ข่าว
100 year

ธนาธร-หัวชนฝา เถียงกู้เงินโปร่งใส

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ก.พ. 2563 05:30 น.
SHARE

ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ ท้าสอบ-ที่ดินแม่ บิ๊กตู่คุยฟุ้งรักชาติ

“ธนาธร” พ้อปล่อยเงินกู้พรรคเปิดเผย โปร่งใส ยิ่งสำแดงยิ่งพัง ซ้ำเป็นหอกทิ่มแทง ถามสังคมต้องการให้มุบมิบหลบซ่อนหรือ มั่นใจ 76 ส.ส.ไม่แตกแถว ถ้าถูกยุบ โยกข้อมูลลับถล่มนอกสภาฯ ฝ่ายค้านจัด 40 ขุนพลระเบิดศึกซักฟอก 54 ชั่วโมง “เจ๊หน่อย” ยกทีมยุทธศาสตร์ ติวเข้มทีม พท.วางตัว “สุทิน-ยุทธพงศ์” มวยหลักลอกคราบรัฐบาล “บิ๊กตู่” กราบย่าโมอธิษฐานขอให้รัฐบาลทำงานต่อไปได้ โต้แก้ข้อพิพาทบีอีเอ็ม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร โบ้ยค่าโง่ทางด่วนในอดีตทำเจ็บตัว แต่ต้องแก้ไข โอ่เป็นนายกฯโดน 300 กว่าคดีสู้ได้ ถ้าผิดไม่คิดหนี กมธ.ป.ป.ช.ร้อนระอุ “เสรีพิศุทธ์” เชิญ “วีระ” ให้ปากคำมัด “เอ๋กับพ่อ” รุกป่า ขั้วรัฐบาลเอาคืนชงบี้สอบที่ดินแม่ หน.อนค. “ปารีณา” โวย ปธ.ขอมติดึงเรื่องไม่ครบองค์ประชุม “เสี่ยเอก” ท้าลั่นเชิญสอบได้เลย

หลังจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีเงินกู้ 191 ล้านบาทนอกศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนถึงวันตัดสินชี้ชะตา ยืนยันพรรคไม่ได้กระทำผิด ตามมาด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ตอกย้ำกับสังคมโดยยืนยันความบริสุทธิ์ ให้พรรคกู้เงินทำโดยเปิดเผย โปร่งใสและจริงใจ ไม่ได้หลบๆซ่อนๆ แต่การเปิดเผยความจริง กลับกลายมาเป็นหอกทิ่มแทง

“ธนาธร” โอดบริสุทธิ์ใจเป็นหอกทิ่มแทง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเงินกู้ในวันที่ 21 ก.พ.ว่า เรายังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ เราทำอย่างเปิดเผย เราพูดอยู่เสมอให้สมาชิกช่วยสนับสนุนซื้อสินค้าของพรรค หรือร่วมเป็นสมาชิกของพรรค เพื่อให้พรรคนำเงินสร้างพรรคและคืนเงินกู้ และเราไม่ต้องการให้นายทุนมาครอบงำ ถ้าตนจ่ายทุกอย่างในนามส่วนตัว โดยไม่ต้องสำแดง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ พนักงาน แต่ถ้าวันนี้ตนไม่อยู่ พรรคจะทำอย่างไร เราต้องการสร้างพรรคให้เข้มแข็ง และนี่คือราคาที่ทุกคนต้องจ่ายร่วมกันเพื่อให้ได้พรรคแบบนี้ได้ เราต้องการสร้างพรรคที่โปร่งใสและเข้มแข็ง คนที่ร้องกับ กกต.เขาไม่ได้ไปค้นเจอ แต่เขาไปร้องเพราะเขาได้ยินตนพูดเรื่องเงินกู้ในที่สาธารณะ ดังนั้นตนไม่ได้ทำแบบมุบมิบ และพูดว่าตนให้กู้และต้องชำระคืน แต่การที่ตนพูดทุกอย่างกลับกลายเป็นหอกมาทิ่มแทงตน ยิ่งสำแดงยิ่งพัง ต่อไปต้องเก็บไว้ใต้ก้นให้หมด นี่คือเส้นทางที่เราอยากพาประเทศไปข้างหน้าแบบนี้หรือ

สังคมต้องการให้มุบมิบหลบซ่อนหรือ

นายธนาธรกล่าวต่อว่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ต.ค.61 วันนั้นมีใครรู้จักตนบ้าง แล้วจะมีใครมาบริจาคให้พรรคเป็นร้อยล้าน ดังนั้น ช่วงแรกในการก่อตั้งพรรคต้องใช้เงิน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุว่าพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 100 คนในแต่ละสาขาจังหวัด และยังต้องมีคอมพิวเตอร์ รถยนต์ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินทั้งหมด ถามว่าวันนั้นจะเอาเงินจากที่ไหน เชื่อว่าการทำของพวกเราโปร่งใสและจริงใจ การให้เงินกู้กับพรรคไม่ได้ทำแบบหลบๆซ่อนๆ แต่ทำอย่างเปิดเผย ไม่ได้กลัวความผิด แต่ในวันนี้ทำให้เรารู้ว่าจะทำอะไรต้องเก็บไว้ข้างใต้ ประชาชนไม่ต้องรู้ว่าพรรคแต่ละพรรคใช้เงินเท่าไร นี่หรือที่สังคมต้องการ

มั่นใจ ส.ส.ไม่แตกขั้วอุบที่ใหม่กลัวถูกดักยุบ

เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยเป็นลบ จะมี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ย้ายขั้วทางการเมืองหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เราเชื่อมั่นใน ส.ส.ของเรา ที่ขณะนี้เหลือ ส.ส.76 คน เรามั่นใจอย่างหนักแน่นว่า ส.ส.ของเราจะร่วมเดินทาง เพราะอนาคตใหม่คือผู้คนและการเดินทาง ไม่ใช่พรรคการเมือง และเราจะไปอยู่ที่พรรคใหม่ สู่พรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกันอย่างเข้มแข็งและหนักแน่น เมื่อถามว่าพรรคใหม่ที่ระบุมีการจัดตั้งใหม่หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า คำถามนี้ตนตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเดี๋ยวเขาจะมายุบพรรคใหม่ก่อนที่จะได้เกิด ส่วน ส.ส.ของพรรคที่เรามีอยู่เราอยู่ด้วยกันเพราะอุดมการณ์ ตนไม่ได้ให้เงิน ส.ส.เป็นรายเดือนอย่างพรรคอื่น ดังนั้น ตนไม่มีอะไรที่จะดึง ส.ส.ได้ แต่สิ่งที่ดึงได้อย่างเดียว คือ ความจริงใจ ความตั้งใจ ความหนักแน่นในอุดมการณ์

เอาแน่โยกข้อมูลลับขย่มนอกสภาฯ

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคอนาคตใหม่นอกสภาฯควบคู่ไปในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายธนาธร กล่าวว่า 16 คนของพรรคอนาคตใหม่ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีหลายคนเป็น กรรมการบริหารของพรรค หากมีการตัดสิทธิ พวกเขาจะไม่ได้อภิปรายในสภาฯ หมายความว่าเราจะเอาเรื่องเหล่านั้นมาอภิปรายนอกสภาฯแทน อาจมีบางเรื่องส่งต่อได้ แต่เรื่องบางเรื่องเป็นความลับจะมาส่งต่อกันใกล้ๆ ให้พูดแทนแล้วต้องเรียนรู้ใหม่คงจะลำบาก เมื่อถามว่ามีหลักฐานใดที่เป็นหมัดเด็ดเปิดแผลรัฐบาลหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า พรรค อนาคตใหม่ไม่ได้เน้นการใช้สำนวนโวหาร แต่จะใช้หลักฐานเอกสาร กฎนิติรัฐ นิติธรรม หลายกรณีเป็นกรณีใหม่ ที่สังคมไม่รับรู้มาก่อน บางกรณีเป็นกรณีเก่า แต่เราจะเจาะให้ลึกขึ้น

“เจ๊หน่อย” เข้าสภาติวเข้มทีมซักฟอก

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นวันที่ 24 ก.พ.ว่า ผู้อภิปรายของพรรคเพื่อไทยจะมีประมาณ 14 คน หรือถ้ามีเพิ่มจะไม่เกิน 1-2 คน พรรคอนาคตใหม่จะมี 16 คน ส่วนพรรคร่วมอื่นๆจะมีประมาณพรรคละ 1-3 คน รวมจะมีผู้อภิปราย 35-40 คน คณะทำงานร่วมได้ตรวจสอบเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนแล้ว ปรากฏว่าไม่ซ้ำซ้อน มีข้อมูลหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ ผู้อภิปรายจึงต้องใช้เวลาพอสมควร คาดว่าฝ่ายค้านอภิปรายและรัฐบาลชี้แจงคงใช้วันละไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ยกเว้นวันแรกที่จะใช้ 9-10 ชั่วโมง ภาพรวมคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 54 ชั่วโมง กิจกรรมสำคัญของพรรควันที่ 20 ก.พ. เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ตนและนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จะเชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ร่วมประชุมกับผู้อภิปรายของพรรคทุกคน รวมถึง ส.ส.เพื่อควบคุมบรรยากาศการประชุมซักซ้อมให้การอภิปรายสมบูรณ์มากที่สุด โดยเฉพาะแนวทางการนำเสนอข้อมูลและสาระสำคัญของกฎหมายที่ใช้ประกอบการอภิปราย ให้ผู้อภิปรายบนเนื้อหาญัตติและถูกต้องตามข้อบังคับและข้อกฎหมาย

“สุทิน–ยุทธพงศ์” หัวหอกลอกคราบ รบ.

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า หัวหอกคนสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ได้แก่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม เป็นผู้อภิปรายหลัก ได้รับการเตรียมข้อมูลทุกอย่างจากคณะกรรมการกิจการพิเศษ ส่วนผู้อภิปรายหลักอีก 10 กว่าคนที่เหลือ มีคณะทำงานของนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านเป็นหัวหน้าทีม และมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาคอยเตรียมข้อมูลให้ ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. และผู้อภิปรายที่เหลือทั้งหมด ตนจะอภิปรายด้วย เชื่อว่าผู้อภิปรายของพรรคจะทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข้อผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาลได้แน่นอน หลังจากการอภิปรายจบ เชื่อว่าจะมีการยื่นดำเนินคดีทางอาญาต่อ ป.ป.ช.กับรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 5 คนแน่นอน

“ธนกร” เย้ยไม่ชกใต้เข็มขัดก็ไม่ต้องกลัว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โจมตีนายกฯ ปากกล้าขาสั่น ตั้งองครักษ์พิทักษ์นอกสภาฯสกัดการอภิปรายว่า นายกฯไม่ได้สั่งตั้งองครักษ์นอกสภาฯ เพราะท่านชี้แจงได้ ไม่ได้ทำผิดอะไร ทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทุกคน แต่อดีต ส.ส.ในพรรคต่างหวังดีจึงอยากช่วย เพราะทนเห็นคนที่อยู่นอกสภาฯจากพรรคเพื่อไทยมาเล่นเกมการเมืองโจมตีดิสเครดิตรายวันเหมือนละครน้ำเน่าไม่ไหว ไม่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย หรือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จึงตั้งวอร์รูมนอกสภาฯ คอยสนับสนุนข้อมูลให้พรรคและรัฐบาล ฝ่ายค้านอย่ากังวลหากอภิปรายในกรอบ สร้างสรรค์ ไม่สาดโคลนด้วยข้อมูลเท็จ แต่หากเล่นนอกเกม ชกใต้เข็มขัดต้องเจอกัน เพราะอดีต ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐหลายคนเคยอยู่พรรคเพื่อไทย รู้ไส้รู้เครื่องในกันดี ส่วนกรณี ร.ต.อ.เฉลิมจะเปิดยุทธการอรุณรุ่ง ระวังว่าจะเป็นยุทธการจัญอัปเหมือนที่ ร.ต.อ.เฉลิมชอบพูด

“บิ๊กตู่” กราบย่าโมขอทำงานต่อไปได้

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในการมอบเงินเยียวยาจากเหตุการณ์กราดยิงประชาชน จ.นครราชสีมา และหลังสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีว่า ทุกครั้งที่มาก็ไปกราบย่าโมขอให้พวกเรามีความสุข และขอให้รัฐบาลสามารถทำงานให้ประเทศชาติต่อไปได้ เพราะมีหลายอย่างต้องทำเพื่อพวกเราทั้งประเทศ วันนี้มีปัญหาที่กำลังเผชิญ รัฐบาลทำทุกอย่างทำได้มากน้อยเป็นไปตามห้วงเวลา งบประมาณและยังมีปัญหาภัยแล้ง พืชผลการเกษตรที่ต้องแก้ ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจและเข้าใจกัน ยินดีทำทุกอย่างให้มีความสุขในเร็ววัน

ยกโคราชนำร่องความสามัคคี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งที่นายกฯตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช นายกฯได้ลองตรวจวัดระดับความเครียดและสุขภาพทางจิตใจ ผ่านเครื่อง BIOFEEDBACK ของคลินิกหมอใจ ที่ให้คำปรึกษาประชาชนด้านสุขภาพจิต ผลออกมานายกฯไม่มีความเครียด สามารถบริหารจัดการความเครียดได้ดีมาก ไฮเปอร์มีพลังทำงานได้มาก โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำวิกฤติเป็นโอกาสให้ได้ อยากให้โคราชนำร่องความสามัคคีในวันข้างหน้า หากเราไม่ร่วมมือกันวันนี้จะสายเกินไป รัฐบาลทำงานลำบาก ยอมรับว่ามีคนชอบและไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีหลายภาคส่วนคิดแผนกระตุ้น ศก.หลังถอยหยุด 9 วัน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังไม่พิจารณาให้หยุดต่อเนื่อง 9 วันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวว่า กำลังคิดต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมออกมา ต้องยอมรับมีปัญหาจากภายนอกด้วย อย่างการท่องเที่ยวจากจีนและหลายประเทศ มีนักท่องเที่ยวมา 40 ล้านคน เป็นจีน 10 ล้านคน เมื่อประเทศอื่นห้ามประชาชนออกนอกประเทศเราได้รับผลกระทบ จึงต้องมีมาตรการให้คนไทยเที่ยวในประเทศ ข้อสำคัญมีเงินจะเที่ยวหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่กำลังพิจารณาทั้งหมด รัฐบาลจะพยายามหามาตรการที่เหมาะสมออกมา ขอประชาชนเข้มแข็งและอดทน บางครั้งมาตรการบางอย่างออกมามีผลกระทบกันและกัน เช่น พวกหนึ่งต้องการวันหยุด อีกพวกไม่ต้องการ ต้องตัดสินความเหมาะสมและความคุ้มค่า หยุดหลายวันไม่ดีนัก แต่เมื่อเป็นความเห็นที่เสนอขึ้นมาตนไม่ปฏิเสธแต่แรก โดยได้นำมาคุยกันในที่ประชุม ครม.เพื่อให้ได้คำตอบประชาชนจะได้สบายใจ

ฮึ่มไม่ว่าใครอย่ามาแบ่งแยก ปชช.

นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลนี้พยายามแก้ทุกปัญหาในอดีตที่ผ่านมา ถ้าเราไม่แก้ในวันนี้ มันก็เสียหายมากเรื่อยๆในวันข้างหน้า ถ้าเราไม่สนใจปัญหาที่มีอยู่ แล้วไปเริ่มต้นใหม่ ปัญหาเก่าที่คาอยู่จะทำอย่างไร ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย นี้คือรัฐบาลนี้เอาทุกปัญหามาคลี่และแก้ โดยเฉพาะกฎหมายการค้า การประกอบการต่างๆ เมื่อถามว่า ฝากอะไรถึงนักการเมืองในสถานการณ์วันนี้บ้าง นายกฯตอบว่า เขาน่าจะต้องรักประเทศชาติและประชาชนเหมือนกับที่ตนรัก ไม่ว่าใครก็ตามอย่าแบ่งแยกประชาชน เป็นฝักเป็นฝ่ายไม่เหมาะสมทั้งนั้น

โต้แก้ข้อพิพาทบีอีเอ็มไม่ได้เอื้อใคร

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายกฯตรวจติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุและการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดสวนสาธารณะลดฝุ่นละออง (PM 2.5) ณ สวนรักษ์ธรรมชาติ (วงเวียนหลักสี่) เขตบางเขน มีภาคีเครือข่าย อาทิ ตัวแทนนักศึกษาสถานศึกษาต่างๆและตัวแทนชุมชนหมู่บ้านอมรินทร์นิเวศน์ 1 ต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีที่โครงการนี้สำเร็จ มีแผนจะทำที่อื่นด้วย รัฐบาลแก้ปัญหาหลายอย่างที่ทับถมมานานและซับซ้อน ซึ่งไม่ง่ายแต่ต้องแก้ เห็นได้ว่าทำอะไรได้มากพอสมควร อาจมากกว่าหลายเท่าของช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังเคลียร์ข้อพิพาทสัมปทานทางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม รัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร ต้องดูแลซึ่งกันและกัน บางคนบอกบางเส้นทางตนทำเพื่อไปเอื้อประโยชน์ผ่านที่คนนั้นคนนี้ ยังไม่รู้เลยว่าเส้นทางผ่านบ้านใครบ้าง ถามว่าโฉนดแปลงนี้ของใครก็ไม่รู้ แล้วมาหาว่าเอื้อประโยชน์ ตนทำแบบนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว เรื่องแบบนี้ทำอะไรต้องระวัง

ชี้ค่าโง่ในอดีตทำเจ็บตัวแต่ต้องแก้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ว่าค่าโง่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นสมัยตนหรือไม่ เกิดมาตั้งแต่ปี 30 แต่ทุกเรื่องต้องมาแก้ทั้งหมด เช่น กรณีบีอีเอ็มก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา รวมถึงเรื่องโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ตนก็แก้จนไม่ต้องเสียสตางค์ และเหมืองอัคราก็ให้ความเป็นธรรมทุกคน เวลาเขาฟ้องมา ถ้าตนไม่แก้อยู่เฉยๆก็สบาย ที่ผ่านมาทำกันแบบนี้ แต่วันนี้ต้องแก้ เมื่อแก้แล้วต้องเจ็บตัวทุกที แต่ก็ต้องแก้ ไม่เช่นนั้นก็คาราคาซังวันหน้าก็ไม่แก้อีก เดินไปทีละขั้นให้ความเป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ ถ้าเอาอะไรมาตีกันเพื่อหวังผลอย่างอื่นอย่างเดียว ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมกับพวกเรา และสมัยก่อนก็ไม่ทำแบบรัฐบาลนี้ ใช้แต่งบประมาณรัฐอย่างเดียว มันก็ทำไม่ได้ ความร่วมมือจากภาคเอกชนก็ไม่เกิด ไม่ใช่เอาของเก่าพับเก็บใต้เก้าอี้แล้วเลิก ทำอันใหม่ทั้งหมด แบบนี้ก็ทำไม่ได้สักอย่างทุกอย่างมีความเป็นมา

โอ่นายกฯมี 300 กว่าคดีถ้าผิดไม่คิดหนี

นายกฯกล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อมั่นตน ซึ่งไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว หลายคนบอกตนปล่อยปละละเลย มีทุจริต ถามว่าตนมีคดีหรือเปล่า ยังไม่มีนะ แต่คดีในฐานะเป็นนายกฯมี 300 กว่าคดี แต่สู้ได้ คดีในฐานะเป็นนายกฯต้องรับผิดชอบทุกอัน นโยบายถ้าผิดต้องรับผิดชอบ ไม่หนีด้วย ตนเกิดที่นี่ตายที่นี่ ต้องตอบแทนแผ่นดิน จะทำร้ายประเทศไม่ได้ ถ้าจ้องจะติกันอย่างเดียวมันง่าย เอามารวมๆกันกลายเป็นว่านายกฯใช้ไม่ได้ ทั้งที่ตนเป็นคนใช้ได้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจขอให้รอฟัง แล้วท่านจะเชื่อเขาหรือเชื่อตน ตนทำด้วยใจเจ็บตัวบ้างอะไรบ้างตนทนได้ ขอแค่ให้ทุกคนได้เข้าใจตนและทีมงานทุกคน ถ้าพูดไม่มีหลักฐานไม่มีเหตุผลอย่าไปเชื่อกันมาก ตอนนี้เฟกนิวส์เยอะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายนายกฯได้กล่าวบทกวีเพลงชาติ ประพันธ์โดย รศ.นภาลัย ฤกษ์ชนะ (สุวรรณธาดา) ท่อนที่ว่า “ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” และก่อนกลับนายกฯยังอารมณ์ดีโบกมือให้กับผู้สื่อข่าวพร้อมพูดว่า “ซาโยนาระกู๊ดบาย”

“วีระ” แจง กมธ.ป.ป.ช.มัด “เอ๋กับพ่อ” รุกป่า

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการ ประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาตรวจสอบการบุกรุกที่ป่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีครอบครองพื้นที่ป่า หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 1,700 ไร่ และกรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติของนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ที่หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยเชิญนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต้านคอร์รัปชัน ในฐานะผู้ร้องเรียนแถลงข้อเท็จจริง

เจอ รบ.เอาคืนบี้สอบที่ดินแม่ “ธนาธร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการพิจารณานายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.อภิปรายต่อที่ประชุมให้ กมธ.ตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมบุกรุกที่ป่า อยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของ น.ส.ปารีณา ที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ประมาณ 500 ไร่ ทราบว่าเป็นของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยได้รับเสียงสนับสนุนจาก กมธ.ฝั่งรัฐบาล อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลัง– ประชารัฐ และ น.ส.ปารีณาพร้อมให้ความเห็นว่าเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และ กมธ.ไม่ถูกสังคมมองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงควรตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่าจะมอบให้ น.ส.ปารีณาเป็นผู้ประมวลเรื่อง ก่อนให้ทำเป็นเรื่องร้องเรียนเสนอ กมธ.ต่อไป

“สิระ” ซักยิบรับจ้างใครมาสอบ

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลัง– ประชารัฐ กล่าวในที่ประชุมโดยสอบถามนายวีระว่าในฐานะเป็นผู้เสนอเรื่องให้ กมธ.ตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณานั้น อยากทราบว่า การตรวจสอบดังกล่าวมีผู้ใดว่าจ้างหรือไม่ เพราะที่ดินใกล้เคียงของ น.ส.ปารีณาที่คาดว่าจะผิดกฎหมายแต่ไม่ถูกตรวจสอบ ตนพร้อมจะว่าจ้างให้นายวีระสอบที่ดินใกล้เคียงด้วย นายวีระปฏิเสธว่าไม่มีผู้ใดว่าจ้างให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ส่วนกรณีที่ดินของมารดาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นเรื่องที่ กมธ.โดยเฉพาะ น.ส.ปารีณาต้องดำเนินการเอง ไม่ขอรับเงินจากนายสิระ เรื่องการตรวจสอบเรื่องที่ดินรุกป่า ขอท้าให้นายสิระแถลงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวภายนอกห้องประชุม กมธ.ที่ได้รับสิทธิการนำเรื่องไปฟ้องร้องตามกฎหมาย

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ กมธ.พรรคพลังประชารัฐ แจ้งต่อที่ประชุมกมธ.ว่าจะขอใช้สิทธิฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ตรวจสอบบุคคลครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติว่า ได้ดำเนิน การใดๆกับที่ดินใกล้เคียงของ น.ส.ปารีณาที่ถูกกล่าวหาเช่นเดียวกันหรือไม่ หากไม่ดำเนินการ จะขอฟ้องเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

“เอ๋” โวย ปธ.ดึงเรื่องมติไม่ครบองค์

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กมธ. ป.ป.ช. แถลงว่า การประชุม กมธ.ช่วงแรก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มอบหมายให้ตนประมวลเรื่องมารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บุกรุกป่า จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ดึงเรื่องกลับไม่ให้ตนสอบสวน และไม่มอบหมายให้ผู้ใดประมวลเรื่องหรือสอบสวน รวมถึงดึงเรื่องที่ตนได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตามที่มีประชาชนร้องเรียนข้อหาหมิ่นเบื้องสูงและมีพฤติกรรมทุจริตหลายเรื่องคืนด้วย ไม่มอบหมายให้ กมธ.คนใด ตรวจสอบต่อเช่นกัน ขอตั้งข้อสังเกตว่าต้องการปกป้องตนเองและไม่ต้องการให้ใครตรวจสอบ โดยขอมติดึงเรื่องคืนทั้งที่ไม่ครบองค์ประชุม ถามเพียงแค่ว่าใครที่เห็นด้วยที่จะไม่ให้ตนตรวจสอบ ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ดึงเรื่องที่มอบหมายให้ตรวจสอบกลับเป็นเพราะตนปฏิเสธไม่รับเรื่องที่มีผู้ร้องให้ตรวจสอบกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ อนุญาตให้ชุมนุมขับไล่พระมหาแล อาสโย วัดหนองกลับ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บอกว่าเมื่อไม่ทำเรื่องนี้เรื่องอื่นก็ไม่ต้องทำ

“เสี่ยเอก” ท้าตรวจสอบที่ดินแม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ป.ป.ช.บอกว่าจะกลับมาตรวจสอบเรื่องดินที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นายธนาธรว่า เชิญเลย คิดว่านางสมพรพร้อมจะให้ตรวจสอบ ขอเชิญ น.ส.ปารีณาทำตามสะดวก เราไม่ได้ต้องการที่จะทำกับนักการเมืองคนไหนเป็นการส่วนตัว เรื่องที่ดินควรเป็นเรื่องของความเป็นธรรม มีประชาชนมากมายที่ส่วนใหญ่เป็นคนยากคนจน ที่มีข้อพิพาทกับรัฐเรื่องแย่งที่ดินทำกิน หลายคนติดคุก หลายคนถูกฟ้อง พวกเขาลำบาก อยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างถ้วนหน้าทุกคน เมื่อถามถึงกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค นายธนาธร กล่าวว่า เพิ่งจะได้คุยกับ พล.ท.พงศกร ได้ยืนยันด้วยวาจาเรื่องการลาออกแล้ว ส่วนเอกสารคาดว่าการประชุมกรรมการบริหารพรรคครั้งหน้าจะมีการนำเอกสารมาแจ้ง

กมธ.ก.ม.เชิญ ผบ.ตร.แจง “วิ่งไล่ลุง”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณา เรื่องสืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ที่จัดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สุวัจน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.เข้าชี้แจง

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงว่าแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน และมีแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบเสรีภาพประชาชน ทั้งที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมแก่ประชาชน

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร.ว่าปฏิบัติต่อม็อบไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับม็อบอีกกลุ่มที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามทหาร

ครม.ไม่ชงซ้ำชื่อว่าที่เลขา ปปง.

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นเลขาธิการ ปปง.ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอว่า รัฐบาลต้องหาคนใหม่ ระหว่างนี้จะพิจารณาแต่งตั้งใครมารักษาการเลขาธิการ ปปง. เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าวุฒิสภาหักกับ ครม.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ในชั้นพิจารณาของ ส.ว.ตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ไม่เหมือนครม.ที่คณะกรรมการ ปปง.เสนอมา แต่ ครม.ไม่ควรเสนอชื่อเดิมซ้ำและไม่เคยมีการทำ ถ้าทำแบบนั้นจะแปลว่า ครม.ไปสู้กับ ส.ว. ซึ่งไม่มีเหตุผล

กลุ่มฟื้นฟู ปชต.ร่วมต้านยุบ อนค.

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานโพธิ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี นำโดยนายกรกต แสงเย็นพันธุ์ นายธนพล พันธุ์งาม รวมตัวชุมนุมในกิจกรรมหัวข้อ “เสียงประชาชนต้องมีความสำคัญกว่าศาลรธน.” แสดงการคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) คดีกู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท ในวันที่ 21 ก.พ. โดยมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส. แพร่ พรรคเพื่อไทย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ เข้าร่วม มีการปราศรัยของกลุ่มสหภาพนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย จากนั้น นพ.ทศพรนำภาพวาดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคมาวางไว้ที่ลานโพธิ์ แล้วจุดเทียนเรียงเป็นอักษรย่อ อนค.เพื่อให้กำลังใจ ก่อนร่วมกล่าวสัตยาบันว่า “ศาลหลักลอยเราไม่คล้อยตาม” ช่วงท้ายนายธนพล พันธุ์งาม แกนนำกลุ่มดีอาร์จีประกาศให้มวลชนจับตาคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่า จะเที่ยงธรรมหรือไม่ ยืนยันไม่ได้ต้องการข่มขู่คุกคาม แต่มีหน้าที่อะไรขอให้ทำตามนั้น

“นิพิฏฐ์” เล็งฟ้องศาลทุจริตเชือด กกต.

เมื่อเวลา 19.30 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุงเขต 2 พรรคภูมิใจไทย ทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง มีพยานบุคคลและหลักฐานคลิปวิดีโอบันทึกภาพและเสียง การหยิบเงินมาจ่ายและพูดโน้มน้าวให้ลงคะแนนเลือก ล่าสุดได้รับแจ้งเป็นการภายในว่า กกต.มีมติยกคำร้องดังกล่าวทั้ง 4 ข้อกล่าวหา ทั้งที่ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องมีมติให้ใบแดงแก่นายฉลอง และขณะนี้ กกต.ชุดใหญ่กำลังเขียนคำวินิจฉัย อยากรู้ว่าจะเขียนออกมาอย่างไร ในเมื่อมีพยานหลักฐานยืนยันการจ่ายเงินซื้อเสียงชัดเจน แต่กลับวินิจฉัยยกคำร้องให้ใบขาว จึงจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเอาผิด กกต.ทั้งคณะ ต้องเปิดหน้าชนตัดสินใจฟ้องร้องเอาผิด กกต.กลาง เพราะการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเลือกตั้งเป็นเรื่องใหญ่ อยากให้ตัวอย่างแก่นักการเมืองและประชาชนว่าอย่ายอมจำนนต่อการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ต้องสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐหรือองค์กรอิสระแห่งใดก็ตามที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหากกรณีนี้ถูกปล่อยให้รอดได้ ต่อไปเราคงไม่ต้องหวังพึ่ง กกต.อีกแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจข่าวหน้า1เงินกู้พรรคอนาคตใหม่พรรคอนาคตใหม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ส.ส.อนาคตใหม่ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้