ข่าว
100 year

ธนาธรยันยืนหยัดหลักการ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ก.พ. 2563 05:31 น.
SHARE

ลั่น 191 ล้าน ไม่ใช่รายได้-บริจาค กกต.ซัดกม.ไม่เปิดช่องให้กู้ ช่อท้าศาลรธน.พิสูจน์ตัวเอง

ลุ้นระทึกคดีเงินกู้อนาคตใหม่ กกต.ยืนกราน ก.ม.ไม่เปิดช่องให้พรรคกู้ อนค.สวนหมัด 191 ล้าน ไม่ใช่รายได้และไม่ใช่เงินบริจาค เผยคำตัดสินออกได้ 3 หน้า ร้ายแรงสุดตายยกพวง ตัดสิทธิ 10ปี ฟันซ้ำอาญา หรือโชคดียกคำร้องรอดถูกยุบแต่ กกต.รอเชือดเองคดีอาญา ม.124 บริจาคเกิน 10 ล้านต่อปี ชงศาลสั่งเว้นวรรค 5 ปี พร้อมขยี้ต่อ ม.132 ใช้เงินผิดประเภท กำจัด หน. พร้อม กก.บห. “ธนาธร” คุยใช้เงินกู้ทำพรรคแทนรับทุนผูกขาด ลั่นแลกด้วยชีวิตยืนหยัดความถูกต้อง “ช่อ” ให้องค์กรอิสระพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง แกนนำแอบหวังลึกๆจะรอดสันดอน “ชวน” ไฟเขียวเปิดมีดซักฟอก 24-27 ก.พ. “สุทิน” โอ่ รบ.อ่วมทุจริตเชิงโครงสร้างเอื้อทุนยักษ์ ใบเสร็จชัดมัด 6 ปมโกง พปชร.ร้าวก่อนรบ “บิ๊กป้อม” รีบสยบปัด 2 ก๊กล่อกันเอง คำรามเสียงโหวต รมต.พรรคต้องเท่ากัน

ลุ้นระทึกคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญวางกำลัง 1 กองร้อยคุมเข้มรักษาความปลอดภัย จับตา 3 แนวทางประเมินคำวินิจฉัยหากไม่ถูกสั่งยุบพรรคตามมาตรา 72 พ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่ยังมีช่องทางให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้อำนาจวินิจฉัยดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 124

ศาล รธน.วางกำลังเข้มตัดสินเงินกู้ อนค.

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้จัดเตรียมสถานที่รองรับการอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีกู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 191.2 ล้านบาท ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ประตูด้านทิศใต้และทิศตะวันออกเป็นทางเข้า-ออก นำแผงเหล็กมากั้นแนวเขตอาคาร แบ่งโซนสื่อมวลชนติดตั้งทีวีวงจรปิดถ่ายทอดจากห้องพิจารณาคดี ช่วงเช้าคณะตุลาการจะประชุมแถลงด้วยวาจาและลงมติจัดทำคำวินิจฉัย ก่อนออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. โดยมีตัวแทนสหภาพยุโรป สถานทูตสหรัฐฯ ประสานส่งตัวแทนเข้าร่วมฟังด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. ดูแลรับผิดชอบพร้อมจัดกำลังตำรวจทั้งหญิงและชาย 1 กองร้อยหรือ 150 นาย เข้าดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จากการประเมินมวลชนที่จะมาให้กำลังใจและฟังคำตัดสินที่ศาลรัฐธรรมนูญคาดว่าตำรวจ 1 กองร้อยเอาอยู่

กกต.ยืนกราน ก.ม.ไม่เปิดช่องให้กู้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคำชี้แจงของ กกต.ต่อศาลนั้น กกต.ได้ให้ข้อมูลว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 60 มาตรา 62 กำหนดที่มารายได้ของพรรคการเมืองไว้ 7 ประเภท ไม่มีประเภทรายได้อื่นที่เปิดช่องให้พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาดำเนินกิจการได้ ดังนั้น หากไม่ใช่เงินรายได้ที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองแล้วแม้จะเป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็อาจเป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพรรคการเมือง ขณะเดียวกันรายได้จากเงินบริจาคตามมาตรา 66 มีการกำหนดเงื่อนไขในการให้พรรคการเมืองไว้มากที่สุดเพื่อเป็นหลักประกันถึงความโปร่งใสการได้มาซึ่งรายได้ และการป้องกันมิให้เกิดการกระทำนิติกรรมอำพรางการได้มาซึ่งรายได้ของพรรคการเมือง ดังนั้น พรรคการเมืองที่หารายได้โดยไม่เป็นไปตามประเภทรายได้ หรือรับเงินโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการได้มาของรายได้ที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด เงินที่ได้มาจึงไม่เป็นเงินจากแหล่งรายได้ตามที่กฎหมายกำหนดเข้าลักษณะความผิดตามมาตรา 72 ในกฎหมายเดียวกัน

อนค.ยัน 191 ล้านไม่ใช่รายได้-เงินบริจาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ต่อสู้ว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทเอกชนสามารถกู้ยืมเงินได้ โดยมีการเมืองอีก 16 พรรค ที่มีการกู้เช่นกันแต่ กกต.กลับเลือกปฏิบัติไม่ดำเนินการเอาผิด รวมทั้งเงินกู้ไม่ใช่เงินรายได้ ไม่ใช่บริจาค รวมถึงไม่ใช่ผลประโยชน์อื่นใดหรือเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาไม่ชอบที่จะผิดมาตรา 72 อีกทั้งขั้นตอนการพิจารณาของ กกต.เร่งรัด ไม่ถูกต้องไม่ให้โอกาสพรรคในการยื่นเอกสารหลักฐานอย่างเต็มที่ซ้ำเป็นการมุ่งที่จะเอาผิดกับพรรคอนาคตใหม่โดยเฉพาะ

เผย 3 ทางชะตากรรม “ธนาธรกับพวก”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีการคาดการณ์ว่าสามารถออกได้ 3 แนวทาง คือ 1.เห็นว่าผิดจริงตัดสินยุบพรรคเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 10 ปี ถ้าเป็นแนวทางนี้ กกต.จะดำเนินคดีอาญาซ้ำตามหลัง 2.เห็นว่าไม่มีความผิดตามมาตรา 72 ให้ยกคำร้อง

ถ้ายุบตาม ม.72 ไม่ได้ กกต.ฟันอาญาเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3.มีความผิดแต่เป็นความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองเท่านั้น ไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณายุบพรรคตามมาตรา 72 จึงต้องยกคำร้องยุบพรรค เรื่องจะวนกลับมาที่ กกต.ต้องพิจารณาตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด 2561 เพื่อดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2560 ตามมาตรา 124 ที่กำหนดเอาผิดผู้บริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี และมาตรา 125 ที่เอาผิดพรรคการเมืองที่รับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคการเมือง 5 ปี และให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดส่วนที่เกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

ต้องสู้ 3 ศาล-ขยี้ต่อใช้เงินผิดประเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รวมทั้งอาจดำเนินคดีกรณีที่พรรคนำเงินรายได้ของพรรคที่ได้จากการระดมทุน การรับบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามนำไปใช้เพื่อการอื่นใด นอกจากการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 ไปใช้หนี้เงินกู้ให้กับนายธนาธร โดยมาตรา 132 กำหนดโทษไว้หากหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคและเหรัญญิกพรรคผู้ใดนำเงินหรือยินยอมให้บุคคลนำเงิน ทรัพย์สินของพรรคไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น หรือนำไปใช้เพื่อการอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 87 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี ปรับ ตั้งแต่ 1 แสนถึง 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการเอาผิดทางอาญาต้องต่อสู้ในศาลถึง 3 ศาล

เลื่อนสั่งคดี “ธนาธร” ฟ้อง กกต.

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี ศาลนัดพร้อมเพื่อคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน ประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรคอนาคตใหม่กับพวก คณะอนุกรรมการวินิจฉัย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1-14 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีทำสำนวนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนมีลักษณะเร่งรัดคดี วันนี้ศาลสอบถามฝ่ายโจทก์แล้ว ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 ก.พ.จึงให้ฝ่ายโจทก์ส่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อศาลภายใน 30 วัน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 2 เม.ย.

“ธนาธร” คุยใช้เงินกู้แทนรับทุนผูกขาด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่าเราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ ปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชน การรับเงินที่มาจากทุนผูกขาด ขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค เพราะวันหนึ่งเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด ไม่จำเป็นต้องตอบแทนกลุ่มทุนใด นอกจากประชาชนร่วมลงทุนลงแรงด้วยกัน ร่วมเป็นเจ้าของพรรคด้วยกัน ช่วยกันสมัครสมาชิก ช่วยกันบริจาค และช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าพรรค เพื่อให้พรรคนี้ไม่ใช่พรรคของผู้หนึ่งผู้ใด แต่เป็นพรรคของประชาชน

ยืนหยัดความถูกต้องแม้แลกด้วยชีวิต

“สำหรับเรื่องเงินกู้นั้นหากย้อนเวลากลับไปได้ หากเราถูกกีดกันทุกวิถีทางในการระดมทุนเหมือนที่ผ่านมา และหากจำเป็นต้องกู้ เราจะทำเช่นเดิม จะกู้เงินอย่างเปิดเผย และตรวจสอบได้เหมือนเดิม จะยืนหยัดยืนยันในหลักการที่ถูกต้อง แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม วันที่ 21 ก.พ.ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรม มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลัง ที่พรรค อนาคตใหม่ ไม่ถอยไม่ทน รวมคนอนาคตใหม่” นายธนาธรระบุ

“ช่อ” จี้ศาล รธน.ต้องพิสูจน์ตัวเอง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ก.พ. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรคและ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำวินิจฉัยพร้อมกัน ที่พรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงเช้าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จะเดินทางมาประชุม เมื่อเสร็จภารกิจที่รัฐสภาจะเดินทางไปรอฟังคำวินิจฉัยพร้อมกันที่ที่ทำการพรรค ช่วงบ่ายจะมีกิจกรรมแลก เปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน และพรรคยังมีการขายสินค้าระดมทุน สมัครสมาชิกพร้อมบัตรรุ่นพิเศษ Limited Edition สำหรับผู้สมัครสมาชิกใหม่หรือต่ออายุสมาชิกในวันที่ 21 ก.พ.เท่านั้น ยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง ฝ่ายที่กดดันไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง

ลึกๆแกนนำมั่นใจทำถูก ก.ม.รอดถูกยุบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคอนาคตใหม่ถึงการเตรียมตัวรับฟังการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญคดีเงินกู้ของพรรคว่า บรรดาแกนนำและ ส.ส.ของพรรคไม่ได้วิตกอะไร ช่วงเช้าวันที่ 21 ก.พ.จะยังไปประชุมร่วมรัฐสภาตามปกติ และนัดรับฟังผลการตัดสินที่พรรคหลังประชุมรัฐสภาเสร็จ โดยไม่ได้มีธีมหรือรูปแบบการแต่งกายเป็นพิเศษ เพียงแค่นัดรวมตัวร่วมลุ้นผลการตัดสิน และจะแถลงข่าวหลังมีคำวินิจฉัยทันที โดยแกนนำและ ส.ส.ส่วนหนึ่งยังมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง มีการแสดงหลักฐานการกู้เงินและการใช้หนี้อย่างโปร่งใส รวมถึงมีเอกสารหลุดจาก กกต.ก่อนหน้านี้ ที่อนุกรรมการตัดสินคดียกคำร้อง แต่ กกต.ยังยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังมองว่ามีมวลชนที่สนับสนุนอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกระแสในโลกโซเชียลมีบรรดาคนดัง ดาราและนักวิชาการออกมาร่วมรณรงค์แคมเปญค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ล่าสุดมีคนร่วมลงชื่อแล้วกว่า 40,000 คน ทำให้แกนนำมองว่าหากตัดสินยุบพรรค ฝ่ายผู้มีอำนาจหวั่นว่าจะเกิดมวลชนลงถนนออกมาประท้วงได้

กระแสใหม่มาแรงฟันอาญาแค่ กก.บห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีกระแสที่มาแรงคาดการณ์ว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาในรูปแบบของการตัดสิทธิ์เพียงแค่กรรมการบริหารพรรคอย่างเดียว โดยไม่มีการยุบพรรค เพราะอาจมีการตัดสินว่าผิดตามมาตรา 66 ที่มองว่าเงินกู้ 191 ล้านบาทเป็นเงินบริจาค เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ กกต.จะต้องไปฟ้องดำเนินคดีอาญาแก่กรรมการบริหารพรรค หากผิดจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีและไม่มีโทษถึงยุบพรรค แต่จะต้องสู้กันถึง 3 ศาล แนวทางนี้อาจเป็นทางสายกลางที่อาจจะออกมาได้ โดยมีการวิเคราะห์กันของนักวิชาการหลายคน และเป็นวิธีที่จะไม่สร้างปัญหากระทบกับการคำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีใหม่ด้วย

“บิ๊กป้อม” ไม่กังวลวันชี้ชะตา อนค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมการดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในประเทศแล้ว เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หลังตัดสินจะมีการเคลื่อนไหว พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่กังวล พรรคอนาคตใหม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองยังไม่มีอะไร

“เอ๋” ร้องฝ่ายค้านวิจารณ์ศาล รธน.

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาการให้สัมภาษณ์ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านที่วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ไม่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโมฆะ และกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 ก.พ. ว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ การที่บุคคลใดจะวิพากษ์วิจารณ์ศาลว่าพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่ไม่เหมาะสม เป็นเรื่องไม่สมควรทำ เข้าข่ายเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ จึงทนไม่ได้ต้องมายื่นศาลให้พิจารณา

“ชวน” ไฟเขียวซักฟอก 24–27 ก.พ.

เมื่อเวลา 08.20 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านขอเวลาในการอภิปรายกว่า 50 ชั่วโมง ว่า ตกลงในหลักการไว้ในวันที่ 24-27 ก.พ. เดิมจะจบวันที่ 26 ก.พ. แต่ในวันที่ 24 ก.พ. ฝ่ายรัฐบาลขอเลื่อนไปเริ่มช่วงบ่าย ฝ่ายค้านจึงขอขยายเวลาออกไปวันที่ 27 ก.พ. ครึ่งวัน แต่ยังไม่แน่อาจจะมากกว่านั้นหรือน้อยกว่าอยู่ที่จำนวนผู้อภิปราย และอยู่ที่การอภิปรายว่าใช้เวลาเท่าใด ยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะใช้วิธีคิดเวลาหรือจำนวนคน ส่วนการอภิปรายรัฐมนตรียังไม่ได้ตกลงกันว่าจะอภิปรายรวมทั้งหมด หรือจะอภิปรายทีละคน ก่อนวันอภิปรายจะให้ 2 ฝ่ายหารือกัน เมื่อได้ข้อยุติอย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้น เมื่อถามว่า กรณี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากพรรคถูกยุบ ส.ส.มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้หรือไม่ นายชวนตอบว่า เรื่องคำวินิจฉัยเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณี ส.ส.ไม่สังกัดพรรค โดยหลักการอภิปรายได้ในสภาฯ ใครอภิปรายก็ได้ ไม่มีอะไรห้าม เพราะเป็นเรื่องฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล

“เจ๊หน่อย” แบ่งซีนร่วมถกทีมขุนพล

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการประชุมแกนนำพรรคเพื่อไทยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีแกนนำเข้าร่วมคึกคัก อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคและตัวแทน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้ทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ผู้อภิปรายของพรรคมี 18 คน หลังจากนายสมพงษ์กล่าวนำอภิปรายเสร็จสิ้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จะอภิปรายคนแรก ใช้ข้อมูลของคณะกรรมการกิจการพิเศษที่รวบรวมไว้ จะอภิปรายเนื้อหาไปตามข้อเท็จจริง ตามความผิดที่พรรคฝ่ายค้านยื่นไว้ในญัตติ มีทั้งการบริหารประเทศผิดพลาด ความฉ้อฉล ช่วยเหลือพวกพ้อง ทุกความผิดเราไม่อาจปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม อยู่บริหารประเทศต่อไปได้ หลังการอภิปรายจะมีตัดเนื้อหาอภิปรายเป็นคลิปไม่ยาวนัก เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้ติดตามช่วงอภิปรายได้รับฟังข้อมูล

โอ่ใบเสร็จมัด 6 ปม-ทุจริตเพื่อทุนยักษ์

นายสุทินกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้จะต่างจากอดีตที่ใช้ซุปเปอร์สตาร์ 5-6 คน อภิปรายคนละ 2-3 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้จะทำงานเป็นทีมเวิร์ก ตัดเนื้อหาเป็นส่วนๆ ไม่ลากยาวเพื่อให้ไม่น่าเบื่อ ผู้อภิปรายทั้ง 18 คนจะใช้เวลา 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนผลต่อเนื่องหลังการอภิปราย จะยื่นเอาผิดคดีอาญาต่อไปได้หรือไม่นั้น ขณะนี้เราพบการทุจริต 2 รูปแบบ คือ 1.การทุจริตที่มีเงินทอน มีใบเสร็จไม่น้อยกว่า 6 กรณีที่สามารถยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดทางอาญาได้ แต่จะขอรอฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีก่อน หากเคลียร์ในประเด็นใดได้จะไม่ยื่นเอาผิด 2.การทุจริตที่ไม่มีใบเสร็จ แต่เป็นการทุจริตเชิงโครงสร้าง เป็นระบบให้เกิดการทุจริตในระยะยาว จัดโครงสร้างให้ทุนใหญ่ ถือว่าเรื่องนี้เป็นการทุจริตที่ร้ายแรงกว่าแบบที่มีใบเสร็จ

ฝันหลังเสร็จศึกรัฐบาลพบจุดจบ

“มั่นใจว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีพรรคร่วมรัฐบาลยื่นคำขาดเหมือนสมัยพรรคพลังธรรม ที่ยื่นต่อพรรคประชาธิปัตย์แล้วพบจุดจบในเวลาต่อมา มั่นใจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” นายสุทินกล่าว

“ธรรมนัส” ปัดล็อบบี้ปลด “วิรัช”

ส่วนปัญหารอยร้าวภายในพรรคพลังประชารัฐ ก่อนขึ้นเวทีสู้ศึกซักฟอก เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯและแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ช่วงเย็นวันที่ 18 ก.พ.ขอให้ปลดนายวิรัช รัตนเศรษฐ พ้นประธานวิปรัฐบาล และปรับนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ออกจากรมช.คมนาคมว่า ไม่เป็นความจริง เพียงพากลุ่ม ส.ส.เข้าให้กำลังใจมอบกระเช้าให้ พล.อ.ประวิตร เนื่องจาก ส.ส.หลายคนอาจไม่ได้ไปร่วมประชุมที่เมืองพัทยาช่วงสุดสัปดาห์ พอเสร็จได้คุยกับนายวิรัชตามปกติ ไม่มีอะไรต้องทำลับหลัง ปกติหากตนไม่พอใจอะไรจะพูดกันต่อหน้า แต่ยืนยันว่าพรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้แบ่งกลุ่ม แม้บางครั้ง ส.ส.จะมีน้อยใจกันบ้างแต่รักกันหมด การทำงานของนายวิรัชในฐานะประธานวิปรัฐบาล ส.ส.ต้องประเมินเป็นเรื่องธรรมดาที่บางคนมีความรู้สึกบ้างและอยากให้รับฟังกันบ้าง แต่ย้ำว่าตนกับนายวิรัชไม่ได้ขัดแย้งกัน ขอเตือนสื่อบางสำนัก อย่านั่งเทียนเขียนข่าว จะทำให้คนทะเลาะกัน

ไม่กังวล ไม่ยึดติดถึงเวลาไปก็ไป

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ส่วนตัวไม่มีประเด็นใดที่กังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติได้ชี้แจงไปแล้วหลายเวที ถ้าจะให้พูดอีกครั้งยินดี ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เริ่มเป็นรัฐมนตรี เราเป็นนักการเมืองถ้ายังมัวกังวลว่าจะถูกปรับออกหรือให้อยู่ ถือเป็นนักการเมืองที่แย่มาก ตนไม่ได้มีอาชีพเป็นนักการเมือง แต่ลงมาเล่นการเมืองเพราะต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทดแทนคุณแผ่นดิน ไม่ใช่แสวงหาผลประโยชน์บนเวทีการเมือง ดังนั้นจึงไม่ได้ยึดติด ถึงเวลาไปก็ไป แต่หากเขายังเห็นความสำคัญว่าตนยังมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผลงานตนปรากฏชัดเจน ถือว่าทำงานเยอะกว่าใคร

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ หลังการอภิปรายจะไม่ถูกปรับออกหรือโยกย้ายตำแหน่งใน ครม. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็น รมช. การถูกปรับออกหรือถูกโยกย้ายไม่เคยกังวล ขึ้นอยู่กับผู้นำตัดสินใจ ข้อกล่าวหาคดีเก่า การช่วยเหลือพวกพ้องหากเป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ตนตอบได้ทุกคำถาม ยึดหลักกฎหมายเป็นหลักไม่เอื้อประโยชน์ใคร แต่ถ้าถามว่ารักพวกพ้องหรือไม่ก็ใช่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานบนกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ละเมิดกฎหมายช่วยเหลือพวกพ้อง ส่วนตัวมีวอร์รูมทั้งในกรุงเทพฯและที่ จ.พะเยา เป็นวอร์รูมด้านกฎหมาย มอบหมายให้ทนายดูแล หากมีการอภิปรายหมิ่นเหม่หรือละเมิดกฎหมายให้ดำเนินการทันที ครั้งนี้ถือว่าตนเอาจริงเอาจัง ที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีหลายคนแล้ว แต่ที่สุดมาขอให้ถอนฟ้อง แต่ครั้งนี้จะไม่มีการถอนฟ้องให้

“เฮ้ง” ป้อง พปชร.ไม่คิดเปลี่ยน ปธ.วิป

นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กระแสข่าว ส.ส.ส่วนหนึ่งของพรรคเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ขอให้ปลดนายวิรัชพ้นประธานวิปรัฐบาล ยังแปลกใจ ไม่ทราบข่าวมาจากไหน ยืนยันพรรคไม่มีแตกแยก ไม่มีคำว่ากลุ่มก๊วน ทั้งหมดขึ้นตรง พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ทำงาน และพรรค ไม่มีแนวคิดเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาทำงานเข้มแข็ง ในวิปรัฐบาลประสานพรรคร่วมรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ร่วมมือกันจนทุกอย่างลุล่วงมาได้ตลอด เชื่อว่าในพรรคไม่มีใครทำหน้าที่แทนนายวิรัชได้ ในพรรคเห็นพ้องกันแบบนี้มานานแล้ว ส่วนตนไปร่วมกับทุกกลุ่มได้อยู่แล้ว ยืนยันพรรคเป็นหนึ่งเดียว ส่วนการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะช่วยกันสนับสนุนเต็มที่

“ประวิตร” บอกไม่จริง 2 ก๊กฟัดกันเอง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสนำ 40 ส.ส.พลังประชารัฐ เข้าพบขอให้ปลดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกจากประธานวิปรัฐบาลว่า ไม่มีอะไร เขาเอาผลไม้มาให้กำลังใจตน ไม่ได้เสนอให้ปลด ข่าวไม่จริง เมื่อถามว่า นายวิรัชยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ดี การปล่อยข่าวลักษณะนี้ทำให้พรรคสับสน คนไปพูดคิดเองเออเองไม่จำเป็นต้องเคลียร์อะไร พรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียวอยู่แล้ว ทุกคนอยู่กับตนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า การสัมมนาวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 22-23 ก.พ. ที่พัทยา จ.ชลบุรี จะมีแสดงพลังอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องแสดงอะไร จะแสดงอะไรโดนเขาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนตนจะไปร่วมสัมมนาด้วยเพื่อไปให้กำลังใจ

ลั่นเสียงโหวต รมต.พรรคต้องเท่ากัน

เมื่อถามว่า การยกมือโหวตรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคะแนนจะเป็นในทิศทางเดียวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เสียงจะเป็นทิศทางเดียวกัน ส่วนของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐให้คะแนนทุกคนเท่ากันหมด แต่พรรคร่วมรัฐบาลอื่น ตนไม่รู้ ทั้งนี้ สำหรับตนได้เตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ทุกเรื่องในประเด็นที่คิดว่า ฝ่ายค้านจะถามในสภาฯแล้ว ตนจะตอบแต่ความจริง อันไหนไม่ใช่เรื่องจริงไม่ตอบ และไม่มีตั้งวอร์รูมส่วนตัว เมื่อถามว่า หากอภิปรายเป็นข้อมูลเท็จจะมีดำเนินคดีตามหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า เรื่องนี้วอร์รูมพรรคพลังประชารัฐดำเนินการ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมั่นใจว่าข้อมูลที่อภิปรายครั้งนี้จะนำไปสู่การร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนมั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด

ตั้งเงื่อนไข ส.ส.โหวตตำแหน่งสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าว 40 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส แกนนำพรรค พลังประชารัฐ เข้าพบ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน ยุทธศาสตร์พรรค เพื่อสะท้อนความอึดอัดการทำงาน ในพรรคและงานสภาฯ เช่น การตั้งกรรมาธิการโดยไม่เป็นธรรม ถึงขั้นเสนอให้ปลดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกจากประธานวิปรัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตรบอกไม่ทราบปัญหานี้มาก่อน รับปากจะพูดคุยเคลียร์ปัญหาให้ความเป็นธรรมทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ขณะนี้ไม่มีการปลดนายวิรัช ออกจากประธานวิปรัฐบาล ขณะที่ 40 ส.ส.เสนอว่า จากนี้ตำแหน่งสำคัญต่างๆในพรรค อยากให้ ส.ส.พรรค ได้โหวตเลือก ไม่ใช่บางตำแหน่งไปแต่งตั้งกันเอง

“เสรีพิศุทธ์” ริบคืนไม่มอบงาน “ปารีณา”

ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กมธ. ขอตรวจสอบที่ดินแม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่ถูกดึงเรื่องกลับไม่ให้ทำว่า น.ส.ปารีณาอยากทำก็มอบให้ทำแต่เมื่อถึงวาระที่ น.ส.ปารีณาต้องทำงาน แต่ไม่ยอมรับแม้แต่เรื่องเดียว จะทำแต่เรื่องที่สอบสวนตน แต่เรื่องที่ไม่ทำมีเป็น 10 เรื่อง การตรวจสอบที่ดินแม่นายธนาธรให้ทำไปแล้ว แต่พอมอบให้ก็ไม่ทำ จะให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ทำแทน ที่ผ่านมามอบให้ทำงานเท่าไรก็ไม่ทำ บอกให้ส่งไปรษณีย์ไปที่บ้าน เจ้าหน้าที่ส่งลงทะเบียนไปให้ที่บ้าน มีคนลงรับแต่ น.ส.ปารีณาบอกไม่ได้รับ พอเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมายืนยัน น.ส.ปารีณาเปลี่ยนให้เอามาให้ที่สภาฯ สรุปแล้วคือไม่ทำงาน จึงถามว่า ตกลงจะทำหรือไม่ เขาบอกไม่ทำ จึงต้องใช้มติที่ประชุม ต่อไปไม่ต้องให้ น.ส.ปารีณาทำ จะไม่มอบงานใดๆทั้งสิ้น เรื่องที่มีทั้งหมดขอคืน ดังนั้น กรณีแม่นายธนาธรจึงไม่ให้ น.ส.ปารีณาทำ

ลั่นไม่หลงกลแพ้ทางมารยาหญิง

เมื่อถามว่า น.ส.ปารีณาถึงขั้นโอดครวญผ่านสื่อเรียกท่านประธานจ๋า แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ยังดึงเรื่องกลับไป พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ไม่ให้ทำแล้ว เพราะเป็นมติที่ประชุมไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของตนแล้ว อย่ามาพูดเสียงอ่อนเสียงหวานเลย ตนไม่แพ้มารยาหญิง เมื่อถามว่า ขณะนี้ มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ว่าการทำงานของ กมธ. เหมือนละครน้ำเน่า จะปรับแผนการทำงานอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ไม่จริง ละครน้ำเน่าอะไร วาระประชุมใน กมธ. มีร้อยกว่าวาระ ประชุม 2 วัน จึงไม่ใช่น้ำเน่าเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาประชาชน น้ำเน่าวันหนึ่งมีแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น สื่อชอบละครน้ำเน่า เลยถ่ายแต่เรื่องน้ำเน่ามาให้ประชาชนดู เรื่องดีๆทำไมไม่ถ่าย

“เอ๋” อัด ปธ.ยึกยักสอบที่ดินแม่ “ธนาธร”

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช.จะไม่มอบหมายงานใน กมธ.ให้ว่า สืบเนื่องจากกรณีนายวีระ สมความคิด ได้มาชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช. เรื่องที่ดินนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร เมื่อถึงขั้นต้องตรวจสอบ ได้มอบหมายให้ตนรับผิดชอบ เพราะเห็นว่ารู้เรื่องนี้ดีที่สุดและได้เสนอเอง แต่เมื่อสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม กลับดึงเรื่องกลับไป และเมื่อเช้าวันที่ 20 ก.พ.ก็ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะให้ตนมาตรวจสอบเรื่องนี้ จึงเห็นว่าประธานต้องทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ จะมาชักเข้าชักออกไปแบบนี้เรื่อยๆไม่ได้ จะทำให้ กมธ.สับสน ประธานไม่น่าเคารพ ความชัดเจนหายาก เพราะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา การเคยเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เมื่อเข้ามาในรัฐสภา อำนาจระเบียบต่างๆแตกต่างกัน ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมและอบรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หากไม่มอบหมายให้ตนต้องให้เหตุผล ไม่เกี่ยวกับการเอาคืน ถ้าจะเอาคืนตนเอาคืนไปนานแล้ว

สภาฯคว่ำตั้ง กมธ.ต้านรัฐประหาร

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันรัฐประหารไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ที่ค้างการพิจารณานานกว่า 2 สัปดาห์ โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผู้เสนอญัตติสรุปปิดท้ายว่า ประเทศไทยไม่ใช้วิถีทางประชาธิปไตยแก้ไขปัญหาการเมือง แต่ใช้การรัฐประหาร ทำลายความชอบธรรมการเลือกตั้งและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รัฐประหารปี 2549 และปี 2557 แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถสร้างหลักการเสรีประชาธิปไตยและสร้างความศรัทธาของประชาชนได้ รัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากนายทหาร ข้าราชการไม่ยินยอม ส.ส.พร้อมใจกันต่อต้านรัฐประหาร นักธุรกิจไม่เป็นท่อน้ำเลี้ยง การตั้ง กมธ.วิสามัญฯชุดนี้ เป็นการประกาศศักดิ์ศรีของผู้แทนฯจะไม่ยอมจำนนต่อคณะรัฐประหาร ไม่มีผลต่อความมั่นคง แต่อาจกระทบความรู้สึกนายกฯและรัฐมนตรีบางคนที่ได้ตำแหน่งเพราะยึดอำนาจมา ถ้า ส.ส.ลงมติไม่ตั้ง กมธ.เพราะเกรงใจก็มีคำถามว่า เราเป็นผู้แทนฯหรือเป็นลูกน้องนายพล แสดงให้เห็นว่าเงารัฐประหารยังเวียนอยู่รอบรัฐสภา จากนั้นมีการลงมติไม่เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 242 ต่อ 215 งดออกเสียง 2 เสียง

ผู้นำฝ่ายค้านโวยคุกคาม ลต.ซ่อม

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชรว่า ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยถูกคุกคามอยู่เสมอ ไม่ทราบว่าบุคคลที่คุกคามเป็นใคร แต่ลักษณะเป็นชายตัดผมสั้น แต่งกายเหมือนชาวบ้าน ข่มขู่ประชาชนและหัวคะแนนพรรคเพื่อไทยที่ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อ 4 วันที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชร เดินรณรงค์พบประชาชน ระหว่างขับรถไปบ้านนายเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ที่สนิทสนมกันเหมือนมีคนติดตาม และพบมีคน 2 คน เฝ้าอยู่หน้าบ้าน เจ้าของบ้านจึงโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะกระจัดกระจายหายไป

“นคร” ขู่แฉนายกฯใช้อำนาจมิชอบ

นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ ผอ.การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 กล่าวว่า รัฐบาลใช้อำนาจรัฐเต็มรูปแบบ ใช้ทุกหน่วยงานข่มขู่คุกคาม ไม่เกรงกลัวกฎหมาย หวังชนะการเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่รัฐบาล บีบผู้นำท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงไปรุมช่วยผู้สมัครฝ่ายรัฐบาล ใช้ทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาค 3 กดดันผู้สมัครพรรคเพื่อไทย แจ้งไปยัง กกต.ก็ไม่กล้าดำเนินการฝั่งรัฐบาล พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ พ่อผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลสั่งจำคุกถูกหมายจับ ทุกคนรู้หมดว่าโทรศัพท์ไปคุกคามใครบ้าง แต่ตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ อยากให้เลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมไม่ใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้ง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่อยากให้ จ.กำแพงเพชรเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นก่อนจนหยิบเอาไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายกฯใช้อำนาจโดยมิชอบทุกเรื่อง ผู้มีอำนาจหรือนายกฯปล่อยให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นประเทศ อยากให้นายกฯ กวดขันดูแล

“บิ๊กป้อม” เชื่อไม่มี จนท.ไปข่มขวัญ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุมีการใช้อำนาจรัฐคุกคาม มีชายตัดผมสั้น แต่งกายเหมือนชาวบ้านธรรมดา ไปข่มขู่คุกคามประชาชนและหัวคะแนนพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 ว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ไม่มีหรอก เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องของพรรคการเมืองดำเนินการ

ส่งตัวแกนนำ “วิ่งไล่ลุง” ให้อัยการ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.บางซื่อ นายธนวัฒน์ หรือบอล วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่สวนรถไฟ แขวงและเขตจตุจักร กทม.เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ตามหมายเรียกเพื่อให้นำตัวไปพบอัยการ หลังตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้องฐานเป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนชุมนุมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ต่อมานายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ นำสำนวนที่กล่าวหานายธนวัฒน์มาส่งพนักงานอัยการแล้ว โดยนายธนวัฒน์ให้การปฏิเสธว่า วิ่งออกกำลังกาย ไม่ได้ชุมนุมทางการเมือง สำนัก– งานอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชน ให้ตั้งนายสมคิด สายเจริญ เป็นหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาสำนวน

ยุติสอบสวนคดีรุมตี “จ่านิว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ทำหนังสือแจ้งความคืบหน้าการสอบสวนคดีอาญาที่ 726/2562 ประจำวัน ข้อ 8 ในคดีทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เหตุเกิดวันที่ 28 มิ.ย.62 ต่อ น.ส.พัฒนน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิว เห็นควรให้งดการสอบสวน ระบุว่า คดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการมีความเห็น “เห็นควรให้งดการสอบสวน” เนื่องจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากสภาพกล้องวงจรปิดไม่เห็นหน้าคนร้ายชัดเจนเพียงพอในการออกหมายจับ และหลักฐานการไล่กล้องไม่สามารถทราบได้ว่าคนร้ายมีที่อยู่หรือหลบหนีไปอยู่ที่ใด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนแล้วมีหลักฐานบ่งชี้ได้ว่าผู้ใดกระทำผิดจะทำการออกหมายจับคนร้ายและดำเนินคดีต่อไป ลงชื่อ ร.ต.อ.ฉัตรพล เผ่นโผน รอง สว. (สอบสวน) สน.มีนบุรี

“เอกชัย” โพสต์จบอีหรอบเดียวกัน

ต่อมานายสิรวิชญ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า จะจับได้เมื่อไหร่? จะสืบสวนสอบสวนอีกทีเมื่อไหร่? คนร้ายมีสี? โดยมีคนมากดไลก์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีนายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง เข้ามาโพสต์ว่า ก็ได้รับเอกสารแบบนี้หลายคดีเหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพรรคอนาคตใหม่ชวน หลีกภัยคดีเงินกู้ 191 ล้านประวิตร วงษ์สุวรรณข่าวหน้า1ข่าววันนี้

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้