ข่าว
100 year

"ตู่" สวนหมัด ปมมาดามหลังทำเนียบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

ปิยบุตรย้อนอนุทินใคร ‘กุ๊ย’ นร.-นิสิต-นศ.ลุกฮือทั่วปท.

เริ่มสมคำคุย ฝ่ายค้านดาหน้าถล่ม “บิ๊กตู่” ต่อวันที่ 3 “วิสาร” แฉ “ไบโอเมทริกซ์” ได้บริษัทเครือข่าย บยส.รุ่น 15 รุ่นเดียวกับ “มาดามน้อง” รับงาน แถมยังอ้างชื่อ “มาดามหลังทำเนียบ” เอื้อประโยชน์ จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบ “ลุงตู่” แอ่นอกป้องหลังบ้านไม่มีเอี่ยว แจงทุกขั้นตอนโปร่งใส “อนุดิษฐ์” ซ้ำ “ตู่ธานอส” ชี้นิ้วสั่งทำเจ๊งกะบ๊ง ปมถวายสัตย์ฯทำป่วน “สหายแสง” ชน “วีรบุรุษนาแก” “นิคม” ข้องใจ “ผู้กองนัส” ฮุบโควตาหวยต่อท่อน้ำเลี้ยง เจ้าตัวโต้ถูกตัดสัมปทานไปตั้งแต่ปี 58 “ธนาธร” หวังราคาที่คน อนค.จ่ายไปจะปลุกผู้หลับใหลลุกขึ้นสู้ “ประเสริฐพงศ์” ตีแสกหน้า “ศรีนวล” แถไม่ได้ดูด “ปิยบุตร” ย้อนเจ็บ “เสี่ยหนู” ใครกุ๊ยกันแน่ “เบญจา” แฉไอ้โม่งข่มขู่หนัก นักเรียน-นิสิต-นศ.ตื่นรู้ ดอกไม้บานสะพรั่งฮือต้านอนค.ทั่วประเทศ สตรีวิทย์-เตรียมอุดม กระหน่ำแฮชแท็กต้าน สนท.นัดหลังปิดเทอมจัดชุมนุมใหญ่

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลวันที่สาม ทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเริ่มลงลึกในเนื้อหาการบริหารราชการแผ่นดินที่เอื้อให้กลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยเฉพาะประเด็นไบโอแมทริกซ์ ที่พาดพิงไปถึงหลังบ้านผู้นำ

“บิ๊กตู่” อ้ำอึ้งถูกขุดยุทธการไอโอ

เมื่อเวลา 09.18 น. วันที่ 26 ก.พ.ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางถึงรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อถามถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายแฉข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารของกองทัพ (IO-Information Operation) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีนโยบายให้ทำงานแบบนี้อยู่แล้ว ทำงานตามปกติ วันนี้ในโซเชียลมีเดียมีการกระทำแบบนี้มากมาย ตนก็โดนเยอะ ใครทำไม่รู้ เดี๋ยวตรวจสอบกัน ยืนยันว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย เมื่อถามว่าแต่มหาดไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่ได้เกี่ยวกับมหาดไทย ไม่ได้เป็นหน่วยงานใน กอ.รมน.

“สุทิน” คุยฝ่ายค้านชกเข้าเป้า

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเริ่มเข้าสู่เป้าหมายที่เราวางไว้ ถล่มรัฐบาลเข้าเป้ามากขึ้นจะขยี้เป้าหมายต่อ โดยเฉพาะนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่เปิดเผยข้อมูลไอโอของกองทัพเป็นเรื่องที่สังคมติดใจ ถ้ารัฐบาลชี้แจงไม่ดีจะทำลาย ขวัญกำลังใจคนไทยว่าอยู่ในประเทศนี้มีอะไรที่ปลอดภัยบ้าง เราได้รู้ต้นตอของเฟกนิวส์ กองทัพต้องเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ

เริ่มศึกซักฟอกต่อวันที่สาม

ต่อมาเวลา 09.30 น. เริ่มประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเป็นวันที่ 3 ทั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ให้นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ กกต.เพิ่งประกาศรับรองเป็น ส.ส. กล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแจ้งต่อที่ประชุมว่าฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาไปแล้ว 1 ชั่วโมง 17 นาที ฝ่ายค้านใช้เวลา 6 ชั่วโมง 24 นาที ตามเวลาที่วิป ทั้งสองฝ่ายไปตกลงกติกาและให้เริ่มนับเวลากันใหม่

“วิสาร” โชว์ลากไส้ “ไบโอแมทริกซ์”

จากนั้นนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เริ่มอภิปรายโจมตีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคล (ไบโอแมทริกซ์) ว่า ปี 2559-2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีโครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจพิสูจน์บุคคล วงเงิน 1,735 ล้านบาท โดยประกวดราคาวิธีพิเศษแต่มีการยกเลิกไป เพราะหาผู้รับเหมาไม่ได้ และไปออกทีโออาร์ครั้งที่ 2 เพิ่มวงเงินเป็น 2,126 ล้านบาท ได้ผู้ชนะการประกวดราคาคือ บริษัทร่วมค้า MT ระหว่างบริษัท เอ็มเอสซี สิทธิพล จำกัด กับบริษัท ไทยทรานมิชชั่น อินดัสทรี จำกัด โดยให้ส่งมอบงานภายใน 660 วัน หรือภายในเดือน พ.ค.2562 ถ้าส่งไม่ทันมีค่าปรับวันละ 5 ล้านบาท ต่อมาเดือน ต.ค. 2561 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) รายงานปัญหาให้ ผบ.ตร.ทราบว่ามีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศ เพราะไบโอแมทริกซ์เชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้ ทำให้การส่งมอบงานงวดแรกถึงงวด 3 ช้ากว่ากำหนด จึงเสนอให้บอกเลิกสัญญากับบริษัทเอ็มที แต่นอกจากไม่ยกเลิกสัญญา ยังไปแก้ไขสัญญาให้ขยายเวลาส่งมอบงานงวด 4-6 ออกไปอีก รวมถึงแก้ไขสัญญาเปลี่ยนแปลงแก้ไขสินค้าหลายรายการ

ทิ้งบอมบ์อ้างชื่อเมียนายกฯ

นายวิสารกล่าวว่า สาระสำคัญสัญญาที่มีการแก้ไขคือ กล้องจากเยอรมันในราคาชุดละ 280,000 บาท จำนวน 3,100 ชุด ทั้งที่ราคาในเว็บไซต์อยู่ที่ชุดละ 68,000 บาท มีเงินตกหล่นกว่า 600 ล้านบาท ไม่รู้นายกฯทราบไหม ผู้บริหารของบริษัท MT คือนางวัชรี พรรณเชษฐ์ เรียนอยู่ในหลักสูตร บยส. รุ่น 15 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตรอง ผบ.ตร. และ “มาดามน้อง” เรื่องนี้มีการอ้างชื่อมาดามหลังทำเนียบ เพื่อไม่ให้ต้องรับผิดตามสัญญา แต่ตนไม่คิดว่าจะเป็นอาจารย์น้องภริยานายกฯที่ตนเคารพนับถือ เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับมาดามที่มีอิทธิพลหลังทำเนียบหรือไม่ ไม่ทราบ แต่อยากให้นายกฯช่วยชี้แจง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องตอบสังคม เพราะคนมักไปกล่าวอ้างใช้คอนเนกชันเหล่านี้แสวงหาผลประโยชน์ วันนี้ใครๆก็อยากเรียนวปอ. เพราะทหารเป็นใหญ่ ทหารมีอำนาจ สั่งการได้ทุกอย่าง หลังจากนี้จะไปร้องต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ

ปูดมีเงินหมื่นล้านเข้าบัญชี

นายวิสารกล่าวว่า มีคำถามว่าเครื่องมือไบโอแมทริกซ์ใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะมีการพูดถึงคดี 1MBD ข่าวบอกว่าคู่กรณีผ่านด่านตลอด มีหมายจับจากมาเลเซียแต่เราไม่จับ มีหมายจับแดงจากสิงคโปร์ก็ไม่จับ ปล่อยให้เข้าออกหลายครั้ง ขอให้นายกฯใช้โอกาสนี้ชี้แจง เพราะท่านอยู่ไม่ได้ อยู่ได้ถึงปี 63 ก็เก่งมากแล้ว ได้ข้อมูลมาว่ามีนาย “พ” เกี่ยวข้อง และมีบริษัทชื่อ “ส” กับ “ข” มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีหมื่นกว่าล้านบาท มาอย่างไร มาจาก 1MBD หรือไม่ กฎธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ ว่าหากมีการโอนเงิน 2 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มาที่ไป แต่นี่หมื่นกว่าล้านบาท บริษัทเดียว คนคนเดียว เอามาทำอะไร เป็นไปได้หรือไม่เลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเงินเหล่านี้หรือไม่

“บิ๊กตู่” แอ่นอกป้องหลังบ้าน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า โครงการไบโอเมทริกซ์เป็นของ สสตช. และ สตม. เป็นระบบที่หลายประเทศใช้ กระทรวงการคลังพิจารณาความคุ้มค่าก่อนอนุมัติ ขอความเป็นธรรมว่าการเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนั้นมีหลายคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นแล้วต้องไปร่วมทำความผิด ถ้าเหมากันแบบนี้คิดว่าหลายคนที่หนีไปก็มีเพื่อนร่วมรุ่น หมายความว่าต้องทุจริตกันหมดหรือ อยู่ที่ตัวบุคคล ภรรยาตนเป็นอาจารย์มาก่อนเตือนตนเสมอเรื่องการทุจริต

เหน็บมีแต่คนโง่ที่เชื่อข่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องการส่งมอบงานล่าช้าส่วนหนึ่งมีความบกพร่องจากหน่วยงาน ทั้งเรื่องการติดตั้งสัญญาณ และสถานที่ที่ไม่มีความพร้อมสำหรับติดตั้ง ส่วนที่บอกว่าเครื่องมือมีราคาแพง การซื้อของแบบนี้จะเอาราคาเว็บไซต์เทียบไม่ได้ เพราะต้องซื้อระบบด้วย สาเหตุที่แพงคือระบบมาจากต่างประเทศ ยืนยันดำเนินการไปตามกติกา กรณีที่กล่าวหาเป็นเพียงราคาของเครื่องเปล่าเท่านั้น ยังต้องมีซอฟต์แวร์ด้วยถึงจะทำงานได้ สรุปคือการจัดซื้อต้องรวมทั้งการติดตั้ง การรับประกันเข้าไปด้วย การดำเนินการจัดซื้อทุกขั้นตอนผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว หากมีมาดามคนใดไปยุ่งเกี่ยวต้องมีการพิสูจน์กันต่อไป แต่เชื่อมั่นในภรรยา เวลานี้มีคนอ้างชื่อนายกฯ รองนายกฯจำนวนมาก มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อ ถ้าอยากรู้ว่านายกฯสั่งการจริงหรือไม่ ให้ถามตนได้ เวลานี้มีการใส่ร้ายป้ายสีทางสื่อสังคมออนไลน์เต็มไปหมด

ขู่เอาคืนสอบพรรคที่ปูดไอโอ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ มีการอภิปรายถึงเรื่องขบวนการไอโอ ต้องสืบหาข้อเท็จจริง เพราะเกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการติดตาม และตรวจพบว่าด่ากันไปมา ไม่ดีเลยที่ปลุกระดมคนให้มาทะเลาะกัน ตนจะตรวจสอบด้วยว่าบางพรรคก็ทำ ทำเยอะด้วย ต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกันหมด ไม่ได้ขู่ใคร แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

จวกคนกุข่าว 1 MDB ทำลายชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่า รัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง 1 MDB นั้น ไม่อยากไปก้าวล่วง เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยืนยันว่ามี 2 คนเกี่ยวข้อง คนนึงรับโทษในเรือนจำไปแล้ว อีกคนที่มีการอ้างว่ามีหมายแดงและเข้าออกประเทศไทยนั้น ได้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการว่าหมายแดงออกมาหลังจากนั้น ก่อนหน้านั้นมีการเข้าออกเหมือนบุคคลทั่วไป เพราะยังไม่มีหมายแดง วันนี้สิงคโปร์ต้นทางที่ออกหมายแดงได้ยกเลิกหมายแดงไปแล้ว ข้อสำคัญคือคนคนนี้มีสิทธิพอสมควรจากบัตรอีลิทการ์ด ไม่รู้ว่าใครทำให้เขา บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโจมตีกัน เพราะเสียหายต่อความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รู้สึกว่าท่านชอบเหลือเกินที่จะทำให้ต่างประเทศลดความเชื่อมั่นประเทศไทย

ปมถวายสัตย์ฯทำสภาฯป่วน

จากนั้นเป็นคิวอภิปรายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ทันทีที่เริ่มเกริ่นถึงปมการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนของนายกฯ บรรดา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลพากันรุมประท้วงทันที จนนายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานการประชุม ต้องเตือนให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พูดเข้าประเด็น แต่เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เริ่มพูดเข้าประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ฯนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงทันทีเพราะมีการตกลงกันแล้ว แต่ ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนพากันประท้วงกลับ โดยยืนยันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์สามารถพูดได้ บรรยากาศจึงเริ่มวุ่นวาย ส.ส.สองฝ่ายต่างลุกขึ้นประท้วง และโต้เถียงกัน เสียเวลาไปนานกว่า 40 นาที เมื่อนายศุภชัยให้พูดต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังพยายามพูดเรื่องการถวายสัตย์ฯอีก ทำให้นายศุภชัยไม่ให้พูดต่อ โดยระบุว่าได้วินิจฉัยไปแล้ว ถ้ายังพูดต่อจะเชิญออกจากห้องประชุม ให้เลือกเอาจะอภิปรายเรื่องอื่น หรือจะให้เชิญออกจากห้องประชุม ตนไม่ได้ขู่ แต่เอาจริง

“สหายแสง” ชน “วีรบุรุษนาแก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงรีบสวนทันทีว่า “หากจะเอาจริงก็ให้ไปเจอกันนอกสภาฯ” นายศุภชัยกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ไม่ต้องห่วง ผมไม่เคยกลัว หากมีคนบอกว่าท่านคือวีรบุรุษนาแก ผมก็สหายแสง อย่ามาขู่กัน” ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที โดยมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสนับสนุนให้ไล่ออกนอกห้อง ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านพากันประท้วงนายศุภชัย ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามชี้แจงว่า “อย่าเข้าใจว่าผมข่มขู่ ที่ว่าไปเจอกันนอกสภาฯหมายถึงไปพูดคุยกินกาแฟทำความเข้าใจที่ห้องประธานได้” ท่าทีนายศุภชัยจึงอ่อนลงยอมให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายต่อ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อเพียงสั้นๆว่า “ที่ผ่านมานายกฯหลอกตัวเองตลอด แต่ใครหลอกตัวเองก็ไม่สมควรจะมาทำหน้าที่นายกฯ” ก่อนจบการอภิปรายทันที ทำให้บรรยากาศคลี่คลายลง

อัด “ตู่ธานอส” ชี้นิ้วสั่งเจ๊งโบ๊ง

ต่อมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปนั่งหัวโต๊ะเเทบทุกโต๊ะ เป็นมนุษย์คนเดียวที่ทำทุกอย่าง ดีดนิ้วสั่งคุมทุกเรื่อง ประชาชนให้ฉายา “ตู่ธานอส” คุมกองทัพเหมือนในภาพยนตร์อเวนเจอร์ส เรื่องดีๆที่รัฐบาลก่อนทำเอาไว้ กลับไปดีดนิ้วสั่งจนเจ๊งทุกเรื่อง จนถูกสื่อตั้งฉายารัฐบาลเซียงกง เป็นนายกฯที่ขอใช้เงินงบประมาณสูงที่สุดเเต่จีดีพีต่ำติดดิน เป็นหัวหน้าทีมความมั่นคงเป็น รมว.กลาโหม ในช่วงที่มีคำครหาซื้ออาวุธเป็นเเสนล้านบาท ปล่อยให้เกิดอาชญากรรม ยาเสพติดเเพร่ระบาดไปทั่ว เร่งรีบเซ็นสัญญาสร้างรถไฟฟ้านับสิบสายพร้อมกันทั่ว กทม. ก่อนเลือกตั้งโดยไม่ทำอีไอเอ กระทั่งเกิดฝุ่นพิษ pm 2.5 เต็มเมือง

ส.ส.เปิดไฟฉายไล่ให้ยุบสภาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนจบการอภิปราย น.อ.อนุดิษฐ์ขอให้ ส.ส.ฝ่ายค้านหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเปิดไฟฉาย อีกทั้งยังขอให้นายกฯยืนขึ้น และเปล่งเสียงว่าข้าพเจ้าขอยุบสภาฯแล้วไปเลือกตั้งกันใหม่ จะได้ดูว่าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ ทำให้ ส.ส.พากันส่งเสียงหัวเราะ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้มที่มุมปากและส่ายหัวเล็กน้อย

“สงคราม” งัดเตาอั้งโล่ซัด “ลุงตู่”

ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ อภิปรายพร้อมนำเตา อั้งโล่มาโชว์ เปรียบเทียบให้เห็นว่าชาวบ้านรากหญ้า กำลังย่ำแย่ หนี้สินล้นตัว ต้องเอาเตาอั้งโล่มารมควันฆ่าตัวตาย จากที่เคยประกาศประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 วันนี้มาสู่เห็บหมา ถ้ายังปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารต่อไป จากเห็บหมาจะกลายเป็นปลวก อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก อย่าเป็นต่อไปเลย เวลาคุยกับชาวบ้านขึ้นเสียง แต่คุยกับเจ้าสัวนอบน้อม โดยในช่วงท้ายนายสงครามได้ขอให้ ส.ส.ยืนไว้อาลัย 1 นาทีให้กับผู้เสียชีวิตจากการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุญาต

“วิรัตน์” ตั้งฉายา “ธุรโกงการเมือง”

ขณะที่นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายด้วยถ้อยคำที่ดุเดือดว่า การเข้าสู่ตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มาจากกติกา แต่มาจากกติกู ครั้งแรกมาจากการปล้น ครั้งที่ สองมาจากการโกง การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็น นายกฯ ไม่ต่างจากการทำรัฐประหารรอบสอง ทำให้ถูกรุมประท้วงตัดเกมจาก ส.ส.รัฐบาลเป็นระยะ จนนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ทักท้วง ว่าการประท้วงของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเหมือนโชว์หน้าโชว์ตาให้วิปรัฐบาลติ๊กชื่อ ไม่รู้ว่าได้รับกล้วยไข่ กล้วยหอมหรือไม่ ทำให้เกิดการถกเถียงกับ ส.ส.รัฐบาลพักใหญ่ ก่อนที่นายจิรายุจะยอมถอนคำพูด นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังอาศัยบ้านหลวง ทั้งที่เกษียณมาหลายปี โดยอ้างความปลอดภัยในตำแหน่งนายกฯ ทั้งที่อดีตนายกฯพลเรือนหลายคน อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้อยู่บ้านหลวง เหตุผลที่กลัวเพราะใจเสาะ อยากได้บ้านฟรี ขอให้คืนบ้านหลวง ที่เคยด่านักการเมืองเป็นนักธุรกิจการเมืองนั้น ขอกล่าวหานายกฯ ว่าเป็นธุรโกงการเมือง โกงเพื่อตนเองและพวกพ้อง

แฉ “ผู้กองนัส” ฮุบโควตาหวย

นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัสแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า มีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เดือนละ 3 ล้านบาท แต่ตนมีข้อเท็จจริงว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่มีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว หลัง คสช.ออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการกองสลากปี 2558 ทำให้บริษัทที่มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัสเป็นหุ้นส่วน ถูกริบโควตา ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัสไม่ควรมีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัสแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ส่วนเรื่องราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพงนั้น ราคาต้นทุนอยู่ที่ใบละ 70.40 บาท แต่พ่อค้าแม่ค้าเอามาขายใบละ 100 บาท แต่ได้กำไรแค่ใบละ 5 บาท แสดงว่านายทุนใหญ่ได้กำไรตกใบละ 25 บาท จึงถามพ่อค้าแม่ค้าว่าหากอยากได้โควตาสลากต้องทำอย่างไร เขาตอบว่าให้ไปถาม “บิ๊กป้อม” ทุกวันนี้พิมพ์สลากต่องวด งวดละ 100 ล้านฉบับ จากเดิมพิมพ์ 60-70 ล้านฉบับ เขาเล่ากันว่าจัดสรรให้ ร.อ.ธรรมนัสดูแล 80 ล้านฉบับ หากนำไปขายจะทำให้ได้กำไรกว่า 300 ล้านบาทต่องวด และนำเงินที่ได้มาดูแลคนตรงนี้ แต่ตนไม่เชื่อจึงอยากให้ช่วยชี้แจง

เจ้าตัวยืนกรานไร้โควตาแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ไม่ปฏิเสธว่าเคยเป็น 1 ใน 5 เสือกองสลาก มีอาชีพเป็นผู้ค้าสลากรายใหญ่ อย่ามองผู้ค้าสลากรายใหญ่เป็นโจร เอาเปรียบสังคม 5 เสือกองสลากมีคุณธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค แต่ตนได้รับสัมปทานสลากครั้งสุดท้ายวันที่ 4 ส.ค.2558 วันนี้ไม่มีสัญญาสัมปทานสลากแม้แต่เล่มเดียว การระบุว่าตนยังแสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า มีรายได้ 3 ล้านบาทจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น คงเข้าใจผิด เพราะรายได้ดังกล่าวมาจากการให้เช่าแผงค้าสลากข้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีเกือบ 10 แผง เพื่อหล่อเลี้ยงลูกค้าที่ทำธุรกิจกันมาร่วม 10 ปี ซึ่งเป็นอาชีพสุจริต

“ธนาธร” ปลุกผู้หลับใหลลุกขึ้นสู้

วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความประกอบรูปภาพนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบหนุนประชาธิปไตยลงเฟซบุ๊กว่า “โมงยามสุดท้ายของวันที่ศาลมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทั้งลงดาบ ที่คอตัดสิทธิทางการเมืองของผมและกรรมการบริหาร พรรคทั้ง 16 ท่านเป็นเวลา 1 ทศวรรษ ห้วงเวลานั้น คงทำให้ผู้คนประจักษ์ร่วมกันไม่มากก็น้อยว่าการหยัดยืนตรงเพื่อคงไว้ซึ่งหลักการนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อได้จ่ายไปแล้ว ผมและผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่จึงหวังแต่เพียงว่าราคาที่เราได้จ่ายไปนั้น จะมากพอที่จะปลุกผู้ที่ยังหลับใหลให้ได้ตื่นขึ้นมาพบความผิดปกติในสังคมนี้ได้บ้าง ขอย้ำอีกครั้งว่าเวลานี้ ไม่ใช่เวลาของการท้อถอย เวลานี้ไม่ใช่เวลาของความ สิ้นหวัง เวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเหนียมอายต่อการลุกขึ้นมายืนฝั่งตรงข้ามกับความอยุติธรรม แต่เวลานี้เป็นเวลาที่เราจะลุกขึ้นมายืนหยัดและบอกกับเหล่าผู้มีอำนาจว่า ประเทศนี้เป็นของประชาชน เรามิได้เป็นเพียงผู้เช่า แต่คือเจ้าของ”

มหาวิทยาลัยเติมไฟความหวัง

นายธนาธรระบุอีกว่า หลายวันมานี้ ภาพนัก ศึกษาและประชาชนที่เริ่มลุกขึ้นมาใช้สิทธิอันชอบธรรมในฐานะเจ้าของประเทศ เพื่อต่อสู้กับความผิดปกติในสังคม ภาพของผู้คนที่ไม่ยอมเพิกเฉยต่ออำนาจเผด็จการ ผู้ที่ไม่ยอมเหนียมอายต่อหน้าความอยุติธรรม ผู้คนที่ร้อยรัดกันด้วยความหวัง และความฝันที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ก้าวหน้า เท่าเทียม และเป็นธรรม ในทุกๆที่ ทุกๆ มหาวิทยาลัยช่วยเติมไฟแห่งความหวัง และเป็นพลังมหาศาลให้กับตน พรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่และไม่มีวันตายคืออุดมการณ์ของอนาคตใหม่ เส้นทางยังอีกยาวไกลจับมือก้าวเดินต่อสู้ไปพร้อมกัน “ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย แม้นผืนฟ้ามืดดับเดือนลับละลาย ดาวยังพรายศรัทธาเย้ยฟ้าดิน”

เดินแผนแยกกันเดินร่วมกันตี

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องหาสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วันนั้น หลังมี ส.ส.กลุ่มหนึ่งย้ายไปอยู่ พรรคภูมิใจไทย ล่าสุด ส.ส.กลุ่มที่เหลือที่ยังมีอุดมการณ์ยึดโยงกับพรรคเดิม เตรียมจับกลุ่มย้ายไปสังกัด พรรคใหม่ เริ่มมีบางคนทยอยกรอกใบสมัครแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อ ขณะนี้มีตัวเลือกอยู่ประมาณ 3-4 พรรค คือพรรคสามัญชน พรรคก้าวไกล พรรคพลังใหม่ และพรรคพลังอนาคต มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้นำ แต่มีอีกกระแสว่ามี ส.ส.ส่วนหนึ่งจะไม่ย้ายไปร่วมงานกับนายพิธา แต่จะไปร่วมกับอีกพรรค มีนายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เป็นผู้นำ โดยพรรคดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับตระกูลติยะไพรัช ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางใน จ.เชียงราย มีแนวทางการทำงานควบคู่ไปกับพรรค ที่มีนายพิธาเป็นผู้นำ คาดว่าความชัดเจนทั้งหมดจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

“เอกภพ” ปัดข่าวแยกทาง “พิธา”

นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือที่ว่าตนจะออกไปเป็นแกนนำตั้งพรรคใหม่ แต่เข้าใจได้เพราะการเกิดเหตุการณ์ยุบพรรคทุกคนคาดการณ์ไปอย่างโน้นอย่างนี้ ส.ส.ที่ยังอยู่อาจมีคนที่รู้สึกหวั่นไหว เพราะทุกคนไม่เคยโดนยุบพรรคมาก่อน เมื่อได้คุยกันแล้วได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าร่วมกันต่อ การแยกตัวออกไปอีก อาจทำให้พรรคยิ่งเล็กลง ตอนนี้เราเหลือ ส.ส.เพียงประมาณ 50 คน หากเราแยกไปอีกยิ่งทำให้แรงขับเคลื่อนน้อยลงไปกันใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผลกับเรื่องเก้าอี้กรรมาธิการชุดต่างๆ และโควตาในบางเรื่องด้วย เท่าที่บอกได้คือตอนนี้แนวทางของเรายังคงเป็นแบบเดิม หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ขอเป็นแกนนำเกาะกลุ่มเดิมที่คุยกันไว้แต่แรกดีกว่า

ตีแสกหน้า “ศรีนวล” แถไม่ได้ดูด

เวลา 19.20 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐพงศ์ ศรนุวัตร ส.ส.กระบี่ อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวแฉพฤติกรรมการดูด ส.ส. พร้อมเปิดคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่าง น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย กับนายประเสริฐพงศ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ศรีนวลระบุว่าไม่มีการเจรจาซื้อตัว ส.ส. นายประเสริฐพงศ์กล่าวว่า คลิปเสียงนี้ น.ส.ศรีนวลติดต่อมาพูดคุยชักชวนให้ย้ายไปอยู่พรรคการเมืองหนึ่ง เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แกล้งถามไปว่าย้ายพรรคจะได้อะไรกันบ้าง แต่ น.ส.ศรีนวลไม่ได้พูดชัด ตอบเพียงว่าขึ้นอยู่กับว่าจะคุยกันอย่างไร ที่แฉครั้งนี้ต้องการให้เห็นรูปแบบของขบวนการทำลายประชาธิปไตย ลดศักดิ์ศรีของสภาฯ

“ปิยบุตร” สวน “เสี่ยหนู” ใครกุ๊ย

นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงคนอัดคลิปแฉเป็นกุ๊ยนั้น คิดว่าจะเป็นกุ๊ยหรือไม่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แต่พฤติกรรมแบบไหนที่ทำการเมืองไทยเสียหาย ทำให้สภาฯเหมือนตลาดสด ซื้อตัว ส.ส.กันในสภาฯแบบไม่อาย ประชาชนจะตัดสินได้ว่าใครกันแน่ทำให้ระบบการเมืองไทยเสียหาย หลายคลิปที่ผ่านมานายอนุทินปฏิเสธได้ก็ปฏิเสธไป แต่เชื่อว่ารู้อยู่แก่ใจ รวมถึงหุ้นส่วนพรรคของท่านก็รู้ หากลงทุนขนาดนี้หมายความว่าต่อไปจะเอาคืนใช่หรือไม่ นายอนุทิน ถือเป็นแคนดิเดตหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ หาก พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อไม่ไหว แต่อยากให้เริ่มต้นอย่างสง่างาม อย่ามาใช้วิธีแบบนี้ ทำแบบนี้จะกลายเป็นนายกฯที่ไม่สง่างามไปอีกคน

“เบญจา” แฉไอ้โม่งข่มขู่หนัก

เวลา 15.00 น. ที่ สน.บางโพ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่ออดีตพรรคอนาคตใหม่ เข้าลงบันทึกประจำวัน หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.พ. น.ส.เบญจาออกมาเปิดหลักฐานคลิปเสียงการขอซื้อตัว ส.ส. โดยให้ค่าหัวคนละ 23 ล้านบาท น.ส.เบญจากล่าวว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 25 ก.พ. ระหว่างการประชุมสภาฯ ได้มี ส.ส.คนหนึ่งเดินเข้ามาหา พร้อมระบุว่า มีบุคคลหนึ่งไม่ทราบชื่อนามสกุล ฝากมาบอกว่าให้ระวังตัวให้ดี จากการเปิดเผยคลิปสนทนาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเข้ามาพูดคุยว่าให้ตนระวังตัวไว้ ล่าสุดวันนี้มีบุคคลหนึ่งเข้ามาข่มขู่อีก ทำให้เกิดความกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบ สน.บางโพ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

นศ.กระหน่ำแฮชแท็กรวมตัวต้าน

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ไม่พอใจรัฐบาลและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ. มีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียนัดหมายชุมนุมในสถานศึกษา 15 แห่ง ประกอบไปด้วย โรงเรียนสตรีวิทยา ถนนราชดำเนินกลาง ใช้สโลแกนว่า “อย่าปล่อยให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นแค่สถานที่ที่บอกว่าเราไม่ใช่สตรีวิทย์ 1#savedemoracy #คนดีของชั้นรึต้องไม่เอาเผด็จการ#สวที่อยู่ข้างประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคโดมปฏิวัติธรรมศาสตร์นัดชุมนุมที่ลานพญานาค #ที่ยุบอนาคตใหม่พี่มหาลัยกูทั้งนั้น มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ที่อาคารเรียนรวม และวิทยาเขตองครักษ์ ลานน้ำพุวงเวียนใหญ่ #มศวขอมีจุดยืน มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดพร้อมกัน 3 แห่ง คือ ลานศร 3 วังท่าพระและวิทยาเขตนครปฐม #ศิลปากรขอมีซีน ส่วนที่วิทยาเขตเพชรบุรี ที่สระศิลป์เพชรพิรมย์ #ศิลป์เพชรไม่เงียบ

เหน็บแสบเรือใบไม่ใช่เรือดำน้ำ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นัดที่สนามหญ้าหน้าอาคาร 24 #UTCC เรือใบไม่ใช่เรือดำน้ำ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ลานตลาดหอใน #หนังสือก็ต้องอ่านของหวานไม่ชอบกิน มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ที่ลานหน้าหอประชุมธรรมรงค์บัวศรี #ทีมบูรพาจะฟาดบ้างแม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่บึงสีฐาน ฝั่งหอศิลป์ #มข.พอกันที #เกิดจากสฤษดิ์แต่ไม่ขอเป็นสลิ่ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่หน้าตึกกิจกรรม #มอออตานีขยี้รอบที่สอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราชที่ลานไทร #Wuขอกู้คือเกียรติมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีที่หลังอาคารวิทยบริการ ม.ราชภัฏพิบูลย์สงคราม จ.พิษณุโลก #ราชภัฏอยากงัดกับสลิ่ม

เตรียมอุดม-ลูกพ่อขุนเอาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดได้มีการเผยแพร่การนัดหมายชุมนุมแบบแฟลชม็อบที่สนามหญ้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในเวลา 08.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ใช้สโลแกนว่า #เกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ ซึ่งในวันเดียวกันยังมีการออกประกาศการชุมนุมในมหาวิทยาลัย เช่น ที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นต้น

เด็กสตรีวิทย์ไม่เอาเผด็จการ

ต่อมาเวลา 15.15 น. ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนราชดำเนินใน นักเรียนมัธยมโรงเรียนสตรีวิทยา ทั้งในชุดเครื่องแบบนักเรียน และชุดไปรเวตปิดหน้ากากอนามัย รวมตัวกันประมาณ 30 คน รวมตัวกันบริเวณด้านหน้าป้ายโรงเรียน ชูป้ายกระดาษเอ 4 เขียนข้อความ อาทิ ไม่เอาเผด็จการ, สว อยู่ข้างประชาชน, อยากได้นายกฯที่มีเซลล์สมองมากกว่า 84,000 เซลล์, #คนดีของฉันรึจะต้องไม่เอาเผด็จการ เป็นต้น ก่อนร่วมกันร้องเพลงชาติ และนัดแนะให้ทุกคนติดตามการนัดหมายชุมนุมในครั้งต่อๆไป ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที

มศว ก้าวหน้าขอแสงยุติธรรม

เวลา 16.30 น. ที่บริเวณเสาธงหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มศว) กลุ่มนักศึกษาหัวก้าวหน้าเรียกร้องประชาธิปไตย นำโดย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อดีตศิษย์เก่า มศว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นายศมน ศักดิวงศ์ นศ. คณะนวัตกรรมสื่อสารสังคมชั้นปีที่ 4 จัดชุมนุมเปิดแสงไฟจากมือถือ เรียกร้องความยุติธรรมให้พรรคอนาคตใหม่อย่างคึกคัก รวมทั้งให้ยกเลิกกลุ่มวิชาคนดี ยกเลิกระบบโซตัสในมหาวิทยาลัย นายศมนกล่าวว่า ต้องการร่วมเรียกร้องสังคมประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย ไม่ได้จัดเพื่อสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง

“ไผ่ ดาวดิน” ร่วม มข.พอกันที

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สนามหญ้าข้างบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กลุ่ม นศ. บุคลากร และประชาชนกว่า 2,000 คน รวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “มข.พอกันที” นำรถแห่มาตั้งเป็นจุด ศูนย์กลางติดป้ายข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาหรือ “ไผ่ ดาวดิน” นักเคลื่อนไหวทางการเมืองพร้อมเพื่อนพ้อง มาร่วมแสดงดนตรี โดยไผ่ ดาวดินกล่าวว่า ทุกคนต่างหมดความอดทนกับรัฐบาลกลั่นแกล้งพรรคการเมืองและประชาชน จนต้องออกมาแสดงจุดยืนจนเกิดแฮชแท็กคำว่า “มข.พอกันที ยึดมั่นเชิดชู เสรี สิทธิที่เราใฝ่ฝัน”

สนท.จัดหนักเล็งนัดชุมนุมใหญ่

เวลา 17.00 น.ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต กลุ่ม นศ.และนักกิจกรรมจัดชุมนุมแฟลชม็อบ “รวมพลังธรรมศาสตร์ ทวงคืนอนาคต” โดยมีแกนนำ อาทิ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล คณะสังคมวิทยาชั้นปีที่ 2 โฆษกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ อดีต สนท. นายสุณัฐธวิทย์ วัฒนผล ประธานนักศึกษา มธ. นายณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ มธ. นายธรรมธวัช ธีรศิลป์ คณะศิลปศาสตร์ มธ.อดีตประธานกลุ่มล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) พร้อมนักศึกษา คณาจารย์และเจ้าหน้าที่กว่า 1 พันคนเข้าร่วม ขณะที่โฆษก สนท.กล่าวว่ามั่นใจเบื้องต้นแล้วว่านักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ คิดต่อต้านเผด็จการแบบเดียวกัน หลังเสร็จสิ้นการสอบของนักศึกษาจะประสานเครือข่ายว่าน่าจะจัดชุมนุมใหญ่สักครั้งหรือไม่

ขอชื่องูเห่าส้มแปะหน้าส้วม

ด้านนายภูผา ภูวดลอานนท์ นายกองค์การนักศึกษา มธ.มีหนังสือถึง ผอ.สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มธ.เรื่องขอเปลี่ยนป้ายชื่อจุดพักขยะและห้องสุขา ระบุว่า จากกรณียุบพรรคอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องย้ายสังกัดแต่มีบางท่านเลือกย้ายสังกัดโดยไม่สนใจและใส่ใจในเจตจำนงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของคะแนนเสียง นักศึกษาที่เลือกตั้งในเขตปทุมธานีเขต 3 ประสงค์ที่จะขอความอนุเคราะห์เปลี่ยนป้ายชื่อจุดพักขยะหน้าอาคารเคียงโดม 6 เป็น “จุดพักอนาวิล” และห้องสุขาเป็น “ห้องอนาวิล” เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในความอัปยศ ส่งข้อความว่า “เราจะไม่เลือกคุณอีก คุณก็เหมือน ส.ส.ใช้แล้วทิ้ง เป็นได้แค่ครั้งเดียวและอย่าหวังว่าจะได้รับโอกาสนี้อีก”

ศิลปากรยืนไว้อาลัย “ลุงตู่”

ที่สะพานแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรจาก 3 วิทยาเขตกว่า 500 คน จัดเวทีปราศรัยและแสดงพลังภายใต้กิจกรรมศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์และจัดตั้งภาคีนักศึกษาศิลปากรเพื่อเดินหน้าสังคมประชาธิปไตย #ศิลปากรขอมีซีน เรียกร้องสังคมที่เป็นธรรม ต่อต้านความอยุติธรรม ชูป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนไว้อาลัยในการขับไล่ลุงตู่เป็นเวลา 88 วินาที ก่อนจะสลายตัว

ม.บูรพาอัดอั้นถามหา ปชต.

ที่ลานหน้าหอประชุมธำรงบัวศรี มหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมืองชลบุรี นิสิตกลุ่มโกงกางราว 1,000 คน รวมตัวชุมนุมขึ้นป้ายประกาศ “บูรพาถามหาประชาธิปไตย” ผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องปรับลดงบกระทรวงศึกษาธิการไปเพิ่มงบฯกลาโหม ส่งผลให้ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยแพงขึ้น ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ภาควิชา การรัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ กล่าวว่า การรวมตัวเป็นผลพวงจากรัฐประหารปี 2557 ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก โดยเฉพาะครู อาจารย์ถูกปิดกั้นไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ประกอบกับมีการยุบพรรคการเมือง ที่นิสิตชอบซึ่งเป็นความหวังทางการเมืองของคนรุ่นใหม่

มร.พิบูลสงครามประท้วงปิดปาก

ที่หน้าหอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว) อ.เมืองพิษณุโลก นักศึกษาประมาณ 50 คน รวมตัวถือป้าย อาทิ “#ราชภัฏ อยากงัดกับสลิ่ม #กลัวชื่อหาย” “ไม่เอาเผด็จการ” “งัดก็งัด” “สุดจะทนกับ รบ.ควายๆ” “เห็นหัวกู้บ้าง” “ชุมนุมอนาคตดับ? ผมดับตั้งแต่ลุงเข้ามา...แล้วครับ” “ขึ้นต้นด้วย ราช ไม่ใช่ทาส เผด็จการ” “#ประเทศไทยเป็นของคนไทย #ไม่ใช่เผด็จการ” ฯลฯ โดยไม่กล่าวปราศรัยใดๆใช้มือปิดปากเพียงอย่างเดียวแสดงออกถึงการถูกปิดกั้นในพื้นที่ของราชการ นายอนุชา บุญถิ่น แกนนำเผยว่า พวกเราทำได้เพียงถ่ายภาพกิจกรรมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสถานที่เป็นสถานที่ราชการ แต่จะดำเนินกิจกรรมในครั้งหน้าอีกแน่นอน

ม.อ.รูสะมิแลไม่แคร์เผด็จการ

ที่ตึกกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี นักศึกษาและประชาชนกว่า 200 คน จัดแฟลชม็อบจาก “รูสะมิแลไม่แคร์เผด็จการ” แสดงออกถึงความไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล รู้สึกถูกกดขี่ ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีความยุติธรรมในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาอื่นๆ เขียนป้ายความในใจระบายความรู้สึก เปิดอภิปรายทั้งภาษาไทยและภาษามลายู การแสดงดนตรีสด และอ่านคำแถลงการณ์ร่วมกัน เสนอ 3 ข้อเรียกร้อง คือ ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งร่างรัฐ ธรรมนูญฉบับใหม่ลงประชามติอย่างเป็นธรรม เรียกร้ององค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ลาออกและสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งยึดโยงกับประชาชน และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ส่วนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีนักศึกษา 100 คนแสดงพลังที่บริเวณลานไทรหัวข้อ” คงยังคงยืนโดยท้าทาย ขอธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย เพื่อพิทักษ์ศักดิ์ศรี พิทักษ์สิทธิ์ของตน”

“เทพไท” เตือนอย่าประมาท นศ.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลมาก เป็นปรากฏการณ์ที่มีนักศึกษาเข้าร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมากกำลังขยายตัวไปทุกมหาวิทยาลัย เป็นมิติใหม่ในรอบหลายทศวรรษ อดีตขบวนการนักศึกษาจะมีบทบาทสำคัญเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้ง กำลังเริ่มก่อตัวอีกครั้งโดยใช้เงื่อนไขการยุบพรรคอนาคตใหม่ และจะลุกลามไปสู่การต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ นักศึกษาเป็นกลุ่มพลังที่บริสุทธิ์ ที่ออกมาแสดงพลังเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ อยากเรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญ ไม่ควรตั้งอยู่บนความประมาท รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาแบบตัดไฟแต่ต้นลม ออกมารับฟังความคิดเห็นหาแนวทางคลี่คลายปัญหา ไม่อยากให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวขยายตัวเป็นไฟลามทุ่ง ที่อาจจะยากต่อการแก้ไขในโอกาสต่อไป

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.งบฯ 63

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศว่า โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตรา พ.ร.บ.ขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 เป็นต้นไป งบประมาณรวมทั้งสิ้น 3,200,000,000,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2563ประชุมสภาประยุทธ์ จันทร์โอชาไบโอเมทริกซ์มาดามหลังทำเนียบข่าวหน้า1

Most Viewed