ข่าว
100 year

“อุตตม” ยกข้อมูลกรมธนารักษ์ชี้แจงเหตุไม่เปิดประมูลโครงการหอชมเมือง

ไทยรัฐออนไลน์25 ก.พ. 2563 11:44 น.
SHARE

“อุตตม” ยกข้อมูลจากกรมธนารักษ์ชี้แจงไม่เปิดประมูลโครงการหอชมเมือง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 2 เผย ภายในมีพื้นที่แสดงศาสตร์พระราชา

วันที่ 25 ก.พ. 2563 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หรือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงโครงการหอชมเมือง ว่า เกิดขึ้นมานานแล้วจากการรวมตัวของภาคเอกชนและสถาบันการเงิน กว่า 50 องค์กร ที่จัดตั้งเป็นมูลนิธิหอชมเมืองขึ้นมา โดยเป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรมาแบ่งกันโดยจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2557 หลังจากนั้นมูลนิธิฯ เข้าไปเสนอกับกรมธนารักษ์ ว่าขอให้พื้นที่ของกรมธนารักษ์ในเขตคลองสาน จำนวน 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา จากการตรวจสอบข้อมูลที่สมาชิกระบุว่าเป็นพื้นที่ว่างของที่ราชพัสดุเดิม ไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ ไม่มีการเช่า ไม่มีการพัฒนาอย่างใดทั้งสิ้น เหตุผลหลักเพราะเป็นที่ตาปลอด ไม่ค่อยเหมาะสมกับการพัฒนา แจ้งทางเข้าออกไม่สะดวก กระทรวงการคลังเมื่อได้รับข้อเสนอโดยกรมธนารักษ์ก็ได้แจ้งกับไปยังมูลนิธิฯ ว่าขอให้ไปปรึกษาหารือเรื่องปัญหาจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับ กทม. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน ถึงจะมาพูดจากันเรื่องขอเสนอการลงทุนพัฒนาพื้นที่

นายอุตตม กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่มูลนิธิฯ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีการแก้ไขปัญหา อาทิ จัดหาพื้นที่จำนวนกว่า 2,200 ตรางเมตร และยอมจดทะเบียนเป็นภาระจำยอมให้ทางเข้าออกของโครงการหอชมเมือง แล้วจึงกลับมาศึกษาการลงทุนร่วมกับกรมธนารักษ์ ซึ่งทางกรมธนารักษ์ได้จัดจ้างสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการลงทุนร่วมกันดังกล่าว จากผลสรุปของการศึกษา ทางสถาบันฯ บอกว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 100.87 ล้านบาท ขณะที่มูลนิธิฯ ตามข้อเสนอจะต้องลงทนประมาณ 4,478 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ที่ดินของกรมธนารักษ์ที่เป็นที่ตาบอดจะมีมูลค่าสูงขึ้นจากการพัฒนา ขณะเดียวกันหอชมเมืองก็มีความสูงพอสมควรเกือบ 460 เมตร ซึ่งเป็นหอชมเมืองที่มีความสูงระดับ 6 ในเอเชีย สามารถที่จะมีประโยชน์กระตุ้นการส่งเสริมรายได้ จากการท่องเที่ยวได้ซึ่งเป็นรายได้สำคัญขอประทศ ซึ่งตัวเลขปี 2557 รายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 1.17 ล้านล้านบาท ปี 2560 เพิ่มเป็น 1.83 ล้านล้านบาท

ที่สำคัญ โครงการหอชมเมืองมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้น ภายในหอชมเมืองที่ต้องการดำเนินการในเรื่องของศาสตร์พระราชาเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพื้นที่แสดงศาสตร์พระราชาให้ผู้เช้าชมทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งตนได้สอบถามกรมธนารักษ์ว่าในขณะนั้นมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง ปรากฏว่ากรมธนารักษ์จะได้ประโยชน์จากการเก็บค่าธรรมเนียม และการพัฒนาโครงการตลอดอายุสัญญา 30 ปี เป็นเงินประมาณ 62 ล้านบาท จากที่ดินเดิมที่ไม่เคยได้รับประโยชน์อะไร และเห็นว่าเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ที่จดไว้ว่าไม่มุ่งแสวงหากำไร หากมีกำไรมูลนิธิฯ ก็ต้องเอามาพัฒนาชุมชนโดยรอบ ซึ่งรัฐเห็นว่าเป็นการตอบแทนสังคมที่ดีจึงพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการ แต่เป็นโครงการที่มีการลงทุนสูงจึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องการไม่เปิดให้มีการประมูลให้เอกชนแข่งขัน นายอุตตม ระบุ ทางกรมธนารักษ์ชี้แจงว่าได้พิจารณาโดยเห็นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ตาบอด ไม่เหมาะสมกับการพัฒนา และไม่เคยมีใครยื่นขอเช่าที่แปลงดังกล่าวเลย ประกอบกับเห็นประโยชน์ความจำเป็นในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์กแห่งหนึ่งของการท่องเที่ยว ที่สำคัญเป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนั้น หากใช้วิธีประมูลก็จะก่อให้เกิดความล่าช้าได้ จึงให้กระทรวงการคลังดำเนินการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการร่วมทุน ซึ่งพิจารณาอย่างรอบคอบ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2563ประชุมสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 2อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอุตตม สาวนายนหอชมเมือง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้