว้วางใจได้ ขอให้แยกการทำหน้าที่ ส.ส.และประธานในที่ประชุม หลังฟังการอภิปรายฯแล้วพบว่าข้อมูลขาดรายละเอียด มีแต่ลม ระหว่างลงมติไม่ได้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ส่วนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯและนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ งดออกเสียงเป็นดุลพินิจของทั้งสองคน ฝ่ายค้านกล่าวหาตนไม่เป็นกลางมาต่อเนื่อง นายชวนยังถูกมองประเด็นนี้เช่นกัน

    “วราวุธ” ไม่กังวลหากาวทาขาเก้าอี้

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณปรับ ครม.ว่า จากข่าวปรับ ครม.สัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคใดว่ากันไป ไม่ได้มีอะไร เราเชื่อตามข่าว ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอย่างอื่นออกมา ทำงานต่อไป ถ้าเรื่องการทำงานเรามั่นใจ ยิ่งได้ขึ้นไปตรวจสภาพป่าและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าที่ภูกระดึง จ.เลย ยิ่งมั่นใจการทำงาน 7 เดือนที่ผ่านมาเราทำงานเต็มที่ แต่ยังเหลืองานอีกมาก ถ้ามามั่วแต่นั่งกังวลว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ จะไปอย่างไรคงไม่ต้องทำงานกัน วันๆ เอาแต่หากาวมาทาที่ขาเก้าอี้ ไม่ต้องทำงานกันพอดี เดินขึ้นภูกระดึงได้พอใจแล้ว ที่เหลือทำงานต่อไป

    “เต้” จี้หาคนบริหารประเทศให้กำไร

    ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเสียงสนับสนุนรัฐบาล พรรคเล็กจะรวมตัวขอโควตาเข้าไปมีตำแหน่งในฝ่ายบริหารหรือไม่ว่า เวลาและตัวเลขไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกแล้ว ที่สำคัญกว่าคือ การหาคนมาทำงานและการบริหารประเทศให้ได้กำไร ถ้าทำได้ปัญหาบ้านเมืองจะคลายตัวลง ถ้าทำไม่ได้จะเกิดปัญหาความชอบธรรมในทางการเมืองของรัฐบาล

    “บิ๊กตู่” ถกรับแล้งหนักสุดรอบ 20 ปี

    เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีมอบนโยบายการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียมเก็บน้ำฤดูฝน ปี 2563 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวว่า ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจการบริหารจัดการน้ำ ปี 63 รัฐบาลเตรียมเก็บน้ำไว้ใช้ให้มากที่สุด คาดการณ์ว่าฝนอาจมาล่าช้า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงห่วงใย รับสั่งมาตลอดเวลาให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนจากปัญหาภัยแล้งเต็มที่ รัฐบาลน้อมใส่เกล้าฯ สั่งทุกหน่วยงานเร่งรัดแก้ปัญหา ปรับแผนรับมือปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ไทยอยู่ในอันดับ 8 เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ คาดการณ์ 10 ปีข้างหน้า จะมีผลต่อจีดีพีให้ลดลง 3.04 ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ปฏิเสธไม่ได้ แต่ทำอย่างไรไม่ให้เสียหาย อาจเป็นภัยแล้งทำให้เสียหายที่สุดในรอบ 20 ปี เรา รอ รั้ง ถ่วงไม่ได้อีกแล้ว

    โอดโดนบิดเบือนต่อว่าประชาชน

    นายกฯกล่าวว่า ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกรักษาน้ำ ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่บางคนจะไปบิดเบือนว่าตนไปต่อว่าประชาชนอีก หลายพื้นที่และทุกจังหวัดมีงบฯลงไป ใช้จ่ายงบฯกลาง งบฯฉุกเฉิน เมื่อจำเป็น ไม่ใช่นายกฯเอางบฯ กลางมา มีตัวเลขเท่าไหร่มา แล้วสั่งให้ได้ทั้งหมดทำไม่ได้ อำนาจตนไม่ได้มีขนาดนั้น แต่ถึงมีอำนาจก็ไม่ทำ วันนี้เรามีปัญหาอยู่หลายด้านต้องบูรณาการแก้ไข ทุกปัญหามีบทเรียนทั้งสิ้นจากในอดีต ความร่วมมือประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลต้องซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส ถูกกฎหมาย สิ่งที่ไม่ดีช่วยแก้กัน หลายอย่างอย่าให้มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ท้ายสุดเราจะไม่มีใครให้โทษได้อีกแล้ว ประเทศชาติเสียหาย ความเชื่อมั่นในสายตาทั้งของต่างประเทศเสียหาย ไม่มีใครแก้ไขได้

    งดจ้อการเมืองจะพูดแต่เรื่องสำคัญ

    ต่อมาเวลา 10.50 น.ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เปิดการประชุมบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้ง ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว คนไทยกำลังเผชิญปัญหาอะไรบ้างหลายๆด้าน “ผมจะไม่พูดเรื่องการเมืองอะไรทั้งสิ้น จะพูดเรื่องสำคัญ คือไวรัสโควิด-19 ที่เรากำลังเผชิญ อยากเรียนว่าสิ่งที่มีการพูดว่า ผมจะพูดในวันจันทร์ วันอังคารเป็นเรื่องโควิด-19 กำลังเตรียมการอยู่ รวมถึงมาตรการการรับมือภัยแล้ง ยังไม่มีประกาศเรื่องอื่นหรือแถลงการณ์อะไรทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจด้วย เอาเรื่องที่เป็นสารประโยชน์ เป็นประเด็นที่ประชาชนเดือดร้อนดีกว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการสัมภาษณ์ นายกฯมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใดของสื่อ

    หารือ ผบ.เหล่าทัพจัดโผทหาร

    จากนั้นเวลา 11.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียก พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.และ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. เพื่อประชุมวาระพิเศษ เพื่อหารือจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปี ส่วนกรณี พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ถูกจับตามองว่าอาจจะถูกปรับเปลี่ยนหลังจากเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนเพราะ พล.อ.อภิรัชต์ต้องการให้ พล.ท.ธัญญา ทำงานไปจนถึงช่วงปรับย้ายปลายปี

    อารมณ์ดีชูมะนาวโชว์สื่อ

    ช่วงบ่าย นายกฯเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ที่ตึกภักดีบดินทร์ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมและเลิกประชุม โดยเมื่อเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นกว่าในช่วงเช้า ระหว่างที่เดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าวที่ดักรอสัมภาษณ์ด้านข้างหลังตึกคู่ฟ้าฯ พร้อมชูลูกมะนาวที่นายกฯให้นำต้นมาปลูกไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน บริเวณสวนหย่อมข้างตึกไทยคู่ฟ้าฯ พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ให้ช่วยกันดูแล รดน้ำด้วย

    “สุชาติ–อนุชา” จ่อ รมต. “สนธิรัตน์” สลับ “สุริยะ”

    สำหรับความคืบหน้าการปรับ ครม.หลัง พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณไปยังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการปรับ ครม.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้แต่ละพรรคไปว่ากันเองตามสัดส่วนที่ได้รับ แต่ยังไม่ระบุว่าจะปรับช่วงเวลาใดแน่นอน ในส่วนของแกนนำพรรคพลังประชารัฐแต่ละกลุ่ม ยังปฏิเสธไม่ได้รับสัญญาณโดยตรงจากนายกฯ แต่จับตาไปที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรีและประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ครั้งแรกพลาดเก้าอี้หลังมีโผจะไปนั่ง รมว.แรงงาน และนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ที่ชื่อหลุดโผรัฐมนตรีไปเช่นกัน ถึงคิวที่จะได้เข้าร่วม ครม.ขณะที่กระทรวงพลังงานถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ส่อถูกโยกสลับเก้าอี้กับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม

    6 ฝ่ายค้านลุยอภิปรายนอกสภา

    ที่พรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานการประชุมแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) โดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าเวลานี้ ไม่ใช่เวลาที่จะโทษกันไปมา แต่ต้องลุกขึ้นสู้เพื่อประชาชนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและเข้มแข็งดังเดิม การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ควรหยุดแค่ในสภาฯ เราจะเปิดกิจกรรมอภิปรายนอกสภาฯแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การรวบรวมคำถามทั้งหมดที่ ส.ส.อภิปราย แต่รัฐมนตรีไม่ได้ตอบหรือตอบไม่ครบ โพสต์ลงในเพจพรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาชน และ 2.การจัดอภิปรายนอกสภาฯทั่วประเทศ 4 ภาค

    “ทวี” ปัดฮั้วโบ้ยรัฐบาลชิงปิดปาก

    พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นประเด็นที่ 6 พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยและจะร่วมมือกันทำงานให้เข้มแข็งขึ้น ข้อกังขาเรื่องการตกลงกับรัฐบาลไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคนนั้นยืนยันไม่มีการสมยอมกัน เราคิดว่ามีเวลาถึงเที่ยงคืนถ้าไม่ปิดปากกันจะสามารถพูดจนจบได้ ทั้งรัฐมนตรีก็ตอบไม่ตรงคำถาม เช่น กรณีไอโอเรื่องนี้ให้นายกฯเลิกทำเสีย คดีความที่ออสเตรเลียและภาษีบุหรี่ก็ตอบไม่ได้

    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เสร็จสิ้นตามรัฐธรรมนูญ ต้องเดินหน้าร่วมมือกับประชาชนตรวจสอบทั้งในและนอกสภาฯ อาศัยมือในสภาฯไม่สามารถเอาชนะอำนาจฝ่ายรัฐบาลได้ ไม่มีอะไรจะมาทำลายความรักความสามัคคีในการทำงานร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านได้

    55 ส.ส.สีส้มปักหลักตั้งพรรคใหม่

    นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ส่วนหนึ่งจะเดินต่อในนามของคณะอนาคตใหม่ อดีต ส.ส.ของอนาคตใหม่ได้ไปสัมมนาสรุปบทเรียนร่วมกัน ทั้งในพรรคและการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อไป แต่ละพรรคอาจมีบุคลิกที่ต่างกันไป แต่การผลักดันให้สังคมเดินหน้า จะเป็นภารกิจร่วมกัน ขณะนี้การเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นสถานการณ์ที่แหลมคม เนื่องจากรัฐบาลไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา ส่วนการตั้งพรรคใหม่ทันแน่นอนภายในเดือน มี.ค. ยืนยัน ส.ส. 55 คนจะย้ายมาพรรคใหม่ วันที่ 4 มี.ค.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเลี้ยงขอบคุณแกนนำพรรคฝ่ายค้านเป็นการส่วนตัว

    ศม.ผวาถูกร้องแก้ข่าวประชุมใหญ่

    ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เดินทางมาขอแก้ข่าวกรณีที่ นสพ.ไทยรัฐเสนอข่าวระบุเมื่อวันที่ 29 ก.พ. พรรคได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกพรรคทั่วประเทศเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่มหาวิทยาลัยอีสาน จ.ขอนแก่นนั้นเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ความจริงเป็นการประชุมสมาชิกและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ เหตุที่ต้องแก้ไขเพราะเกรงว่าจะถูก ส.ส.พรรคเศรษฐกิจ–ใหม่ ฟ้องร้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

    “อนุทิน” ย้ำไม่ขวางม็อบแค่ห่วง

    อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาจะมีผลอย่างไรต่อรัฐบาล ว่า ต้องฟังทุกฝ่าย เพราะเป็นประเทศประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ขอให้ออกมาแสดงความเห็นหรือรวมตัวกันเพื่อความก้าวหน้าของบ้านเมือง และประโยชน์ของประชาชน รัฐบาลรับฟังอยู่แล้ว คนที่ปราศรัยเก่ง พูดเก่ง มีไอเดียดี ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนเราต้องฟัง บางครั้งเราได้ความคิดที่ดีจากสิ่งเรานี้ แต่ช่วงนี้มีโรคติดต่ออยู่ขอให้ระวังกัน ยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าจะใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพราะยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก มีแต่พูดว่าเป็นห่วงขอให้ระวังรับผิดชอบซึ่งกันและกันเท่านั้น

    “ณัฏฐพล” ยกเคยโดนคดีไม่ใช่เรื่องสนุก

    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณี ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรีสั่งห้ามชุมนุมแฟลชม็อบในบริเวณโรงเรียน จนนักเรียนต้องออกไปชุมนุมหน้าโรงเรียนว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิ ไม่ขวางกั้น แต่ต้องเข้าใจว่ากฎหมายเปลี่ยนไป เหตุผลเปลี่ยนไป ตนเคยเป็นผู้ชุมนุมวันนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายบอกเลยว่าไม่สนุก เป็นภาระทำความกังวลใจให้ครอบครัว จะไปเปรียบเทียบไม่ได้ว่ารัฐมนตรีเคยทำแล้ว ใครๆก็ทำได้ ต้องใช้วิจารณญาณบริบทเหตุผลแต่ละครั้ง มั่นใจว่า ผอ.มีวิจารณญาณพอจะตัดสินใจ ทั้งความปลอดภัย การแพร่ระบาดของโรค มีบุคคลภายนอกมือที่สามหรือไม่ เป็นความเสี่ยงที่ต้องนำมาพิจารณา ถ้ามีความเสี่ยงเชื่อว่า ผอ.ต้องตัดสินใจไม่อนุญาต เมื่อถามว่าจะไม่ดีกว่าหรือที่จะอนุญาตให้ชุมนุมในโรงเรียน ห้ามคนนอกเข้ามา นายณัฏฐพลตอบว่า “ไม่เป็นปัญหา ถ้าไม่มีโรคระบาด มีข่าวมาว่าให้ระมัดระวังมือที่สามเป็นข้อมูลให้ ผอ.จะห้ามหรือไม่ห้าม”

    “สุวิทย์” ติงผู้ใหญ่อย่ารู้ดีต้องฟังเด็กๆ

    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการชุมนุมแฟลชม็อบของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย การคิดต่างไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่ความขัดแย้ง ที่สำคัญเยาวชน นิสิต นักศึกษาคือคนกำหนดอนาคตของประเทศ มีความคิดอ่าน มหาวิทยาลัยต้องเปิดเวทีให้แสดงออกตราบใดที่ยังไม่ละเมิดกฎหมาย ผู้ใหญ่ต้องฟังให้มากไม่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่รู้ดี ได้ให้นโยบายผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องดูแลความปลอดภัยให้ ต้องมองว่าพวกเขาเป็นลูกหลาน เชื่อว่าคงไม่บานปลายถ้าผู้ใหญ่ฟัง เร็วๆนี้จะเชิญแกนนำนักศึกษาทั้งหมดมาร่วมเวที รับฟังปัญหาพูดถึงทางออกและคำตอบในการแก้ไขปัญหา

    ส.ส.พรรคเล็กชงเปิดสภาฯวิสามัญ

    เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ และนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ยื่นหนังสือต่อนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา เพื่อเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เปิดประชุมสภาฯวิสามัญ นำปัญหาการจัดชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเข้าสู่สภาฯไปสู่การแก้ไข โดยนายพิเชษฐกล่าวว่า ประชาชนหวั่นวิตกจึงเห็นว่าควรนำเรื่องเข้าสู่สภาฯ เป็นทางออกดีที่สุด อยากให้เปิดประชุมสภาวิสามัญเพื่อให้ข้อเรียกร้อง ของกลุ่มนักศึกษาเข้าสู่สภาฯผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

    หวั่นลากม็อบลงถนนจบไม่สวย

    นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า นับตั้งแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ เกิดเหตุการณ์ชุมนุม 20-30 จุดแต่ละจุดมีมวลชนร่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนใหญ่ไม่พอใจกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ต้องการให้นายกฯลาออก ยุบสภาหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้องค์กรอิสระลาออก จัดชุมนุมได้ตามกฎหมาย แต่ต้องไม่ไป ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน การปราศรัยต้องไม่กระทบสถาบัน หากเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะนำปัญหาเข้าสู่สภาฯเป็นตัวกลาง เปิดพื้นที่ให้นักศึกษามาชี้แจงและให้ตัวแทนรัฐบาลมารับฟัง หากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปโดยการลงถนนไม่เห็นด้วย เพราะจบไม่ค่อยสวย เกิดการปะทะ ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ

    วิปรัฐบาลเมินยังไม่มีแนวคิด

    นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงข้อเสนอการให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาปัญหาการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่จะตราพระราชกฤษฎีกาต่อไป วิปรัฐบาลยังไม่มีความคิดจะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ยังไม่มีแนวความคิดเรื่องดังกล่าว นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาฯยังไม่มีความเห็น การจะเปิดประชุมวิสามัญได้ ต้องเป็นเฉพาะกรณีสำคัญจริงๆ เช่น การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ หากจะเปิดประชุมวิสามัญต้องให้ ส.ส.เข้าชื่อร้องขอตามรัฐธรรมนูญ

    “คึก” ให้เปิดวิสามัญแก้ รธน.ทีเดียวจบ

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ขัดข้องแต่กว่าจะตั้ง กมธ.ศึกษา จะเสียเวลา 3 เดือน สถานการณ์อาจขยายตัวไปทุกจังหวัด กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้เสียก่อน จึงเสนอให้รัฐบาลไปฟังความเห็นข้อเสนอของกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุม เพื่อนำมาพิจารณา โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่สามารถรับได้ทันที น่าจะปลดล็อกได้ระดับหนึ่ง เรามี กมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ถ้าจะให้รวดเร็วกว่านี้รัฐบาลเปิดวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเลยม้วนเดียวจบ หากรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจะเป็นเรื่องง่ายที่จะขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

    “ธนาธร” ชี้ยุบ อนค.ชนวนระเบิด

    เมื่อเวลา 11.15 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์รูปประชาชนระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย : แผนการสู่อิสรภาพ ไม่เคยมีใครคิด ไม่เคยมีใครคาดหวัง ไม่เคยมีใครรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์การยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 ก.พ.จะเป็นตัวจุดชนวนความไม่พอใจของคนจำนวนมากในสังคมให้ระเบิดออกมา เป็นการแสดงออกซึ่งความไม่พอใจ (ที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว) ต่อสภาพการเมืองการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจและสภาพสังคมภายใต้เผด็จการ ที่ครองอำนาจมายาวนาน คนจำนวนมากจึงตัดสินใจว่าพวกเขาพวกเราจะไม่อยู่เฉยอีกต่อไป ต้องออกมาทำอะไรบางอย่างบ้างแล้ว ไม่กังขาในความสามารถของประชาชนทุกคน ในการต่อสู้โค่นล้มเผด็จการ โดยเฉพาะศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมกันอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงนี้ แต่การโค่นล้มเผด็จการ ที่ฝังรากในสังคมไทยมายาวนานไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ช่วงนี้สำคัญที่สุดที่เราจะมาร่วมกันศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เครื่องมือ เทคนิควิธีการ ต่อกรกับเผด็จการและเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย

    แนะอ่านตำราต่อสู้เผด็จการ 101

    นายธนาธรระบุว่า ขอแนะนำหนังสือชื่อ “From Dictatorship to Democracy” หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ “จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย” ของยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ศึกษาและเขียนงานจำนวนมาก เกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง หากเราอยากอ่านหนังสือสักเล่ม คงเป็นหนังสือเล่มแรกในรายการหนังสือบังคับอ่านของวิชา “ต่อสู้เผด็จการ 101” สำหรับผู้คนนับพันล้านคนทั่วโลกที่ยังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการและอยากเปลี่ยนแปลงสังคมตนเอง

    ตัดวงจรอุบาทว์โดยไม่ใช้ความรุนแรง

    “อยากเชื้อเชิญให้ผู้ต้องการต่อสู้กับเผด็จการ และอยากเปลี่ยนแปลงสังคมมาร่วมกันศึกษาองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ ประสบการณ์และเทคนิควิธีการ เพื่อเป็นเครื่องมือต่อสู้กับเผด็จการสืบทอดอำนาจในปัจจุบัน อ่านและนำความรู้ไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของเรา หวังว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย-ทางใดทางหนึ่ง สัปดาห์ต่อไปหากไม่มีอะไรผิดพลาด จะมาแนะนำหนังสือดีๆ เกี่ยวกับการต่อสู้กับเผด็จการโดยไม่ใช้ความรุนแรงอีกหลายเล่ม หวังว่าทุกท่านจะอ่านเล่มนี้สนุกจนวางไม่ลง หวังว่าสักวันใดวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะหลุดพ้นจากเผด็จการและวงจรอุบาทว์ไปได้เสียที”

    แฟลชม็อบยะลาไม่เอาเผด็จการ

    ด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมแฟลชม็อบของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ลานเขาควาย หน้าหอประชุม ม.ราชภัฏยะลา อ.เมืองยะลา นักศึกษากว่า 200 คน มีนายอามือรัง จู นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นแกนนำ ชูป้ายโจมตีรัฐบาล อาทิ “เราไม่เอาเผด็จการ” “ลุงตู่ออกไป” ชู 3 นิ้ว เปิดไฟฉายจากมือถือ นายอามือรัง อ่านแถลงการณ์ว่า การชุมนุมครั้งนี้มีการประสานสายสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยอื่นทั่วประเทศ ที่มีจุดยืนร่วมกันในการยึดมั่นแนวทางประชาธิปไตย ไม่ยอมรับรัฐบาลมาจากการทำรัฐประหาร การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการสืบทอดอำนาจที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชน และจะสานต่ออุดมการณ์นี้ให้ถึงที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนสลายตัว

    ราชภัฏนครสวรรค์–อยุธยาแห่ต้าน

    ที่ลานหน้าหอวัฒนธรรม ม.ราชภัฏนครสวรรค์ ถนนสวรรค์วิถี อ.เมืองนครสวรรค์ กลุ่มนักศึกษานำโดยนายภาณุวัฒน์ พรหมดี และประชาชนกว่า 200 คน ชุมนุมพร้อมชูป้ายข้อความเรียกร้องเปิดปราศรัยกรณียุบพรรคการเมือง ผลงานของ คสช.ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ร่วมกันร้องเพลงชาติ ก่อนร่วมกันเปิดไฟมือถือเรียกร้องคืนความยุติธรรมและประชาธิปไตย แล้วแยกย้ายกัน เช่นเดียวกับ ที่ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มนักศึกษากว่า 100 คน รวมตัวทำกิจกรรมบริเวณหน้าอาคารป่าตอง 2 ภายในมหาวิทยาลัย ผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยแสดงความคิดเห็นโจมตีการทำงานของรัฐบาล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปรับ ครม.ข่าวหน้า1โผ ครม.พรรคพลังประชารัฐอนุชา นาคาศัยสุชาติ ชมกลิ่นข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 01:00 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์