"สนธิรัตน์" รมว.พลังงาน มั่นใจ รบ.ผ่านฉลุย ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นัดติวเข้มโค้งสุดท้าย ยันข้อมูลปึ้ก โหมดัน B10-E20 ซับ ปาล์ม-เอทานอล รับภัยแล้ง ดึงเศรษฐกิจฐานรากฟื้น
วันที่ 19 ก.พ. ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาศรีนครินทร์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน "บางจากไฮดีเซล S B 10 ดีเซลแรงแห่งปี" พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารบางจากฯผู้บริหารค่ายรถยนต์
โดย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ ร่วมผลักดันการใช้น้ำมัน B10 โดยมีเป้าหมายให้ทุกสถานีบริการน้ำมันผลักดันน้ำมัน B10 ครบทุกสถานี้ในเดือน มี.ค.นี้ ซี่งจะช่วยดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันได้ราว 20 ล้านลิตร สามารถช่วยเกษตรกร รับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ส่วนการประกาศยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 และจะเน้น E 20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของแก๊สโซฮอล์นั้น เพื่อเป็นการลดเกรดแก๊สโซฮอล์ให้เหมาะสม โดยเน้นใช้ E 20 เพื่อเพิ่มการใช้เอทานอลวันละอีก 2 ล้านตัน
...
"การปรับมาตรการนี้ จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบาย "Energy For All" พลังงานเพื่อทุกคน โดยมีกลไกด้านพลังงานไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน" รมว.พลังงานกล่าว
ส่วนแนวทางการรับมือการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสิ้นเดือน ก.พ.นี้ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ภายหลังการประชุมคณะทำงานสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ วอร์รูม ครั้งที่ 2 ในช่วงบ่ายวันนี้ ตนรู้สึกมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทีมวอร์รูม มีการหารือในรายละเอียดประเมินประเด็นการอภิปรายอย่างรอบด้าน ซึ่งสามารถหาข้อมูลข้อเท็จจริงเตรียมพร้อมชี้แจงต่อประชาชนไว้อย่างครบถ้วน เพื่อเตรียมประสานงานกับวิปรัฐบาลที่มีการจัดขุนพลรับมือกับการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านที่หากมีการอภิปรายออกนอกประเด็นหรือใช้ข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริงมาทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งตนหวังว่า บรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ให้ประโยชน์สูงสุดเกิดแก่ประชาชน โดยเชื่อว่า รัฐบาลจะได้รับความไว้วางใจให้เดินหน้าบริหารประเทศต่อไป