ข่าว
100 year

"บิ๊กแดง" ลงดาบ เชือดอีกพันเอก มีมูล-ร้องเรียน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.พ. 2563 05:32 น.
SHARE

“บิ๊กแดง” ลงดาบอีกสั่งย้ายนายทหารยศ “พ.อ.” อีกระลอกตามที่ถูกร้องเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 พื้นที่เกิดเหตุจ่าคลั่งกราดยิงประชาชน เผยศูนย์รับเรื่องร้องเรียนตรงจากกำลังพล ให้ภาคเอกชน “เอาต์ซอร์ซ” ดำเนินการกันความลับรั่วไหล ผบ.สส.แจงเหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นต้องเซ็นเอ็มโอยูจัดระเบียบสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ยอมรับมีทหารเกษียณอยู่บ้านหลวงส่วนใหญ่เป็นชั้นผู้น้อย “บิ๊กตู่” แจงที่ยังอยู่บ้านหลวงเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย เพราะเป็นนายกฯ

ผลกระทบจากคดี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 บช.2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ คลั่งฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์บนท้องถนน และศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมืองนครราชสีมา ยังเป็นฝันร้ายของสังคม จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบถึงการจัดระเบียบสวัสดิการ และเบี้ยเลี้ยงทหารชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเชื่อว่าเป็นชนวนแค้นทำให้จ่าทมิฬก่อคดีกราดยิงกลางเมือง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ให้กรมธนารักษ์ เข้ามาบริหารจัดการสวัสดิการในเชิงธุรกิจของ กองทัพบก อาทิ ร้านค้า ตลาดนัด สโมสร สนามมวย สนามกอล์ฟและโรงแรม รวมทั้งที่ราชพัสดุในความดูแลของกองทัพบกร่วม 1 ล้านไร่

“บิ๊กแดง” สั่งเด้ง พ.อ.อีกระลอก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ผบ.เหล่าทัพว่า ตนกำลังเซ็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับพันเอก และเซ็นย้ายจริง ไม่ได้พูดเล่น เพราะเซ็นต่อหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใครทำอะไรไว้ต้องได้รับผล เป็นเรื่องเกี่ยวข้องในหลายส่วนที่กำลังพลร้องเรียนมา โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุรุนแรง เมื่อถามว่า ในส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกปรับย้ายด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมเป็นกรณีไป ไม่ใช่เลือดเข้าตา ก็จะสั่งย้ายหมด เมื่อถามว่าการตั้งศูนย์ร้องเรียนสายตรงมายัง ผบ.ทบ.จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เราให้เอาต์ซอร์ซดำเนินการเป็นเอกชนทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล ส่วนการพิจารณาว่าข้อร้องเรียนไหนเป็นเรื่องจริงหรือใส่ร้าย ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ฟังดูก็รู้แล้วว่าอะไรเท็จ อะไรจริง

เตรียมแถลงโครงการสวัสดิการเชิงธุรกิจ

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. ตนจะให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงรายละเอียด ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ กว่า 40 รายการนั้น ทุกอย่างดำเนินการตามลำดับ ไม่ได้ขีดเส้นหรือกำหนดกรอบเวลาแต่ อย่างใด เมื่อถามว่านักกฎหมายแนะนำเครือญาติผู้เสียหาย ฟ้องร้องกองทัพ และ ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า การก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่ คำสั่งกองทัพ หากทหารมีเรื่องกับทหารต้องขึ้นศาลทหาร แต่ถ้าหากทหารมีเรื่องกับพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน ต้องแยกให้ออก

เหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นทำเอ็มโอยู

ขณะที่ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดระเบียบสวัสดิการทหารว่า สวัสดิการทหารทั้งหมดเหล่าทัพดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ กิจการที่ก่อให้เกิดรายได้ทุกเหล่าทัพก็นำเงินเข้าเป็นเงินรายได้แผ่นดินเป็นปกติ แต่กิจการที่มีเอกชนหรือบุคคลภายนอกมาใช้ประโยชน์สัดส่วนสูงก็เข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจ เหล่าทัพยินดีปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง และกรมธนารักษ์ตามที่กำหนด กรณีที่กองทัพบกทำเอ็มโอยู เนื่องจากมีกิจการสวัสดิการจำนวนมาก ขณะที่เหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นต้องทำเอ็มโอยู เพราะติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์อยู่แล้ว แต่จะมีการทบทวนให้ครบถ้วน ว่ามีรายการตกหล่นหรือไม่

ผบ.สส.ขอผ่านไม่พูดถึง “พงศกร”

เมื่อถามถึงกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่เกษียณไปแล้วแต่ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารของศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ตามหลักการทั่วไป บ้านพักหลวงเมื่อเกษียณแล้วต้องส่งคืน แต่มีกำลังพลไม่มีความพร้อม ยืดหยุ่นให้เฉพาะบางราย ไม่ได้อยู่เฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อยที่ยังไม่พร้อมย้ายออก เช่น ทหารชั้นประทวน นายสิบ จ่า ลูกจ้างที่หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ไม่สามารถขยับขยายได้ก็ผ่อนผันยืดหยุ่น ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เมื่อถามว่าทำไม พล.ท.พงศกรจึงขอผ่อนผันอยู่เป็นเวลาหลายปี พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในที่สุด พล.ท.พงศกรก็ไปแล้ว ขอให้ผ่านประเด็นนี้ไป ส่วนการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้รับความเป็นธรรมและเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และการปกครองไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผู้บังคับ บัญชาทุกคนให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้ เมื่อมีการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงเราจะเน้นย้ำอยู่เสมอ

เกษียณอยู่บ้านหลวงส่วนใหญ่ “ผู้น้อย”

ผบ.สส.กล่าวยืนยันว่า เราไม่สามารถไปชี้ได้ว่าเหตุผลใดต้องอยู่หรือเหตุผลใดต้องออก ขึ้นอยู่กับ ผบ.เหล่าทัพ และเจ้ากรมสวัสดิการที่รับผิดชอบ ยอมรับมีทหารเกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวงจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา การอยู่บ้านพักหลวงถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง และเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แม้จะอยู่ในราชการหรือเกษียณไปแล้ว หากไม่สุดวิสัยจริงๆ หรือมีความจำเป็น เราก็พร้อมยืดหยุ่นให้ ประเทศไทยเราอยู่ด้วยความเมตตาธรรม ส่วนที่มีการปล่อยสิทธิ์ให้เช่าต่อนั้น เรื่องนี้เป็นคนละประเด็น เมื่อถามว่าในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทยจะมีการเปิดสายตรง ผบ.ทสส.ให้กำลังพลร้องเรียนได้โดยตรงหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า มีช่องทางการร้องเรียนอยู่แล้วผ่านสายการบังคับบัญชา และจะเปิดฮอตไลน์วันสตอปเซอร์วิส อีกทั้งยังมีศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย มีหลายช่องทางให้เลือกใช้ และแต่ละเหล่าทัพก็ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนมาแก้ไข

ผบ.เหล่าทัพยืนไว้อาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.มานิต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส. ได้นำยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 1 นาที

“บิ๊กป๊อก” เล็งเก็บสถิติปืนสวัสดิการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสสังคมเป็นห่วงผู้ครอบครองปืนสวัสดิการจากหน่วยงานต่างๆ จะนำปืนเหล่านั้นไปก่อเหตุว่า ตามหลักการถ้ากฎหมายให้ครอบครองก็มีได้ แต่ที่เขากังวลคือบางคนมีปืนสวัสดิการเป็นสิบกระบอก แล้ววันหนึ่งไม่มีสักกระบอกเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะหากนำไปขายปืนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าตกเป็นมรดกก็ไม่เป็นไรถือว่าตรงตามเจตนารมณ์ของปืนสวัสดิการ เรื่องนี้น่าไปเก็บสถิติดู ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครครอบครองปืนเท่าไหร่แต่อยู่ที่ความประพฤติมากกว่า ต้องไปดูว่าผู้ที่ก่อเหตุต่างๆ เขามีปืนสวัสดิการกี่กระบอก

พร้อมออกจากบ้านพักทหาร

พล.อ.อนุพงษ์ในฐานะอดีต ผบ.ทบ. กล่าวถึงการพักอาศัยในบ้านพักสวัสดิการของทหาร ว่าไม่ว่าจะมีกฎระเบียบออกมาอย่างไรต้องปฏิบัติตาม ตนเตรียมบ้านไว้แล้ว แต่เพราะความสะดวกจึงยังอยู่ ไม่ได้มีจุดประสงค์ใด เดิมทีไม่ค่อยได้อยู่บ้านพักสวัสดิการ แต่ตอนทำงานเดินทางไม่ไหวเพราะไกล แต่ถ้ามีกฎระเบียบอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติ เมื่อถามว่ากฎระเบียบที่ว่านี้ต้องเขียนให้ชัดเจนขึ้นหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ของเดิมมีอยู่แล้วว่าจะอนุโลมว่าให้อยู่นานเท่าใด เป็นระเบียบภายใน และจากการเป็นผู้บังคับบัญชามาบางคนเกษียณแล้วเขายังไม่มีบ้านของตัวเอง เราก็อนุโลมจนเขาหาที่อยู่ได้ บางทีเกิน 6 เดือน แต่ที่ให้ได้เพราะบ้านพักว่างก็ให้เขาอยู่ดูแล แต่ถ้าบ้านพักเต็มก็ต้องออก “ผมเคยมีนายทหารแก่ เขาซื่อสัตย์ ไม่ได้เตรียมตัวด้วย เวลาเกษียณไม่มี บ้านก็อนุโลมให้อยู่ ลูกเด็กเล็กแดงก็ยังเรียนหนังสือถึงช่วงหนึ่งก็ให้ออกโดยจะดูตามความเหมาะสม” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

แจงมูลนิธิป่ารอยต่อเช่าถูกต้อง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาบ้านพักสวัสดิการทหารของนายทหารหลังเกษียณอายุราชการว่า ในส่วนของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ทำถูกต้องมีการเช่าที่จากกระทรวงการคลังตั้งแต่ที่ตนเกษียณ และตนไปพักที่บ้านพักส่วนตัวตั้งแต่เกษียณ ส่วนนายพลคนอื่นที่เกษียณต้องไปถาม ผบ.ทบ.เพราะเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย

“บิ๊กตู่” ไม่ขัดธนารักษ์ดูสวัสดิการ ทบ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. กรณีที่กองทัพบกให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เข้ามาดูแลและจัดการสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกว่า ไม่ขัดข้อง ความจริงแล้วมีกฎระเบียบอยู่ทุกเรื่อง แต่เพื่อให้การทำงานเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ตนเป็นผู้บังคับหน่วยมาก่อนดำเนินการตามระเบียบมาโดยตลอด แต่ว่าอาจจะมีใครบางคนที่ไม่ทำตามระเบียบ เมื่อมีปัญหาต้องตรวจสอบกันไปให้เกิดความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสวัสดิการของกองทัพบก

ยกเหตุใช้บ้านหลวงต้อง รปภ.นายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามกรณีบ้านพักของนายกฯ แม้จะอยู่ในข่ายได้รับการยกเว้น แต่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและหากพ้นจากตำแหน่งนายกฯ พร้อมที่จะออกจากบ้านพักหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เรื่องบ้านพักของผมไม่ขอตอบคำถามนี้ แต่ผมเองทำงานรับใช้ชาติมาตลอดชีวิต ถึงแม้กฎระเบียบจะว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้ผมยังทำงานอยู่ ปัญหาของผมคือ ผมเป็นนายกฯ มันมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในฐานะเป็นผู้นำประเทศและอื่นๆ อีกหลายๆอย่าง แต่ผมก็เตรียมการไปอยู่บ้านของผมอยู่แล้ว”

ธนาคารรัฐร่วมบริจาคเยียวยา

ที่ห้องรับรอง 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริจาคเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่ จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง และธนาคารในสังกัดคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อมอบเงินบริจาคสมทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 12 ล้านบาท

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 19 ก.พ. นายกฯจะเดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาในส่วนของผู้เสียชีวิตจำนวน 27 คน ส่วนเงินเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ กองทุนได้โอนเงินให้กับทางจังหวัดเรียบร้อยแล้ว 57 คน เหลืออีก 1 คน ที่เป็นคู่กรณีต้องรอสืบสวนสอบสวนก่อน

สรุปเยียวยาผู้เสียชีวิต 2.4 ล้าน

ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยภายหลังการประชุมเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุกราดยิง ใน จ.นครราชสีมา วันนี้มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินเพิ่ม อีก ทำให้ยอดเงินบริจาคทั้งหมดอยู่ที่ 87,820,738.48 บาท มีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 29 ล้านบาท มีเงินเหลือกว่า 58 ล้านบาท ต้องประชุมพิจารณาเรื่องเงินเยียวยาใหม่ เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตจะได้รายละ 2.4 ล้านบาท รวมที่จ่ายเยียวยาไปแล้ว 1 ล้านบาท ผู้พิการถาวร 3 ราย ยังอยู่ในห้องไอซียู ได้รายละ 3.5 ล้านบาท คนเจ็บอีกราย อยู่ห้องไอซียู เสี่ยงพิการได้เป็น 3 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดที่แน่นอนจะนำเข้าพิจารณาให้ได้ข้อสรุปภายในวันนี้ ก่อนจะจ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.พ. เงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับเงินที่นายกรัฐมนตรีจะนำมามอบให้ทายาทผู้เสียชีวิต

น.1 ระบุ “แผนกรกฎ” รับเหตุกราดยิง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนทำร้ายผู้คนโดยเจาะจงและไม่เจาะจงเป้าหมาย ว่า บช.น.มีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ฝ่ายความมั่นคง และอีกหลายหน่วย รวมทั้งขอความร่วมมือกับภาคเอกชน หรือคนในพื้นที่ให้แจ้งเบาะแสกลุ่มบุคคลที่เคยมีประวัติใช้ความรุนแรง ซึ่งตำรวจมีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้วเรียกว่า “แผนกรกฎ” แบ่งออกเป็นขั้นเตรียมการ ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งมีกรอบการทำงานอยู่ อย่างเหตุการณ์ย่านปทุมวัน ตำรวจจะปิดกั้นพื้นที่ที่เกิดเหตุ และปิดกั้นคนร้ายให้อยู่ในพื้นที่จำกัด และกันบุคคลอื่นออกไป จากนั้นจะมีการปฏิบัติที่ยึดถือตามแผนกรกฎ ในแผนจะระบุหน้าที่แต่ละฝ่ายไว้อยู่แล้ว เบื้องต้นเราใช้วิธีเจรจาเป็นหลักก่อน ถ้าเจรจาไม่ได้จึงจะเรียกหน่วยที่รับผิดชอบเป็นการเฉพาะเข้ามาดำเนินการ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อภิรัชต์ คงสมพงษ์บิ๊กแดงประยุทธ์ จันทร์โอชาสั่งย้ายนายทหารพงศกร รอดชมภูข่าวหน้า1ข่าววันนี้

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้