ข่าว
100 year

โต้ “มิ่งขวัญ” อย่าบิดเบือนเงินชิมช้อปใช้ ลั่น ไม่ได้ไหลเข้าตระกูลใหญ่

ไทยรัฐออนไลน์26 ก.พ. 2563 13:14 น.
SHARE

“ชาญกฤช” โต้กลับหลัง “มิ่งขวัญ” อภิปรายเงินชิมช้อปใช้ไหลเข้าตระกูลใหญ่ ขอ อย่าบิดเบือนข้อมูล ชี้ ช่วยกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นระบบเศรษฐกิจฐานราก

จากกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายว่า เศรษฐกิจไม่ดี ความเหลื่อมล้ำสูง เงินชิมช้อปใช้ไหลเข้าตระกูลใหญ่ ซึ่งงบประมาณชิมช้อปใช้ประมาณ 20,000 ล้านบาท สามารถนำไปใช้ในมาตรการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซื้อเตียงผู้ป่วยได้จำนวนมากนั้น

ล่าสุดวันนี้ (26 ก.พ. 2563) นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ยืนยันว่า โครงการชิมช้อปใช้ เป็นมาตรการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบโดยตรงและรวดเร็ว ถือว่ามีความจำเป็นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำ และถือว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ตั้งแต่ 27 ก.ย. 2562-31 ม.ค. 2563 พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า 14 ล้านคน ใช้จ่ายเม็ดเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กว่า 29,000 ล้านบาท พี่น้องประชาชนเติมเงินผ่านกระเป๋า 2 (G-Wallet 2) สูงถึงร้อยละ 60 มีการใช้จ่ายผ่านร้านชิม 4,758.7 ล้านบาท ร้านช้อป 20,212 ล้านบาท ร้านใช้ 464.3 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป 3,288.4 ล้านบาท

ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเม็ดเงินราวร้อยละ 92 ของยอดจับจ่ายใช้สอยทั้งหมดหมุนเวียนผ่านผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย มีเพียงแค่ร้อยละ 8 เท่านั้นที่เข้าสู่ร้านโมเดิร์นเทรด เพราะในช่วงเริ่มต้นผู้ประกอบการบางรายทำโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า จึงเร่งแก้ปัญหาให้ยกเลิกโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม จากจุดนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าโครงการชิมช้อปใช้ ไม่ได้เอื้อประโยชน์นายทุนหรือเงินไหลเข้าตระกูลใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเงินไหลเข้าร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในทุกจังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นการจับจ่ายใช้สอยในเมืองรองมากกว่าเมืองหลัก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 หรือมีมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท

“ผมได้รับมอบหมายจากท่านอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ลงพื้นที่ติดตามความเรียบร้อยของโครงการอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่ม เม็ดเงินได้กระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ร้านค้าของชาวบ้านได้รับประโยชน์ ยอดขายปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ บางร้านปรับเพิ่มทะลุ 100 เปอร์เซ็นต์ก็มี เม็ดเงินไม่ได้ไหลเข้าผู้ประกอบการรายใหญ่ตามที่มีการอภิปราย ผู้ที่ได้รับรางวัลจากการลุ้นโชคก็เป็นชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย รางวัลที่ 1 รถยนต์โตโยต้า ก็เป็นของชาวนาที่โคราชที่เติมเงินของตนเองเข้าไปในกระเป๋า 2 (G-Wallet 2)

ประเด็นที่คุณมิ่งขวัญเสนอให้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกฎหมายการค้าขายออนไลน์เป็นสิ่งที่ดี รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามเร่งแก้ปัญหาอยู่ ส่วนการดูแลงบประมาณด้านสาธารณสุขขอยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นลำดับต้นๆ อยู่แล้ว เพราะการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ถือเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2563ประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชิมช้อปใช้มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ประยุทธ์ จันทร์โอชา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้