ข่าว
100 year

สธ. ยันค้นหามากขึ้นแต่ไม่พบผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม ขยายคัดกรอง 8 จังหวัด

ไทยรัฐออนไลน์19 ก.พ. 2563 12:40 น.
SHARE

ก.สาธารณสุข แถลง วันนี้ไร้ผู้ป่วยโคโรนาเพิ่มเติม ยืนยันไม่เคยปิดบังข้อมูล กระจายการค้นหามากขึ้นแต่ยังไม่พบคนป่วยเพิ่ม เน้น 8 จังหวัดที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว

วันที่ 19 ก.พ. 2563 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแถลงสถานการณ์ไวรัสโครานาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ว่า สถานการณ์ในประเทศไทยวันนี้ค่อนข้างคงตัว มีรายงานผู้ป่วยล่าสุด 35 ราย โดยรายที่ 35 คือนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ๆ มีการระบาด ขณะนี้อาการดีขึ้น ส่วนคนที่กลับบ้านไปแล้วมีทั้งหมด 17 คน ถือเป็นประเทศที่มีคนป่วยและหายป่วยกลับบ้านได้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงประเทศหนึ่ง และไม่มีผู้เสียชีวิต สำหรับรายที่มีอาการหนักวันนี้ไม่มีไข้แต่ยังอยู่ในการดูแลใกล้ชิดของแพทย์ ซึ่งการดำเนินการของไทยเป็นระดับที่น่าพอใจที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันควบคุมโรค

ทั้งนี้ ปัจจุบันเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังติดตามเพิ่มเติม ซึ่งตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ให้นโยบายในการเฝ้าระวังมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยงคนไทยที่เคยทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังเคยมีคนไทยติดเชื้อ จึงเป็นคนที่มีความสำคัญสูง เพราะฉะนั้นใน 8 จังหวัด คือ กทม. ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และเชียงราย ที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการยกระดับการเฝ้าระวังตรวจหาสาเหตุ และจะทำให้เราเกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าระเฝ้าระวังมีความเข้มแข็ง หากมีการแพร่เชื้อก็จะทราบทันที

ในส่วนกรณีนักโทษอังกฤษที่ถูกส่งตัวออกจากไทยตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. เพื่อไปรับโทษนั้น ยืนยันว่า มีการตรวจสุขภาพก่อนออกจากไทยพบว่าสุขภาพดี พื้นที่ที่อยู่ไม่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาด ตอนนี้ได้รับการตรวจที่อังกฤษผลออกมาเป็นลบ พร้อมกันนี้ ขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ฮั่นจากโรคไวรัสโคโรนา และย้ำว่าระบบป้องกันและมาตรฐานในโรงพยาบาลของไทยมีประสิทธิภาพ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเอกชนที่ติดเชื้อ 1 รายของไทย อยู่ในระหว่างการรักษา ขอให้มั่นใจว่าไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐติดเชื้อไวรัวโคโรนา ในโรงพยาบาลไม่มีใครได้รับเชื้อเพิ่มเนื่องจากการวางระบบไว้อย่างดี มีการสับเวรเปลี่ยนเพื่อไม่ให้การปฏิบัติงานเหนื่อยหรือหนักเกินไป สิ่งสำคัญคือหากบุคลากรคนใดมีความเสี่ยงจะถูกส่งระบบเฝ้าระวังเพื่อให้การดูแลอย่างดี

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีการปกปิดหรือปิดบังข้อมูลใดๆ เราเป็นประเทศแรกๆ ที่มีมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. และเป็นประเทศแรกที่ตรวจเจอผู้ป่วยนอกประเทศจีน ในวันที่ 8 ม.ค. มาตรการเราเข้มมาตลอด ซึ่งการที่เราทำได้เร็ว ประชาชนก็จะรับรู้เร็ว ตระหนักถึงความสำคัญ “พูดง่ายๆ คือ ตื่นก่อนก็จะทำอะไรได้มากว่าคนตื่นทีหลัง วันนี้ไม่มีผู้ป่วยอยู่ในมือให้แถลง เราตรวจคัดกรองมากขึ้น 2 เท่า เพราะเราขยาย 8 จังหวัด คนไทยไม่ต้องไปต่างประเทศมารับการตรวจมากขึ้น คนไทยกลับจากประเทศที่มีการระบาดก็มาขอตรวจ เราตรวจมากขึ้นแต่เราหาไม่เจอ นักท่องเที่ยวจีนลดลง 90% เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ระบาดเข้ามา เราก็ไม่มีผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่เราพบคนไทยป่วยมากขึ้นเพราะเราค้นหามากขึ้น แต่ขณะนี้ก็เริ่มไม่มีเพราะไม่มีการเข้ามา ไม่มีการแพร่ต่อ ก็หยุด แต่หนักใจคือไม่มีผู้ป่วยให้รายงานรายใหม่ มีแต่รายงานกลับบ้าน

ยืนยันในนามกระทรวงสาธารณสุขไม่มีนโยบายเรื่องการปิดบัง ทุกรายเราทำการค้นหาวงกว้างมากขึ้น เราเป็นประเทศแรกที่มีการรายงานผู้ป่วยนอกประเทศจีน ทำให้ทั่วโลกตื่นตัว ตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าตั้งแต่แรกเราไม่คัดกรองเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นอาจจะมีการแพร่เป็นร้อยเป็นพันไปแล้วเพราะติดต่อจากคนสู่คน สิ่งที่เราทำคือเพิ่มกลุ่มเสี่ยงการเฝ้าระวังที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นๆ อีก เราเพิ่มคลินิกไข้หวัดตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นจุดคัดกรองเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น หลักการคือยิ่งเราค้นหาเพิ่มเท่าไรโอกาสพบยิ่งมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นขอให้ความมั่นใจว่าเราเน้นการค้นหา การเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง รวมถึงกลุ่มอาการคนไข้ที่มีความเสี่ยงทั้งหมด”

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยมีด่านควบคุมโรค 69 ด่านทั่วประเทศ ทั้งด่านบก เรือ และอากาศ ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น ซึ่งในระยะ 2 วันที่ผ่านมามีคนไทยมาเข้ารับการตรวจมากขึ้น แต่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งจำนวน 957 คน แบ่งเป็น กทม. 300 กว่าคน มากที่สุด และผลจากห้องปฏิบัติการออกแล้ว 800 กว่าคน อาการปกติดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไข้หวัด และเหลืออยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอผลอีกเพียง 100 กว่าคน พร้อมกันนี้ ยังขอแนะนำว่า ถ้าเลี่ยงจะไปในประเทศที่มีเป็นพื้นที่เสี่ยงได้ขอให้เลี่ยง หากจำเป็นต้องไปก็รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เลี่ยงการเข้าพื้นที่เสี่ยง เมื่อกลับมาหากรู้สึกไม่สบายให้แจ้งแพทย์ทันที ได้พบแพทย์เร็วเท่าไรโอกาสจะหายก็เร็วตามไปด้วย นอกจากนี้ ไทยยังได้รับคำชื่นชมจากต่างประเทศ อาทิ ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งมีจุดเจลล้างมือ ช่วยตรวจคัดกรองไข้ แจกเอกสารข้อแนะนำ รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสมากขึ้น เช่น ลิฟต์ สายพานบันไดเลื่อน หรือลูกบิดประตู ซึ่งความร่วมมือจากทุกผ่านส่วนจะช่วยให้การแพร่ระบาดของโรคช้าลง ไม่เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรนาCOVID-19โควิด-19กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขไฮไลต์ไวรัสโคโรน่า

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้