นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส ยัน ม.44 ผ่าทางตันโทรคมนาคม ชี้ ช่วยดันไทยประมูล 5 จี สำเร็จ รัฐได้เงินแสนล้าน ซัด ประมูลทีวีดิจิทัล มีปัญหาจริง เกิดในปี 2556 ไม่รู้ รัฐบาลไหน
วันที่ 25 ก.พ. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกล่าวหาเรื่องการจัดสรรคลื่นถี่ในคลื่น 700 และการใช้มาตรา 44 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน ว่า การบริหารจัดการคลื่นความถี่จะเป็นหน้าที่ของ กสทช. ทีวีดิจิทัล มีปัญหาเกิดขึ้นจริงทุกคนในประเทศไทยรู้ดี การประมูลทีวีดิจิทัลเกิดขึ้นในปี 2556 ซึ่งไม่แน่ใจว่า เป็นรัฐบาลชุดไหน เกิดการแข่งขันจนราคาสูงมาก ผู้ได้รับประมูลก็นำไปบริหาร ต่อมาปี 2561 ทีวีดิจิทัลหลายแห่งมีปัญหา และไม่สามารถพาตัวเองผ่านไปได้ เพราะราคาสูงเกินจริง เมื่อเกิดปัญหาเกิดย่อมเป็นวิกฤติของประเทศ ไม่ได้เกี่ยวกับการออกมาตรา 44 ประชาชนเดือดร้อน ผู้ประกอบการเดือดร้อน และที่สำคัญภาคของการสื่อสารของประเทศไทย มีปัญหาในขณะนั้นเกิดการรวมของสมาคมทีวีดิจิทัลยื่นเรื่องมาที่ กสทช. เพื่อขอความช่วยเหลือ
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 ของ คสช.ในอดีตเป็นการดำเนินการเพื่อช่วยผ่าทางตันของประเทศ เพราะหากไม่มีการใช้มาตรา 44 เพื่อให้ทีวีดิจิทัลคืนคลื่นความถี่จะทำให้หนี้สินของทีวีดิจิทัลที่มีอยู่ประมาณ 17,000 ล้านบาท ไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้น การเอาคลื่นความถี่คืนมาและนำไปประมูลใหม่และได้เงินกลับมาประมาณ 50,000 ล้านบาท เมื่อหักกันแล้วรัฐยังได้เงินกลับมาประมาณ 30,000 ล้านบาท ทุกอย่างเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประเทศ วันนี้เรามีทีวีดิจิทัลที่เดินต่อไปได้และมีการประมูล 5 จี ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาในวันนั้นใครจะมาประมูล 5 จีในวันนี้ ด้วยการแก้ไขปัญหาทั้งหมดจึงทำให้เม็ดเงิน 1 แสนล้านบาท สามารถเข้ารัฐได้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา จากการประมูล 5 จี ซึ่งจะต้องมีการต่อยอดต่อไป
...
"การใช้มาตรา 44 เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เพราะวันนี้ทุกคนโดยเฉพาะประชาชนได้ประโยชน์หมด มิเช่นนั้นไม่สามารถเดินหน้าไป 5 จี ได้ครับ เราเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ประมูล 5 จี อย่างเป็นทางการและถูกต้อง เราทำมาโดยลำดับ ดังนั้นมาตรา 44 ในเรื่องนี้ไม่ใช่การสร้างปัญหา"
นายพุทธิพงษ์ กล่าว