พปชร. หารือคณะทำงาน รับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งทีมสนับสนุน 30 คน พร้อมเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์ 1350

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (16 ก.พ. 2563) พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมหารือร่วมกันของคณะทำงานวอร์รูมนอกสภาฯ โดยเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. เป็นการเตรียมข้อมูลให้กับ ส.ส.พลังประชารัฐ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 ท่าน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24-26 ก.พ.นี้ ในหัวข้อ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ได้เชิญบุคคลที่มีความชำนาญหลายคนมาร่วมประชุมหารือเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในการตอบโต้ ข้อมูล รวมถึงอภิปรายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยคณะทำงานมี นายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธาน, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นรองประธาน, น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรค และบุคคลอื่นๆ เป็นผู้สนับสนุนรวม 30 คน

ทางด้าน นายจำลอง ประธานคณะทำงานผู้สนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มองว่า พรรคฝ่ายค้านโจมตีและเล่นงานพรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว จึงอยากเข้ามาช่วยพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และอยากให้การอภิปรายมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน การอภิปรายครั้งนี้เป็นญัตติตามฤดูกาล ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลเหมือนจะรุนแรง แต่เนื้อหาดูเหมือนน้ำท่วมทุ่งมากกว่า เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงการทำงานในปัจจุบัน กลับกล่าวถึงการปฏิวัติรัฐประหารมาก่อนหน้านี้

“เราจะเก็งข้อสอบล่วงหน้าให้กับรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดข้อมูลที่ดีที่สุด ส่วนในสภาฯ ก็ประสานงานการเพื่อการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยินดีที่จะประสานกับฝ่ายค้านรวมถึงประธานสภาฯ เพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน” นอกจากนี้ ทีมผู้สนับสนุนจะทำการบ้านและมอนิเตอร์การประชุมตลอดเวลา โดยทีมงานจะเข้าเวรสลับสับเปลี่ยนมาดูการอภิปราย ตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งสิ้นสุดการอภิปราย เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อกล่าวหาต่างๆ เป็นข้อกล่าวหาที่เน้นทางการเมืองเป็นหลัก แต่ไม่ได้เน้นข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความตั้งใจที่จะให้พลังประชารัฐเป็นเป้าหมายทางการเมืองจึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยทางการเมืองเข้ามารวมตัวกันเพื่อช่วยทำงานการเมืองของภาคและเป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธ์ที่ไม่ใช่การปริวาสอภิปราย แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับพลังประชารัฐที่จะเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้มีการเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนทุกคนส่งข้อมูลที่จะให้ทางพรรคพลังประชารัฐต่อไป รวมถึงมีการเปิดสายด่วน 1350 พลังประชารัฐช่วยได้.