นายกฯย้อนศรแสบ เปิดคลิปภท.ดูดส.ส. ‘อนุทิน’ เดือดด่า ‘กุ๊ย’ นศ.ลุยค้านยุบอนค.

ฝ่ายค้านปูพรมอภิปรายถล่ม “บิ๊กตู่” ต่อ “สุทิน” ย้ำแผล “นโยบายประชารัฐ” สารตั้งต้นเอื้อทุนใหญ่ อ้างข้อมูลทีดีอาร์ไอทำ 24 ตระกูลรวยอู้ฟู่ 76% เปรียบ “เปิดให้เสือเข้าไปในห้องเนื้อสด” แต่ดูดายฐานราก “สรัสนันท์” ฉะชักศึกเข้าบ้าน ดึงอาลีบาบาทำเอสเอ็มอีเจ๊ง “จิราพร” อัดรัฐไร้กึ๋นขายหน้ากากรีดเงิน ถามต้องให้ตายอีกกี่ศพถึงจะสละเก้าอี้ “ประยุทธ์” สวนทันควัน เหน็บข้อมูลฝ่ายค้านขาดไปหนึ่งตระกูล ทำขึงขังถ้าคนรวยทำผิดก็ไม่เอาไว้ “เสี่ยหนู” อ้าแขนรับงูเห่าก๊อกสอง ลั่นไม่ได้ดูดเพื่อต่อรอง แต่ห้ามหั่น 7 โควตาเดิม “วิรัช” อยู่เป็นบอกรัก “เสี่ยหนู” มาก คนแพร่แห่พวงหรีดวางหน้า สนง. 2 ส.ส. “บิ๊กป้อม” ไม่รู้เรื่องคลิปเสียง “ธรรมนัส” บอก 23 ล.ไม่สมเหตุผล นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยลุยต่อ มหิดลออกโรง มช.ปลุก “ช้างเผือกไม่ทน” ม.อุบลฯ “ไม่เอากะลา”

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ยังคงเป็นการเล่นเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ทางด้านฝ่ายค้านยังคงมุ่งอภิปรายโจมตีไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีบริหารผิดพลาดบกพร่อง เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่

“เสรีพิศุทธ์” พูดแน่ปมถวายสัตย์

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุญาตให้อภิปรายเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบว่า ถามว่านายชวนเอาสภาฯไปรับใช้ฝ่ายบริหารหรือ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ท่านเอาอะไรมาห้าม การแสดงความคิดเห็นในสภาฯเป็นเอกสิทธิ์ จะไปนำฟ้องร้องหรือกล่าวหาในทางใดไม่ได้ เวลามีคนไปยื่นญัตติถอดถอนตน ท่านก็รับ เป็นเรื่องตลกดี ญัตติที่ยื่นไปชัดเจนว่านายกฯไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จึงสามารถอภิปรายได้ เมื่อถามย้ำว่ายืนยันจะอภิปรายในประเด็นนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า สื่อมวลชนรู้หรือไม่ว่านายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ เคยฟังมาหมดแล้วใช่ไหม คนทั้งโลกเขารู้หมดว่านายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ คนเราอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้ นายกฯประหลาดที่หลอกคนไม่ได้ แต่หลอกตัวเองได้

...

ฉะใครทะลึ่งไปซูเอี๋ยรัฐบาล

เมื่อถามย้ำว่า ข้อตกลงนี้วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นชอบแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ไม่มี ใครทะลึ่งมาตกลง ตนไม่ได้ตกลงด้วย “ไอ้เวร พวกนั้นไปตกลงได้ไงประเด็นของผมอยู่คนละพรรค จะตกลงทำไมไม่มาคุยกับผมก่อน อย่าให้พูดหนักไปกว่านี้ก็แล้วกัน” เมื่อถามว่า นอกจากเรื่องการถวายสัตย์แล้วยังมีหมัดเด็ดอื่นที่จะน็อกรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า เชื่อว่าเรื่องถวายสัตย์อย่างเดียวก็น็อกแล้ว ถามคุณว่ามีใบเสร็จไหม เสียงคุณประยุทธ์ก็ชัดเจนแล้ว แล้วจะมาอ้างข้อบังคับห้ามอภิปรายเรื่องการถวายสัตย์ไม่ได้ ข้อบังคับมีเพียงแต่ห้ามพูดถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น เรื่องนี้ไม่ต้องคุยกับวิปฝ่ายค้านแล้ว อย่าเอาสภาฯไปรับใช้ฝ่ายบริหาร ให้มีศักดิ์มีศรีบ้าง คนเราไม่มีศักดิ์ศรีก็อย่าเป็นเลย

“บิ๊กตู่” ยิ้มแฉ่งฟังซักฟอกวันที่สอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโกรธหรือไม่ที่ถูกเรียกว่า“คุณ” พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามได้แต่ยิ้ม เมื่อถามย้ำว่าพอใจภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวว่า “ก็น่าโอเค อันไหนชี้แจงได้ผมก็ชี้แจงไป เอาเถอะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยก็ว่ากันไป”

โวย รมต.หยุดแจงนอกบท

กระทั่งเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้ วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อเป็นวันที่สอง นาย ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธาน การประชุม แจ้งเวลาการอภิปรายที่ใช้ไปว่า เวลาที่ ครม.ชี้แจงใช้ไป 2 ชั่วโมง 45 นาที เวลาที่ฝ่ายค้าน อภิปรายใช้ไป 9 ชั่วโมง 47 นาที นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า จากการหารือกัน จะให้เวลาฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายจนถึงเวลา 19.00 น. วันที่ 27 ก.พ. จากนั้นจะให้ฝ่ายค้าน กล่าวสรุปปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมาลงมติในวันที่ 28 ก.พ. ขอให้ฝ่ายค้านช่วยบริหารเวลาด้วย ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านขอร้องฝ่ายรัฐบาลและรัฐมนตรีที่จะชี้แจง ขอให้ชี้แจงในประเด็นที่อยู่ในญัตติที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่พูดไปเรื่อยในเรื่องที่ไม่ถูกกล่าวหา ทำให้เสียเวลา

“บิ๊กตู่” ขอให้เกียรติยศทหาร

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ใช้สิทธิชี้แจงว่า แม้นายกฯจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล กำหนดแนวทางการทำงาน แต่ไม่ได้เป็นคนทำงานทั้งหมดเพียงผู้เดียว จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดการรับรู้ ส่วนเรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเป็นพลเรือนด้วยกัน ตนไม่ห่วงว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่สำหรับทหารและตำรวจได้ร่วมพิธีถวายสัตย์และรับพระราชทานยศมาด้วยกัน กรุณารักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ด้วย ไม่ได้โกรธเคืองอะไรท่านเลย ส่วนโครงการก่อสร้างหอชมเมือง เป็นโครงการของเอกชนมูลค่า 4,423 ล้านบาท ไม่ใช่โครงการรัฐ ไม่มีการใช้งบประมาณรัฐ สร้างเสร็จแล้วยกให้กรมธนารักษ์

รมต.พาเหรดแจงยาวเหยียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางฝ่ายรัฐบาลยังคงใช้วิธีให้รัฐมนตรีดาหน้าลุกขึ้นชี้แจง เพื่อเบรกเกมของฝ่ายค้านอยู่ตลอด โดยหลัง พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจง มีรัฐมนตรีอีกหลายคนพากันลุกขึ้นชี้แจง อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงโครงการหอชมเมือง ยืนยันว่าไม่ใช่การเอื้อให้กลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ประโยชน์จากการเก็บค่าธรรมเนียม ตลอดอายุสัญญา 30 ปี เป็นเงิน 62 ล้านบาท จากที่ดินที่ไม่เคยได้รับประโยชน์อะไร ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงเรื่องการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง บนถนนเจริญนคร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ถูกมองว่าเอื้อนายทุน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงเรื่องการใช้อำนาจมาตรา 44 แทรกแซงทีวีดิจิทัล และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงเรื่องการเอื้อ ประโยชน์นายทุนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมใช้เวลาชี้แจงยาวเหยียดกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ฝ่ายค้านต้องลุกขึ้นประท้วงประธานฯ ที่ปล่อยให้ ครม.ชี้แจงจำนวนมาก

“สุทิน” ฉะ รมต.ไม่รู้กาลเทศะ

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวทักท้วงว่า รัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้ แต่ถ้าอ้างมากไปการอภิปรายก็ไปไม่ได้ ต้องดูกาลเทศะด้วยว่าควรให้ใครพูด และควรพูดเวลาใด ถ้ายังทำกันอยู่แบบนี้ ฝ่ายค้านขอยกเลิกข้อตกลงเรื่องเวลาที่ทำกับฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด สิทธิต้องมาคู่กับความเหมาะสม การอภิปรายครั้งนี้ ถ้าตนไม่เป็นผู้กล่าวปิดการอภิปรายก็ปิดไม่ได้ ตนไม่ขอเป็นสุภาพบุรุษกับคนที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงยืนยันว่า ต่างฝ่ายต่างมีเวลาของตัวเอง เราใช้เวลาของเราถ้ามีเวลาเหลือก็พูด ถ้าไม่มีเวลาเหลือก็ไม่พูด ทำให้นายศุภชัยกล่าวว่า อยากให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปตกลงกันเรื่องเวลาที่เหลือให้ดี ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การประชุมต่อไป

ชักศึกเข้าบ้านทำเอสเอ็มอีเจ๊ง

ต่อมา น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การบริหารงานของนายกฯไร้น้ำยา ไร้ประสิทธิภาพ ไร้วิสัยทัศน์ เป็น เรื่องจริง เห็นได้จากตัวเลขคนตกงาน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก เพราะเอื้อผลประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเจ้าสัวที่บริจาคโต๊ะจีนให้พรรคของท่าน ได้ดิบได้ดีธุรกิจโตกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ทั้งการต่อสัญญาดิวตี้ฟรี รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ไม่สนับสนุนรากหญ้าคนหาเช้ากินค่ำ เป็นผู้นำที่ไม่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทยกำลังประสบปัญหา กลับอ้าแขนรับอาลีบาบาจากจีนเข้ามาหากำไรในไทย ถือว่ารัฐบาลชักศึกเข้าบ้าน เราเอาจีนเข้ามาทำธุรกิจ แต่ไม่เคยต่อรองเอาผลประโยชน์ให้คนไทยตัวเล็กตัวน้อย ผู้ประกอบการไทยมีแต่คนเก่ง แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ธุรกิจเอสเอ็มอีที่พยายามปรับตัวมาเป็นออนไลน์ เมื่อเจอทุนใหญ่จากจีนก็สู้ไม่ได้ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความไม่รู้ ความมักง่ายของ พล.อ.ประยุทธ์ และทีมเศรษฐกิจ

จวกเอื้อ 24 ตระกูลธุรกิจ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ไร้ความสามารถนำไปสู่วิกฤติใหญ่ของไทย ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤติความเหลื่อมล้ำ คนรวยไม่มีโอกาสจน คนจนไม่มีโอกาสรวย วิกฤติครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนทำ โดยมีนโยบายประชารัฐเป็นสารตั้งต้น อยากฟังคำตอบว่า ทำไมเจ้าสัวจึงรวยมากใน 5 ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลตอบไม่ได้ จากเศรษฐีเป็นมหาเศรษฐี ใครเป็นคนทำ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ระบุสาเหตุความเหลื่อมล้ำว่าคนที่มีส่วนร่วมทางการเมืองไทยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 76 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมา 24 ตระกูลธุรกิจที่ไปร่วมลงนามยุทธศาสตร์ประชารัฐ ตั้งกรรมการประชารัฐ 12 ชุด มีนักธุรกิจรายใหญ่ อาทิ กลุ่มนายแบงก์ กลุ่มปูนซีเมนต์ กลุ่มน้ำเมา กลุ่มโรงแรม เข้าร่วมกำหนดทิศทางธุรกิจ เปิดประตูให้นักธุรกิจมาบริหารประเทศ เปิดเสือให้เข้าไปในห้องเนื้อสด ถือเป็น 24 ตระกูลที่เป็นพันธมิตรประชารัฐ ที่เห็นชัดเจนคือปี 2562 มีการประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิต พวกเหล้า เบียร์ หวังให้คนเลิกเหล้า เบียร์ ประกาศปุ๊บวันรุ่งขึ้นเหล้าเบียร์ขึ้นราคาทันทีจาก 31 บาทต่อขวด พุ่งเป็น 60 บาท ต่อขวด เอื้อประโยชน์หรือไม่ นี่คือประชารัฐที่เอาเสือไปอยู่กับเนื้อ เอาเอกชนมาพ่วงกับรัฐบาล ตัดประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วม แต่กลุ่มทุน 24 กลุ่มได้งานมหาศาล

ชี้ลาออกเท่านั้นคือทางออก

นายสุทินกล่าวต่อว่า ข้อผิดพลาดของรัฐบาลคือ ไม่ยอมดูแลเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่แรกจนทรุด ทอดทิ้งเกษตรกรรายย่อย แม้ลงไปทำตอนนี้ก็แก้ไม่ทันแล้ว นาปรังไม่ได้ทำมา 5 ปี ทอดทิ้งเกษตรกร แต่ไปดูแลอุตสาหกรรมใหญ่ และยังไปรีดภาษีชาวบ้านอีก ไม่มีที่ไหนทำกัน เศรษฐกิจแย่แบบนี้ยังขึ้นภาษีเหมือนซ้ำเติมประชาชน แต่ไปเพิ่มรายได้ให้เอกชน นี่คือสาเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำ วันนี้เศรษฐกิจชุมชนพังพินาศ แค่จะเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู แม้ลงทุนทำเองแต่กลับแพงกว่าทุนใหญ่ทำ ทางแก้ไขปัญหานั้นมีแต่ต้องถามว่าในใจรัฐบาลมีชาวบ้านหรือมีแต่กลุ่มทุน หลายคนบอกจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ไหม แต่ตนมองข้ามไปแล้วสนใจแค่ประเทศไทยจะอยู่รอดหรือไม่ แต่ไม่ขอไว้ใจให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ เพราะเอื้อคนรวย ไม่ช่วยคนจน ถ้าให้อยู่ต่อไปความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้น ขอให้ท่านเสียสละ ยุบสภาไม่ใช่ทางออกเพราะไม่ใช่ความผิดสภาลาออกเท่านั้นเป็นทางออก

“ตู่” พาดพิงขาดไปหนึ่งตระกูล

ทั้งนี้ หลังนายสุทินอภิปรายจบ พล.อ.ประยุทธ์รีบชี้แจงโต้แย้งโดยเฉพาะเรื่องการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ว่า ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลยกเว้นภาษีให้อาลีบาบานั้น มีการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มีการยกเว้นเฉพาะภาษีอากรขาเข้า แต่เมื่อนำมาขายออนไลน์ในประเทศต้องเสียภาษีปกติ ส่วนปัญหาคนว่างงาน แนวโน้มในปี 2563 ยังอยู่ในระดับไม่น่ากังวลมากนัก วันนี้กระทรวงแรงงานมีตำแหน่งว่างงาน 34,626 อัตรา ต้องไปดูที่ว่างงานตรงความต้องการหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้ฝึกเรียนหลักสูตรระยะสั้น จะได้รับเข้าทำงานได้ รวมถึงข้อกังวลเศรษฐกิจถดถอย สถานการณ์หนี้ครัวเรือนรัฐบาลมีมาตรการเข้าไปแก้ไข แม้หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง แต่ยังทรงตัว “เรื่องการเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง มีหลายท่านเอารูปผมที่ถ่ายคนนั้นคนนี้ 24 ตระกูล แต่ผมว่าหายไปตระกูลหนึ่งมั้งครับ ตระกูลนี้ ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ตระกูลที่รวยผิดปกติหายไปไหนหรือเปล่า พลาดไปหน่อย การที่มีรูปผมไปอยู่ตรงนั้น ผมถือว่าเป็นการประชุมเปิดเผย แต่ถ้าใครไม่มีรูปแบบนี้แสดงว่ามีการพบปะแบบไม่เปิดเผย”

ขึงขังคนรวยทำผิดก็ไม่เอาไว้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอย้ำว่าเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ทุกคนมีรายได้ มีร้านค้าโชห่วยเล็กๆเข้าร่วมปัจจุบันมีร้านธงฟ้าประชารัฐ 86,784 ร้านทั่วประเทศ ส่วนการใช้จ่ายผ่านร้านค้าเช่น บิ๊กซี หรือโลตัส และเซเว่นอีเลฟเว่น มีสัดส่วนต่ำมากเฉลี่ยเพียง 0.03 เปอร์เซ็นต์ ที่ถามว่าทำไมคนรวยถึงรวยขึ้น ประกอบกิจการถูกกฎหมายหรือไม่ ยืนยันว่าถ้าทำผิดกฎหมายแม้แต่นิดเดียว รัฐบาลก็ไม่สนับสนุน ไม่ยอม ไม่ให้ ส่วนเรื่องภาษีไม่ต้องการไปรีดกับประชาชน แต่ต้องปรับปรุงระบบภาษี ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่เยาวราช ได้พบเศรษฐีคนรวยเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อก่อนไม่ได้รวยแบบนี้ มาจากเมืองจีนเสื่อผืนหมอนใบ เขาขอบคุณคนไทยที่ให้ที่อาศัย ทำให้มีกำลังใจทำงานมีรายได้มากขึ้นๆ ต่างจากคนไทยที่จนลงๆ ดังนั้นคนไทยต้องตื่นรู้ กระตุ้นตัวเขา การแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำต้องแก้ด้วยกลไกและกฎหมาย สำหรับการใช้มาตรา 44 หลายอย่างได้ยกเลิกไป แต่หลายอย่างเป็นกฎหมายสำคัญ ตรงไหนที่ยังใช้ประโยชน์อยู่ก็ทำไป ยืนยันไม่เคยไปละเมิดสิทธิเสรีภาพใคร เว้นแต่ช่วงแรกๆที่เข้ามาก็มีความจำเป็น

แซวถ้าจะอ่านโพยพิมพ์แจกเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายกฯใช้เวลาชี้แจงมาพอสมควร นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาล ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงว่าหากนายกฯจะพูดตามเอกสาร ก็ขอให้พิมพ์แจกให้ประชาชนดูไปเลย และขอให้ตอบตรงประเด็น นายชวน หลีกภัย ประธานในที่ประชุม ตัดบทว่านายกฯชี้แจงในประเด็นที่ถูกอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนจดสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั้งหมด ถ้าให้พิมพ์แจกคงอ่านลายมือไม่ออก ทั้งนี้ หลังนายกฯชี้แจงจบได้มอบให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงต่อ ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านพากันลุกขึ้นประท้วงอีกรอบ ทำให้นายชวนต้องกล่าวว่า หลังลงจากบัลลังก์จะเรียกตัวแทนผู้ควบคุมเวลาของวิป 2 ฝ่ายไปหารือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ก่อนจะตัดบทให้เข้าสู่การประชุมต่อไป

ซัดไร้กึ๋นขายหน้ากากรีดเงิน

ทั้งนี้ บรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นในช่วงเย็น เมื่อ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายประกอบการเปิดคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไปพูดต่างกรรม ต่างวาระแบบไร้วุฒิภาวะ ไร้วิสัยทัศน์ในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง อาทิ การเเนะนำประชาชนให้ไปปลูกหมามุ่ยเป็นพืชเศรษฐกิจ ให้ไปขายยางพาราที่ดาวอังคาร น.ส.จิราพรกล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจกำลังดิ่งลงเหว กว่า 5 ปีที่ผ่านมาเจ๊งไม่เป็นท่า คนจะอดตายกันหมด วิกฤติถึงขนาดที่ว่าเอาหัวหน้ารัฐประหารมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ล้มเหลวเรื่องกำหนดนโยบาย การเจรจาการค้าระหว่างประเทศไร้ทิศทางไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งที่ใช้งบหลายร้อยล้านเดินทางไปต่างประเทศไม่น้อยกว่า 50 ครั้ง แต่ไม่รู้จักวิธีหารายได้เข้าประเทศ ขณะที่ประชาชนกำลังวิตกกับไวรัสโคโรนา มีไทยเพียงประเทศเดียวที่ขายหน้ากากหารายได้จากประชาชน

ทำไทยเป็นภูมิคุ้มกันบกพร่อง

น.ส.จิราพรกล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวด้านเจรจา การค้ากับสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถรักษาสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ไว้ได้ ถูกตัดจีเอสพีไทย 573 รายการ สหรัฐฯประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ชิงตันต่อเนื่อง นายกฯทราบเรื่องมาตลอดแต่ต้องการปกปิดความจริงไว้ และมาอ้างว่าเพิ่งทราบเรื่อง พอจะสรุปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดเท็จกับ ประชาชน นำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรงในเวลาต่อมา สหรัฐฯตัดจีเอสพีไทยหลังการยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เพียง 5 เดือน จากนั้นสหภาพยุโรป ตุรกี และแคนนาดา ก็ทยอยตัดจีเอสพีไทยตามสำดับ การทำรัฐประหารทำให้ไทยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลายเป็นจุดอ่อนไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก รวมความเสียหายที่ไทยถูกตัดจีเอสพีในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันเป็นมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท คือ 6 ปีที่สูญเปล่าของคนไทย ผลกระทบเป็นโดมิโน ท่านกำลังเป็นต้นเหตุให้คนตกงานเพิ่มอีกนับล้านคน

ตายอีกกี่ศพถึงจะสละเก้าอี้

“รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร มีปมด้อยโหยหาการยอมรับจากนานาชาติ ถึงขนาดต้องยอมซื้ออาวุธ และเปิดตลาดสุกรให้สหรัฐฯ เอาชีวิตประชาชนและเอาผลประโยชน์ประเทศไปแลก เพียงเพื่อจะได้เข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่ามาอ้างว่าถ้าประชาชนไม่เลือกแล้วท่านเข้ามาเป็นนายกฯได้อย่างไร นั่นเพราะกติกาออกแบบมาเพื่อพวกท่าน ท่านแพ้การเลือกตั้ง แต่ชนะในกติกา ท่านแพ้ในคูหา แต่กติกาอุ้มท่านเป็นรัฐบาล เมื่อท่านมาเป็นนายกฯสมใจอยาก กลับบริหารประเทศเศรษฐกิจพังพินาศ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าปี 2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศ นั่นเป็นเรื่องจริง เพราะคนจนกลายเป็นคนตาย ฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจ ทุกวันนี้ฆ่าตัวตายกันรายวัน ต้องให้อีกกี่ร้อยกี่พันชีวิตต้องมาสังเวยกับการบริหารประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพ ต้องให้คนตายอีกกี่คนจึงจะยอมสละเก้าอี้ หากยังมีนายกฯชื่อ พล.อ.ประยุทธ์อีกไม่นานประเทศจะเข้าสู่หายนะทางเศรษฐกิจ ประชาชนมืดมนสิ้นหวังอย่างแน่นอน” น.ส.จิราพรกล่าว

แฉเบื้องหลังฮุบเหมืองอัครา

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ประกาศลาออก ประเทศจะประสบความวิบัติหายนะ ขอยกตัวอย่างการใช้อำนาจมิชอบ ใช้อำนาจมาตรา 44 ห้ามทำกิจการทำเหมืองทองอัคราที่เป็นบริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกต จำกัด ของออสเตรเลีย ยึดมาเป็นของรัฐ นำไปสู่การฟ้องร้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ อีก 6-7 เดือนคำวินิจฉัยชี้ขาดจะออกมา สุ่มเสี่ยงที่ไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายมหาศาลถ้าแพ้คดี ทราบว่ามีคนอักษรย่อ “ช” ที่รู้จักกันดีในวงการเหมือง โดยเฉพาะธุรกิจปิโตรเลียม ไปเจรจาซื้อหุ้นเหมืองทองอัคราที่กำลังจะถูกแขวนเพราะเหมืองถูกสั่งปิดในลักษณะการลดราคาจากมูลค่าหุ้น 41 เซนต์ เหลือ 4.2 เซนต์ เพราะหวังว่าจะมาเจรจากับผู้มีอำนาจในประเทศให้สามารถเปิดกิจการต่อได้ คนคนนี้เป็นญาติสนิทสายเลือดเดียวกับ พล.อ. “ว” ทหารใกล้ชิดผู้นำ ซึ่ง พล.อ. “ว” เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มต้นกิจการเหมืองปี 2551 ทางออกเรื่องนี้มีทางเดียวรัฐบาลชุดนี้ต้องไม่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จึงมีโอกาสทำให้เกิดภาวะสูญเสียน้อยที่สุด

นายกฯรีบแจงทำเพื่อส่วนรวม

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ขอใช้สิทธิชี้แจงทันทีว่า เรื่องเหมืองอัครา รัฐบาลปี 2543 รับผิดชอบโดยการเปิดสัมปทาน ประเด็นสำคัญคือตนไม่ได้ออกคำสั่งยึดเหมือง เพียงแต่ให้ระงับปิดกิจการชั่วคราว เพื่อให้เคลียร์ปัญหาที่มีอยู่ทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ ยืนยันว่ามาตรา 44 เป็นการระงับใบอนุญาตชั่วคราวเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ คิดว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลต้องคิดแบบนี้ รัฐบาลที่ท่านร่วมอยู่ด้วยทำไมไม่แก้ ตนจำเป็นต้องปกป้องประชาชนที่ร้องเรียนมา และบังเอิญว่าตนไม่ใช่ไบโพลาร์

“เสี่ยหนู” อ้าแขนรับงูเห่าก๊อกสอง

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ย้ายมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยว่า มีการเขียนใบสมัครแล้ว แต่ยังไม่ได้นับมีกี่คน ยังไม่เซ็นรับรองสักใบ เขามี ส.ส.ที่เป็นพรรคพวกกันชักชวนกันมา เราไม่จำกัดว่าใครจะมาร่วมหากคุยกันรู้เรื่องก็ยินดีต้อนรับ เมื่อถามว่ามีการแฉว่ามีการซื้อตัว ส.ส.คนละ 23 ล้านบาท นายอนุทินย้อนถามว่า “ฟังเสียงคลิปแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เสียงภูมิใจไทยไม่ใช่เหรอ อาจจะแจกบัตรคิวก็ได้ เราไม่ได้เป็นพรรคขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่มีการโน้มน้าวหรือโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องมากับเรา แต่ละเดือนเรายังเอาตัวไม่รอด เราใช้งานเป็นจุดดึงดูด ส.ส.เข้ามา รวมถึงโอกาสวิสัยทัศน์ หากทั้ง 9 คนจะมาร่วมงานกับเราต้องใช้ผลงานแก้ตัว ไพ่ถูกสับไปแล้ว ถูกล้างไปแล้ว เมื่อมาอยู่พรรคที่มีโอกาสสร้างผลงานก็เป็นทางเลือกของเขา คนที่มาอยู่ไม่ต้องเปลี่ยนอุดมการณ์ของสองพรรค”

กร้าวไม่ต่อรองแต่ห้ามหั่นโควตา

เมื่อถามว่าพรรคอนาคตใหม่ต่อต้านรัฐบาลที่มาจากทหารตั้งแต่ต้น นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากทหาร มาจากมือพวกตน มาจากประชาชน ทหารตั้งรัฐบาลไม่ได้ เมื่อถามว่าจำนวน ส.ส.จะมีผลต่อโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อันนี้เขาเรียกว่าเล่นการเมือง เราไม่เล่นการเมือง ส.ส.มากขึ้นเราก็มีช่องทางทำงานให้ประชาชนมากขึ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อต่อรอง มีความสุขอยู่แล้วเรามี 7 ตำแหน่งดีอยู่แล้ว ถึงจะมี ส.ส.มากขึ้นก็จะเอาแค่ 7 ตำแหน่งนี้ เพราะถือว่าตอนร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะมี 7 หรือ 3 ตำแหน่งก็เป็นคนที่ร่วมก่อให้เกิดรัฐบาลนี้ขึ้นมา ต้องยึดหลักตรงนี้ เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายจะมีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใครจะปรับไม่รู้เราก็มี 7 คน อย่ามาตัดเราก็แล้วกัน เราไม่ได้ไปคุยอะไรกับใคร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะลงเรือหิ้วกระเป๋ามาด้วยกัน ไม่ใช่ระหว่างทางเชิญลงอย่างนั้นก็คงตาย ว่ายน้ำไม่ไหว

“วิรัช” อยู่เป็นบอกรัก “เสี่ยหนู”

นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชักชวนมาหลายเดือนแล้ว ขณะนั้นยังอยู่พรรคอนาคตใหม่ ยืนยันไม่มีค่าตัว มาด้วยใจ เพราะรักในหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยรู้จักกันมานาน 20 ปี ไม่มีลังเล เพราะตั้งใจที่จะมา มีการสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.พ. เมื่อถามว่าได้คุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาฯแล้วหรือยัง นายวิรัชตอบว่า ไม่ต้องคุย มันเป็นสิทธิ เมื่อพรรคถูกยุบถือเป็นสิทธิของตน ไม่ได้ย้ายตอนพรรคอนาคตใหม่ยังอยู่ ส่วนคนอื่นจะย้ายมาหรือไม่ ตนไม่ยุ่งมาคนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายวิรัชให้สัมภาษณ์อยู่นั้น นายอนุทินเดินมาพอดี นายวิรัชยิ้มและไปที่นายอนุทินพร้อมกล่าวว่า “ผมรักท่านมากที่สุด” ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า “ผมรู้จักท่านมา 30 ปีแล้ว ท่านให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายเยอะมาก เพราะเป็นคนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย เราต้องการความรู้ความสามารถท่าน”

“มณฑล” ยันไร้ผลประโยชน์ ซบ ภท.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยนั่งรับประทานร่วมกับ 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยด้วย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคกล่าวทักทายพูดคุย นายมณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจย้ายมาอยู่นี่ เกิดจากฟางเส้นสุดท้ายที่มีแกนนำอนาคตใหม่บางคนนำเอกสารสมัครเข้าสังกัดพรรคการเมือง ที่ยังไม่มีการระบุชัดเจนถึงชื่อพรรคและแกนนำคนใหม่ และมีกระแสข่าวว่าหัวหน้าพรรคจะไม่ใช่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือว่าเป็นการมัดมือชก จึงตัดสินใจมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้ชักชวนเพื่อน ส.ส.คนอื่นด้วย เชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีเพื่อน ส.ส.มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยกว่า 20 คน ยืนยันไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ยังคงให้ความเคารพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตแกนนำพรรค อนาคตใหม่ไม่เปลี่ยนแปลง

แฉอีกคลิปเสียงงูเห่าซบ ภท.

ช่วงค่ำที่รัฐสภา นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนายอดิศักดิ์ สมบัติคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวพร้อมเปิดคลิปเสียงบทสนทนาภาษาอีสาน ระหว่างนายอดิศักดิ์ กับนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ใน 9 ส.ส.ที่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย สรุปความได้ว่า นายอดิศักดิ์โทร.ไปสอบถามนายสำลีถึงสาเหตุการย้ายพรรค นายสำลีตอบว่าไปสมัครแล้ว เพราะคิดว่าไปพรรคนี้แล้วจะได้เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 และเรื่องเงินเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้ต้องย้าย เพราะอยู่พรรคเก่าเงินไม่พอใช้หนี้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นหนี้เป็นสินเยอะ จำเป็นต้องไปหาพรรคที่มีเงิน ทั้งนี้นายอดิศักดิ์กล่าวว่า รู้สึกหดหู่กับการซื้อขายตัว ส.ส.กันเหมือนตลาดนัดโคกระบือ

“อนุทิน” เต้นพวกกุ๊ยอัดเทปแฉ

ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีดังกล่าวว่า ยืนยันไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องกับการย้ายพรรคของ 9 ส.ส. คนเหล่านี้ไม่ใช่งูเห่าเพราะไม่มีพรรคสังกัดแล้ว พร้อมเปิดรับผู้ที่คิดว่าจะมาช่วยงานพรรค “ต้องอัดเทปกันหมด มารยาทต้องมี เป็นพฤติกรรมกุ๊ย ไม่ใช่อารยธรรม ทำกันอย่างนี้ได้ยังไง แต่ผมไม่ฟ้องกุ๊ย เพราะจะได้อะไรขึ้นมา ไม่ใช่กงการอะไรของคนที่มาแถลง ไม่มีเรื่องเงิน ถ้ามีหลักฐานลุยเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจ่ายให้ ไหนบอกทำการเมืองใหม่ ต้องทำในสิ่งที่อารยชนเขาทำกัน”

ชาวแพร่แห่วางหรีดต้าน 2 ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.แพร่ว่า หลังมีข่าวนายเอกการ ซื่อทรงธรรม และนายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ อดีตพรรคอนาคตใหม่ เตรียมย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย สร้างความไม่พอใจให้ชาวเมืองแพร่จำนวนมาก พากันนำพวงหรีดติดรูปนายเอกการไปวางไว้หน้าสำนักงานที่ทำการพรรค บริเวณกาดน้ำทอง อ.เมืองแพร่ และช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มคนที่ไม่พอใจการกระทำของ ส.ส.ทั้ง 2 คนได้พากันมารวมตัวลงชื่อทวงคืนคะแนนเสียงที่ชาวแพร่เทให้เมื่อครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมา จนสามารถล้มคนดังในเมืองแพร่ลงได้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ หงวนสุวรรณ ประธานเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ แกนนำชาวบ้านเผยว่า การกระทำของนายเอกการไม่ถูกต้อง ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวแพร่ ที่เลือกเข้าไปให้อยู่ฝั่งประชาธิปไตย แต่กลับตระบัดสัตย์ไปร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามไปยัง ส.ส.แพร่ทั้ง 2 คนแต่ติดต่อไม่ได้ ขณะที่นายพิพัฒน์ ซื่อทรงธรรม ประธานสภา อบจ.แพร่ พ่อของนายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ กล่าวสั้นๆว่าต้องรอฟังลูกชายก่อน ส่วนตัวเห็นว่าหากอยู่ฝ่ายค้านจะไม่มีงบประมาณมาลง แต่หากอยู่ซีกรัฐบาลจะดึงงบประมาณมาลงจังหวัดของเราได้ อีกทั้ง ส.ส.เองน่าจะมีกลุ่มพวกเดียวกัน ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา

“บิ๊กป้อม” ปัดไม่รู้แฉคลิปเสียง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่นำคลิปเสียงออกมาเปิดเผย มีการเจรจาดูดอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ไปอยู่ฝั่งรัฐบาลว่า “ไม่รู้เรื่อง” เมื่อถามว่าเสียงที่ปรากฏในคลิปคล้าย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่ชักชวนชวนไปร่วมงาน พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้ ไปถามเขาดูเอง” เมื่อถามย้ำว่ามีการเสนอเงินให้ถึง 23 ล้านบาทต่อคน พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้จริงๆ เราไม่รู้เรื่อง”

“ธรรมนัส” บอก 23 ล. ไร้เหตุผล

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรค พปชร. กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีจำนวน ส.ส.มากพอสมควร ทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคงคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องหาเสียงมาเพิ่ม เมื่อถามว่าได้ฟังคลิปเสียงที่ ส.ส.นำออกมาเปิดแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ยังไม่ได้ฟัง เรื่องของตัวเองก็หนักพออยู่แล้ว ส่วนข่าวที่ว่าในคลิปเสนอเงินถึง 23 ล้านบาท มาร่วมฝั่งรัฐบาลนั้น ถ้าดูด้วยเหตุด้วยผลไม่น่าจะเป็นไปได้เงิน 23 ล้านบาท กับอีก 3 ปีในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงที่เข้มแข็งอยู่แล้ว และเป็นเรื่อง ส.ส.จะตัดสินใจไปร่วมพรรคไหนเอง ที่มองว่าเพื่อนำไปเสริมความเข้มแข็งให้กับแต่ละพรรค เพื่อเพิ่มการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น คงไม่ใช่ เพราะท้ายที่สุดอยู่ที่นายกฯเป็นผู้ตัดสินใจ

“ณัฏฐพล” จ่อเรียกตัวมาคุย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แกนนำ พปชร. กล่าวว่า การจะไปพิสูจน์ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงในคลิป เป็นหน้าที่ของคนที่ออกมาเปิดเผย และที่จะทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร แต่พรรคพลังประชารัฐกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ว่าเป็นคนของพรรคหรือไม่ เมื่อถามว่าได้เรียก ส.ส.คนที่มีเสียงคล้ายเสียงในคลิปมาสอบถามหรือไม่ นายณัฏฐพลตอบว่า กำลังจะเรียกมาสอบถามว่าใช่หรือไม่ และตัวเลข 23 ล้านบาท ไม่น่าเป็นไปได้ เป็นตัวเลขที่ไม่มีเหตุผลรองรับ รอให้หลักฐานออกมาและพิสูจน์ก่อนดีกว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระหายตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย นายณัฏฐพลตอบว่า อาจเป็นความคิดของคนทั่วไป

“ชวน” ชี้ซื้อตัว ส.ส.ว่าตาม ก.ม.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียงไม่ค่อยปรากฏคนซื้อคนขาย ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หรือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล เมื่อถามว่าจะตรวจสอบเรื่องของจริยธรรมหรือไม่ นายชวนตอบว่า เรื่องพฤติกรรมของแต่ละคนต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ ถ้าทำผิดมีทั้งเรื่องจริยธรรม กฎหมายอาญา กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายอื่น ทุกคนต้องทำหน้าที่คือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ พูดตามคำท่านพุทธทาสภิกขุ การปฏิบัติหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะคือหน้าที่ แต่ต้องเป็นหน้าที่ที่สุจริต ในฐานะนักการเมืองต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

“แรมโบ้” เย้ยเพื่อไทยมวยล้ม

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขานุการทีมวอร์รูมนอกสภาฯของพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ว่า ถือเป็นมวยล้มต้มคนดู โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของขุนพลฝ่ายค้าน อย่างนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย น่าผิดหวัง รู้สึกอับอายแทนคนอีสาน ทำตัวเสียมารยาท ขาดวุฒิภาวะ ชาวมหาสารคามโทรศัพท์ฝากมาให้ช่วยขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯที่ช่วยอบรมและเตือนสติ นายยุทธพงศ์ ให้ขึ้นมาจากน้ำ ไม่สมดังที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ให้คำมั่นไว้ ไม่ทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิม ฝีไม้ลายมือหดหายไปไหนแล้วหรือมุ่งแต่เอาใจและเป่าหูนายใหญ่แก่งแย่งอำนาจกับเจ้าแม่บางคนในเพื่อไทยอยู่ในเวลานี้หรือไม่

กกต.รับรอง “เพชรภูมิ” เป็น ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า กกต.มีมติรับรองผลการเลือกตั้งให้นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ เป็น ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 ขอให้มารับหนังสือรับรองการได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส.6/4) นับแต่วันที่ 25 ก.พ.เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการ

เด็ก พปชร.ชงตัดเกมนอกสภาฯ

ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐยื่นหนังสือให้ กกต. สั่ง 11 กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบพรรค ให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่อภิปรายนอกสภาฯทำให้ลุกลามใหญ่โตเกี่ยวพันระหว่างประเทศ ละเมิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 10 ปี จึงยื่นเรื่องให้ กกต.พิจารณาให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้อดีตคณะกรรมการบริหารพรรค อนค.ยุติการเคลื่อนไหวให้บ้านเมืองกลับสู่ปกติเพราะถูกยุบพรรคถือเป็นความผิดพลาดของอดีตกรรมการบริหารพรรค อนค.เอง

ตร.จับตา นศ.ก่อแฟลชม็อบ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีที่นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยนัดชุมนุมแฟลชม็อบว่า จริงอยู่โดยหลักแล้วเป็นสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือละเมิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะคอยกำกับดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนสุ่มเสี่ยงต่างๆ และเก็บข้อมูลว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือกระทบกับผู้อื่น เข้าข่ายปลุกระดมหรือไม่ รวมถึงสืบสวนหาข่าวของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจสร้างสถานการณ์ในทุกมิติ

นศ.มหิดลออกโรงจุดแฟลชม็อบ

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ภาคีนักศึกษาศาลายา นำโดยนายบุญเกื้อหนุน เบ้าทอง นศ.วิทยาลัยนานาชาติ ชั้นปีที่ 2 นายนิธิ ตันติวิทยาพิทักษ์ และนายกฤษณพงศ์ ดายดัสกร นศ.คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 นัดรวมตัวกันจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับมติศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ มีนักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 คนเข้าร่วม มีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นศ.รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เข้าร่วม เพื่อประกาศเชิญชวนให้ไปร่วมชุมนุมกับ นศ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันที่ 26 ก.พ. ก่อนเปิดปราศรัยโจมตีรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมพร้อมชูสามนิ้วและตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ” แล้วใช้ไฟฉายจากมือถือแทนการจุดเทียน และสลายตัวในเวลาประมาณ 19.10 น.

ฮึ่มถึงเวลาแสดงพลังรักษาสิทธิ

นายกฤษณพงศ์ ดายดัสกร นศ.คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ม.มหิดล กล่าวว่า นศ.มหิดลไม่ได้แสดงออกทางการเมืองมานาน ที่ผ่านมาทุกคนคิดเห็นตรงกันเพียงแต่ไม่มีใครออกมานำ วันนี้น่าจะถึงเวลาแล้วที่ชาวมหิดลจะแสดงพลังว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่มีประชาชนถึง 6.3 ล้านเสียงเลือกมา สำหรับก้าวต่อไปจะมีการประสานกับ สนท.ขับเคลื่อนร่วมกัน เน้นสันติ ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ เตือนเคลื่อนไหวระวังจะเสียอนาคตนั้น มองว่าไม่เสียเพราะมีสิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เมื่อวันหนึ่งสิทธิที่มีถูกลิดรอนโดยคนกลุ่มหนึ่งเป็นสิทธิที่จะออกมาแสดงความสงสัยได้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับความยุติธรรมกับประเทศ

มช.รวมตัว “ช้างเผือกไม่ทน”

ที่หน้าศาลาธรรม ลานน้ำพุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มีกลุ่มนักศึกษา มช. ร่วม 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม “ช้างเผือกไม่ทน” มีการนำรูปภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ เสมือนตัวจริงติดฟิวเจอร์บอร์ดมาวางไว้หน้าบริเวณที่จัดกิจกรรมโจมตีรัฐบาลเผด็จการ อ่านบทกวีอำลาประชาธิปไตยที่มรณภาพไปแล้ว เขียนจดหมายต่อต้านความอยุติธรรม แสดงละครเสียดสีการเมืองประชาธิปไตยที่เอนเอียง และวางหรีดไว้ที่รูป พล.อ.ประยุทธ์ จากนั้นผลัดกันขึ้นกล่าวปราศรัยถึงความอยุติธรรมภายใต้รัฐบาลทหาร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนแยกย้ายกันกลับ

ม.อบ.ปลุก “กันเกราไม่เอากะลา”

ที่สนามหญ้าข้างคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ม.อบ.) กลุ่มนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ประมาณ 200 คน รวมตัวทำกิจกรรมในชื่อ “กันเกราไม่เอากะลา” (ต้นกันเกราต้นไม้ประจำ ม.อบ.) โดยมีอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ขึ้นกล่าวแสดงความเห็นต่อการยุบพรรค และการบริหารของรัฐบาล วาดรูปการ์ตูนล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จากนั้นนายฉัตรชัย แก้วคำปอด อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.อุบลราชธานี อดีตพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นกล่าวแสดงความเห็น ขอให้ผู้ร่วมกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วพร้อมตะโกนคำว่า “เผด็จการจงพินาศ” 3 ครั้งก่อนแยกย้าย